- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 53: ก็ธรรมดา
บทที่ 53: ก็ธรรมดา
บทที่ 53: ก็ธรรมดา
ยามานากะ มัตสึรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในสภาพ "ขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้"
ถ้าไม่เดินเกมตามซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวง เงินลงทุนในช่วงแรกก็จะสูญเปล่าโดยสิ้นเชิง
แต่ถ้าตามต่อไป เขาก็จะขาดทุนมากยิ่งขึ้น
"เฉียนจื้อหยงไม่มีทางสู้ฉันได้ในเรื่องเงินทุน"
"ระยะยาวเขาต้องสู้ฉันไม่ได้แน่"
ถ้าฝืนต่อไปได้ ชัยชนะต้องเป็นของเขาแน่นอน!
……
หลังจากแจกโบนัสคนละ 20,000 ให้แก่พนักงานของซูเปอร์มาร์เก็ตหยงเหนียน ความกระตือรือร้นของพนักงานก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตหยงเหนียน และซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวง ต่างก็ขาดทุนอย่างมหาศาลทุกวัน
ยามานากะ มัตสึต้องไปโรงพยาบาลหลายครั้ง สุขภาพร่างกายและจิตใจย่ำแย่
แต่เฉียนจื้อหยงกลับจิบเบียร์ ดื่มน้ำอัดลมสบายใจทุกวัน
ยิ่งรู้ว่าขาดทุน ก็ยิ่งมีความสุข!
เมื่อพนักงานเห็นเจ้านายอารมณ์ดีขนาดนี้ ต่างก็ฮึกเหิมตามไปด้วย
บรรยากาศในทีมเต็มไปด้วยพลัง ราวกับพรุ่งนี้พวกเขาจะสามารถ "ล้ม" ซูเปอร์มาร์เก็ตหยงเหนียนได้แล้ว!
วันนี้ เฉียนจื้อหยงมีความสุขเป็นพิเศษ
เพราะว่าภัตตาคารเฟยหวงเปิดให้บริการแล้ว!
ซึ่งหมายความว่าเขาใช้เงินไปอีก 50 ล้านแล้ว
อีกแค่ 20 วัน ก็ถึงวันสรุปยอดของระบบ
ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ที่เหลือก็แค่รอแค่รับตำแหน่ง "เศรษฐีหน้าใหม่"
เฉียนจื้อหยงเดินไปยังร้านอาหารพร้อมความมั่นใจเต็มเปี่ยม เสียงพูดก็ดังขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อเดินมาถึงภัตตาคารเฟยหวง จูต้าเฉียงก็รีบออกมาต้อนรับ
คำถามแรกจากปากเฉียนจื้อหยงคือ "ใช้เงินหมดหรือยัง?"
"ใช้หมดแล้วครับ 50 ล้าน ทุ่มลงไปทั้งหมดเลยครับ"
เฉียนจื้อหยงได้ยินก็ยิ้มหน้าบาน
อีก 20 วัน เงินสดที่เขามีอยู่ก็จะขาดทุนจนเกลี้ยง
ถึงตอนนั้น… เขาก็สามารถประกาศล้มละลาย
เอาสินค้าในร้านออกมาขาย โอนกิจการซูเปอร์มาร์เก็ตให้คนอื่น
เงินจากการขายสินค้าและค่าโอนกิจการทั้งหมด ก็จะเอาไปจ่ายค่าชดเชยแบบ n+1 ให้พนักงาน
เขาก็จะไม่เหลือเงินสักหยวนเดียว
และในวินาทีนั้น ระบบจะสรุปยอดให้เขา "100 ล้าน" ทันที!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า…
แค่คิดถึงเงิน 100 ล้าน รถหรู บ้านหรู เฉียนจื้อหยงก็ยิ้มจนปากจะฉีกถึงหู
ฮึ่ม… หลิวเกาต้าเอารถสปอร์ตมาอวดเขา?
พอเขามีเงินร้อยล้านเมื่อไหร่ จะซื้อรถที่แพงกว่าของหลิวเกาต้าเป็นเท่าตัว
เอาให้รถของหลิวเกาต้าได้แต่กินฝุ่นอยู่ข้างหลังเขาเลย
"อืม…" เฉียนจื้อหยงเดินวนในร้านอาหารที่มีพื้นที่ถึง 2,000 ตารางเมตรแล้วพูดขึ้น
"ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว เอามาลองชิมสักชุดสิ"
จูต้าเฉียงรีบไปจัดการทันที
ไม่นาน ชุดอาหารสุดหรูหน้าตาดีหลายจานก็ถูกนำมาเสิร์ฟ
ดูจากชุดจานชามแล้ว คิดว่าต้องเป็นอาหารราคาหลายร้อยหยวน แต่พอเปิดดูข้างใน…
กลับเป็นแค่ไข่เจียวมะเขือเทศธรรมดา หมูผัดพริกแบบบ้านๆ ซุปสาหร่าย และผัดผักจานเล็ก สามผัดหนึ่งซุป ตามตำราเป๊ะ
จูต้าเฉียงตักข้าวให้เฉียนจื้อหยงเรียบร้อยแล้ว
เฉียนจื้อหยงชิมไปคำหนึ่ง เขารู้สึกว่ารสชาติ ธรรมดามาก
ธรรมดาจริงๆ เหมือนกับอาหารที่บ้านทำไม่มีผิด
"เป็นยังไงบ้างครับ?" จูต้าเฉียงถามด้วยความกังวล
เฉียนจื้อหยงตอบว่า "ธรรมดา"
เมื่อได้ยินคำว่า "ธรรมดา" หน้าเจื่อนทันที
"บอสก็รู้สึกว่าธรรมดาใช่ไหมครับ?"
"แย่แล้ว!"
"ใครจะออกมากินข้าวนอกบ้าน เพื่อมากินอาหารที่กินที่บ้านก็ได้ล่ะครับ?"
"ถ้าร้านอาหารเราทำได้แค่นี้ คงไม่มีลูกค้าเข้ามาแน่นอน"
"หรือว่า... เราควรเปลี่ยนเชฟใหม่…"
จูต้าเฉียงคิดว่าพอจะกู้สถานการณ์ได้ แค่เปลี่ยนเชฟก็น่าจะเพียงพอ
เพราะทั้งจานชาม บรรยากาศร้าน การบริการทุกอย่างล้วนมาตรฐานระดับภัตตาคาร
แต่รสชาติอาหารมันธรรมดาเกินไป
เมื่อได้ยินว่าจะเปลี่ยนเชฟ เฉียนจื้อหยงก็โกรธขึ้นมาทันที
"เปลี่ยนเชฟทำไม?"
"เปลี่ยนเชฟไม่ต้องใช้เงินหรือไง?"
"ถึงจะธรรมดา แต่ผมว่าก็ดีแล้ว"
"ถ้าคนอื่นอยากทำกินเองที่บ้าน ก็ให้พวกเขากลับไปทำเองกินเองสิ"
"ผมก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าร้านอาหารนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นสวัสดิการให้พนักงาน"
"ในเมื่อเป็นสวัสดิการ เรื่องโภชนาการต้องมาก่อน ขอแค่รสชาติไม่แย่ก็พอ"
ขณะที่พูด ก็ถึงเวลาอาหารกลางวันพอดี
พนักงานแต่ละคนมาต่อแถวรับอาหารอย่างเป็นระเบียบ
ทุกคนคุยกันอย่างร่าเริง สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
พวกเขามีโรงอาหารของพนักงานเป็นของตัวเองแล้ว
และพวกเขาทุกคนรู้ดีว่าอาหารในโรงอาหารนั้นสะอาด ถูกสุขอนามัย และดีต่อสุขภาพ
ต่อไปไม่ต้องทำกับข้าวเองที่บ้านแล้ว ดีจังเลย…
ทุกคนที่เห็นเฉียนจื้อหยง ต่างก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม
เฉียนจื้อหยงเองก็ตอบรับกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
"เห็นไหม พวกเขาดีใจกันแค่ไหน ทุกอย่างมันคุ้มค่าแล้ว" เฉียนจื้อหยงพูดพลางตบไหล่จูต้าเฉียง
แต่จูต้าเฉียงยังคงทำหน้าบูด
มีข้าวกินฟรี แถมไม่ต้องทำกินเอง ใครจะไม่ดีใจล่ะ?
"พอแล้ว เชื่อผมเถอะ คุณยังไม่ได้กินใช่ไหม? งั้นก็มากินด้วยกันเลย" เฉียนจื้อหยงยิ้มกว้าง
……
วันนี้ ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงก็ยังมีลูกค้าแน่นขนัด
กลุ่มคุณป้าจำนวนมากนั่งรถเมล์ฟรี รีบแห่กันเข้ามาในร้าน
เมื่อเห็นว่าวงล้อหมุนตรงแคชเชียร์ยังมีอยู่ ทุกคนก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
"ยังอยู่นะ ยังมีโปรโมชั่นอยู่"
"รออะไรอีกล่ะ รีบซื้อเลย ของแบบนี้ยิ่งซื้อยิ่งคุ้ม"
"แต่ก่อนซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงเปิดอยู่ถนนตรงโน้น ฉันก็ไปซื้อบ่อยนะ เสียดาย ร้านเจ๊งไปก่อน เพราะไอ้เจ้าของที่เฮงซวยนั่น"
"ตอนนี้กลับมาลดราคาอีก และราคาถูกกว่าสมัยก่อนอีก จะเจ๊งอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้"
"ถ้าไม่รีบซื้อช่วงนี้ ระวังจะไม่มีโอกาสแล้ว"
……
บรรดาคุณป้าพากันพูดคุยไป เดินเข้าร้านไปด้วยความตื่นเต้น
ดูจากสีหน้าและบทสนทนา พวกเธอนี่แหละคือ "แฟนคลับตัวจริง" ของซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้
เพียงแต่ก่อนหน้านี้อยู่ไกลเกินไป จึงเพิ่งรู้ข่าวโปรโมชั่นจากซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวง พอรู้ก็รีบแห่กันมาในวันนี้แบบไม่รีรอ
เมื่อพวกคุณป้าเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ต้องตกตะลึงทันทีเมื่อเห็นว่า ข้างๆ ป้ายราคาสินค้า มีการระบุ ‘ราคาทุน’ เอาไว้ด้วย
"ราคาทุนที่ติดไว้นี่ของจริงเหรอ?" คุณป้าคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัย
พนักงานที่อยู่ใกล้ๆ ยิ้มพลางอธิบายว่า "ราคาทุนที่ติดไว้นี่เป็นของจริงแน่นอนครับ ใบรายการรับสินค้าก็ถูกติดอยู่บนผนังที่ศูนย์บริการลูกค้าครับ"
เหล่าคุณป้ามองดูราคาสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงที่ถูกกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตอื่นอย่างชัดเจน
ส่วนใหญ่ก็แค่ บวกจากราคาทุนมาเพียงเล็กน้อย ทำให้ทุกคนพอใจมาก
ยังไงพวกเธอก็เข้าใจว่าซูเปอร์มาร์เก็ตก็ต้องทำกำไรเหมือนกัน จะขายราคาเท่าทุนให้หมดทุกชิ้นก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกใช่ไหม?
ยังไงก็ยังมีโปรโมชั่นลดราคา แบบนี้เรียกว่าคุ้มสุดๆ ไปเลย
แล้วจะมีอะไรให้ไม่พอใจอีกล่ะ?
"ดูสิ เสื้อผ้าตัวนี้สวยมากเลย ราคาขายยังแพงกว่าทุนแค่หยวนเดียวเองนะ"
"โอ้โห! ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงได้กำไรแค่หยวนเดียวเอง" คุณป้าคนหนึ่งตะโกนบอกเพื่อนด้วยความตื่นเต้น
ยังไม่ทันที่เพื่อนจะได้เดินเข้ามาดู เสื้อผ้าตัวนั้นก็เหลือแค่ตัวเดียวแล้ว
มีคนข้างๆ รีบคว้าไปแล้วเรียบร้อย…
คุณป้าหลายคนถึงกับหน้าเสียและเสียดาย
ของดีแบบนี้ มัวชักช้าไม่ได้เลยจริงๆ
โชคดีที่พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตจัดของขึ้นชั้นไวมาก รีบเอาสินค้าใหม่มาวางเพิ่ม
ทุกคนถึงได้กลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง ต่างก็หยิบเสื้อคนละสี คนละแบบ ติดไม้ติดมือกันไปคนละตัว
เหล่าคุณป้าเดินดูกันทั้งซ้ายทั้งขวา รู้สึกว่าสินค้าทุกอย่างในร้าน ราคาถูกจริงๆ
พอรวมกับโปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ แล้วล่ะก็ยิ่งทำให้เดินๆ ดูๆ ช้อปๆ ซื้อๆ กันอย่างสนุกสนานไม่มีหยุด
เดินจนเมื่อย ช้อปจนเหนื่อย พวกเธอก็หามุมพักกันชั่วครู่
คุณป้าคนหนึ่งพูดขึ้นว่า "กลับบ้านกันเถอะ ฉันยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย ตอนนี้เริ่มหิวแล้วล่ะ"
แต่บางคนยังไม่อยากกลับ เพราะยังช้อปไม่หนำใจเลย
"พวกเธอดูสิ ตรงนั้นร้านอาหารใช่ไหม?" มีคนหนึ่งชี้ไปยังร้านอาหารหรูหราที่อยู่ไม่ไกล
แน่นอนว่าต้องโดดเด่นและสะดุดตา เพราะร้านนั้นคือภัตตาคารเฟยหวงที่สร้างขึ้นจากเงินก้อนโต
จะให้ไม่หรูหรา ดูดี และมีระดับได้ยังไง?