เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35: จะให้หรือไม่ให้?

บทที่ 35: จะให้หรือไม่ให้?

บทที่ 35: จะให้หรือไม่ให้?


"แบ่งโบนัส 25 ล้านเหรอ?" หลิวเกาต้าอุทานเสียงดังด้วยความตกใจ

หลี่เหลียนตกใจจนตาโตทันที

ลูกค้ารอบๆ ต่างก็พากันสูดหายใจเข้าลึก

ทำกำไรได้แล้วก็แบ่งเงินให้พนักงาน 25 ล้าน?

ได้ยินแบบนี้แล้วอยากเข้าไปถามจังว่าพวกเขายังรับสมัครพนักงานอยู่ไหม?

หลายคนเริ่มอยากสมัครเข้าทำงานด้วยทันที

"ส่วนเงินที่เหลือ เอาไปใช้กับการตกแต่งทั้งหมด ห้ามเหลือไว้แม้แต่หยวนเดียว" เฉียนจื้อหยงเน้นย้ำเสียงแข็ง

หลิวเกาต้าถามด้วยความตกใจ "แล้วนายล่ะ?"

คนอื่นๆ ก็พากันหันมามองเฉียนจื้อหยง

นั่นสิ…

แบ่งโบนัสให้พนักงานไป 25 ล้าน ส่วนที่เหลือกับกำไรจากร้านหม้อไฟทั้งหมดก็จะทุ่มลงไปในการตกแต่ง

แล้วเจ้าของล่ะ?

ทั้งหมดนี้ต้องลงทุนลงแรง เขาไม่เหลืออะไรให้ตัวเองเลยเหรอ?

เฉียนจื้อหยงยิ้มเศร้าๆ ส่ายหัว "ฉันไม่เอาก็ได้ แค่เห็นทุกคนได้เงิน ฉันก็มีความสุขแล้ว"

แน่นอนว่าเขาก็อยากได้เงินเหมือนกัน!

แต่ระบบมันไม่อนุญาต...

ในฐานะเจ้าของร้าน ชีวิตของเขาแสนจะลำบาก

ไม่เพียงไม่มีเงินเดือน แม้แต่ส่วนแบ่งกำไรก็ไม่มีสิทธิ์ได้

โชคยังดีที่ระบบยังอนุญาตให้เขากินหม้อไฟด้วยข้ออ้างว่า "ทดลองชิม"

ไม่อย่างนั้น ป่านนี้เขาคงอดตายไปแล้วจริงๆ

แต่...

ชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่เรื่องกิน

ยังมีค่าใช้จ่ายอีกมากมาย

ตอนนี้ในกระเป๋าเขามีเงินแค่ 300 หยวน เท่านั้น

ต้องใช้ให้ไปอีก 15 วัน นั่นเท่ากับวันละแค่ 20 หยวน

และถ้าในอีก 15 วัน เขาไม่สามารถทำให้ระบบคิดว่าขาดทุนได้ ระบบก็จะไม่จ่ายเงินให้เขาเลย

รอบถัดไปก็ต้องรออีกสามเดือน

หมายความว่าตลอด 3 เดือนข้างหน้า เขาจะไม่มีรายรับแม้แต่หยวนเดียว

สามเดือนที่ไม่มีเงินใช้ เขาจะอยู่ยังไง?

แม้จะไม่อดตาย แต่แค่จะซื้อกระดาษทิชชู่ยังทำไม่ได้เลย…

เวรเอ๊ย! ทำไมชีวิตฉันถึงอนาถแบบนี้?

เฉียนจื้อหยงถึงกับตัวสั่นไปทั้งตัว

ในใจได้แต่พร่ำภาวนา เขาต้องได้เงินจากระบบให้ได้ ไม่งั้นชีวิตเขาต้องพังพินาศแน่

เมื่อเงยหน้าขึ้นมา เฉียนจื้อหยงเห็นหลิวเกาต้ากำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

จู่ๆ ก็รู้สึกอยากจะถีบก้นสักที

และตอนนี้เขาก็ไม่สามารถไปทำงานรายวันได้อีกแล้ว

ถ้าไม่ออกจากเมืองฮั่นเฉิง ก็ไม่มีใครรับเขาหรอก

ตอนนี้ทั้งเมืองฮั่นเฉิงไม่มีใครไม่รู้จักเขา

ถ้าจะไปทำงานรายวัน มีใครกล้ารับเจ้านายที่มีทรัพย์สินหลักร้อยล้านแถมมีรายได้เดือนละหลายล้านแบบเขาไหม?

เขาเป็นเจ้าของร้านที่มีรายได้หลักสิบล้าน แต่ไม่มีเงินใช้สักหยวนเดียว…

ชีวิตแบบนี้มันน่าเจ็บปวดเกินจะพูดได้จริงๆ

ในขณะนั้นเอง พนักงานคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างข้างหูจูต้าเฉียง

จูต้าเฉียงรีบเดินมาหาเฉียนจื้อหยงแล้วพูดว่า "บอสครับ… คุณยามานากะ อาริกิมาขอพบครับ"

"ยามานากะ อาริกิ?" ดวงตาเฉียนจื้อหยงสว่างวาบขึ้นทันที

จากใบหน้าอันเศร้าหมอง กลับกลายเป็นรอยยิ้มสดใสในชั่วพริบตา

"รีบเชิญเขา… ไม่สิ! ผมจะไปต้อนรับด้วยตัวเอง"

ชีวิตที่กำลังจะไม่มีเงินใช้ตลอดสามเดือนข้างหน้า มันช่างเจ็บปวดจนเกินจะทน…

แต่ตอนนี้ ใครก็ตามที่ "เอาเงินมาให้เขา" คนๆ นั้นคือพี่น้องของเขา

เขาจ่ายเงินเดือนให้หลิวเกาต้าสูงขนาดนั้น แต่หลิวเกาต้าไม่เคยให้เขาสักหยวน

หึ! คิดแล้วมันปวดใจ!

เฉียนจื้อหยงรีบวิ่งไปที่ประตู เขาเห็นยามานากะ อาริกิยืนรออยู่พร้อมกับผู้จัดการซุน

และเพียงแค่มองแวบเดียว เขาก็เห็นกล่องของขวัญในมือของผู้จัดการซุน

เฉียนจื้อหยงยิ้มแย้มเข้าไปต้อนรับทันที

"สวัสดีครับ คุณยามานากะ" เขาอ้าแขนกว้างเตรียมโอบ

ยามานากะ อาริกิ มีสีหน้าหม่นหมอง แต่ก็ยอมอ้าแขนออกมาโอบกลับ

แต่เฉียนจื้อหยงไม่ได้สนใจแขนที่เปิดออกของอีกฝ่ายเลย

สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่กล่องของขวัญเท่านั้น

เขาโผเข้าไป… โอบกอดกล่องของขวัญทันที

รู้สึกถึงน้ำหนักของมัน แล้วยกขึ้นลองชั่งดูอย่างเงียบๆ

หากไม่ใช่เพราะการเปิดของขวัญต่อหน้าแขกถือเป็นการเสียมารยาท เขาคงเปิดมันตรงนั้นทันที

จูต้าเฉียงเห็นว่าเฉียนจื้อหยงไม่แม้แต่จะจับมือกับคุณยามานากะ จึงรีบกระซิบบอก

เฉียนจื้อหยงถึงกับสะดุ้ง รีบยื่นกล่องให้จูต้าเฉียง แล้วเข้าไปจับมืออีกฝ่ายแทน

"คุณยามานากะ ผมซาบซึ้งใจมากจริงๆ ถ้าไม่มีคุณ ผมคงไม่รอดแน่" น้ำตาคลอในดวงตาเฉียนจื้อหยง

สำหรับเขาแล้ว ยามานากะ อาริกิคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขา

"คุณเฉียน พูดเกินไปแล้วครับ" ยามานากะ อาริกิ โค้งคำนับเล็กน้อย

เฉียนจื้อหยงส่ายหน้า "อย่าพูดอย่างนั้นเลยครับ"

ยามานากะ อาริกิไม่ได้โง่ เขามองออกว่าเฉียนจื้อหยงสนใจกล่องของขวัญมากเป็นพิเศษ

เขาจึงพูดพร้อมฝืนยิ้ม "คุณเฉียนดูจะชอบของขวัญของผมนะครับ ทำไมไม่เปิดดูล่ะ?"

"เปิดตอนนี้ได้เหรอครับ?" เฉียนจื้อหยงถามอย่างแปลกใจ

จูต้าเฉียงอธิบาย "บอสครับ ที่ประเทศญี่ปุ่น การเปิดของขวัตต่อหน้าเจ้าของของเป็นการให้เกียรติเขาครับ"

เฉียนจื้อหยงรีบขอโทษทันที "ขอโทษๆ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ"

"ครั้งหน้าผมจะจำแน่นอน สัญญาเลย"

พูดจบ เขาก็คว้ากล่องของขวัญจากมือจูต้าเฉียง แล้วรีบแกะมันอย่างรวดเร็ว

ข้างในคือเหล้า 2 ขวด บรรจุในแพ็กเกจหรูหรา

เฉียนจื้อหยงก้มหน้า พึมพำเสียงแผ่วเบา ถามว่า "เหล้านี่ราคาเท่าไหร่?"

"ต้นทุน 2,000 หยวนต่อขวด รวมเป็น 4,000 ครับ"

ดวงตาเฉียนจื้อหยงเป็นประกายทันที เขาหันไปมองยามานากะด้วยสายตาอบอุ่น

"ของขวัญนี้ ผมชอบมากเลยครับ"

"ผู้จัดการจู เอาของขวัญไปขะ… อ๊ะ! ผมหมายถึงเก็บรักษาไว้ให้ดี"

เขาตื่นเต้นจนเกือบเผลอพูดว่า "ขายเลย" โชคดีที่เบรกทัน

"คุณชอบก็ดีแล้วครับ" ยามานากะ อาริกิพูดยิ้มๆ

แม้เขาจะยิ้ม แต่เฉียนจื้อหยงก็สังเกตเห็นได้ว่า ในใจอีกฝ่ายคงเศร้าไม่น้อยเลย

แน่นอนว่าเขาเข้าใจดี

เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงของเขา อยู่ตรงข้ามกับซูเปอร์มาร์เก็ตหยงเหนียนของอีกฝ่าย

ตอนนี้ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงรุ่งเรือง ก็แปลว่าซูเปอร์มาร์เก็ตหยงเหนียนต้องซบเซาลงแน่นอน

แค่คิดว่าอีกฝ่ายกำลังขาดทุน ขณะที่ตัวเองกำไรจนแทบรับไม่ไหว เฉียนจื้อหยงก็รู้สึกเศร้าสลด

"คุณยามานากะ ชะตาชีวิตของเรามันช่างขมขื่นจริงๆ" เฉียนจื้อหยงพูดพลางน้ำตาไหลพราก

เขากับยามานากะ อาริกินี่เป็นคนหัวอกเดียวกันชัดๆ

ความรู้สึกเหมือนเงิน 50 ล้านอยู่ในมือ แต่จู่ๆ ลมก็พัดมา ทำให้ทุกอย่างปลิวหายไปหมด…  หายไปในพริบตา...

แบบนั้นจะไม่เสียใจได้ยังไง?

เสียใจถึงขั้นอยากกระโดดตึกตายเลยก็ว่าได้

เมื่อเห็นเฉียนจื้อหยงน้ำตาคลอ ยามานากะ อาริกิก็เริ่มรู้สึกสับสน

"คุณเฉียน… คุณกำลังสงสารผมอยู่ใช่ไหม?" เขาถามอย่างไม่แน่ใจ

เขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจแล้ว ถึงแม้ธุรกิจจะขาดทุน แต่ก็ไม่ต้องการให้ใครมาสงสารหรอกนะ

เฉียนจื้อหยงรีบส่ายหน้า "ผมไม่ได้สงสารคุณ… ผมสงสารตัวเองต่างหาก"

"คุณยามานากะ ผมต้องขอโทษจริงๆ ผมไม่คิดเลยว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้"

"ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ตอนนั้นผมคงไม่เปิดซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงที่ฝั่งตรงข้ามกับคุณ…"

"ฮืออออ…"

ตอนนี้ ในใจเขาเริ่มโทษว่าเป็นความผิดของซูเปอร์มาร์เก็ตหยงเหนียนแล้ว

ไหนว่าเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองฮั่นเฉิงไง?

แล้วทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ?

"คุณยามานากะ ขอร้องนะครับ ช่วยมาเยี่ยมผมบ่อยๆ หน่อย"

"ผมจะต้อนรับคุณอย่างอบอุ่นที่สุด"

ใครเอาเงินมาให้เขา เขายอมควักเงิน… หนึ่งพัน… ห้าร้อย…

ไม่สิ! เขามีแค่สามร้อยหยวน เขายอมทุ่มหมดตัวเลย เพื่อเลี้ยงต้อนรับ

เอ๊ะ… เดี๋ยวสิ…

ยังมีชาในร้านให้เสิร์ฟฟรีด้วยนี่นา งั้นสามร้อยหยวนนี่ไม่ต้องเสียก็ได้

ชีวิตของเขาตอนนี้ ขนาดน้ำทุกหยดก็ยังต้องประหยัด เพราะเขามีเงินแค่ 300 หยวน

ต้องใช้ให้คุ้มที่สุด!

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

จบบทที่ บทที่ 35: จะให้หรือไม่ให้?

คัดลอกลิงก์แล้ว