เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34: เป็นความผิดของฉันเอง

บทที่ 34: เป็นความผิดของฉันเอง

บทที่ 34: เป็นความผิดของฉันเอง


เฉียนจื้อหยงรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก

"ฉันให้นายจ้างพนักงาน 500 คน มันเกี่ยวอะไรกับที่ร้านขายดี?" เฉียนจื้อหยงถามออกมา

เพราะเขาคิดแค่ว่ายิ่งมีคนเยอะ ยิ่งเปลืองเงินเดือนมากขึ้น

แต่คนเยอะมันเกี่ยวอะไรกับยอดขายดี?

หลิวเกาต้าตอบกลับทันที "หืม... นี่นายกำลังทดสอบฉันใช่ไหม?"

"ถ้านายไม่ได้สั่งให้ฉันจ้างพนักงาน 500 คนไว้ล่วงหน้า พอร้านหม้อไฟได้รับความนิยมขึ้นมา เราก็จะไม่มีทางรับมือได้"

"ถ้ารับมือไม่ไหว มันจะทำให้คุณภาพการบริการลดลง"

"อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ทำอะไรผิดพลาดไปหมด"

"ต่อให้รีบหาคนเพิ่มก็ไม่ช่วยอะไร เพราะคนใหม่ไม่มีประสบการณ์ ยังไม่ผ่านการฝึก ไม่พร้อมทำงานที่มีความเข้มข้นแบบนี้"

"ทั้งหมดนี่เป็นความผิดของฉันเหรอ?" เฉียนจื้อหยงแทบจะร้องไห้

ตอนนี้เขาพึ่งเข้าใจว่าแท้จริงแล้วทุกอย่างเป็นความผิดของเขาเองทั้งนั้น

"ไม่ใช่ความผิดสักหน่อย แต่เป็นการตัดสินใจอันชาญฉลาดของนายต่างหาก" หลิวเกาต้าตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ

"อีกอย่าง ถ้านายไม่สั่งให้จ้างพนักงาน 500 คน เราก็ไม่มีทางแบ่งงานเป็นสามกะ เพื่อเปิดร้านถึงตีสามได้"

"ห๊า?" เฉียนจื้อหยงสะดุ้ง "ร้านเปิดถึงตีสามเลยเหรอ? บ้าไปแล้วหรือไง?"

เขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีใครอยากมากินกินหม้อไฟตอนตีสาม?

เสียงของหลิวเกาต้ายังไม่ทันจบ คนรอบข้างก็พากันปรบมืออีกครั้ง

นี่มันคือกลยุทธ์การตลาดที่ยอดเยี่ยมที่สุด!

แนวทางบริหารที่ไม่ธรรมดา สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า จัดการกำลังคนได้อย่างลงตัว ถือว่าฉลาดมากจริงๆ

และตัวเอกของเรื่องนี้ก็คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนที่พวกเขามีโอกาสได้พบเห็นด้วยตาตัวเอง

ทุกคนรู้สึกเหมือนได้เห็น "บุตรแห่งวงการธุรกิจในอนาคต" จึงต่างตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

หลิวเกาต้ายกนิ้วโป้งให้ทันที สายตาที่เขามองเฉียนจื้อหยงตอนนี้ ราวกับมองเทพเจ้า

"บอสครับ ความสามารถทางธุรกิจของคุณ ผมตามไม่ทันเลยจริงๆ"

"แค่ยี่สิบวัน ร้านเราก็ทำเงินไป 20 ล้าน"

ในจังหวะที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น จูต้าเฉียงก็ออกมายืนตรงหน้า พูดด้วยความเคารพต่อเฉียนจื้อหยง

"บอสครับ ซูเปอร์มาร์เก็ตของเราก็อาศัยกระแสจากร้านหม้อไฟในช่วงนี้ ทำเงินไปแล้วถึง 30 ล้าน"

"ผมเชื่อว่ารายได้หลักพันล้านภายในปีเดียว ไม่ใช่เรื่องยาก"

เมื่อผู้คนรอบข้างได้ยินว่าในเวลาแค่ยี่สิบวัน ทั้งร้านหม้อไฟและซูเปอร์มาร์เก็ตรวมกันทำเงินได้ถึง 50 ล้าน

ทุกคนก็พากันอุทานด้วยความตกใจ

" 50 ล้านเหรอ? แค่ยี่สิบวันก็ทำได้ขนาดนี้! ถ้าเป็นฉันล่ะก็... จะเอาไปใช้อะไรก่อนดีนะ?"

" 50 ล้าน แค่นี้ฉันก็ไม่ต้องทำงานไปทั้งชีวิตแล้ว นอนรอขึ้นสวรรค์ได้เลย"

"อิจฉาจริงๆ ทำไมเงิน 50 ล้านนั้นไม่ใช่ของฉัน?"

"เจ้าของร้านก็อยู่ตรงนั้นไง อายุยังน้อย แต่มีทรัพย์สินตั้ง 50 ล้านแล้ว… น่าชื่นชม"

"……"

สายตาทุกคู่มองมายังเฉียนจื้อหยงด้วยความอิจฉา

แต่คำพูดเหล่านั้นที่ว่า ถ้ามี 50 ล้านจะทำอะไร… มันเหมือนค้อนเหล็กทุบลงบนหัวใจของเฉียนจื้อหยงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

50 ล้าน!

แค่ฝากธนาคารกินดอกเบี้ยเฉยๆ ก็ได้ปีละ 1.5 ล้าน

เฉลี่ยแล้ววันละ 5,000 หยวน นี่มันคือ "อิสรภาพทางการเงิน" แบบเต็มรูปแบบ

ขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตแบบไม่ต้องทำอะไรเลย

แต่เงิน 50 ล้าน ของเขาหายไปแล้ว

เพราะ "ความคิดอันแสนชาญฉลาด" ของเขานั่นแหละ ที่ทำให้เงินหายไปหมด

ถ้าเขาไปเป็นพนักงานกินเงินเดือนเดือนละ 3,000 ต้องทำงานถึง 16,666 เดือน หรือก็คือ 1,388 ปี ถึงจะมีเงินเท่านี้

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉียนจื้อหยงก็อยากจะวิ่งเอาหัวชนกำแพง

"อ๊ากกกก!" ดวงตาของเฉียนจื้อหยงแดงก่ำ เขายกมือขึ้นฟาดเข้าที่หน้าตัวเองเต็มแรง เสียงดังเพี้ยะๆๆ

เสียงตบหน้าดังชัดเจน

"จื้อหยง!" หลิวเกาต้าพุ่งเข้ามา รีบห้ามเอาไว้ทันที

จูต้าเฉียงก็รีบจับแขนของเฉียนจื้อหยงไว้ "บอสครับ ผมรู้ว่าคุณตั้งเป้าหมายไว้สูงมาก  50 ล้านมันคงไม่พอสำหรับคุณ"

"แต่ด้วยความสามารถที่มี พวกเราทำได้แค่นี้จริงๆ ครับ"

"ได้โปรดอย่าทำร้ายตัวเองเลย ถือว่าเป็นความผิดของพวกเราทั้งหมดเถอะ"

คนรอบข้างต่างก็อึ้งกันไปหมด

ในเวลาแค่ยี่สิบวัน ทำเงินได้ 50 ล้าน แล้วยังจะตบหน้าตัวเองแบบนี้อีกเหรอ?

"บ้าไปแล้ว คุณเฉียนนี่ตั้งมาตรฐานไว้สูงขนาดไหนกัน?  50 ล้านยังถือว่าล้มเหลวอีกงั้นเหรอ?"

"ฉันเคยได้ยินว่าพวกอัจฉริยะจะเข้มงวดกับตัวเองมาก"

"แค่นี้ก็น่าจะพอใจแล้วนะ"

"ถ้าเป็นฉัน ได้ 50 ล้านแบบนี้ ฉันจะไปเที่ยวผับทุกคืน ซื้อคฤหาสน์กับรถหรู แล้วที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสาวๆ"

"50 ล้านอะไรนั่น มันเกินจริงไป ฉันไม่สนใจหรอก เมื่อไหร่จะถึงคิวฉันสักที?"

"……"

สายตาของผู้คนที่มองมาที่เฉียนจื้อหยง ตอนนี้เต็มไปด้วยความเคารพยิ่งขึ้น

เพราะคนหมกมุ่นกับการไล่ตามความสมบูรณ์แบบเท่านั้น ถึงจะไปถึงที่สุดได้อย่างแท้จริง

และเฉียนจื้อหยงก็คือหนึ่งในคนแบบนั้น

เสียงตบหน้าดังๆ และความเจ็บทำให้เฉียนจื้อหยงเริ่มได้สติกลับมา

"ยังไม่สายเกินไป ฉันยังพอมีทางออกอยู่" เฉียนจื้อหยงนึกขึ้นได้ว่าเขายังมีระบบแบ่งปันกำไรให้พนักงานอยู่

เขารีบเรียกดูหน้าต่างของระบบในหัวตัวเองทันที

กฎการแบ่งปันผลกำไร:

แบ่งผลกำไรได้มากสุด ครั้งละ 50% ของกำไรสุทธิ

สามารถแบ่งได้ ไม่เกิน 1 ครั้งต่อ 6 เดือน

และเงินสดที่ถูกใช้งานไปแล้ว จะไม่สามารถนำมาใช้แบ่งกำไรได้อีก

พูดง่ายๆ ก็คือ ตอนนี้เขามีเงินสดอยู่ 50 ล้าน ถ้าหากเขาเลือกแบ่งกำไรตอนนี้ ก็สามารถแบ่งให้พนักงานได้แค่ 25 ล้านเท่านั้น

และเมื่อแบ่งไปแล้ว จะไม่สามารถแบ่งใหม่ได้จนกว่าจะผ่านไปอย่างน้อย 6 เดือน

จะเลือก "แบ่ง" หรือ "ไม่แบ่ง"?

ตอนนี้ไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีให้ลังเล เฉียนจื้อหยงเลือกที่จะแบ่ง

ในขณะเดียวกัน เขาก็วางแผนเสร็จสรรพแล้วว่าจะใช้เงินส่วนที่เหลือยังไง

เขารู้สึกว่าเขายังพอจะกู้วิกฤตได้อยู่

ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีก 15 วัน ก่อนจะครบรอบระยะเวลาสามเดือนของระบบ

เฉียนจื้อหยงเรียกพลังใจกลับคืนมาอีกครั้ง

แม้คราวนี้อาจจะไม่สามารถถอนเงินจากระบบได้ทั้งหมดอย่างที่หวัง แต่ขอแค่ถอนมาได้สักหน่อย ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

เฉียนจื้อหยงลุกขึ้นยืน พูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่เด็ดขาด

"ผู้จัดการจู! ติดต่อเจ้าของที่ เช่าเพิ่มอีกห้าพันตารางเมตร ได้เวลาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงต้องขยายแล้ว"

"นอกจากนี้ เรียกทีมตกแต่งภายในกลับมาอีกครั้ง ผมจะทุ่มงบ 40 ล้านลงไป"

"ตั้งแต่วันนี้ ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงจะหยุดให้บริการทันที ผมต้องการให้เสร็จภายใน 15 วัน ทำงานทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องพัก"

"รับทราบครับ!" จูต้าเฉียงยืดตัวตรง รับคำสั่งทันที

เฉียนจื้อหยงคิดต่อในใจ ภายใน 15 วันนี้ ร้านหม้อไฟน่าจะทำรายได้เพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 1 ล้านกว่าหยวน

เงิน 1 ล้านกว่านี้ เขาจะเอายัดรวมไปกับงบตกแต่งเลย

ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อหักเงินที่แบ่งให้พนักงานไปแล้ว เงินที่เหลือทั้งหมดก็จะถูกโยนเข้าสู่ช่องทางใช้จ่ายทั้งหมด

ในระบบ ระบบถือว่าค่าตกแต่งเป็นทรัพย์สินถาวร

โชคดีที่ทรัพย์สินถาวรยังสามารถตัดค่าเสื่อมราคาได้

ถ้าใช้เงิน 40 ล้านไปกับการตกแต่ง ระบบจะคิดเข้าเป็นทรัพย์สินถาวรที่มูลค่าเพียง 20 ล้านเท่านั้น

และในปีถัดไปก็สามารถหักค่าเสื่อมลงเหลือแค่ 10 ล้านได้อีก

นี่คือทางเดียวที่เขาจะทำได้ในตอนนี้ ถ้ามีวิธีอื่น เขาก็ไม่อยากทุ่มงบลงกับการตกแต่งแบบนี้หรอก

เฉียนจื้อหยงสูดหายใจลึก ก่อนจะหันไปมองหลิวเกาต้า แล้วพูดเสียงเรียบว่า "ครั้งนี้นายทำได้ดี... แต่ครั้งหน้าห้ามเป็นแบบนี้อีก"

"ฉันจะจ่ายเงินโบนัสให้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานของซูเปอร์มาร์เก็ต หรือพนักงานของร้านหม้อไฟเหอหลี่เหลา ทุกคนจะได้ส่วนแบ่งเหมือนกัน"

"จากเงิน 50 ล้าน ฉันจะแบ่งให้ 25 ล้าน นายเอาไปแบ่งกับพนักงานเองก็แล้วกัน"

น้ำเสียงของเฉียนจื้อหยงเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและหมดแรงโดยสิ้นเชิง

จบบทที่ บทที่ 34: เป็นความผิดของฉันเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว