เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: ถ้าไม่อยากลำบาก ก็อย่าลำบาก

บทที่ 25: ถ้าไม่อยากลำบาก ก็อย่าลำบาก

บทที่ 25: ถ้าไม่อยากลำบาก ก็อย่าลำบาก


หลิวเกาต้าหัวเราะแห้งๆ "ตอนนั้นฉันยังไม่เข้าใจ ไม่รู้มาก่อนว่าเงินเดือน 6,000 ในฮั่นเฉิงนี่ถือว่าสูงมากแล้ว สามารถเลือกคนที่ดีที่สุดได้เลย"

"แต่พอร้านหม้อไฟเปิด เงินเดือนเริ่มต้นที่ 8,000 ฉันก็เลยเน้นเลือกคนหนุ่มสาวเป็นหลัก"

"ก็พวกหนุ่มสาวสมัยนี้ ดูเหมือนไม่ค่อยอยากลำบากกันเท่าไหร่…"

เฉียนจื้อหยงพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ใครจะอยากลำบากกัน? มีใครเกิดมาเพื่อจะทำงานเป็นควายหรือม้าบ้าง?"

"ฉันเองก็ไม่อยากลำบาก นายก็เหมือนกัน ไม่ใช่เหรอ เกาต้า?"

"ในเมื่อพวกเรายังไม่อยากลำบาก แล้วจะไปบังคับให้คนอื่นลำบากทำไมล่ะ?"

ทันใดนั้น ทั้งหลิวเกาต้า หลี่เหลียน และจูต้าเฉียงก็ต่างนิ่งเงียบ

รอบข้างเองก็เงียบลง

พนักงานที่ได้ยินบทสนทนา รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในใจ

เพราะเจ้านายเข้าใจพวกเขาจริงๆ

เฉียนจื้อหยงเปลี่ยนเสียงเป็นดุเล็กน้อย "เกาต้า นายบริหารร้านหม้อไฟได้ดีหลายอย่าง แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ฉันต้องบ่น"

หลิวเกาต้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

เฉียนจื้อหยงพูดเสียงจริงจัง "นายรับพนักงานมาน้อยเกินไป"

"ตอนนี้นายรู้แล้วว่าพนักงานไม่อยากลำบาก"

"แล้วนายเคยคิดไหมว่าเป็นเพราะคนไม่พอ จึงทำให้ทุกคนต้องเหนื่อยเกินไป?"

"ถ้านายรับคนเพิ่ม แล้วแบ่งงานให้เหมาะสม ทุกปัญหาก็จะหมดไป"

"ฉันย้ำแล้วหลายครั้ง ให้รับคนเยอะๆ แต่นายกลับงก ไม่ยอมทำ"

เฉียนจื้อหยงกวาดตามองรอบร้าน แล้วพบว่าพนักงานมีแค่ประมาณ 30 คนเท่านั้น

ต่อให้ทำงานเป็นสองกะ ก็มีแค่ประมาณ 60 คน

แบบนี้มันพอที่ไหน?

ต่อให้จ้างคนละ 8,000 บวกค่าประกันต่างๆ คิดเป็นต้นทุนราว 9,000 ต่อคน

รวมแล้วตกเดือนละ 540,000 หยวน เท่านั้นเอง

แม้จะบวกเงินเดือนหลิวเกาต้าอีกแสน ก็ยังไม่ถึง 700,000 เลยด้วยซ้ำ

มันแบ่งเบาภาระของเขาได้น้อยเกินไป

ไม่พอ! แค่นี้ยังไม่พอ!

"จื้อหยง จริงๆ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วนะ" หลิวเกาต้ารีบอธิบาย

"ร้านหม้อไฟไม่เหมือนร้านอาหารทั่วไป ไม่ต้องมีเชฟแยก แค่มีพนักงานเสิร์ฟกับคนเก็บโต๊ะก็พอ"

"ร้านเราพื้นที่ห้าร้อยตารางเมตร แค่ 60 คนก็เหลือเฟือ"

"บางร้านมีแค่ 40 คนเองนะ นี่ฉันรับเพิ่มเพราะฟันายเลยนะ"

พนักงานบางคนก็รีบพูดขึ้น "บอสคะ พวกเรายังไม่เหนื่อยเลย ไม่ต้องรับคนเพิ่มก็ได้ค่ะ"

รับคนเพิ่ม = ต้นทุนเพิ่ม

พวกเขาได้เงินเดือนตั้ง 8,000 ยังไงก็ต้องออกแรงบ้าง

ถ้าร้านขาดทุนเพราะพวกเขาทำให้ต้นทุนพุ่งสูงเกินไป พวกเขาเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน

หลี่เหลียนเสริม "คุณเฉียน ร้านหม้อไฟไม่ต้องใช้คนเยอะหรอก 60 คนก็เพียงพอแล้ว"

"ที่พนักงานรู้สึกเหนื่อย ก็เพราะยังไม่ชินกับงาน พอคล่องแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง"

หลิวเกาต้าจะพูดอะไรต่อ แต่เฉียนจื้อหยงก็พูดแทรกทันที

"พอ! ที่พวกคุณพูดมันก็มีเหตุผล แต่ว่าผมไม่ฟัง"

"ผมบอกแล้วไง ถ้าพนักงานรู้สึกเหนื่อย นั่นแสดงว่าผู้จัดการทำงานพลาด ไม่วางแผนให้ดี"

"งั้นเหรอ?" หลิวเกาต้าอ้าปากหวอ คิดไปคิดมาก็พูดต่อ "แต่ว่าร้านอื่นเขาก็ทำกันแบบนี้นะ…"

"หึ!"

เฉียนจื้อหยงลุกขึ้นยืน ตะโกนด้วยความไม่พอใจ "แล้วไง? ร้านอื่นทำแบบนั้น แล้วเราต้องทำตามเขาเหรอ?"

"เคยคิดบ้างไหม ว่าบางทีร้านอื่นอาจจะผิดกันหมดก็ได้"

"เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ถ้าเจอปัญหา ก็ต้องแก้ปัญหา"

"ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้… ก็จัดการคนที่สร้างปัญหา"

ทุกคนในร้านหน้าซีดทันที

หรือว่าเจ้านายจะ… จะไล่พวกเขาออก?

"แค่กๆๆ…" เฉียนจื้อหยงรีบโบกมือ "ขอโทษๆ ผมพูดผิดเพราะตื่นเต้นไปหน่อย"

"ไม่ใช่ ‘จัดการคนสร้างปัญหา’ แต่ต้อง ‘จัดการปัญหาเรื่องคนไม่พอ’ ต่างหาก"

"ร้านของเราก็เหมือนบ้าน…"

พูดไปพูดมาเฉียนจื้อหยงก็รู้สึกว่าทำไมการใช้เงินมันถึงเหนื่อยขนาดนี้เนี่ย?

แต่ในจังหวะนั้น หม้อไฟเริ่มเดือดพอดี

จูต้าเฉียงเลยหัวเราะกลบเกลื่อน "งั้นเรากินไปคุยไปดีกว่า"

"อื้ม!" เฉียนจื้อหยงพยักหน้าแรงๆ ด้วยความหิวจัด รีบคีบเนื้อใส่ในน้ำจิ้มสูตรพิเศษที่ตัวเองเตรียมไว้

ยังไม่ทันเข้าปาก น้ำลายก็แทบจะไหลย้อนออกมาแล้ว

สองเดือนมานี้ เรียกได้ว่าชีวิตของเขาทรมานมาก

วันนี้… ในที่สุดก็ได้กินของดีสักที!

กัดลงไปคำแรก ร่างกายเขาสั่นด้วยความสุข เสียงครางเบาๆ ดังออกมา…

"อ่าาาา… สุดยอดดดด!"

ทุกคนก็เริ่มคีบเนื้อเข้าปากเช่นกัน ต่างก็พยักหน้า

รสชาติยอดเยี่ยม!

"เป็นยังไงบ้าง?" หลิวเกาต้ามองเฉียนจื้อหยงด้วยความตื่นเต้น

นี่คือน้ำซุปที่เขาทุ่มเงินนับล้านไปกับมัน

ถ้าเฉียนจื้อหยงไม่พอใจ… เขาจะรับผิดชอบยังไง?

เป็นล้านเลยนะ!

"เยี่ยมมาก!" เฉียนจื้อหยงยิ้มกว้าง "รสชาติดีมากจริงๆ"

หลิวเกาต้าดีใจมาก เมื่อได้ยินคำชม

เฉียนจื้อหยงพูดต่อทันที "น้ำซุปดีขนาดนี้ ใช้เงินแค่ล้านเดียว ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม"

"แต่ผมไม่ใช่คนชอบเอาเปรียบใคร"

"ผู้จัดการจู โอนเงินให้หลิวเกาต้าเพิ่มอีก 2 ล้าน ไปจ่ายให้คนขายสูตร"

"น้ำซุปชุดนี้อย่างต่ำต้องมีมูลค่า 3 ล้าน"

เพราะมันอร่อยจริง!

ในเมื่อหลิวเกาต้าไม่กล้าใช้เงิน เขาจะช่วยใช้เอง

อีก 2 ล้าน… ปลิวหายไปอย่างมีศักดิ์ศรี

เฉียนจื้อหยงยิ่งรู้สึกมีความสุขมากกว่าเดิม

"เอ่อ…" หลิวเกาต้าดูอึดอัด "แต่ฉันจ่ายไปล้านเดียว คนขายก็ปลื้มจะแย่แล้ว"

"จริงๆ แล้วเขาขอแค่ 500,000 เอง…"

"ถ้าจู่ๆ ให้เขาเพิ่มอีกตั้ง 2 ล้าน เดี๋ยวเขาจะคิดว่าฉันทำธุรกิจผิดกฎหมายนะ…"

เฉียนจื้อหยงขมวดคิ้ว แล้วก็ปิ๊งไอเดีย "งั้นเอาแบบนี้ ซื้อสูตรมาแบบสิทธิ์ขาด ห้ามขายให้ใครอีก

2 ล้านนั่นก็คือค่าซื้อขาด"

หลิวเกาต้ายังลังเล "แต่ค่าซื้อขาด 2 ล้าน มันก็ยังดูแพงไปอยู่ดีนะ…"

ปั้ง! เฉียนจื้อหยงตบโต๊ะ

"มันมีมูลค่า 3 ล้าน ก็ต้องจ่ายสามล้าน อย่ามัวแต่คิดจะเอาเปรียบคนอื่น"

"เกาต้า นายคิดเล็กคิดน้อยเกินไปแล้ว"

หลิวเกาต้าสะดุ้งไปทั้งตัว เงียบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าความแตกต่างระหว่างฉันกับนายคืออะไร…"

"มันคือมุมมอง!"

"ฉันไม่เคยเห็นเงินมากๆ เลยยังติดนิสัยประหยัดมากเกินไป"

"เห็นไหมล่ะ!" เฉียนจื้อหยงยิ้มภาคภูมิใจ เมื่อเห็นหลิวเกาต้าโดนเขา "ล้างสมอง" สำเร็จ เขาก็พยักหน้าอย่างพอใจ

เฉียนจื้อหยงเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก

เฮ้อ… เหนื่อยจริงๆ… การใช้เงินมันยากซะเหลือเกิน

แต่ก็สุดท้ายก็ได้ใช้ไปอีก 2 ล้านอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขของระบบ

คนที่ช่วยเขาใช้เงินครั้งนี้ก็คือหลิวเกาต้า

เฉียนจื้อหยงคีบเนื้ออีกชิ้นจากหม้อไฟ ใส่ลงในถ้วยของหลิวเกาต้า ตบหลังอีกฝ่ายเบาๆ พลางยิ้ม

"เกาต้า นายลำบากมากเลยนะ!"

"ดูสิ… เพื่อร้านหม้อไฟ นายทุ่มเทไปขนาดไหน?"

เฉียนจื้อหยงมองร่างท้วมของหลิวเกาต้าด้วยความสงสาร แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "นายผอมลงไปตั้งเยอะ กินเพิ่มอีกหน่อยสิ"

เพราะยิ่งหลิวเกาต้ากินมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งขาดทุนมากเท่านั้น

เฉียนจื้อหยงได้แต่หวังว่าวัตถุดิบของร้านหม้อไฟ จะไม่ถูกลูกค้ากินเข้าไป แต่จะเข้าสู่ท้องของหลิวเกาต้าให้หมด

แบบนั้น… เขาก็จะขาดทุนเพิ่มขึ้นทุกวัน

หลิวเกาต้าซาบซึ้งจับใจ เขาลูบพุงกลมๆ ของตัวเอง คีบเนื้อในชามขึ้นมากิน

จากนั้นน้ำตาเม็ดหนึ่ง… ก็หยดลงบนโต๊ะ

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

จบบทที่ บทที่ 25: ถ้าไม่อยากลำบาก ก็อย่าลำบาก

คัดลอกลิงก์แล้ว