บทที่ 21: ฟรี
บทที่ 21: ฟรี
หลิวเกาต้ากระโดดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น "เปิดร้านหม้อไฟที่ดีที่สุดในฮั่นเฉิงทั้งเมืองเนี่ยนะ?"
"แน่นอน!" เฉียนจื้อหยงตอบ "ฉันไม่เคยทำเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว"
"เกิดมาเป็นคน ก็ต้องเป็นยอดคน ถึงจะตาย ก็ต้องตายอย่างสมศักดิ์ศรี"
"โคตรเท่!" หลิวเกาต้าตื่นเต้นจนถูมือไปมา "จื้อหยง แล้วเราจะเปิดร้านหม้อไฟกันยังไงดีล่ะ?"
เฉียนจื้อหยงตอบด้วยท่าทีฮึกเหิม "ในเมื่อจะเปิดร้านที่ดีที่สุด ก็ต้องให้รสชาติดีที่สุด บริการดีที่สุด ตกแต่งดีที่สุด ทุกอย่างต้องดีที่สุด!"
"ก่อนอื่นเลยก็คือรสชาติ"
เฉียนจื้อหยงก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เกาต้า นายเอาเงิน 1 ล้านไปซื้อเครื่องปรุงหม้อไฟที่ดีที่สุดมาให้ฉันที"
ผู้จัดการจูที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นว่า "บอสครับ จริงๆ แล้วรสชาติหม้อไฟไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียเงินก็หาได้มากมายในท้องตลาด"
"สิ่งสำคัญที่สุดคือวัตถุดิบต้องสดใหม่"
เฉียนจื้อหยงส่ายหน้า "หม้อไฟธรรมดาจะทำให้ผมพอใจได้ยังไง?"
"ผมต้องการของที่ดีที่สุด และมันต้องใช้เงินซื้อเท่านั้นถึงจะได้มา"
"ผู้จัดการจู คุณต้องเข้าใจว่า ‘ของปลอมต้องพยายามสิบปี ของจริงพูดคำเดียวก็เข้าใจ’ ผมต้องการพูดแค่คำเดียวเท่านั้น"
ไม่ใช้เงินไม่ได้หรอก ไม่ใช้เงินแล้วฉันจะเจ๊งได้ยังไง?
ก่อนจะเจ๊ง ก็ต้องผลาญเงินก่อน!
"ได้เลย" หลิวเกาต้ารู้สึกเลือดลมสูบฉีด ดวงตาเป็นประกาย
เฉียนจื้อหยงพูดต่อ "เรื่องความสดใหม่ของวัตถุดิบก็สำคัญเช่นกัน เพราะฉะนั้น วัตถุดิบทุกอย่างที่เราเตรียมไว้ ต้องรับประกันว่าต้องสดใหม่แน่นอน"
"ถ้าใช้ไม่หมด ต่อให้ต้องทิ้งก็ต้องทิ้ง ห้ามเก็บข้ามคืนเด็ดขาด"
หลิวเกาต้าพยักหน้าแรงๆ รู้สึกว่าเป็นเหตุผลที่ดีมาก
แต่จูต้าเฉียงกลับรู้สึกปวดใจ
ถ้าจะเปิดร้านหม้อไฟแบบนี้ มันจะต้องใช้เงินเท่าไหร่กันนะ?
ตอนที่ซูเปอร์มาร์เก็ตยังทำกำไรอยู่ แบบนี้ก็พอไหว ยังพอมีเงินสำรอง
แต่ตอนนี้ซูเปอร์มาร์เก็ตก็ไม่ทำกำไรแล้ว ถ้ายังใช้เงินฟุ่มเฟือยแบบนี้ เฉียนจื้อหยงจะอยู่ได้นานแค่ไหน?
เฉียนจื้อหยงนึกไอเดียใช้เงินขึ้นมาได้อีกข้อ "อ้อ แล้วบริการต้องดีด้วย"
"เพราะฉะนั้น เงินเดือนพนักงานร้านหม้อไฟต้องไม่เท่ากับพนักงานในซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ใช่แค่ 6,000 ธรรมดาๆ"
"ร้านหม้อไฟต้องเริ่มที่ 8,000!"
"พวกเขาต้องทำงานบริการคนอื่น แน่นอนว่าบางครั้งก็ต้องรับแรงกระแทกบ้าง สวัสดิการก็ต้องดูแลให้ดี"
"ต้องเช่าบ้านดีๆ ให้พวกเขา จ้างเชฟมืออาชีพ แม่บ้าน พี่เลี้ยง ดูแลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ให้สบายที่สุด"
"ในเมื่อพวกเขาบริการคนอื่น พวกเขาเองก็ต้องได้รับการบริการเช่นกัน"
จูต้าเฉียงฟังไปก็เหงื่อตกเป็นสายๆ
พนักงานร้านหม้อไฟ ยังต้องมีแม่บ้านกับพี่เลี้ยงมาคอยดูแลพวกเขาอีก แบบนี้จะเกินไปไหม?
มีร้านหม้อไฟที่ไหนให้สวัสดิการแบบนี้กับพนักงานบ้าง?
หาให้ตายก็ไม่เจอ เพราะมันไม่มี!
เจ้านายของเขาบ้าไปแล้ว!
ในขณะที่จูต้าเฉียงคิดว่ามันเหลวไหล หลิวเกาต้ากลับรู้สึกว่ามันมีเหตุผลมาก
เขาตบอกตัวเองแล้วพูดว่า "ถ้าเปิดร้านหม้อไฟเมื่อไหร่ ที่พักพนักงานอยู่ที่ไหน ฉันจะไปอยู่ที่นั่นด้วย ฉันจะดูแลพวกเขาให้สบายที่สุดแน่นอน"
"แน่นอน! ฉันไม่ได้หวังอยากให้คนอื่นมาบริการฉันนะ ไม่ใช่เลย!"
แต่พอคิดว่า ถ้าร้านหม้อไฟเปิดขึ้นมาจริงๆ แล้วมีแม่บ้านกับพี่เลี้ยงคอยดูแล ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องซักผ้า ไม่ต้องทำอาหาร หลิวเกาต้าก็รู้สึกตื่นเต้นสุดๆ
ชีวิตแบบนี้ มันเหมือนอยู่บนสวรรค์เลย!
อ้อ… ใช่สิ เฉียนจื้อหยงให้เขาเงินเดือนอีกเป็นหมื่นต่อเดือน
ฮ่า ฮ่า ฮ่า……
หลิวเกาต้ายิ้มจนปากจะฉีก
เฉียนจื้อหยงตบไหล่หลิวเกาต้าแล้วพูดว่า "เกาต้า ในเมื่อเป็นนายที่อยากเปิดร้านหม้อไฟ งั้นก็ต้องให้นายเป็นคนบริหารสิ"
"นายจะเป็นผู้จัดการร้านหม้อไฟ ฉันเคยสัญญากับนายไว้แล้วว่าจะให้เงินเดือนนายเดือนละแสน"
"ในเมื่อเป็นผู้จัดการแล้ว ฉันก็ต้องทำตามสัญญา วันไหนที่ร้านเปิด วันนั้นนายก็จะได้แสนหนึ่งต่อเดือน"
"หนึ่งแสน!" หลิวเกาต้าเลิกคิ้วสูง หัวใจเต้นแรงตุบๆ
"พ่อครับ! ผมจะทำให้ร้านหม้อไฟนี้รุ่งเรืองแน่นอน ผมจะไม่ทำให้พ่อผิดหวัง"
"ตราบใดที่ร้านหม้อไฟยังอยู่ ผมก็อยู่ด้วย! ถ้าร้านเจ๊ง ผมก็ตายตามร้านไป!"
"หม้ออยู่ คนอยู่ หม้อดับ คนดับ"
"เลิกเรียกฉันว่าพ่อสักที" เฉียนจื้อหยงส่ายหัว "ตั้งใจทำให้ดี ฉันเชื่อในตัวนาย ต่อให้โชคไม่ดี ร้านหม้อไฟต้องปิดตัวลง ถ้านายพยายามเต็มที่แล้ว ฉันก็จะไม่โทษนายแน่นอน"
"ไม่มีทางเจ๊งหรอก" หลิวเกาต้ากำหมัดแน่น เขารู้ดีว่านี่อาจเป็นโอกาสใหญ่ที่สุดในชีวิตเขา
เฉียนจื้อหยงไม่พูดอะไรมากกว่านั้น แต่พูดถึงเรื่องวัตถุดิบของร้านหม้อไฟแทน "ฉันว่าร้านหม้อไฟควรจะมีอะไรบางอย่างให้ฟรี"
"ฟรี?" หลิวเกาต้าและจูต้าเฉียงหันมามองหน้ากัน
พวกเขาไม่เคยได้ยินว่าร้านหม้อไฟจะมีอะไรให้ฟรีๆ
เฉียนจื้อหยงพูดว่า "เครื่องดื่ม ผลไม้ หอม ขิง กระเทียม พริก ข้าว เส้น ของหวาน ไอศครีม ทุกอย่างต้องมี และต้องฟรีทั้งหมด"
"ของฟรีเยอะขนาดนี้ แล้วร้านหม้อไฟจะทำกำไรยังไงล่ะ?" หลิวเกาต้าตกใจจนสะดุ้ง
"อืม…" เฉียนจื้อหยงครุ่นคิด เขาก็รู้สึกว่า ถึงจะฟรี แต่ของพวกนี้มันก็ยังราคาถูก ต่อให้ขาดทุน ก็ขาดทุนไม่มาก
แล้วอะไรล่ะที่ราคาแพง?
อ้อ… ใช่แล้ว! เนื้อวัว!
ทุกวันนี้คนเห็นแก่กินเยอะ ถ้าเอาเนื้อวัวมาให้ฟรี จะต้องมีคนกินกันไม่ยั้งแน่ กินจนเขาขาดทุนไม่มีแม้แต่กางเกงในจะใส่เลยทีเดียว
ดี! ดีมาก!
"ฉันตัดสินใจแล้ว ในเครื่องเคียงของร้านหม้อไฟ ต้องมีเนื้อวัว และต้องให้ฟรี"
"อีกอย่าง เนื้อวัวต้องคุณภาพดี รสชาติต้องยอดเยี่ยม"
"เมื่อลูกค้าเข้ามาในร้าน เราต้องให้พนักงานแนะนำให้พวกเขากินเนื้อวัวของเรา และต้องบอกไปเลยว่าเนื้อวัวฟรี กินได้ไม่อั้น"
"อ้อ แล้วตอนกลับ ยังต้องมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้พวกเขาด้วย"
"สรุปก็คือ ลูกค้าที่มาร้านหม้อไฟของเรา เท่ากับเขาให้ความไว้วางใจเรา นั่นคือเกียรติของเรา ต้องทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนได้กินที่บ้าน"
เฉียนจื้อหยงพูดไปก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ…
ของฟรีเยอะขนาดนี้ ถ้าร้านหม้อไฟเปิดขึ้นมาจริงๆ มีหวังขาดทุนยับเยินแน่นอน
เขาบอกไว้แล้วว่า วัตถุดิบต้องสดใหม่ และต้องเป็นของคุณภาพดีเท่านั้น
แค่ของเหลือใช้ก็พอจะทำให้เขาขาดทุนได้ทุกวัน นี่ยังไม่รวมค่าแรงพนักงานที่ต้องจ่ายอีก
ต่อให้มีลูกค้ามากินบ้างเป็นครั้งคราว เนื้อวัวฟรีแค่จานเดียวก็ทำให้เขาขาดทุนยับได้แล้ว
ลูกค้ากินเนื้อวัวฟรีกับของหวานจนอิ่ม ก็คงไม่เหลือท้องไว้สั่งอาหารจานหลักอีก
แบบนี้ต่อให้มีลูกค้ามา ร้านก็ยังไม่สามารถทำกำไรได้อยู่ดี
เขานี่มันอัจฉริยะชัดๆ
"แล้วเรื่องราคาล่ะ?" หลิวเกาต้าถามขึ้น
เฉียนจื้อหยงตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด "ราคาก็ต้องสูงแน่นอน"
"ต้องสูงเป็นสองเท่าของร้านหม้อไฟทั่วไป"
เขาเคยทำกำไรเพราะตั้งราคาต่ำเกินไปมาแล้ว คราวนี้จะไม่ทำตัวโง่ๆ อีกแล้ว
ถ้าตั้งราคาถูกไป ก็จะกลายเป็นร้านหม้อไฟขายส่งอีก แล้วถ้าบังเอิญทำกำไร 20 ล้านในเดือนเดียวแบบซูเปอร์มาร์เก็ตอีกล่ะ?
เขาจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง?
"ราคาสูงขนาดนี้เลยเหรอ?" หลิวเกาต้ารู้สึกว่าอาจจะไม่เหมาะ "จื้อหยง ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี ถ้าตั้งราคาสูงเกินไป คนอาจจะไม่เข้าร้านนะ"
ไม่มีคนเข้าก็ดีแล้วไง!
เฉียนจื้อหยงคิดในใจ แต่พูดไม่ได้ จึงเพียงแค่ยิ้มอย่างลึกลับให้หลิวเกาต้าแล้วพูดว่า "ไม่ต้องห่วง แผนนี้ไม่มีพลาดแน่นอน"
"ต่อไปนี้ หากเราจะได้กินดีอยู่ดี คงต้องพึ่งพาร้านหม้อไฟของนายแล้ว"
"ฉันเชื่อมั่นในตัวนาย!"
เฉียนจื้อหยงให้ความสำคัญกับร้านหม้อไฟนี้มาก เพราะเขารู้สึกว่าศักยภาพในการขาดทุนของร้านนี้ อาจจะเหนือกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยซ้ำ
"ในเมื่อจื้อหยงเชื่อมั่นในร้านหม้อไฟขนาดนี้ ฉันก็วางใจแล้ว แต่... ร้านหม้อไฟของเราจะตั้งชื่อว่าอะไรดีล่ะ?" หลิวเกาต้าถามต่อ
เฉียนจื้อหยงคิดอยู่สักพัก ก่อนตอบว่า "ก็เรียกว่า ‘เหอหลี่เหลา’ ก็แล้วกัน จำง่ายดี ฟังแล้วติดหู"
"ตั้งชื่อได้ห่วยแตกมาก!" จูต้าเฉียงกับหลิวเกาต้าได้แต่บ่นในใจพร้อมกัน
……….
หมายเหตุ: เหอหลี่เหลา เป็นชื่อล้อเลียนร้านหม้อไฟไห่ตี้เหลา
เหอหลี่เหลา = งมของจากแม่น้ำ
ไห่ตี้เหลา = งมของจากก้นทะเล