- หน้าแรก
- ย้อนเวลาฝ่าวิกฤตหิวโหย ฉันปลดล็อกทักษะพิทักษ์ชีพ
- ตอนที่ 29 เริ่มล่า
ตอนที่ 29 เริ่มล่า
ตอนที่ 29 เริ่มล่า
"พวกนายเตรียมเสบียงแห้งกันมาหรือเปล่า?" ลู่ไหวอันเอ่ยถาม
"หือ? หือ? ใครพูดน่ะ?"
"อ้าว พี่ไหวอัน กลับมาแล้วหรือ? ดูสิพวกเรามัวแต่ย่างไก่กันเพลิน ไม่ทันได้สังเกตเลย เมื่อกี้พี่พูดว่าอะไรนะ เสบียงแห้ง?"
"ใช่ครับ เตรียมมากันไหม?"
"เตรียมมาสิ เตรียมมา แม่ข้าทำแป้งจี่ผักป่ามาให้สองแผ่น แต่แป้งจี่ผักป่าไม่สำคัญหรอก ไก่ย่างต่างหากที่สำคัญ ฮิฮิ ไหวอัน รีบมานั่งเร็ว ไก่ย่างใกล้สุกแล้ว!"
ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มอย่างซื่อๆ ปากบอกว่าแป้งจี่ผักป่าไม่สำคัญ แต่จริงๆ แล้วต่อให้เศษแป้งร่วงใส่มือ เขาก็คงเลียจนเกลี้ยง
ลู่ไหวอันหยิบแผ่นแป้งที่หลี่อิงจี่ไว้ให้ออกมาจากตะกร้าสะพายหลัง
"คุณน้าทำมาให้ผมเยอะเลย แบ่งให้พวกนายคนละแผ่นก็แล้วกัน! เอาไปอังไฟให้ร้อนๆ จะได้อร่อย"
ลู่ไหวอันมองดูปึกแผ่นแป้งหนาเตอะแล้วพูดกับทุกคน หลี่อิงคงตั้งใจแบบนี้แหละ ไม่งั้นคงไม่ใส่มาให้ตั้งสิบกว่าแผ่นหรอก ลู่ไหวอันจำได้ว่าเมื่อคืนหลี่อิงยังเปรยๆ ว่าเด็กหนุ่มพวกนี้น่าเห็นใจ ยอมเสี่ยงชีวิตออกมาล่าสัตว์ แต่กลับยินดีแบ่งปันสัตว์ที่ล่าได้ให้ทุกคนเท่าๆ กัน!
"จะทำอย่างนั้นได้ไง ข้ามีแป้งจี่ผักป่าแล้ว แถมยังมีไก่ย่างอีก! ชีวิตดีขนาดนี้ไม่กล้าฝันถึงแล้ว จะไปเอาแผ่นแป้งของนายอีกได้ไง?"
"นั่นสิ! ข้าก็ไม่เอา ข้ามีของข้าแล้ว!"
ทุกคนปฏิเสธเป็นพัลวัน ช่วงเวลานี้ใครที่มีมโนธรรมหน่อย ย่อมไม่กล้ากินเสบียงของคนอื่น แต่พอเห็นแผ่นแป้งสาลีขาวจั๊วะในมือลู่ไหวอัน น้ำลายก็พาลจะสอออกมา แผ่นแป้งสาลีหากินยากพอๆ กับไก่ย่างนั่นแหละ พวกเขาโตมาป่านนี้ยังได้กินไม่กี่ครั้ง เอาแผ่นแป้งขาวๆ ไปอังไฟให้ร้อน คีบเนื้อไก่ย่างใส่แล้วยัดเข้าปาก คงจะฟินจนตัวลอย! ต่อให้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม!
เห็นท่าทางของพวกเขา ลู่ไหวอันเลยจัดการแบ่งแผ่นแป้งให้คนละแผ่น "กินเถอะ นี่เป็นน้ำใจที่คุณน้าเตรียมมาให้พวกนายด้วย!"
พอแผ่นแป้งร้อนได้ที่ ชายหนุ่มคนหนึ่งไม่สนว่ามันจะร้อนแค่ไหน ยัดเข้าปากทันที คำเดียวสั้นๆ หอม! หอมเหลือเกิน! กินไปกินมาน้ำตาก็ไหลพราก ที่แท้นี่คือรสชาติของแผ่นแป้งสาลีสินะ! แถมยังมีไก่ย่างอีกคำ! ไก่ย่างไม่ได้ปรุงรสอะไรมาก มีแค่เกลือ แต่นี่มันเนื้อนะ! รสชาติแห่งเนื้อ!
พอคนหนึ่งร้องไห้ คนอื่นๆ ก็กลั้นไม่อยู่ พากันร้องไห้ตาม วางจื้ออู่เองก็น้ำตาคลอเบ้า ปากก็บ่นว่าร้อน แต่ทุกคนก็ยังยัดเข้าปากไม่หยุด
ลู่ไหวอันกัดแผ่นแป้งคำโต เขารับได้ที่เห็นชายฉกรรจ์แปดคนนั่งกินไปร้องไห้ไป และเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาดี แต่นี่ก็นานพอสมควรแล้ว น่าจะร้องพอแล้วมั้ง!
"อะแฮ่ม เอาล่ะ! วันดีๆ ยังรออยู่ข้างหน้าอีกเยอะ หยุดร้องได้แล้ว! เก็บแรงไว้เถอะ เดี๋ยวเราต้องไปจับหนูอ้นกันอีกนะ!"
อ้อ! ที่แท้ไม่ได้ปลอบใจ แต่กลัวพวกเราหมดแรงนี่เอง! ทุกคนมองหน้ากัน ตาแดงก่ำกันทุกคน พอร้องไห้เสร็จก็เริ่มรู้สึกเขินอายขึ้นมา
"ใช่ รีบกินเข้า เดี๋ยวต้องไปจับหนูอ้น จับหนูอ้นไปแลกเสบียง ให้คนในกองพลเราได้กินแผ่นแป้งขาวๆ กันทุกคน!"
อารมณ์มาไวไปไว ทุกคนเร่งความเร็วในการกิน ไม่นานไก่ป่าสี่ตัวกับเสบียงแห้งที่เตรียมมาก็เกลี้ยงฉาด
ลู่ไหวอันสั่งการ "ทุกคนดับไฟให้สนิท เอาดินกลบ หรือเอาน้ำมาราดให้ดับ ห้ามเหลือประกายไฟแม้แต่นิดเดียว! ต่อไปเวลาเข้าป่าก็เหมือนกัน ต้องระวังเรื่องไฟให้มาก ป่าหน้าหนาวแบบนี้ ถ้าไฟไหม้ขึ้นมา มันจะลามเร็วมาก คนที่จะตายจะไม่ใช่แค่พวกเรานะ!"
ทุกคนโตมาในหมู่บ้าน ย่อมมีความตระหนักเรื่องนี้ดี เพียงแต่เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนั้น พอได้ยินน้ำเสียงจริงจังของลู่ไหวอัน พวกเขาก็เริ่มจริงจังขึ้นมา ทำตามคำสั่งลู่ไหวอันอย่างเคร่งครัด สุดท้ายลู่ไหวอันตรวจสอบอีกรอบจนแน่ใจว่าไม่มีอันตรายแฝงแล้ว จึงพาพวกเขามุ่งหน้าสู่ป่าไผ่
ป่าไผ่ผืนใหญ่ทอดตัวยาวออกไปรอบทิศ ยืนอยู่ท่ามกลางดงไผ่แทบมองไม่เห็นขอบ "เมื่อก่อนเคยได้ยินเขาเล่ากันว่าหลังเขามีป่าไผ่ใหญ่ แต่ไม่นึกว่าจะใหญ่ขนาดนี้!”
“ไผ่มันขยายพันธุ์ง่าย หลายปีมานี้ไม่มีคนเข้ามาขุดหน่อไม้ มิน่าล่ะถึงงามขนาดนี้!”
“ไหวอัน ป่าไผ่ใหญ่ขนาดนี้ เราจะเริ่มจากตรงไหนดี?”
ลู่ไหวอันมองสำรวจรอบๆ อีกครั้งจนแน่ใจว่าปลอดภัยถึงพูดขึ้น "ทุกคนเริ่มจากแถวนี้ก่อนแล้วกัน! เดี๋ยวผมจะสอนวิธีหาหนูอ้นให้!"
ลู่ไหวอันพาพวกเขาเดินเข้าไปในดงไผ่ "หนูอ้นชอบกินรากไผ่ พวกนายดูตรงนี้สิ ไผ่หลายต้นเริ่มแห้งเหลือง ใกล้จะตายแล้ว แถวนี้น่าจะมีรังหนูอ้นอยู่ ลองดูที่พื้นอีกที กรงเล็บหนูอ้นคมมาก เวลาเดินมักจะทิ้งรอยลากยาวเรียบๆ ไว้ เราตามรอยพวกนี้ไปก็จะเจอรูหนูอ้นได้ง่ายๆ"
"ข้าเจอแล้ว! นั่นใช่ไหม? ตรงนั้นมีขี้มันด้วย!" สมาชิกกองกำลังคนหนึ่งตะโกนขึ้น!
"ใช่ครับ ตรงนี้น่าจะดูออกง่าย มีดินใหม่ๆ พูนขึ้นมาสูง แถมมีขี้ด้วย สังเกตง่ายมาก แต่มีอีกกรณีที่ต้องระวัง ถ้ารูปากทางถูกปิดไว้ แสดงว่าข้างในน่าจะมีหนูอ้น แต่ถ้าเห็นปากรูเปิดอ้าซ่า ก็อย่าไปเสียเวลาเลย ส่วนใหญ่หนูอ้นไม่อยู่แล้ว"
ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ ที่แท้แค่หาโพรงหนูอ้นก็มีความรู้ซ่อนอยู่มากมายขนาดนี้!
"เอาล่ะ เจอตัวหนูอ้นแล้ว ทีนี้ผมจะสอนวิธีจับ..." ลู่ไหวอันยังพูดไม่ทันจบ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เหวิี่ยงจอบลงไปแล้ว ปากก็พูดว่า "ข้ารู้ ก็ใช้จอบขุดไง!"
หารู้ไม่ว่าจอบแรกที่ขุดลงไป ทำให้หนูอ้นในโพรงตื่นตระหนกทันที อย่างว่า 'กระต่ายเจ้าเล่ห์มีสามโพรง' หนูอ้นก็ไม่ได้โง่รอให้คนมาจับ มันรีบหนีลงไปในรูที่ลึกกว่าเดิม แล้วขุดทางออกหนีไปอย่างรวดเร็ว
คนอื่นไม่ทันสังเกต แต่ลู่ไหวอันหูไวมาก เขาได้ยินเสียงหนูอ้นหนีไปแล้ว แน่นอนว่าเขาสามารถจับมันได้ก่อนที่มันจะหนี แต่เขาเลือกที่จะไม่ลงมือ เขาพูดเสียงเย็นชา "ไม่ต้องขุดแล้ว ในนั้นไม่มีหนูอ้นแล้ว!"
"หา? เป็นไปได้ไง? ก็ตามที่นายบอกเมื่อกี้ รูนี้ต้องมีหนูอ้นสิ!" เฉินเหล่าอู่ยังไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิด แต่วางจื้ออู่สังเกตเห็นแล้ว เขาตบหัวเฉินเหล่าอู่ไปป้าบหนึ่ง "ใครใช้ให้แกขุดมั่วซั่ววะ? แกรู้วิธีจับหนูอ้นเหรอถึงทำส่งเดช?"
เฉินเหล่าอู่โดนตบจนงง "ข้า... ข้า..."
"แกกำลังแหวกหญ้าให้งูตื่น! ถ้าทุกคนอยากได้ของกลับไป ก็ฟังผมพูดให้จบก่อนค่อยลงมือเถอะครับ! ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจว่า นี่คือป่า คือภูเขา ไม่ใช่ท้องไร่ท้องนา ไม่ใช่ที่ที่จะมาทำอะไรตามใจชอบได้ ครั้งนี้สิ่งที่คุณทำให้ตื่นคือหนูอ้น ซึ่งไม่มีอันตรายกับเรา แต่ถ้าเป็นหมูป่าล่ะ? ถ้าเป็นหมาป่าล่ะ? ถ้าไปทำให้พวกมันตื่น คุณคิดว่าพวกมันจะตกใจหนี หรือพวกเราจะเป็นฝ่ายต้องวิ่งหนี? เพราะฉะนั้นจะทำอะไรต้องคิดให้ดีก่อน อะไรที่ไม่ควรทำก็อย่าทำเด็ดขาด ต่อไปผมจะค่อยๆ สอนทักษะการเอาตัวรอดในป่าให้ จำไว้นะครับ ความปลอดภัยของตัวเองสำคัญที่สุด"