เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - เงินรางวัลพลเมืองดีสองแสน?

บทที่ 17 - เงินรางวัลพลเมืองดีสองแสน?

บทที่ 17 - เงินรางวัลพลเมืองดีสองแสน?


บทที่ 17 - เงินรางวัลพลเมืองดีสองแสน?

หลินหนิงรู้สึกซาบซึ้งใจ

คนทำดีได้ดี เดี๋ยวนี้กลายเป็นตำนานไปแล้ว

ยิ่งหลังจากเจอ "มนุษย์ป้ากลายพันธุ์" อย่างหลิวเหมย แม่ของเด็กคนนั้น

หลินหนิงก็ไม่หวังผลบุญอะไรแล้ว จริงๆ ถ้าให้เขาเลือกอย่างมีสติ เขาอาจจะไม่พุ่งเข้าไปทั้งที่รู้อยู่ว่าอันตรายขนาดนั้น

แต่ร่างกายมันไวกว่าสมอง มันมีความคิดของมันเอง

ช่วยไม่ได้นี่หว่า

แต่พอได้รับความหวังดีและการตอบแทนที่จริงใจ ความอบอุ่นหัวใจแบบนี้ มันก็ดีงามจริงๆ

หลินหนิงมองดูตัวเองในคลิปวิดีโอ รู้สึกขายขี้หน้าชะมัด ไม่มีท่วงท่าอันทรงพลัง สง่างาม เหมือนในนิยายหรือหนังเลยสักนิด ทำไมมันดูเหมือนเต่ากัดกันแบบนั้นวะ!

"ผมโคตรขายหน้าเลย ท่าทางทำไมมันทุเรศงี้อะ?"

ผู้กำกับจาง หลี่เฟิง และตำรวจหนุ่มคนนั้นหัวเราะลั่น

ผู้กำกับจางขำ "ใช้ได้แล้ว จริงๆ เวลาคนตีกันมันก็สภาพนี้แหละ"

หลินหนิงกุมขมับ "อุบาทว์ตาเกิน นึกว่าจะเป็นฉากผมต่อสู้กับคนร้ายอย่างเท่ซะอีก"

หลี่เฟิงปลอบ "ก็แบบนี้แหละ ในทีวีเขาแสดงเพื่อให้ภาพสวย ขนาดพวกผมตอนสู้กับคนร้ายก็... แค่กๆ ตอนนั้นมือคว้าอะไรได้ก็คว้า ใครจะมาห่วงท่าสวยไม่สวย เท่ไม่เท่กันล่ะ"

ผู้กำกับจางเสริม "ปฏิกิริยาคุณไวมาก นี่คือพรสวรรค์ แค่ร่างกายต้องฝึกฝนอีกหน่อย ถ้าไม่มีอาวุธในมือ สู้มือเปล่าคุณจะเสียเปรียบ หลินหนิง เป็นหนุ่มเป็นแน่นอย่าเอาแต่หมกตัวเล่นมือถือ ต้องออกกำลังกาย ร่างกายคือต้นทุนของการปฏิวัติ!"

หลินหนิงพยักหน้าหงึกๆ ออกกำลังกาย ต้องออกกำลังกาย เก้าอี้สองตัวฟาดคนไม่สลบ แสดงว่าดาเมจยังไม่พอ

ลาผู้กำกับจาง แล้วมานั่งกรอกแบบฟอร์มตามคำแนะนำของหลี่เฟิง

กรอกเสร็จ หลี่เฟิงเดินไปส่งหลินหนิงที่ประตู

หลี่เฟิงบอกหลินหนิง "คลิปพวกนั้นที่คุณบอก เราแจ้งแพลตฟอร์มให้ลบแล้ว เดี๋ยวเราจะออกประกาศทางการ แต่คุณก็รู้สภาพโซเชียลตอนนี้ ประกาศตำรวจคนไม่เชื่อ ดันไปเชื่อใครก็ไม่รู้ที่พิมพ์อะไรมาก็ไม่รู้ ถ้ายังมีกระแสลบๆ กลับมาอีก เราค่อยปล่อยคลิปวิดีโอ"

ตอนนี้หลินหนิงหายห่วงแล้ว ทำมือท่า OK แค่นี้พวกเขาก็แฟร์มากแล้วที่มาปรึกษาเขาก่อน

ถามไปตามมารยาท "อาจารย์ของคุณล่ะ?"

หลี่เฟิงถอนหายใจ "คืนนั้นกลับไปก็ป่วยเลย มีสัญญาณเส้นเลือดในสมองตีบ"

"หา?" หลินหนิงตกใจ

วันนั้นที่เห็นชิวเลี่ยง เขาดูเป็นภาพลักษณ์ตำรวจในอุดมคติเลย กระฉับกระเฉง น่าเกรงขาม ดูแข็งแรงสุดๆ

ผ่านไปแค่วันเดียวเอง

หลี่เฟิงพูด "อาจารย์ผมเสียใจ แล้วก็กลัวแทนคนอื่นด้วย บวกกับอายุมากแล้ว ความดันเลยขึ้น"

นึกถึงเรื่องนี้ หลี่เฟิงก็กัดฟันกรอด "ไอ้หลี่จื้อจวินนั่น เมื่อก่อนก่อคดีปล้นทรัพย์ อาจารย์ผมเป็นคนจับ ติดคุกไป 11 ปี พอออกมา คุณก็รู้สังคมสมัยนี้ คนคุกหางานยาก ตามโลกไม่ทัน ชีวิตลำบาก อาจารย์ผมเห็นมันเดินไปเดินมาในชุมชน กลัวจะก่อเรื่องอีก แถมแม่มันก็น่าสงสาร อาจารย์เลยช่วยหางบ หาที่ให้มันตั้งแผงขายเทปันยากิ ทั้งเงินลงทุนทั้งใบอนุญาต อาจารย์ผมวิ่งเต้นให้หมด"

"ผลคือไอ้เดรัจฉานนั่น ต่อหน้าอาจารย์ผมก็ขอบคุณดิบดี บอกจะตั้งใจทำมาหากิน ลับหลังเอาผักเน่าเนื้อเน่ามาขาย ลูกค้าท้องเสียมาต่อว่า มันก็ไปข่มขู่เขา ของตัวเองห่วย ลูกค้าก็หนีหมด แล้วมันดันไปพาลพังร้านคนอื่นที่ขายดี"

"อาจารย์ผมรับแจ้งเหตุ ให้มันขอโทษและชดใช้ มันก็สติแตก คิดว่าที่ชีวิตมันตกต่ำแบบนี้เพราะอาจารย์ผมจับมันเข้าคุก เลยแค้นฝังหุ่นจะมาแก้แค้น"

หลินหนิงถอนหายใจ "คนพรรค์นี้วันๆ คิดแต่ว่าคนทั้งโลกติดหนี้มัน เอาไม้บรรทัดคนปกติไปวัดไม่ได้หรอก เหมือนยัยป้าหลิวเหมยที่ฟ้องผมวันนั้นไง"

หลี่เฟิงส่ายหน้า ในใจคิดว่าเคสนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเลวร้ายที่ตำรวจเจอ

ถึงบอกว่าตำรวจกับหมอเป็นอาชีพที่ลำบาก ไม่ใช่แค่กาย แต่จิตใจโดนทำร้ายซ้ำๆ

กลุ่มคนที่พวกเขาต้องเจอแต่ละวันมันพิเศษเกินไป

โบกมือไล่เรื่องขุ่นข้องหมองใจทิ้งไป

หลี่เฟิงกระซิบเสียงเบาบอกหลินหนิง "เงินรางวัลน่าจะไม่น้อย ปกติเมืองอื่นมีมาตรฐานตายตัว แต่ที่นี่เมืองหลวง ผู้กำกับบอกว่าความเป็นไปได้ที่จะได้สองแสนหยวนมีสูงมาก แล้วทางกองบังคับการกับโรงพักเราได้ยินว่ามีรางวัลพิเศษให้อีก น่าจะได้สักห้าหมื่น"

หลี่เฟิงขยิบตาให้หลินหนิง ทำหน้าขิงนิดๆ

หลินหนิง: "???"

เดี๋ยวนะ! เยอะขนาดนั้น?? หลินหนิงคิดมาตลอดว่าเต็มที่ก็ห้าพันถึงหมื่นนึง เพราะเขาก็ไม่ได้บาดเจ็บล้มตายอะไร ใช่ไหมล่ะ

หลินหนิงถามด้วยความตื่นเต้น "เยอะขนาดนี้เลยเหรอ? ผมเห็นในข่าวเก่าๆ ให้แค่ห้าพันเอง"

หลี่เฟิง: "คุณไปดูหนังสือพิมพ์ปีไหนมา? ของเรานี่ยังไม่ใช่เยอะที่สุดนะ ทางกวางตุ้งมีให้เป็นล้าน... แค่กๆ แต่เงินก้อนนั้นอย่าเอาเลยดีกว่า"

หลินหนิงเข้าใจ "ไม่มีชีวิตได้ใช้สินะ~"

หลี่เฟิง: "...เอาเป็นว่า ให้รู้ตัวเลขไว้ กลับไปได้แล้วไป!"

ถึงความหมายจะใช่ แต่พูดออกมาโต้งๆ แบบนี้มันไม่ใช่อะ!

ยิ่งออกจากปากหลินหนิง ฟังแล้วแปร่งๆ ชอบกล

หลินหนิงยิ้มแฉ่ง โบกมือลาหลี่เฟิง

อูยยย อูยยย!

นึกไม่ถึงเลยแฮะ นี่มันลาภลอยชัดๆ!

หลินหนิงชูมือซ้ายขึ้นมา จูบมันแรงๆ หนึ่งที "หัตถ์พระเจ้า! ตั้งแต่วันนี้ไปแกคือหัตถ์พระเจ้า!"

หลินหนิงไม่รังเกียจที่ร่างกายไวกว่าสมองอีกแล้ว นี่คือเจตจำนงเสรี นี่คือลิขิตสวรรค์ชัดๆ!

คนเดินผ่านไปมามองหลินหนิงด้วยความหวาดผวา เชี่ย เดินอยู่ดีๆ จูบมือตัวเอง โรคจิตแน่ๆ อย่าไปยุ่ง อย่าไปยุ่ง!

หลินหนิงไม่สนสายตาหรือท่าทีหลบเลี่ยงของชาวบ้านชาวช่องเลยสักนิด ถึงเห็นแล้วจะทำไม ทุกคนใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน ใครจะรู้จักใคร!

เดินยิ้มร่าอย่างมีความสุข เฮ้อ ถ้าไม่ใช่เพราะยังกลางวันแสกๆ นะ จะเปิดเบียร์ฉลองสักขวด

เสียง SMS มือถือดังขึ้น หลินหนิงรีบกดดูทันที

ช่วงนี้ต้องสร้างนิสัยเช็กข้อความ เพราะมีแต่เรื่องดีๆ ทั้งนั้น!

"???" เงินเข้าบัญชีหนึ่งหมื่นหยวน?

หลินหนิงตกใจวูบ เงินรางวัลพลเมืองดีเหรอ? ไม่น่าจะเร็วขนาดนี้มั้ง แล้วทำไมน้อยจัง! หลี่เฟิงคงไม่หลอกเขามั้ง!

กดดูแอปฯ ธนาคารดูชื่อผู้โอน—หวังเฉียว?

สถานการณ์อะไรเนี่ย? หลินหนิงงงเป็นไก่ตาแตก

หวังเฉียว เพื่อนร่วมหอสมัยมหาวิทยาลัย คนที่บอกหยางเหว่ยเฟิงว่าเขาเป็นหนี้

ตอนนั้นไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อน หลินหนิงนอกจากโทรขอโทษญาติมิตรที่โดนเจ้าหนี้โทรป่วนแล้ว คนที่ไม่อยู่ในรายชื่อเจ้าหนี้ เขาไม่ได้ติดต่อไปเลยสักคน

ส่วนที่ติดต่อหวังเฉียว เพราะไอ้หมอนี่ก็เป็นราชาเงินผ่อนเหมือนกัน หลินหนิงเลยไปปรึกษาเรื่องยืดหนี้

ทนายจางก็ได้หมอนี่แหละแนะนำให้

แล้วตอนนี้มันโอนเงินให้เขาทำไม?

โทรศัพท์ไปหาทันที "ตาเฒ่าหวัง นายโอนเงินผิดป่าว เงินเข้าบัญชีฉันเนี่ย"

หวังเฉียวจะมีเงินได้ไง มีผู้หญิงคนนั้นอยู่ หาเงินใช้หนี้ยังไม่พอเลย

ต้องโอนผิดแน่ๆ

ในสายเสียงหวังเฉียวแหบพร่า "ไม่ผิด โอนให้หมุนก่อน"

หลินหนิงเริ่มเข้าใจความกังวลของหยางเหว่ยเฟิงแล้ว "ไปเอาเงินมาจากไหน?"

"อือ... กั๋วกั๋วเลิกกับฉันแล้ว ตอนนี้เงินที่หาได้พอจ่ายหนี้ เดือนนี้มีเงินเหลือหมื่นนึง"

หลินหนิงได้ยินชื่อกั๋วกั๋ว ก็กลอกตามองบนแทบทะลุเพดาน

"หล่อนยอมปล่อยนายไปเหรอ?"

หวังเฉียว: "ฮือๆๆๆ... กั๋วกั๋วไม่เอาฉันแล้ว... แงๆๆๆ..."

เอามือถือออกห่างจากหู หลินหนิงจะบ้าตาย

เรื่องเน่าๆ ของหวังเฉียว เจ้าตัวหาเรื่องใส่ตัวล้วนๆ เพื่อนฝูงไม่ใช่ไม่เตือน ไม่ใช่ไม่ด่า

แต่คนมันคลั่งรัก~~~ (เสียงประชด)

จัดการไม่ได้ และไม่อยากยุ่งแล้วด้วย

แต่ไอ้หมอนี่อุตส่าห์เจียดเงินมาให้เขาหมุน น้ำใจนี้ หลินหนิงจะทำเมินได้ไง?

"หยุดแหกปาก! บอกมา! อยู่ไหน?"

"ฮือ... อยู่บ้าน..."

"รออยู่นั่น!"

หลินหนิงโบกแท็กซี่ทันที

จบบทที่ บทที่ 17 - เงินรางวัลพลเมืองดีสองแสน?

คัดลอกลิงก์แล้ว