เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - ไซเบอร์บูลลี่? ก็มาดิครับ แลกกันคนละหมัด!

บทที่ 16 - ไซเบอร์บูลลี่? ก็มาดิครับ แลกกันคนละหมัด!

บทที่ 16 - ไซเบอร์บูลลี่? ก็มาดิครับ แลกกันคนละหมัด!


บทที่ 16 - ไซเบอร์บูลลี่? ก็มาดิครับ แลกกันคนละหมัด!

เปิดเข้าไปดู คอมเมนต์ที่เต็มไปด้วยอวัยวะเบื้องล่างทำเอาหลินหนิงแทบกระอักเลือด

ตอนแรกหลินหนิงกะว่าจะไม่สนใจพวกด่าเอามัน ไร้สาระพวกนั้น จะตอบแค่คนที่มาติติงหรือตั้งข้อสงสัยแบบมีเหตุผล

แต่หลังๆ ช่างหัวมารยาทมันแล้ว เป็นบ้าอะไรกันนักหนาวะ?

คุณบอกว่า: ที่เจ้าของโพสต์ไม่ลงภาพคนทำร้าย เพราะถ้าลงแล้วพล็อตเรื่องที่แต่งมามันจะฟังไม่ขึ้น คุณเคยเห็นอันธพาลที่ไหนเป็นหนุ่มส่งของบ้าง?

อีกฝ่ายตอบกลับ: ลูกท่านหลานเธอมาฟอกขาวแล้วจ้า

หลินหนิง: "???"

คุณบอกว่า: คลิปตัดต่อหัวท้าย ใส่สตอรี่จริงเท็จไม่รู้ ก็ทำให้คุณเชื่อแล้วเหรอว่าประเทศนี้มันล่มสลาย?

อีกฝ่ายตอบกลับ: ลูกท่านหลานเธอมาฟอกขาวแล้วจ้า

คุณบอกว่า: นี่มันปักกิ่งนะ ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน ตำรวจเขาไม่เอาอนาคตมาทิ้งเพื่อเป็นลูกน้องใครเพราะแค่โดนทักมาฝากฝังหรอก

อีกฝ่ายตอบกลับ: ลูกท่านหลานเธอมาฟอกขาวแล้วจ้า

ไปตายซะไอ้พวกลูกท่านหลานเธอฟอกขาว!

ยังมีพวกที่ส่งคำทักทายด้วยสิงสาราสัตว์มาไม่หยุด

เป็นชาวเน็ตยุคใหม่เหมือนกัน จะแข่งความหยาบเหรอ? นี่ผ่านสมรภูมิบอร์ดพันทิป ประมูล ดราม่าแอดดิกต์มาโชกโชน ใครจะกลัวใคร?

คว้ามือถือขึ้นมาแล้วลุยโลด!

ตอนที่รับสายหลี่เฟิง หลินหนิงด่ากราดในเน็ตมาเกือบสามชั่วโมงแล้ว

"ฮัลโหล!" น้ำเสียงหลินหนิงยังเจือความเกรี้ยวกราด

หลี่เฟิง: "...คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"

หลินหนิงถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นสายของหลี่เฟิง

ปรับอารมณ์นิดนึง "ไม่เป็นไรครับ แค่ทะเลาะกับคนในเน็ตนิดหน่อย"

หลี่เฟิง: "หา?"

หลินหนิง: "ก็เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน สงสัยมีคนถ่ายคลิปไว้ แล้วเอามาตัดต่อใส่ไข่กลับดำเป็นขาว แล้วสื่อหลักดันทะลึ่งรีโพสต์ด้วย เชื่อเขาเลย! ผมเข้าไปอธิบาย แต่ไอ้พวกโง่... เอ่อ คนพวกนั้นกลับรุมด่าผม!"

หลินหนิงเล่ารายละเอียดให้หลี่เฟิงฟัง

หลี่เฟิง: "...เดี๋ยวคุณส่งลิงก์มาให้ผมดูหน่อย"

หลี่เฟิงเจอเรื่องแบบนี้บ่อย คิดครู่หนึ่งก็บอกหลินหนิง "เราต้องออกแถลงการณ์แจ้งเหตุอยู่แล้ว เราสามารถเบลอหน้าคุณแล้วปล่อยคลิปจากกล้องวงจรปิดตอนนั้นเพื่อยืนยันคำพูดของคุณได้นะ"

สมองหลินหนิงเย็นลงทันที "ไม่! ไม่ต้องครับ!"

ความโกรธที่พุ่งพล่านเริ่มจางหายไป ความคิดเริ่มกลับมาถี่ถ้วน "เรื่องนี้ผมหัวร้อนไปเอง เลยไปทะเลาะกับชาวเน็ต ไม่เป็นไรครับ คนอื่นจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ช่างมัน ถึงจะเบลอหน้า แต่ผมก็ไม่อยากออกสื่อ"

หลินหนิงพยายามหลีกเลี่ยงการมีชื่อเสียงหรือเปิดเผยหน้าตาอย่างที่สุด

งานที่เขาทำคือการแจ้งเบาะแส ถ้าวันหลังคนที่เขาตามสืบจำหน้าเขาได้แล้วเพ่งเล็งเป็นพิเศษล่ะ?

หรือถ้าเกิดแจ้งเบาะแสพลาด แล้วโดนแก้แค้นล่ะ?

สมัยนี้ซอฟต์แวร์ถอดโมเสกมีเกลื่อนกลาด เขายังไม่มีความมั่นใจและฝีมือพอที่จะเสี่ยง

หลี่เฟิงแปลกใจกับท่าทีและการยืนกรานของเขา แต่ก็เคารพการตัดสินใจ

เปลี่ยนไปพูดเรื่องธุระที่โทรมา "พรุ่งนี้เช้าคุณว่างเข้ามาที่โรงพักหน่อยไหม มีเอกสารขอรับรางวัลพลเมืองดีต้องกรอก"

หลินหนิงลังเล "ไม่ต้องยื่นเรื่องให้ผมก็ได้มั้งครับ"

ลึกๆ หลินหนิงก็อยากได้เกียรติยศนะ แต่ก็กังวลเรื่องเดิม ต้องถ่ายรูปให้สัมภาษณ์อะไรพวกนั้นไหม

หลี่เฟิงงง "คุณมีข้อกังวลอะไรเหรอครับ?"

หลินหนิง: "ผมไม่อยากให้สัมภาษณ์ รูปถ่ายหรือข่าวอะไรพวกนั้น พวกคุณคงมีภารกิจต้องโปรโมตผลงานใช่ไหมล่ะ?"

หลี่เฟิงยิ่งแปลกใจ ถ้าไม่ติดว่าเช็คประวัติหลินหนิงมาหมดแล้ว คงนึกว่าเป็นผู้ร้ายหลบหนีคดี ถึงได้กลัวการเปิดเผยหน้าตาขนาดนี้

หลี่เฟิงเกลี้ยกล่อม "รางวัลพลเมืองดีนอกจากเกียรติยศแล้วยังมีเงินรางวัลด้วยนะ ผู้กำกับบอกว่า นอกจากส่วนของเทศบาลแล้ว ทางโรงพักเราจะเพิ่มเงินรางวัลให้อีกส่วนหนึ่ง"

พอได้ยินคำว่าเงินรางวัล หลินหนิงก็ชะงัก ยุงตัวเล็กก็ถือเป็นเนื้อ แถมยังมีเกียรติบัตรอีก

หลินหนิง: "งั้นไม่ถ่ายรูปโปรโมตได้ไหมครับ?"

หลี่เฟิงพูดไม่ออก แต่วูบหนึ่งก็นึกขึ้นได้ "คุณกลัวหลี่จื้อจวินออกจากคุกมาแก้แค้นเหรอ?"

หลี่เฟิงนึกถึงเรื่องนี้ก็รู้สึกผิด อยู่ในโรงพักแท้ๆ ยังโดนทำร้าย แถมประชาชนต้องมาช่วย ถ้าต้องมาโดนคนบ้าจองเวรอีก มันก็อันตรายจริงๆ

หลินหนิงจริงๆ ไม่ได้นึกถึงหลี่จื้อจวินเลย ในหัวเขามีแต่เรื่องสายลับที่อันตรายกว่า "...อ้อ ใช่! หมอนั่นโคตรดุเลย"

หลี่จื้อจวินมีประวัติแก้แค้นคนจริงด้วย ถือว่าอันตรายใช้ได้

หลี่เฟิงบอก "โอเคครับ ผมจะรายงานผู้กำกับ คุณวางใจได้ เราจะพยายามรับรองความปลอดภัยของคุณอย่างเต็มที่"

หลินหนิงยิ้มเขินๆ "ผมเชื่อใจพวกคุณครับ"

อาจจะดูเหมือนเขาขี้ขลาด แต่ก่อนที่จะมีความมั่นใจเต็มร้อย หลินหนิงขอเลือกความระมัดระวังไว้ก่อน นี่มันเกี่ยวกับ 'เส้นทางทำกิน' และชีวิตน้อยๆ ของเขาเชียวนะ!

วางสาย

หลินหนิงโยนมือถือทิ้ง เสียเวลาไปทั้งคืนเปล่าๆ

อ่านหนังสือดีกว่า! หนังสือที่ทนายจางแนะนำมีตั้งเยอะ แถมยังยากอีกต่างหาก

ก่อนนอน หลินหนิงได้รับโทรศัพท์จากหลี่เฟิงอีกครั้ง บอกว่ามีทางออกแล้ว ให้เขาเข้าไปพรุ่งนี้เช้าเพื่อหารือกัน

หลินหนิงตอบตกลงทันที

วันรุ่งขึ้นมาถึงสถานีตำรวจ หลี่เฟิงทักทายแล้วพาหลินหนิงเข้าไปในห้องทำงานด้านใน

ผู้กำกับจางยืนอยู่ข้างโต๊ะ กำลังดูตำรวจหนุ่มท่าทางคงแก่เรียนคนหนึ่งกดคอมพิวเตอร์

หลินหนิงทักทายอย่างมีมารยาท "สวัสดีครับผู้กำกับ!"

ผู้กำกับจางเห็นหลินหนิงก็ยิ้มกว้าง ดึงแขนเขามาตบไหล่อย่างสนิทสนม "ดี! สบายดีนะเรา!"

วันนั้นพวกเขามาพบทีหลังว่าวัตถุเหล็กก้อนนั้นขึ้นลำกล้องไว้แล้ว และจากการสอบสวนหลี่จื้อจวิน ทราบว่าเขามาเพื่อแก้แค้นชิวเลี่ยง และกะจะยิงคนอื่นให้ตายตกไปตามกันอีกหลายคน

เท่ากับว่าหลินหนิงช่วยชีวิตชิวเลี่ยงและตำรวจคนอื่นไว้ และช่วยระงับวิกฤตครั้งใหญ่

ถ้าวันนั้นปืนลั่นจริงๆ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตำรวจอย่างมหาศาล และความเสียหายนี้จะลามไปถึงเรื่องแย่ๆ อีกมาก เช่น การลดความเกรงกลัวต่อกฎหมาย หรือพฤติกรรมเลียนแบบในการทำร้ายเจ้าหน้าที่

ดังนั้นผู้กำกับจางจะไม่ปลื้มหลินหนิงได้ยังไง

ผู้กำกับจาง "มาดูนี่ วิธีที่เราคิดได้เมื่อวาน"

ลากหลินหนิงมาหน้าโต๊ะ

"เราดึงภาพวงจรปิดวันนั้นออกมาแล้ว ถ้าจำเป็นต้องปล่อยคลิปแก้ข่าว เราจะใช้ AI ปรับแต่งใบหน้า แล้วค่อยใส่โมเสกทับอีกที ผมได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้มีซอฟต์แวร์แกะโมเสกได้เหรอ? นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย รัฐควรออกกฎหมายควบคุมนะ"

ผู้กำกับจางบ่นอุบ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีไปไวมาก กฎหมายตามไม่ทันแล้ว

ผู้กำกับจางพูดต่อ "ผมคุยกับฝ่ายประชาสัมพันธ์แล้ว ถ้าต้องร่วมโปรโมต จะไม่ลงรูปถ่ายของคุณ"

ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ? เปลี่ยนหน้าด้วย AI แล้วค่อยเบลอ?

หลินหนิงรู้สึกเกรงใจ "ผมขี้ขลาดไปหน่อยนะครับ"

ผู้กำกับจางกลับไม่คิดอย่างนั้น แถมยังชื่นชม "นี่ไม่ใช่ขี้ขลาด เขาเรียกว่ารอบคอบ! รอบคอบน่ะดี ถ้าทุกคนมีสติระวังตัว อาชญากรก็คงไม่มีช่องว่างให้ลงมือ การป้องกันย่อมดีกว่าล้อมคอกทีหลัง!"

แบบนี้จะลดคดี ลดโศกนาฏกรรมไปได้ตั้งเท่าไหร่!

ผู้กำกับจาง: "อย่าไปสนไอ้เรื่องหน้าตาบ้าบอ หรือความกล้าบ้าบิ่นที่คนอื่นกำหนด! คุณต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง! อีกอย่าง ถ้าขี้ขลาดจริง จังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนั้น คุณจะกล้าพุ่งเข้าไปเหรอ?"

จบบทที่ บทที่ 16 - ไซเบอร์บูลลี่? ก็มาดิครับ แลกกันคนละหมัด!

คัดลอกลิงก์แล้ว