- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยหนี้สิน ผมกลายเป็นเศรษฐีได้ด้วยการแจ้งเบาะแส
- บทที่ 18 - เพื่อนซี้ดวงซวยของผมดันรู้จักเทพสีทอง
บทที่ 18 - เพื่อนซี้ดวงซวยของผมดันรู้จักเทพสีทอง
บทที่ 18 - เพื่อนซี้ดวงซวยของผมดันรู้จักเทพสีทอง
บทที่ 18 - เพื่อนซี้ดวงซวยของผมดันรู้จักเทพสีทอง
หวังเฉียวเช่าคอนโดหรูอยู่ในย่านธุรกิจ
ตอนหลินหนิงไปถึง หวังเฉียวตาแดงก่ำกำลังเก็บกระเป๋า
หลินหนิงมองดูห้องสองห้องนอนที่สภาพเหมือนไต้ฝุ่นลง ลากตัวหวังเฉียวที่เอาแต่ร้องไห้ตั้งแต่เปิดประตูรับเขา ให้มานั่งแปะลงบนพรมระหว่างโซฟากับโต๊ะชา ล้วงเอากระป๋องเบียร์สองกระป๋องจากถุงที่หิ้วมาส่งให้
"เล่ามา" หลินหนิงแกะกล่องกับแกล้ม ใช้นิ้วหยิบหูหมูขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
หวังเฉียวขมวดคิ้ว "อี๋ ใช้ตะเกียบสิ! สกปรก!"
หลินหนิงขำ "ยังมีอารมณ์มาดัดจริต แสดงว่าไม่เป็นไรมาก"
ประโยคเดียวทำเอาหวังเฉียวเหี่ยวลงไปกอง เลิกเก๊กท่าผู้ดี ทิ้งตัวพิงโซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยาก "เฮ้อ~~~~"
หลินหนิงเห็นสภาพนั้น ก็เปิดเบียร์ยัดใส่มือหวังเฉียว "ต้องโทรตามไอ้บ้า(จางเสวียเหิง)มาด้วยไหม? จะได้เล่นละครดราม่าหลังข่าวให้ครบองค์ประชุม?"
หวังเฉียว: "...มันจะเล่นด้วยเหรอ? มันจะกระทืบฉันให้ตายซะมากกว่า!"
หลินหนิงพยักหน้า เออ ยังดี ยังมีสติรู้ตัว
"เล่ามา เล่าออกมาจะได้สบายใจ เมื่อก่อนพวกเราห้ามนายพูดเรื่องนายกับแฟน แต่วันนี้ฉันยกเว้นให้ โอกาสทองนะเว้ย"
หวังเฉียวกระดกเบียร์ แล้วเริ่มด้วยเสียงสะอื้น "ฮือ~ กั๋วกั๋วไปแล้ว..."
หลินหนิง: "เจอเหยื่อรายใหม่แล้ว?"
หวังเฉียวสะอึก "ผู้ชายคนนั้นไม่ดีกับเธอ!"
หลินหนิง: "แต่เขาเปย์เธอ และเปย์หนักกว่านาย!"
หวังเฉียวไม่พอใจ "ตกลงนายมาทำไม มาปลอบฉันไม่ใช่เหรอ?"
หลินหนิงกลอกตา "ฉันมาดูเรื่องชาวบ้าน ช่วงนี้ชีวิตฉันรันทดกว่านาย อยากหาเรื่องบันเทิงใจหน่อย!"
หวังเฉียว: "..."
หวังเฉียวเลิกงอแง เปลี่ยนสีหน้าเป็นห่วงใย "ทนายที่ฉันแนะนำไปยังช่วยเรื่องยืดหนี้ไม่เรียบร้อยเหรอ? นาย... พ่อนาย... เฮ้ย อย่าเครียดนะ ต่อไปฉันช่วยซัพพอร์ทนายได้เดือนละนิดหน่อย กั๋วกั๋วเลิกกับฉันแล้ว นอกจากใช้หนี้เก่า ฉันยังมีเงินเหลือ"
พูดแล้วก็มองดูรังรักเก่า "ห้องนี้ฉันก็จะคืนแล้ว ไปเช่าที่ถูกหน่อย เดือนนึงน่าจะเหลือเงินอีกเยอะ พี่น้องช่วยกันยังไงก็ผ่านไปได้"
หลินหนิงมองหวังเฉียว ไม่กล้าปากดีใส่แล้ว
เอื้อมมือไปขยี้หัวหวังเฉียว ยิ้มว่า "ยังมีอารมณ์มาห่วงฉันอีก ฉันทำเรื่องผ่อนจ่ายเรียบร้อยแล้ว เดือนนึงจ่ายไม่เท่าไหร่ พอไหวอยู่"
หวังเฉียวยิ้มแหยๆ "เรียบร้อยก็ดีแล้ว พวกนายต้องอยู่ดีมีสุขนะ"
หลินหนิงฟังแล้วขมวดคิ้ว
หวังเฉียวคือเดือนมหาวิทยาลัยที่ทุกคนยอมรับในรุ่น ขาวตี๋หน้าตาดีแบบที่สาวๆ ชอบ ถึงจะเตี้ยที่สุดในกลุ่มเพื่อนแต่ก็สูงร้อยแปดสิบ
แต่ดูสภาพตอนนี้ หลังค่อม หน้าตาและทรงผมที่เคยเป๊ะปัง ตอนนี้ยุ่งเหยิงหยาบกร้าน
หลินหนิงโมโหแทน "ยัยนั่นเอายาเสน่ห์อะไรให้นายกินวะ? นายก็ไม่ใช่ไม่เคยเจอคนสวย สันดานยัยนั่นคบกันทุกวันนายรู้อยู่แก่ใจ ผู้หญิงหน้าเงิน ไร้ศีลธรรม ไม่มีหัวใจ นายจะอะไรนักหนา? นอนกันมาสี่ปีแล้ว อะไรที่ควรเล่นก็เล่นกันหมดแล้ว ยังจะมาทำซึ้งอะไรตรงนี้!"
หวังเฉียว: "เราเคยมีความรักที่บริสุทธิ์ต่อกันนะ นายอย่าพูดถึงความทรงจำดีๆ แบบนั้นได้ไหม?"
หน้าหลินหนิงเขียนคำว่า "เป็นไปไม่ได้" ตัวเบ้อเริ่ม
หวังเฉียวเสียงอ่อย "ช่างเถอะ นายอยากด่าก็ด่าไป"
หลินหนิงด่าแน่
"นายทำลายช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตัวเองเพื่อหล่อน กู้เงินใช้หนี้แทน รูดบัตรเครดิตสนองความฟุ้งเฟ้อ ถ้าหล่อนคิดจะจริงจังกับนายสักนิด หล่อนจะผลาญนายขนาดนี้เหรอ? หล่อนสวมเขาให้นายกี่รอบนายก็ให้อภัย เป็นบ้าอะไร? จิ๊มิหล่อนเลี่ยมเพชร หรือชาติที่แล้วนายไปฆ่าล้างโคตรหล่อนไว้?"
"รอบนี้ ถ้าหล่อนโดนเทแล้วกลับมาหานายอีก แล้วนายเสือกกลับไปคืนดี นายไม่ต้องติดต่อพวกเราแล้วนะ รับไม่ได้!"
หวังเฉียวพูดด้วยความเศร้า "เธอไม่กลับมาแล้ว เธอท้องแล้ว กำลังจะแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น"
หลินหนิงทั้งพูดไม่ออกทั้งขำ "...ถือว่าสวรรค์เมตตา ปล่อยนายไปผุดไปเกิด"
นึกอะไรได้ก็ถาม "ชู้รวยมากเหรอ?"
หวังเฉียวนึก "น่าจะรวยอยู่ ได้ยินว่าที่บ้านได้ค่าเวนคืนที่ดินจากฝั่งปู่ฝั่งตา รวมกันเกือบสามสิบห้อง แถมเงินสดอีกเพียบ ที่บ้านมีลูกชายคนเดียวด้วย"
หลินหนิงอดแซะไม่ได้ "สืบเรื่องศัตรูหัวใจมาละเอียดเชียวนะ"
แล้วก็วกเข้าเรื่องสำคัญ "งั้นนายไปทวงเงินยัยนั่น หนี้ที่นายติดอยู่ค่ายใช้จ่ายหล่อนทั้งนั้น ถ้าไม่คืนก็ฟ้อง"
หวังเฉียวส่ายหน้า "ช่างเถอะ!"
เห็นหลินหนิงจะวีนอีก รีบพูดดัก "ฉันไม่อยากยุ่งกับเธอแล้ว หลินจื่อ ฉันก็ไม่อยากเป็นแบบนี้ ถ้าไปพังงานแต่งเขา แล้วเขากลับมาหาฉัน ฉันกลัวฉันใจอ่อนให้อภัยเธออีก"
หลินหนิงทั้งโกรธทั้งขำ กระดกเบียร์อึกใหญ่ ชีวิตใครชีวิตมัน
หวังเฉียวก็โตแล้ว หลินหนิงตัดสินใจเลิกยุ่ง
ถ้าตัดเรื่องผู้หญิงคนนั้นออกไป หวังเฉียวเป็นคนมีเหตุผลและฉลาดมาก ถ้าไม่มียัยนั่น หวังเฉียวน่าจะเป็นคนที่ได้ดีที่สุดในรุ่น
หวังเฉียวเข้าสังคมเก่ง มีเสน่ห์ดึงดูดและออร่าบางอย่างที่ทำให้เข้ากับคนได้ทุกระดับชั้น แล้วกลมกลืนไปกับพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
หลินหนิงถอนหายใจ "หอพักเราฮวงจุ้ยไม่ดีรึเปล่าวะ นอกจากไอ้บ้า(จางเสวียเหิง) เราสามคนดูเหมือนจะ 'ตายไม่ดี' กันทั้งนั้น"
หวังเฉียว: "..."
คิดดูแล้วก็จริง เขาติดหล่มกั๋วกั๋ว หลินหนิงโดนพ่อแม่แทงข้างหลัง จางเสวียเหิงโดนสังคมและครอบครัวไม่ยอมรับจนต้องหนีไปต่างประเทศ
หวังเฉียว: "งั้นเราไปไหว้พระกันไหม?"
หลินหนิงเอือม "นายไหว้เจ้าแม่ทับทิมทุกวันมีประโยชน์ไหมล่ะ?"
หวังเฉียวเริ่มงอน "เจ้าแม่บอกทุกครั้งว่ากั๋วกั๋วคือไม้เสี่ยงทายที่คว่ำ (ไม่ผ่าน) ฉันดื้อเองต่างหาก แถมรอบนี้เจ้าแม่เขี่ยกั๋วกั๋วออกไปเลย ท่านกำลังช่วยชีวิตฉันอยู่!"
หลินหนิง: "......"
ห้ามไปแตะต้องเจ้าแม่ทับทิมกับคนฮกเกี้ยนเด็ดขาด
หลินหนิงเปลี่ยนเรื่อง "อะแฮ่ม นายมีข่าวจางเสวียเหิงบ้างไหม?"
หวังเฉียวส่ายหน้า "ไม่มีเลย ตั้งแต่ทิ้งข้อความบอกว่าจะไปเมืองนอก ก็เงียบหายไปเลย ทักไปทุกช่องทางก็ไม่ตอบ"
หลินหนิงถอนหายใจ ช่างมัน กินเหล้ากินเหล้า ค่าความซึมเศร้าวันนี้เต็มหลอดแล้ว อย่าเติมเพิ่มเลย
แกล้มกับหมูเย็น สองคนซดเบียร์ที่หลินหนิงซื้อมาจนเกลี้ยง แถมยังเปิดไวน์แดงที่หวังเฉียวเก็บสะสมไว้ (แต่กั๋วกั๋วไม่เห็นค่าเลยไม่เอาไป) ดื่มจนหมดอีกสองขวด
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินหนิงตื่นเพราะปวดฉี่
เดินงัวเงียออกมาจากห้อง พบว่าห้องรับแขกถูกเก็บกวาดเรียบร้อย ถุงขยะมัดกองไว้หน้าประตู ของวางเป็นระเบียบ พื้นถูสะอาดเอี่ยม
ชมด้วยเสียงแหบพร่า "ตาเฒ่าหวังกลับสู่โลกมนุษย์แล้ว พ่อบ้านพ่อเรือนคัมแบ็ค"
"หลินจื่อตื่นแล้ว?" หวังเฉียวลุกจากโซฟาหันมามอง "มานี่ จะแนะนำเพื่อนให้รู้จัก"
หลินหนิงโดนหวังเฉียวลากไปข้างๆ แนะนำให้ผู้ชายที่นั่งตรงข้ามรู้จัก "นี่เพื่อนฉัน เถาซูอวี่ ซูอวี่ นี่เพื่อนมหาลัยฉัน หลินหนิง"
หลินหนิงขยี้ตา กำลังจะทักทาย สายตาไปปะทะกับสิ่งที่อยู่บนหัวของผู้ชายชื่อเถาซูอวี่ หลินหนิงตาสว่างทันที
สีทอง! แสงแยงตาจนต้องหยีตา
รัศมีสีทองเจิดจ้าแทบจับต้องได้ ห่อหุ้มตัวอักษร: [เถาซูอวี่ นักลงทุนอิสระ]
"สวัสดีครับ" เถาซูอวี่ยืนขึ้น ยิ้มแล้วยื่นมือมา เสื้อเชิ้ตขาวกางเกงสแล็ค บุคลิกดูอบอุ่นผู้ดี แต่ดวงตาคู่นั้นสว่างใสราวกับมองทะลุจิตใจคน
หลินหนิงยื่นมือไปจับแบบเกร็งๆ คอแห้งผาก "สะ... สวัสดีครับ"
ในหัวมีแต่ความคิดเดียว: เชี่ยเอ๊ย หวังเฉียวไปรู้จักเทพบุตรทองคำอร่ามองค์นี้มาจากไหนเนี่ย?