- หน้าแรก
- ขอโทษด้วย กองยานของฉันรับแต่ทหารหญิง
- บทที่ 8 หญิงสาวครึ่งสัตว์ผมขาว (รีไรท์)
บทที่ 8 หญิงสาวครึ่งสัตว์ผมขาว (รีไรท์)
บทที่ 8 หญิงสาวครึ่งสัตว์ผมขาว (รีไรท์)
“ฉันคัดเลือกลูกยานมากลุ่มหนึ่งแล้ว ในนั้นบอกว่าจะส่งมาให้ภายในหนึ่งวัน” จ้าวเฉินกล่าว
“ลูกยาน? ลูกยานจากไหน?”
“ลูกยานทาสไง เธอไม่ได้บอกเหรอว่าแบบนี้ถูกที่สุด”
“จ่ายไปเท่าไหร่ นายไม่ได้ใช้คะแนนของสถาบันไปหมดแล้วหรอกเหรอ?”
“ไม่แพงหรอก แค่สามพันเหรียญดาวเอง”
“ถ้าฉันจำไม่ผิด เงินในบัญชีของนายมันมีอยู่แค่สามพันกว่าเหรียญดาวไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่แล้ว”
“…”
ใบหน้าของจ้าวหว่านเอ๋อเริ่มมีเส้นดำพาดผ่าน เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่ชายของเธอจะพึ่งพาไม่ได้ขนาดนี้
ดูนี่สิ นี่คือรายชื่อ” จ้าวเฉินยังเอารายชื่อทาสที่เขาซื้อมาให้จ้าวหว่านเอ๋อดู แถมยังมีรูปภาพประกอบด้วย
พอจ้าวหว่านเอ๋อเห็นรูปเหล่านั้น เธอก็ยิ่งสติหลุด
เพราะในรูปเหล่านั้นล้วนเป็นเผ่าครึ่งสัตว์ และที่สำคัญ... ยังเป็นครึ่งสัตว์เพศหญิงทั้งหมด
จ้าวหว่านเอ๋อหน้าดำคร่ำเครียด และถลึงตาใส่พี่ชาย “จ้าวเฉิน!”
------------------
สุดท้ายจ้าวหว่านเอ๋อก็ด่าจ้าวเฉินไปอีกชุดใหญ่ ก่อนจะสะบัดก้นเดินจากไปด้วยความไม่พอใจ
ในสายตาของเธอ พี่ชายคนนี้คงเสียสติไปแล้วและกู่ไม่กลับแล้ว เธอจำเป็นต้องเตรียมแผนรับมือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด
นั่นคือการตามล้างตามเช็ดเรื่องที่จ้าวเฉินก่อเอาไว้
หลังจากที่จ้าวหว่านเอ๋อจากไป จ้าวเฉินก็อาบน้ำชำระร่างกาย เปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้าน และนอนพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม
ในตอนนั้นเอง ‘ลูกยานทาส’ ที่จ้าวเฉินสั่งซื้อไว้ก็มาถึง
“สวัสดีครับ คุณคือคุณจ้าวเฉินใช่ไหมครับ? นี่คือทาสหนึ่งร้อยคนที่คุณสั่งซื้อไว้ รบกวนแสดงบัตรประจำตัวด้วยครับ” ชายคนหนึ่งที่มีรอยยิ้มตามแบบฉบับพนักงานปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูโรงงาน
ด้านหลังของชายคนนั้นคือรถเข็นจักรกลที่คลุมด้วยผ้าสีดำรวมสิบกว่าคัน แต่ละคันสูงสามเมตร ยาวสี่ถึงห้าเมตร และกว้างสองเมตร
นอกจากนั้น เขาก็ไม่เห็นวี่แววของสิ่งมีชีวิตอื่นเลย
จ้าวเฉินแสดงบัตรประจำตัว พลางถามด้วยความสงสัย “แล้วคนที่ผมสั่งไว้ล่ะ?”
“อยู่ในนี้ไงครับ” ชายคนนั้นเปิดผ้าคลุมรถเข็นจักรกลออก เผยให้เห็นกรงขังเหล็กที่อยู่ด้านใน
กรงขังแต่ละกรงเป็นลูกบาศก์สูงประมาณหนึ่งเมตร ภายในมีกึ่งมนุษย์นั่งกอดเข่า เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ที่คอและข้อเท้ามีโซ่ตรวนไฟฟ้าสวมอยู่ แต่ละคนมีสภาพอิดโรย และหวาดกลัว...
“นี่คือซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมโซ่ตรวนไฟฟ้าที่คอพวกมัน โซ่ตรวนนี้มีฟังก์ชันช็อตไฟฟ้าและระเบิดตัวเอง เว้นแต่คุณจะใส่รหัสปลดล็อก ไม่อย่างนั้นความเสียหายจากภายนอกใดๆ จะทำให้มันระเบิดทันที” ชายคนนั้นอธิบาย
“เข้าใจแล้ว กรงพวกนี้แถมให้ผมด้วยไหม?” จ้าวเฉินชี้ไปที่กรงใส่ทาส
“แน่นอนครับ” ชายคนนั้นยิ้มกว้าง
ครึ่งสัตว์เหล่านี้ค้างสต็อกอยู่ในมือพวกเขามานานแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ใครสักคนจะหลงมาซื้อไปได้ แถมรถเข็นกับกรงไม่กี่ใบจะนับเป็นอะไรได้
“งั้นผมเข็นเข้าไปเองแล้วกัน” จ้าวเฉินเข็นรถเข็นจักรกลสิบกว่าคันเข้าไปในโรงงานด้วยตัวเอง
เขาเปิดผ้าคลุมดำออกทั้งหมด
ครึ่งสัตว์แต่ละคนปรากฏสู่สายตาของจ้าวเฉินอย่างชัดเจน
ครึ่งสัตว์เหล่านี้มีหลากหลายประเภท บางคนมีขนดกเหมือนสัตว์ป่า บางคนดูเหมือนมนุษย์มากกว่า แต่มีหูหรือหางของสัตว์
ในจำนวนนั้น พวกที่มีลักษณะของสุนัข หมู และแกะมีจำนวนมากที่สุด
ในบรรดาทาสทั้งหมด มีคนหนึ่งที่สะดุดตาที่สุด เธอคือครึ่งสัตว์หญิงที่มีผมสีขาว ดวงตาสีฟ้าคราม ในแววตามีร่องรอยของความดุร้าย ความโกรธแค้น และความไม่พอใจ
บนหัวมีหูสีขาวที่ขาดแหว่งไปคู่หนึ่ง และที่บั้นท้ายยังมีหางสีขาวที่ถูกตัดจนสั้นกุดเหลืออยู่เพียงช่วงเดียว
นอกจากนี้ บนใบหน้าและตามร่างกายยังมีรอยแผลเป็นที่ดูน่าเกลียดอยู่อีกหลายจุด หากไม่ใช่เพราะรอยแผลเป็นพวกนี้ ต่อให้เธอจะเป็นครึ่งสัตว์ เธอก็น่าจะตรงตามมาตรฐานความงามของมนุษย์เลยทีเดียว
ครึ่งสัตว์คนนี้ จ้าวเฉินรู้จักดี เพราะที่เขาสั่งซื้อทาสครึ่งสัตว์กลุ่มนี้ สาเหตุหลักก็เป็นเพราะเธอนั่นเอง
"สวัสดี นายพลชาร์ล็อตต์"
หญิงสาวครึ่งสัตว์ผมขาวมีสีหน้าประหลาดใจที่อีกฝ่ายเอ่ยชื่อเธอออกมาได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะคำเรียกขานนั้น
“นายพลชาร์ล็อตต์ เกิดในภูมิภาคเฮย์ย่าของสหพันธรัฐวอร์แฮมเมอร์ และเป็นสมาชิกเผ่าเสือขาว แต่เพราะไม่พอใจกับการที่ขุนนางท้องถิ่นกดขี่ข่มเหงชนเผ่าครึ่งสัตว์ จึงได้ลุกฮือขึ้นก่อตั้งกองทัพปฏิวัติขึ้นมา
ใช้เวลาสามปีในการสู้รบ ผ่านสงครามอวกาศทั้งเล็กและใหญ่นับรวมกันไม่ต่ำกว่าห้าสิบครั้ง
เคยบัญชาการกองยานรบของกองทัพปฏิวัติจำนวน 300 ลำ เข้าสู้รบอย่างดุเดือดกับกองยานของขุนนางจำนวน 500 ลำ จนได้รับชัยชนะอย่างบอบช้ำในท้ายที่สุด แถมยังทำลายยานอวกาศระดับ T3 ของฝ่ายตรงข้ามได้หนึ่งลำด้วย
แต่สุดท้าย เนื่องจากถูกคนทรยศหักหลังเมื่อสามเดือนก่อน ทำให้แผนการรั่วไหลจนโดนกองยานศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่าดักซุ่มโจมตี จนกองยานทั้งหมดถูกทำลาย หลังจากนั้นก็หายตัวไป และไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน
นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะกลายเป็นทาส และถูกขายให้กับจักรวรรดิซีอา" จ้าวเฉินเล่าเรื่องราวของนายพลหญิงครึ่งสัตว์ตรงหน้าอย่างละเอียด
เมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดถึงอดีตเหล่านั้น ชาร์ล็อตต์ก็มีสีหน้าเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง
จ้าวเฉินเปิดกรงของชาร์ล็อตต์ออก แล้วนั่งลงกับพื้นตรงหน้าเธอ
“เป็นไง อยากคุยกับฉันหน่อยไหม?”
ชาร์ล็อตต์หัวเราะเยาะตัวเอง “คุย? ตอนนี้ฉันเป็นแค่ทาสคนหนึ่ง มีอะไรน่าคุยด้วยงั้นเหรอ”
“อย่างเช่น คุยเรื่องอิสรภาพของคุณ และอิสรภาพของเหล่าทหารครึ่งสัตว์ที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกับคุณ”
คำพูดของจ้าวเฉินดึงความสนใจของชาร์ล็อตต์ได้สำเร็จ เธอจ้องมองจ้าวเฉินด้วยสายตาหวาดระแวง
“นายหมายความว่ายังไง?”
จ้าวเฉินยิ้ม แล้วกล่าวว่า “พูดตรงๆ เลยนะ ฉันมียานอวกาศอยู่ลำหนึ่ง แต่ไม่มีลูกยาน ฉันเลยหวังว่าคุณและคนของคุณจะมาทำหน้าที่เป็นลูกยานให้ฉันได้”
“เหอะๆ... ก็แค่ต้องการแรงงานฟรีไม่ใช่หรือไง นายซื้อพวกเรามาเป็นทาสก็เพื่อการนี้อยู่แล้วนี่?” ชาร์ล็อตต์เย้ยหยัน
“ไม่ ไม่ ไม่ สิ่งที่ฉันต้องการคือ ‘ลูกยาน’ ไม่ใช่ 'ทาส' ฉันต้องการนักรบแห่งอวกาศที่พร้อมจะสู้เพื่อฉันด้วยความเต็มใจ!” จ้าวเฉินแก้ไข
“พวกเราเผ่าพันธุ์ครึ่งสัตว์ไม่มีวันต่อสู้เพื่อคนอื่น” แววตาของชาร์ล็อตต์ฉายความทระนงในศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์ออกมา
"ถ้าคุณไม่คิดถึงตัวเอง อย่างน้อยคุณก็ควรคิดถึงนักรบครึ่งสัตว์ที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกับคุณด้วย
เท่าที่ฉันรู้ หลังจากที่คุณพ่ายแพ้ มีทาสครึ่งสัตว์เกือบ 30,000 คนถูกขายให้กับจักรวรรดิซีอา ฉันเพิ่งซื้อมาแค่หนึ่งร้อยคนเท่านั้น ส่วนที่เหลือตอนนี้ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไง คุณไม่อยากช่วยพวกเขาเหรอ?" จ้าวเฉินจ้องลึกเข้าไปในตาของชาร์ล็อตต์
สีหน้าของชาร์ล็อตต์เริ่มปรากฏความลังเล
เมื่อเห็นแบบนั้น จ้าวเฉินก็รู้ว่าตัวเองทำสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว
เขาจึงยืนขึ้น และกล่าวต่อ “ถ้าคุณต่อสู้เพื่อฉัน ฉันให้คำมั่นสัญญาว่า ในวันที่ฉันมีความสามารถพอ ฉันจะซื้อตัวนักรบครึ่งสัตว์ที่เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ซึ่งกระจายอยู่ในจักรวรรดิซีอากลับมาให้หมด
และขอเพียงคุณและพวกเขาทำงานให้ฉันเป็นเวลาสามปี เมื่อครบสามปีเมื่อไหร่ คุณและพวกเขาก็จะได้รับอิสรภาพ!
ว่าไงล่ะ ยินดีจะสู้เพื่อฉันไหม หรือให้พูดอีกอย่างว่า ยินดีจะสู้เพื่อ ‘อิสรภาพ’ ของพวกคุณเองหรือเปล่า?”
จ้าวเฉินยื่นมือออกไปหาชาร์ล็อตต์ที่อยู่ในกรง
ชาร์ล็อตต์มีสีหน้าสับสน แววตาสั่นไหวด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
ในที่สุด เธอก็ยื่นมือออกมา และจับมือกับจ้าวเฉิน
แต่เธอก็ยังพูดจาแข็งกร้าวเพื่อรักษาศักดิ์ศรี “ฉันแค่ทำเพื่อคนของตัวเองเท่านั้น!”