- หน้าแรก
- ขอโทษด้วย กองยานของฉันรับแต่ทหารหญิง
- บทที่ 5 แลกยานสามลำ หมอนี่คงบ้าไปแล้ว (รีไรท์)
บทที่ 5 แลกยานสามลำ หมอนี่คงบ้าไปแล้ว (รีไรท์)
บทที่ 5 แลกยานสามลำ หมอนี่คงบ้าไปแล้ว (รีไรท์)
"พี่เฉินเมื่อกี้นายใจร้อนเกินไปแล้ว ฉันเข้าใจว่านายเกลียดไอ้จางห่าวหรานนั่นที่มันแย่งเจียงซาช่าไป... แต่นายก็ไม่ควรไปท้าดวลด้วยยานอวกาศกับมันนะ
ตอนนี้การดวลได้ถูกส่งเข้าระบบไปแล้ว และไม่สามารถยกเลิกได้
ถ้าไม่ไหวจริงๆ ถึงตอนนั้นฉันจะให้ยืมยานไฮยีน่าก็แล้วกัน" หลีเว่ยเดินบ่นอยู่ข้างจ้าวเฉินด้วยท่าทางกระวนกระวาย ดูแล้วเหมือนคนที่ต้องดวลไม่ใช่จ้าวเฉินแต่เป็นตัวเขาเองเสียมากกว่า
“ไม่ต้องหรอก ฉันมีแผนเรื่องยานอวกาศแล้ว” จ้าวเฉินมองหลีเว่ยที่ดูเดือดร้อนแทนเขาแล้วก็รู้สึกอบอุ่นในใจ
หลีเว่ยเห็นเขาเป็นพี่น้องจริงๆ เรื่องนี้สืบเนื่องมาตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียน จ้าวเฉินมักจะช่วยเหลือลูกคนรวยจากตระกูลการค้าคนนี้เสมอ ทั้งช่วยติวหนังสือและสอนทำการบ้านต่างๆ
หากไม่มีจ้าวเฉินช่วยติวให้ ตลอดสามปีที่ผ่านมา หลีเว่ยคงสอบไม่ผ่านวิชาต่างๆ แน่นอน
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงแน่นแฟ้นมาตั้งแต่ตอนนั้น
“นายมียานอวกาศแล้วเหรอ? ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย” หลีเว่ยมองจ้าวเฉินด้วยความประหลาดใจ
ในหนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง นอกจากตอนนอนกับเข้าห้องน้ำ จ้าวเฉินก็แทบจะตัวติดกับเขาตลอดเวลา
ถ้าจ้าวเฉินนี่มียานอวกาศ เขาจะไม่รู้ได้ยังไง
“ก็นี่ไง เรากำลังจะไปแลกมันตอนนี้แหละ” มุมปากของจ้าวเฉินยกยิ้มขึ้น
“หะ? ไปแลกตอนนี้เนี่ยนะ?” หลีเว่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอามือกุมขมับ “โอย... ท่านบารอนของฉัน นายล้อกันเล่นใช่มั้ย? นายคิดจะใช้ยานอวกาศจากโกดังของสถาบันไปสู้กับจางห่าวหรานจริงๆ เหรอ?”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
จ้าวเฉินและหลีเว่ยมาถึงโกดังยานอวกาศของสถาบัน
ที่นี่ต่างจากท่าเทียบยาน ท่าเทียบยานนั้นเป็นที่จอดยานที่พร้อมจะออกเดินทางทุกเมื่อ
แต่โกดังยานอวกาศคือที่เก็บยานอวกาศ ยานบางลำที่นี่มีฝุ่นจับหนาเตอะจนแทบจะบอกไม่ได้ว่าจอดทิ้งไว้มานานแค่ไหนแล้ว
“สวัสดีครับอาจารย์ ผมมาขอแลกยานอวกาศครับ” จ้าวเฉินเดินไปที่โต๊ะของผู้ดูแลโกดัง
อาจารย์ผู้ดูแลโกดังปรายตามองจ้าวเฉิน แววตาดูไม่แปลกใจนัก เพราะนี่เป็นช่วงใกล้จบภาคเรียน
เขาชินแล้วกับการที่มีนักศึกษาชั้นปีสามมาเตรียมหายานอวกาศสำหรับภารเรียนหน้า
“เลือกเอาเองแล้วกัน นี่คือรายชื่อ ในนี้มีข้อมูลของยานทุกลำและคะแนนที่ต้องใช้แลก” อาจารย์ผู้ดูแลโกดังเปิดหน้าต่างข้อมูลให้จ้าวเฉินดูเอง
ในนั้นมีรายชื่อยานอวกาศเรียงกันเป็นตับ รวมถึงข้อมูลทางเทคนิคและคะแนนที่ใช้แลกยานแต่ละลำ
รวมแล้วมียานอวกาศเกือบ 300 ลำ
แต่ว่าเกือบทั้งหมดเป็นยานระดับ T1 แถมยังเป็นยานมือสองเกือบทั้งนั้น
ก็แน่ล่ะ ใครจะเอายานใหม่เอี่ยมมาจอดทิ้งไว้ที่นี่กัน?
“พี่เฉิน ผลการเรียนนายดีมาตลอด สามเทอมที่ผ่านมาแต้มสะสมนายน่าจะมีสักสามหมื่นแล้วมั้ง
งั้นแลกยานพิฆาตระดับ T2 ไฮยีน่าลำนี้สิ เหมาะพอดีเลย ถึงจะเป็นของเมื่อยี่สิบปีก่อน ตัวยานเสียหายเล็กน้อย และรูปลักษณ์จะดูเก่าไปหน่อย แต่เทคโนโลยีหลักๆ ยังถือว่าครบถ้วนนะ” หลีเว่ยรู้ว่าการดวลมันถอยหลังไม่ได้แล้ว ตอนนี้จึงทำได้เพียงช่วยหาทางรับมือให้ดีที่สุด
จ้าวเฉินส่ายหน้า และยังคงกวาดสายตาไล่ดูข้อมูลต่อไป
หลีเว่ยพยายามแนะนำยานระดับ T2 อีกหลายลำที่ดูคุ้มค่าคุ้มราคา แต่จ้าวเฉินก็ส่ายหน้าปฏิเสธทุกครั้ง
"ท่านบารอน นายจะเลือกอีกนานแค่ไหน? ถึงที่นี่จะมียานอวกาศให้เลือกเกือบ 300 ลำ แต่ลำที่เข้าท่าที่สุดก็มีแค่ไม่กี่ลำที่ฉันบอกไปนั่นแหละ” หลีเว่ยบ่นเมื่อเห็นจ้าวเฉินยังไม่ตัดสินใจสักที
"ฉันเลือกได้แล้ว" จ้าวเฉินกล่าวขึ้น
“เลือกได้แล้ว? ลำไหนล่ะ?” หลีเว่ยถามด้วยความอยากรู้
จ้าวเฉินมองไปที่อาจารย์ผู้ดูแลโกดัง “อาจารย์ ถ้าผมมีคะแนนเพียงพอ ผมสามารถแลกยานหลายลำได้ไหมครับ?”
“ตามระเบียบแล้วไม่มีการจำกัดจำนวนการแลก” อาจารย์ผู้ดูแลโกดังพยักหน้า
จ้าวเฉินจึงกดเลือกยานหลายลำในหน้าจอ
“งั้นผมเอาสามลำนี้ครับ”
สามลำงั้นเหรอ?
ทั้งหลีเว่ยและอาจารย์ผู้ดูแลโกดังต่างพากันอึ้งไปตามๆ กัน และรีบเข้าไปเช็กข้อมูลของยานทั้งสามลำนั้นพร้อมกันทันที
ยานพิฆาตระดับ T2 ไฮยีนา: อายุประจำการห้าสิบเก้าปี ตัวยานเคยได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และปืนใหญ่หลักสามกระบอกเคยได้รับความเสียหายอย่างหนัก ปัจจุบันได้รับการซ่อมแซมแล้ว... ต้องการคะแนน 9,000 คะแนน
ยานลาดตระเวนเบาระดับ T2 เกรย์วูล์ฟ: อายุประจำการหกสิบห้าปี... ต้องการคะแนน 7,000 คะแนน
ยานประจัญบานระดับ T2 เดวิลคร็อกโคได: อายุประจำการแปดสิบปี... ต้องการคะแนน 11,000 คะแนน
เมื่อเห็นข้อมูลของยานทั้งสามลำนี้ หลีเว่ยและอาจารย์ผู้ดูแลโกดังแทบจะพูดไม่ออก
ยานทั้งสามลำนี้ในโกดังของสถาบันถือว่าเป็น ‘ยานรุ่นปู่’ ขนานแท้เลยทีเดียว
“เธอแน่ใจนะว่าจะแลกสามลำนี้? ไม่ลองคิดดูใหม่หน่อยเหรอ?
ถึงในยุคของพวกมัน ยานพวกนี้จะถือว่าเป็นรุ่นที่ดี แต่พอกาลเวลาผ่านไปนานขนาดนี้ โมดูลต่างๆ ภายในตัวยานมันก็เสื่อมสภาพไปมากแล้วนะ” อาจารย์ผู้ดูแลโกดังพยายามแนะนำ
หลีเว่ยรีบเสริมทันที “จ้าวเฉิน นายอย่าล้อเล่นสิ การดวลยานอวกาศน่ะเขาดวลกันแบบหนึ่งต่อหนึ่งนะ ต่อให้นายเลือกมาสามลำมันก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
“ผมตัดสินใจแล้วครับ เอาสามลำนี้แหละ รบกวนช่วยดำเนินการแลกให้ผมด้วยครับ” จ้าวเฉินตอบอย่างหนักแน่น
หลังจากอาจารย์ผู้ดูแลโกดังทวนถามเพื่อความแน่ใจอยู่หลายรอบ ในที่สุดเขาก็ยอมทำเรื่องแลกยานทั้งสามลำนี้ให้จ้าวเฉิน
หลีเว่ยยืนกุมขมับอยู่ข้างๆ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป
สิ่งที่จ้าวเฉินทำในวันนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยจริงๆ
“ยานทั้งสามลำนี้ถูกโอนเป็นชื่อของเธอแล้ว เธอสามารถเรียกใช้งานได้ทุกเมื่อ หากต้องการฝากไว้ในโกดังต่อจะฟรีในช่วงเดือนแรก แต่หลังจากหนึ่งเดือนจะมีการเรียกเก็บค่าจอด” อาจารย์ผู้ดูแลโกดังมองจ้าวเฉินด้วยสายตาที่เหมือนมองคนสติไม่ดี
“อาจารย์ครับ คะแนนของสถาบันยังสามารถใช้แลกพวกชิ้นส่วนอะไหล่ยานอวกาศได้ด้วยใช่ไหมครับ? แล้วนักศึกษาทุกคนก็มีสิทธิ์ใช้โรงงานซ่อมบำรุงและดัดแปลงยานอวกาศฟรีด้วย ผมไม่ได้ใช้สิทธิ์นั้นมาสามภาคเรียนแล้ว ดังนั้นผมน่าจะมีสิทธิ์ใช้งานฟรีสะสมอยู่สามสิบวันใช่ไหมครับ” จ้าวเฉินทวงสิทธิ์เพิ่ม
“ใช่แล้ว” อาจารย์ผู้ดูแลโกดังพยักหน้า
“งั้นผมขอเขียนรายการชิ้นส่วนอะไหล่ที่ต้องการลงที่นี่ แล้วรบกวนอาจารย์ช่วยจัดเตรียมโรงงานให้ผมสักแห่ง และช่วยส่งยานทั้งสามลำกับชิ้นส่วนอะไหล่ทั้งหมดไปที่นั่นด้วยนะครับ” จ้าวเฉินไหว้วานต่อทันที
อาจารย์ผู้ดูแลกวาดสายตามองรายการอะไหล่ที่จ้าวเฉินเขียน ซึ้งเป็นเพียงชิ้นส่วนธรรมดาๆ ทั่วไป และคะแนนที่เหลือของจ้าวเฉินหลังจากแลกยานไปแล้ว ก็เพียงพอจะแลกอะไหล่เหล่านี้ได้
“ต้องการจ้างวิศวกรยานอวกาศหรือช่างซ่อมด้วยไหม พวกเขาสามารถซ่อมแซม หรือดัดแปลงยานตามความต้องการของเธอได้” อาจารย์ผู้ดูแลโกดังถาม
“ไม่เป็นไรครับ” จ้าวเฉินส่ายหัว
อาจารย์ผู้ดูแลโกดังไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ “ฉันจะจัดการให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมง เมื่อถึงเวลาระบบจะส่งหมายเลขโรงงานไปให้ เธอตรงไปที่นั่นได้เลย”
“ขอบคุณครับอาจารย์” จ้าวเฉินกล่าว
หลังจากเสร็จธุระ จ้าวเฉินและหลีเว่ยก็เดินออกมาจากที่นั่น
“เป็นนักศึกษาที่แปลกจริงๆ” อาจารย์ผู้ดูแลโกดังพึมพำกับตัวเอง
เมื่อเดินพ้นจากโกดัง หลีเว่ยที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปก็คว้าไหล่จ้าวเฉินเอาไว้ “จ้าวเฉิน นายคิดจะทำอะไรกันแน่? ไอ้เศษเหล็กสามลำนั้นมันจะมีประโยชน์อะไร! นายกำลังเอาอนาคตตัวเองมาล้อเล่นอยู่นะ”
จ้าวเฉินยังคงตอบด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น “หลีเว่ย นายน่ะเชื่อใจฉันเถอะ เรื่องนี้ฉันจัดการได้”
“นายมัน... ช่างเถอะ! ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว” หลีเว่ยเริ่มโกรธเล็กน้อย และโบกมือด้วยท่าทางเหมือนจะไม่สนใจจ้าวเฉินอีก
จ้าวเฉินทำได้เพียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ ต่อให้พยายามอธิบายตอนนี้ หลีเว่ยก็ไม่มีทางเชื่ออยู่ดี
แทนที่จะเสียเวลาอธิบาย สู้เอาความจริงมาพิสูจน์ให้เห็นทีเดียวเลยดีกว่า!
[ติ๊ง นักศึกษาชั้นปีสามจ้าวเฉินได้รับสิทธิ์ใช้โรงงานยานอวกาศขนาดกลางหมายเลข 017 ในช่วงเวลาการใช้งาน คุณสามารถเข้าสู่โรงงานยานอวกาศได้ด้วยบัตรประจำตัวนักศึกษา]
เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือน จ้าวเฉินก็กล่าวคำอำลาหลีเว่ยเป็นการชั่วคราว แล้วมุ่งหน้าไปยังโรงงานยานอวกาศดังกล่าว
เมื่อจ้าวเฉินมาถึงประตูของโรงงาน และแตะบัตรนักศึกษา ประตูบานยักษ์ก็เลื่อนเปิดออกโดยอัตโนมัติ
ข้างในโรงงานมีพื้นที่กว้างใหญ่ ซึ่งอย่างน้อยก็น่าจะใหญ่เท่าสนามฟุตบอลสามหรือห้าสนามรวมกัน
นอกจากนี้ยังมีกลิ่นของสนิมและน้ำมันเครื่องโชยมาปะทะจมูก
จ้าวเฉินก้าวเดินเข้าไปข้างใน เขาเห็นยานอวกาศทั้งสามลำจอดสงบนิ่งราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของเขา
ตัวยานที่มีรอยสนิมเขรอะขระคือข้อพิสูจน์ถึงอายุและประวัติการออกศึกในอดีต แม้ทางสถาบันจะทำการซ่อมบำรุงเบื้องต้นมาบ้างแล้ว แต่พวกมันก็ผ่านการใช้งานมานานเกินไป
จ้าวเฉินเดินตรงไปยังแผงควบคุมหลักของโรงงาน เขาเปิดหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมาหลายจอ นิ้วมือรัวพิมพ์ลงบนคีย์บอร์ดเสมือนจริงเพื่อป้อนข้อมูลชุดแล้วชุดเล่า
ในที่สุด ข้อมูลของยานทั้งสามลำก็ปรากฏขึ้นอย่างละเอียด รวมถึงโมเดลสามมิติที่จ้าวเฉินสร้างขึ้นมาใหม่ด้วย
หากสังเกตให้ดีจะพบว่า บนโมเดลสามมิติของยานทั้งสามลำมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสีเทาและสีแดง
“แค่รวมพื้นที่เหล่านี้เข้าด้วยกัน... ก็เรียบร้อย!” จ้าวเฉินจัดการนำพื้นที่สีแดงเหล่านั้นมาวางซ้อนทับกัน จนเกิดเป็นโครงร่างยานอวกาศที่ดูไม่เข้าที่เข้าทางลำหนึ่ง
จากนั้น จ้าวเฉินก็ดึงข้อมูลชุดหนึ่งออกมาจากไฟล์ลับสุดยอดในคอมพิวเตอร์พกพาของเขา
นั่นคือโมเดลของยานอวกาศอีกลำหนึ่งเช่นกัน
มันคือ ยานลาดตระเวนเบาประจัญบานระดับ T3 บลิซซาร์ด!