เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 การดวลยานอวกาศ (รีไรท์)

บทที่ 4 การดวลยานอวกาศ (รีไรท์)

บทที่ 4 การดวลยานอวกาศ (รีไรท์)


การที่จ้าวเฉินเมินใส่ก่อนหน้านี้ ทำให้จางห่าวหรานหงุดหงิดมาก

ดังนั้นจางห่าวหรานจึงฉวยโอกาสหาเรื่อง โดยยกเรื่องที่ตนเองคบหากับเจียงซาช่าขึ้นมาข่ม

เจียงซาช่าที่อยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอแค่ตกลงกับจางห่าวหรานว่าจะลองคบกันสักพักเท่านั้น แต่เขากลับประกาศโต้งๆ ว่าพวกเธอกำลังคบกันอยู่

เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย

จ้าวเฉินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองจางห่าวหรานด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะพูดออกมาคำเดียวสั้นๆ “อ้อ”

มุมปากของจางห่าวหรานกระตุก

‘ไอ้หมอนี่มันเป็นอะไรไป? ไหนข่าวลือบอกว่ามันรักเจียงซาช่ามากไม่ใช่เหรอ? ทำไมพอเขาพ่นคำยั่วยุขนาดนี้ มันกลับยังนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านได้’

เจียงซาช่าเองก็มองจ้าวเฉินด้วยความประหลาดใจ เธอรู้สึกว่าจ้าวเฉินดูแตกต่างไปจากเมื่อก่อน

"ฮ่าฮ่าฮ่า แกเป็นบารอนขยะจริงๆ ไอ้เศษเดนที่ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง" จางห่าวหรานกล่าวคำดูถูกอีกครั้ง

หลีเว่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขาชี้หน้าจางห่าวหราน และกล่าวว่า “จางห่าวหราน แกอย่าทำเกินไปนัก”

“แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ถ้าฉันเป็นบารอนขยะ แกก็คงไม่ใช่แม้แต่ขยะด้วยซ้ำ

เท่าจำไม่ผิด ตลอดสามปีที่ผ่านมาแกสอบตกตอนปลายภาคทุกครั้ง ถ้าพ่อแกไม่ใช้เส้นสาย แกคงโดนไล่ออกจากสถาบันไปนานแล้ว” จ้าวเฉินเหลือบมองจางห่าวหราน พลางใช้โทนเสียงที่ราบเรียบที่สุดพูดประโยคที่ทำร้ายจิตใจรุนแรงที่สุดออกมา

“แก...” จางห่าวหรานโกรธจนหน้าดำหน้าแดง สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือการถูกพูดถึงเรื่องนี้ต่อหน้าเขา

“มีเส้นสายแล้วไงล่ะ! พ่อฉันจัดเตรียมยานรบระดับ T2 ไว้ให้ฉันใช้ในภาคเรียนหน้าแล้ว!

ฉันว่าอย่างแกน่ะ ถึงเวลาคงเอาออกมาได้แค่ยานระดับ T1 กะโหลกกะลาละมั้ง? เตรียมตัวไว้เหอะ ตอนฝึกซ้อมรบจริง ยาน T1 ของแกคงได้กลายเป็นเป้าซ้อมยิงแน่ๆ ฮ่าๆๆ...” จางห่าวหรานหัวเราะร่าอย่างสะใจ

[เปิดใช้งาน 'ภารกิจสุ่ม': ท้าจางห่าวหรานดวลยานอวกาศ และเอาชนะจางห่าวหรานในการดวล]

[คุณต้องการรับภารกิจนี้หรือไม่?]

จ้าวเฉินชะงักไปเล็กน้อย

เขานึกไม่ถึงว่าจะมี ‘ภารกิจสุ่ม’ เด้งขึ้นมาในจังหวะนี้

เอาชนะจางห่าวหราน... ยากเอาเรื่องแฮะ

แต่เมื่อเทียบกับภารกิจประจำไตรมาสก่อนหน้านี้ ภารกิจนี้ถือว่าง่ายกว่ามาก

ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อทำภารกิจสำเร็จ นอกจากของรางวัลที่ยังไม่ระบุแน่ชัดแล้ว เขายังจะได้รับ ‘แต้มภารกิจ’ อีกด้วย

ถึงแม้ตอนนี้จ้าวเฉินจะมีคะแนนสะสมอยู่บ้าง แต่สินค้าในร้านค้าระบบไม่ได้จะแลกซื้อได้ตามใจชอบ

การจะแลกสินค้าแต่ละอย่างจำเป็นต้องใช้แต้มภารกิจที่ตรงตามเงื่อนไขด้วย

ตัวอย่างเช่น สินค้าระดับ T1 ต้องใช้แต้มภารกิจหนึ่งแต้มควบคู่ไปกับคะแนนสะสมที่กำหนด

และตอนนี้แต้มภารกิจคือสิ่งที่จ้าวเฉินกำลังขาดแคลนอย่างหนักพอดี

“อย่าหาว่าฉันพูดจาขวานผ่าซากเลยนะ ความจริงก็คือความจริง ฉันแนะนำให้แกอย่ามาเสียเวลาทำตัวเองให้อับอายอยู่ที่นี่ สู้รีบไสหัวกลับไปยังกาแล็กซีบ้านนอกคอกนาของแกดีกว่า” จางห่าวหรานเห็นจ้าวเฉินเงียบไป เขาก็ทึกทักเอาเองว่าจ้าวเฉินคงถูกจี้ใจดำจนพูดไม่ออก

เจียงซาช่าที่ยืนอยู่ข้างๆ มองดูเหตุการณ์ด้วยสายตาเย็นชา

แม้จางห่าวหรานอาจจะทำเกินไปบ้าง แต่ถ้ามันทำให้จ้าวเฉินตระหนักถึงความต่างชั้นระหว่างจางห่าวหรานกับเขาจนยอมถอยไปเองได้ มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดี

ทว่าในจังหวะนั้นเอง มุมปากของจ้าวเฉินกลับยกยิ้มขึ้น

“ใครกันแน่ที่กำลังทำตัวเองให้อับอาย... มันยังไม่แน่หรอกนะ” จ้าวเฉินเงยหน้าขึ้น และจ้องตากับจางห่าวหรานตรงๆ เป็นครั้งแรกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายและล้อเลียน

ในขณะเดียวกัน จ้าวเฉินก็สั่งการในใจทันที

‘ยืนยันรับภารกิจ’

[รับภารกิจสุ่มเสร็จสิ้น]

[เนื้อหาของภารกิจ: ท้าทายจางห่าวหรานในการดวลยานอวกาศ และเอาชนะจางห่าวหรานในการดวล

ระดับความยาก: ระดับ D

รางวัลภารกิจ: แต้มภารกิจ 1 แต้ม และคะแนนสะสม 300 คะแนน

บทลงโทษหากล้มเหลว: หักคะแนนสะสม 300 คะแนน]

ที่แท้ภารกิจนี้ก็มีบทลงโทษหากล้มเหลวด้วย แถมยังหักคะแนนสะสมถึง 300 คะแนน!

ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้จ้าวเฉินมีอยู่แค่ 100 คะแนนสะสมเท่านั้น

หากภารกิจล้มเหลว คะแนนสะสมของเขาไม่กลายเป็นติดลบเลยเหรอ?

“ไอ้คนที่มีแม้แต่เรื่องยานอวกาศยังไม่มีอย่างแก มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาอวดดีที่นี่!

ถ้าฉันเป็นแก ฉันคงเก็บข้าวของไสหัวไปนานแล้ว แกไม่มีคุณสมบัติพอจะอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ!” จางห่าวหรานชี้หน้าจ้าวเฉินด้วยความไม่สบอารมณ์

เป็นขุนนางตกอับก็ควรจะก้มหน้ายอมรับความอัปยศไปเงียบๆ สิ ทำไมไอ้หมอนี่ถึงไม่เล่นตามบทซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้

“ในเมื่อแกมั่นใจขนาดนั้น งั้นเรามาตัดสินกันด้วยการดวลยานอวกาศกันดีกว่า” จ้าวเฉินดึงบัตรใบหนึ่งออกมาจากปกเสื้อของชุดนักศึกษา

นั่นคือบัตรประจำตัวนักศึกษาของสถาบัน ซึ่งใช้สำหรับเรียน การใช้ชีวิต และกิจกรรมอื่นๆ ในสถาบัน

รวมไปถึงการดวลยานอวกาศด้วย

“ดวลยานอวกาศ? แกกับฉันเนี่ยนะ?” จางห่าวหรานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา

เขาลุกขึ้นเดินตรงมาที่โต๊ะของจ้าวเฉิน “ไอ้คนที่ไม่มีแม้แต่ยานอวกาศสักลำอย่างแก จะเอาอะไรมาสู้กับฉัน แกคู่ควรเหรอ?”

“แน่นอนว่าไม่ใช่ตอนนี้ ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนจะจบภาคเรียนนี้ งั้นกำหนดเวลาดวลไว้วันไหนก็ได้ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน ถึงตอนนั้นฉันจะบอกเวลาดวลกับแกเอง”

“ถ้าฉันแพ้ ฉันจะลาออกไปเองในภาคเรียนหน้า แต่ถ้าแกแพ้...” จ้าวเฉินหรี่ตามองอีกฝ่าย

“ฉันก็จะลาออกโว้ย!” จางห่าวหรานสวนกลับทันควัน

ในตอนนี้ สถานการณ์เริ่มบานปลายไปไกลเกินกว่าที่เจียงซาช่าและหลีเว่ยคิดไว้มากแล้ว

หลีเว่ยลุกขึ้นยืน ผลักจางห่าวหรานออกไป แล้วขวางหน้าจ้าวเฉินไว้ “จางห่าวหราน ถ้าแกเก่งจริงก็มาดวลยานอวกาศกับฉันนี่!”

จางห่าวหรานปรายตามองหลีเว่ย พลางแบมือแล้วยิ้มเยาะ "ทุกคนก็เห็นกันหมดแล้ว จ้าวเฉินเป็นคนเสนอการดวลครั้งนี้เอง”

เบื้องหลังของหลีเว่ยมีบารมีของพ่อหนุนหลังอยู่ไม่น้อย จางห่าวหรานจึงไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวโดยไม่จำเป็น

"หลีเว่ย เรื่องนี้ให้ฉันจัดการเอง” จ้าวเฉินวางมือบนไหล่ของหลีเว่ย

“แต่ว่า...”

“ถ้านายยังเห็นฉันเป็นเพื่อน ก็เชื่อใจฉันเถอะ” จ้าวเฉินพูดอย่างจริงจัง

หลีเว่ยขบฟันแน่น และถลึงตาใส่จางห่าวหรานด้วยความเดือดดาล

ในขณะนั้นเอง หน้าต่างโฮโลแกรมยืนยันการดวลก็ปรากฏขึ้นตรงกลางระหว่างจ้าวเฉินและจางห่าวหราน

[นักศึกษาชั้นปีสาม จ้าวเฉิน ขอท้าดวลยานอวกาศกับนักศึกษาชั้นปีสาม จางห่าวหราน กำหนดเวลาเบื้องต้นก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน กรุณายืนยัน]

เสียงนี้ดึงดูดสายตาผู้คนโดยรอบได้ไม่น้อย

ต้องรู้ก่อนว่า การดวลยานอวกาศเป็นเรื่องที่หาดูได้ไม่บ่อยนัก เพราะมันจัดอยู่ในหมวดการรบจริง ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดความเสียหายต่อตัวยาน หรือแม้กระทั่งการบาดเจ็บล้มตาย

ดังนั้นในสถาบันทหารยานอวกาศดาวเหนือตลอดทั้งเดือนจึงมีการดวลแบบนี้เพียงสี่ถึงห้าครั้งเท่านั้น

“ถึงฉันจะไม่รู้ว่าแกไปเอาความมั่นใจมาจากไหน แต่ฉันจะทำให้แกต้องเสียใจกับสิ่งที่แกตัดสินใจในวันนี้” จางห่าวหรานหยิบบัตรประจำตัวออกมาอย่างไม่แยแส แล้วกดตอบรับการท้าทายของจ้าวเฉิน

เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้อมูลการดวลของทั้งคู่ก็ถูกบันทึกเข้าสู่ฐานข้อมูลของสถาบันเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอกำหนดเวลาที่แน่นอนเท่านั้น

“หลีเว่ย อิ่มหรือยัง ถ้าอิ่มแล้วเราก็ไปกันเถอะ” จ้าวเฉินเช็ดปาก สีหน้าที่ดูเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เอ๋?... อ้อ อิ่มแล้ว...” ตอนนี้หลีเว่ยไม่มีกะจิตกะใจจะกินอะไรแล้ว เขาเดินตามจ้าวเฉินออกจากโรงอาหารไปทันที

จางห่าวหรานมองตามหลังจ้าวเฉิน พลางแสยะยิ้มเย็น

ไอ้คนที่แม้แต่ยานอวกาศยังไม่มีสักลำกล้าดียังไงมาท้าดวลกับเขา?

ถึงตอนนั้น คนที่จะต้องอับอายขายขี้หน้าก็คือมันเองนั่นแหละ

"ซาช่า วางใจได้เลย ตราบใดที่ฉันชนะ และไล่มันออกจากสถาบันได้ มันก็ไม่มีโอกาสมาตามตอแยเธออีกแล้ว!” จางห่าวหราหันไปหาเจียงซาช่า และวางท่าราวกับผู้ชนะล่วงหน้า

“อืม...” เจียงซาช่ามองตามแผ่นหลังของจ้าวเฉินที่เดินจากไป ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าจ้าวเฉินเปลี่ยนไปมาก

ที่สำคัญที่สุดคือ เธอเพิ่งจะมารู้สึกตัวเอาตอนนี้ว่า ตั้งแต่ต้นจนจบ จ้าวเฉินไม่ได้ปรายตามองเธออย่างจริงจังเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เขาลืมเธอไปแล้วจริงๆ? หรือแค่แกล้งทำเป็นไม่สนใจกันแน่?

ไม่รู้ทำไม ลึกๆ ในใจของเจียงซาช่ากลับรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจขึ้นมาซะอย่างนั้น

จบบทที่ บทที่ 4 การดวลยานอวกาศ (รีไรท์)

คัดลอกลิงก์แล้ว