เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36: ดาบเทวะบัญชาอัสนี!

บทที่ 36: ดาบเทวะบัญชาอัสนี!

บทที่ 36: ดาบเทวะบัญชาอัสนี!


บทที่ 36: ดาบเทวะบัญชาอัสนี!

ครืนนน——

เมฆทัณฑ์สีดำทมิฬก่อตัวขึ้นเหนือท้องฟ้า

เสียงฟ้าร้องคำรามต่ำดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน พายุโหมกระหน่ำ สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ชายกระโปรงสีขาวพลิ้วไสวไปตามแรงลมกลางเวหา

ณ วินาทีนี้ ทุกคนต่างตกตะลึงจนตัวแข็ง

พวกเขาจ้องมองปรากฏการณ์มหัศจรรย์ตรงหน้า แล้วพร้อมใจกันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตระหนก

"ดาบเทวะบัญชาอัสนี?"

"นี่คือเคล็ดวิชาดาบเทวะบัญชาอัสนี!"

"สวรรค์!...ศิษย์พี่หญิงลู่ถึงกับใช้วิชาดาบเทวะบัญชาอัสนีออกมาเลยหรือ!?"

เหล่าศิษย์นิกายชิงหยุนที่มุงดูอยู่ต่างหน้าถอดสีด้วยความตื่นตระหนก

'ดาบเทวะบัญชาอัสนี' เป็นหนึ่งในสี่สุดยอดวิชาพิสดารของนิกายชิงหยุน

อานุภาพของเคล็ดวิชาดาบนี้รุนแรงมหาศาล หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ผู้ใช้อาจถูกพลังตีกลับจนบาดเจ็บสาหัสได้ เพราะสิ่งที่ควบคุมอยู่นั้นคืออัสนีบาตจากสวรรค์...

ต้องมีระดับพลังที่สูงส่งเท่านั้นจึงจะสามารถใช้ได้

ด้วยเหตุนี้ ในความคิดของศิษย์ส่วนใหญ่ในนิกายชิงหยุน…วิชาดาบเทวะบัญชาอัสนี จึงเปรียบเสมือนวิชาลับเฉพาะของผู้ที่บรรลุขอบเขตซ่างชิงเท่านั้นที่สามารถใช้ได้...

แต่ความเชื่อนี้...แท้จริงแล้วผิดถนัด

แม้ว่าการจะใช้วิชาดาบเทวะบัญชาอัสนี จำเป็นต้องมีพลังลมปราณที่แข็งแกร่งคอยหนุนเสริม

แต่ก็ไม่จำเป็นต้องถึงขอบเขตซ่างชิงเสมอไป

ขอบเขตหยูชิงขั้นที่เก้าก็สามารถใช้ได้

ขึ้นอยู่กับว่า...จะมีความกล้าหาญเพียงพอหรือไม่ก็เท่านั้น

….

นอกเวทีประลอง

เย่ฉางเฟิงจ้องมองลู่เสวี่ยฉีที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศเขม็ง

เขาเห็นกับตาว่าใบหน้าสวยของนางค่อยๆซีดเผือดลง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังลมปราณใกล้จะหมด นางกำลังจะหมดแรง...

โชคดีที่ตอนนี้ลู่เสวี่ยฉีบรรลุถึงขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าตอนปลายแล้ว

แม้ว่าการใช้วิชานี้จะยังคงฝืนกำลังอยู่บ้าง แต่ในที่สุดนางก็สามารถปลดปล่อยมันออกมาได้สำเร็จ...

เมื่อเห็นดังนั้น เย่ฉางเฟิงจึงค่อยวางใจลงได้

...

บนเวทีประลอง

ฉีฮ่าวมองดูปรากฏการณ์ฟ้าดินตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง

เขาเห็นอัสนีบาตจากสวรรค์รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน ได้ยินเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง ร่างกายแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก...

อึก~

ฉีฮ่าวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

เขายืนตะลึงงันอยู่กับที่ จ้องมองสายฟ้าบนท้องฟ้า

"ไอ้นั่น...เดี๋ยวมันจะผ่าลงมาใส่ข้าจริงๆเหรอเนี่ย?”

“เอาจริงดิ...”

….

เปรี้ยง——

เสียงฟ้าร้องคำรามต่ำดังก้อง

ในขณะนั้น ผู้อาวุโสผู้คุมกฎรีบกระโดดลงจากเวทีอย่างว่องไว

ขืนชักช้าคงได้ตายเป็นเพื่อนแน่

เขามองลู่เสวี่ยฉีบนท้องฟ้าด้วยความขนลุกซู่ พลางคิดในใจว่า

"นี่มันยังเรียกว่าการประลองอยู่อีกเรอะ?"

...

บนแท่นประธาน

เจ้ายอดเขาทั้งเจ็ดได้เห็นกระบวนการใช้วิชาดาบเทวะบัญชาอัสนีอย่างครบถ้วน

ชางซงลุกพรวดขึ้นยืน สายตาของเขาจับจ้องไปที่เวทีประลอง แววตาฉายความหวาดหวั่นวูบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆหันไปมองสุ่ยเยว่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ

"ศิษย์น้องสุ่ยเยว่"

"เจ้าช่างสั่งสอนศิษย์ออกมาได้ยอดเยี่ยมจริงๆ"

ได้ยินเช่นนั้น สุ่ยเยว่กลับไม่ได้สนใจคำชมแม้แต่น้อย

นางมองไปยังเวทีประลองด้วยความเป็นห่วง ดวงตาใสกระจ่างจ้องมองร่างหญิงสาวที่ยืนหยัดท้าสายลม

เจ้านิกายเต้าเสวียนเลิกคิ้วเล็กน้อย

เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าลู่เสวี่ยฉีจะสามารถใช้วิชาดาบเทวะบัญชาอัสนีได้สำเร็จ

...

เปรี้ยง——

ท่ามกลางสายตาของมหาชน

ลู่เสวี่ยฉีอดทนต่อแรงสะท้อนกลับ และปลดปล่อยวิชาดาบเทวะบัญชาอัสนีออกมาได้สำเร็จ

สายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวฉีกกระชากท้องฟ้า กลิ่นอายแห่งสวรรค์อันยากจะจินตนาการแผ่ปกคลุมไปทั่ว

เห็นเพียงสายฟ้าอันดุร้ายฟาดเปรี้ยงลงมาจากชั้นเมฆ พุ่งตรงเข้าใส่ฉีฮ่าวบนเวทีอย่างบ้าคลั่งราวกับอสูรร้าย

เมื่อเห็นภาพนั้น ฉีฮ่าวรีบเรียกสติกลับคืนมา

เขารีบใช้ดาบวิเศษเหมันต์ในมือ ทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี สร้างโล่น้ำแข็งขึ้นมาทีละชั้นๆเบื้องหน้า หวังจะอาศัยพลังป้องกันของโล่น้ำแข็งช่วยลดทอนอานุภาพของสายฟ้า...

เขาไม่ได้หวังจะต้านทานสายฟ้านี้ได้ทั้งหมด…ขอแค่ไม่ตายก็พอแล้ว

ตูม!

สายฟ้าทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง

โล่น้ำแข็งหลายชั้นตรงหน้าฉีฮ่าวไม่อาจหยุดยั้งมันได้แม้แต่น้อย เพียงชั่วพริบตาก็ถูกฉีกกระชากจนกลายเป็นเศษน้ำแข็ง

เปรี้ยง——

สายฟ้าสุดท้ายฟาดลงมาอย่างโหดเหี้ยม

ฉีฮ่าวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขายอมจำนนและเลิกต่อต้านอย่างเปิดเผย

จากนั้น...

ปัง!

ศิษย์เอกแห่งยอดเขามังกรทะยานผู้เคยสง่างาม ก็ถูกแรงระเบิดซัดกระเด็นออกไป

เสื้อสีขาวบนร่างกลายเป็นสีดำไหม้เกรียม เส้นผมชี้ฟูตั้งเด่ทุกเส้น

โชคยังดีที่อานุภาพของสายฟ้าถูกลดทอนลงไปบ้างแล้ว

ไม่อย่างนั้น...เขาคงได้ตายจริงๆแน่

"แค่กๆ"

ฉีฮ่าวนอนแผ่หราอยู่บนพื้นด้วยสภาพหมดอาลัยตายอยาก

เขาไอโขลกๆสองสามที พ่นควันดำออกจากปอด แล้วก็สลบเหมือดไปอย่างไม่ลังเล

ชั่วขณะหนึ่ง คนทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงัน

พวกเขาหันไปมองฉีฮ่าวที่นอนสภาพเหมือนสุนัขตาย แล้วหันกลับไปมองลู่เสวี่ยฉีบนเวที

ฟุ่บ!

ลู่เสวี่ยฉียืนอยู่บนเวทีด้วยความอ่อนล้า

แม้ใบหน้าของนางจะซีดเผือด แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสอะไร เพียงแค่หมดแรงเท่านั้น...

"การประลองรอบนี้"

"ลู่เสวี่ยฉีแห่งยอดเขาไผ่เล็ก——ชนะ!"

เสียงประกาศก้องในหู

หญิงสาวผู้เย็นชารู้สึกมึนงงเล็กน้อย

สายตาของนางมองหาเด็กหนุ่มชุดขาวนอกเวทีโดยสัญชาตญาณ สบตากันและกัน มองเห็นความรักความห่วงใยในแววตาของอีกฝ่าย

"ข้าชนะแล้ว!" หญิงสาวกล่าวในใจ

"ข้าเห็นแล้ว!" เด็กหนุ่มพยักหน้ายิ้มตอบ

และแล้ว...ลู่เสวี่ยฉีก็ได้ครองตำแหน่งชนะเลิศอย่างเป็นทางการ กลายเป็นจ้าวแห่งการประลองเจ็ดยอดเขาประจำปีนี้

...

บนแท่นประธาน

ชางซงลุกพรวดขึ้น

เขาคารวะเจ้านิกายเต้าเสวียนหนึ่งครั้ง

จากนั้นเขารีบเดินลงไปอุ้มร่างฉีฮ่าวที่สลบไสลขึ้นมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง แล้วเดินจากไปทันที

ในเวลานี้ ความสนใจของคนส่วนใหญ่อยู่ที่ลู่เสวี่ยฉี

ต่างพากันชื่นชมว่าสมกับที่ถูกยกย่องในภาพนิมิตว่าเป็นเซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า เพียงแค่ขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าก็กล้าใช้วิชาดาบเทวะบัญชาอัสนี...ใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ

แววตาของสุ่ยเยว่ฉายแววปลาบปลื้มใจ

นางพินิจดูอาการของศิษย์รักอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าเพียงแค่หมดแรง ไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรงอะไร...ความกังวลในใจจึงคลายลง

"ศิษย์น้องสุ่ยเยว่สอนศิษย์ได้ดีจริงๆ" เจ้านิกายเต้าเสวียนเอ่ยชม

"ศิษย์น้อง เดี๋ยวลองดูอาการของหลานศิษย์เสวี่ยฉีหน่อยนะ ถ้าไม่เป็นอะไรมาก ก็ให้นางมาพบข้าที่ตําหนักหยูชิงด้วย"

"เจ้าค่ะ ศิษย์พี่เจ้านิกาย" สุ่ยเยว่พยักหน้ารับคำ

….

เป็นอันว่า...การประลองเจ็ดยอดเขาในปีนี้ได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์

แม้ว่าในแง่ของเวลาการประลองปีนี้จะดูเร่งรีบไปบ้าง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็นับว่าน่าพอใจ

ศิษย์แต่ละสังกัดทยอยแยกย้ายกันกลับ

ระหว่างทางพวกเขายังคงถกเถียงกันถึงการประลองที่เพิ่งจบไป เห็นได้ชัดว่าการประลองปีนี้สร้างความประทับใจให้พวกเขาอย่างมาก

ในตอนนี้ ท้องฟ้าเริ่มมืดลง

เหล่าเจ้ายอดเขาทั้งเจ็ดยังไม่ได้พาศิษย์กลับยอดเขาของตนในทันที แต่ตั้งใจจะพักค้างคืนที่ยอดเขาธงสวรรค์ต่ออีกหนึ่งคืน

มีเพียงชางซงเท่านั้นที่รีบพาฉีฮ่าวกลับไปรักษาอาการบาดเจ็บก่อนใคร

สุ่ยเยว่ตรวจดูอาการศิษย์รักอีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าลู่เสวี่ยฉีไม่ได้รับบาดเจ็บจริงๆ...

จึงพานางมุ่งหน้าไปยังตําหนักหยูชิง

………….

จบบทที่ บทที่ 36: ดาบเทวะบัญชาอัสนี!

คัดลอกลิงก์แล้ว