เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า! ลู่เสวี่ยฉีผู้สง่างามไร้ผู้เทียมทาน!

บทที่ 35: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า! ลู่เสวี่ยฉีผู้สง่างามไร้ผู้เทียมทาน!

บทที่ 35: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า! ลู่เสวี่ยฉีผู้สง่างามไร้ผู้เทียมทาน!


บทที่ 35: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า! ลู่เสวี่ยฉีผู้สง่างามไร้ผู้เทียมทาน!

ด้านข้าง

การประลองระหว่างฉีฮ่าวกับเจิงซูซูจบลงในเวลาไม่นานนักด้วยระดับพลังที่แตกต่างกันมาก

คนหนึ่งอยู่ระดับขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าตอนปลาย

อีกคนอยู่เพียงระดับขอบเขตหยูชิงชั้นเจ็ด

เมื่อการประลองของทั้งสองเวทียุติลง การตัดสินชิงชัยที่ทุกคนเฝ้ารอก็กำลังจะเริ่มขึ้น...

เจ้านิกายเต้าเสวียนประกาศพักการแข่งขันเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม เพื่อให้ทั้งลู่เสวี่ยฉีและฉีฮ่าวได้มีเวลาฟื้นฟูพลังลมปราณอย่างเต็มที่

หนึ่งชั่วยามผ่านไป ศึกตัดสินเจ็ดยอดเขาก็เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ

“การประลองรอบตัดสินนี้”

“ลู่เสวี่ยฉีแห่งยอดเขาไผ่เล็ก ปะทะ ฉีฮ่าวแห่งยอดเขามังกรทะยาน”

ผู้อาวุโสจากยอดเขาธงสวรรค์เคาะระฆังทองแดงเบาๆ

แก๊ง!

เสียงระฆังกังวานก้องไปทั่ว

ผู้คนต่างพากันเบียดเสียดเข้ามาใกล้เวทีประลอง…แววตาของศิษย์นิกายชิงหยุนหลายคนฉายแววคาดหวัง

….

"พวกเจ้าคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะ?"

"ถามได้! ต้องเป็นศิษย์พี่ฉีฮ่าวอยู่แล้ว!"

"จริงอยู่ที่ศิษย์พี่หญิงลู่มีระดับพลังสูง แต่ศิษย์พี่ฉีฮ่าวมีประสบการณ์โชกโชนกว่ามาก อีกทั้งศิษย์พี่ฉีฮ่าวก็มีพลังถึงขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าตอนปลายแล้ว อีกก้าวเดียวก็จะถึงขอบเขตซ่างชิง"

"แต่ข้าได้ยินมาว่าศิษย์พี่หญิงลู่ก็มีพลังถึงขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าตอนปลายเหมือนกันนะ..."

"ห๊ะ…จริงหรือ!?"

"ได้ยินว่าเมื่อเดือนก่อน ศิษย์พี่หญิงลู่ถูกคนจากนิกายมารลอบสังหารที่ลานชมจันทร์ แต่กลับกลายเป็นเรื่องดี พลิกวิกฤตเป็นโอกาสจนทะลวงระดับพลังขึ้นมาได้ ตอนนี้ฝีมือทัดเทียมกับศิษย์พี่ฉีฮ่าวแล้ว..."

เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ

….

เย่ฉางเฟิงเลิกคิ้วเล็กน้อย

เขายืนอยู่วงนอกของฝูงชน สายตาจับจ้องไปที่เวที

ลู่เสวี่ยฉีในตอนนี้มีระดับพลังถึงขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าตอนปลายจริงๆโอกาสชนะของนางมีสูงมากทีเดียว...

ท่ามกลางสายตาของมหาชน

ลู่เสวี่ยฉีค่อยๆก้าวขึ้นสู่เวที

หางตาของนางกวาดมองไปในฝูงชน และพบร่างของเย่ฉางเฟิงในทันที แววตาที่เคยเย็นชาพลันฉายประกายมุ่งมั่น

ต้องชนะ!

นางจะต้องคว้าตำแหน่งจ้าวแห่งการประลองเจ็ดยอดเขามาให้ได้!

ไม่ใช่เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณอาจารย์ แต่เพื่อแบ่งปันเกียรติยศนี้ร่วมกับเขา!

“ศิษย์น้องลู่ โปรดชี้แนะ”

ฉีฮ่าวในชุดขาวสง่า มือถือดาบวิเศษเหมันต์

เขาประสานมือคารวะลู่เสวี่ยฉีด้วยรอยยิ้ม

แม้จะไม่ได้รับการตอบรับใดๆ…เขาก็มิได้ถือสา

ชิ้งงงง!

ดาบเทพเทียนหยาออกจากฝัก…แสงดาบสีครามพุ่งเสียดฟ้า

ลู่เสวี่ยฉีไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางถือดาบพุ่งเข้าใส่ฉีฮ่าวทันที แสงดาบอันคมกริบสว่างวาบไปทั่ว รัศมีสังหารปกคลุมทั่วทั้งเวทีประลอง

เห็นดังนั้น สีหน้าของฉีฮ่าวขรึมลง

ลู่เสวี่ยฉีทะลวงผ่านขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าตอนปลายจริงๆด้วย แถมยังมีอาวุธเทพคอยหนุนเสริม

ฉีฮ่าวสัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางเบาที่เริ่มถาโถมเข้ามา

ตูม!

การต่อสู้ครั้งนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคนทันที

….

บนแท่นประธาน เจ้ายอดเขาทั้งเจ็ดจ้องมองไม่กระพริบตา

สุ่ยเยว่กำที่วางแขนแน่นด้วยความตื่นเต้น

บนเวที

ฟุ่บๆๆๆๆ!

การโจมตีของลู่เสวี่ยฉียิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

นางใช้วิชาดาบอันเฉียบคมโจมตีอย่างใจเย็น หางตาคอยเหลือบมองเด็กหนุ่มชุดขาวใต้เวทีเป็นระยะ ความมุ่งมั่นในใจยิ่งแน่วแน่ขึ้น...

ทว่า...ฉีฮ่าวก็ไม่ใช่ตะเกียงขาดน้ำมัน

เขาบำเพ็ญเพียรมาเกือบร้อยปี รากฐานพลังของเขาจึงมั่นคงอย่างยิ่ง

การประลองครั้งก่อน เขาก็พ่ายแพ้ให้กับเซียวอี้ไฉเพียงไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น

ตูมมมม!

เมื่อเผชิญกับการบุกอันดุดันของลู่เสวี่ยฉี

ฉีฮ่าวรับมือและสลายการโจมตีได้อย่างเยือกเย็น

เขารู้จุดอ่อนของตัวเองดี ในระดับพลังที่เท่ากัน แต่ลู่เสวี่ยฉีมีอาวุธเทพหนุนหลัง เขาทำได้เพียงหลบเลี่ยงคมดาบชั่วคราว

ชั่วขณะหนึ่ง ลู่เสวี่ยฉีไม่สามารถเจาะทะลุการป้องกันของฉีฮ่าวได้…ส่วนฉีฮ่าวก็ไม่อาจสวนกลับภายใต้คมดาบของอาวุธเทพได้เช่นกัน

สถานการณ์จึงตกอยู่ในสภาวะยืดเยื้อ

ในตอนนี้...พวกเขาวัดกันที่ความอึด

แต่...ดูเหมือนลู่เสวี่ยฉีจะไม่คิดยืดเยื้ออีกต่อไป

ดวงตาที่เย็นชาของนางไหววูบ ราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว

วูบ——

ดาบเทพเปล่งประกายแสงเจิดจ้า

ฉีฮ่าวเลือกที่จะหลบเลี่ยง…เขาถอยหลังกรูด

ทว่า...ในจังหวะนั้นเอง ลู่เสวี่ยฉีกลับทะยานร่างขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยไม่ลังเล

วินาทีนี้ สายตาของนางจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มชุดขาวผู้ยืนชมอยู่ใต้เวที ความทรงจำถึงคำสัญญาเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว

ต้องชนะ

นาง...จะต้องคว้าตำแหน่งชนะเลิศมาให้ได้

เฮือก!

หญิงสาวผู้เย็นชาสูดลมหายใจลึก

นางกดข่มความหวาดกลัวทั้งมวลในจิตใจลงไป

….

ณ วินาทีนี้

สายลมสงบนิ่ง

ผู้คนนับหมื่นแหงนหน้ามองฟ้า

หัวใจของเย่ฉางเฟิงกระตุกวูบ เขาเห็นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าในดวงตาของนาง

ในขณะนี้ เย่ฉางเฟิงเข้าใจการตัดสินใจของนางแล้ว

เขารู้ดีว่าลู่เสวี่ยฉีเป็นคนเช่นไร

ภายนอกดูเย็นชา เข้าถึงยาก…แต่แท้จริงแล้วนางเพียงแค่พูดไม่เก่ง ไม่รู้วิธีสนทนา หรือแสดงออกทางอารมณ์ไม่เป็น

แต่...ไม่ว่าอย่างไร นางจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดของนางให้แก่เขา

แม้นางจะแสดงความรู้สึกไม่เก่ง แต่นางจะพิสูจน์ด้วยการกระทำ...

อย่างเช่นตอนนี้…

นางต้องการแบ่งปันเกียรติยศนี้ร่วมกับเย่ฉางเฟิง!

ในใจของนาง...ตำแหน่งจ้าวแห่งการประลองเจ็ดยอดเขาควรจะเป็นของเย่ฉางเฟิง แต่ในเมื่อเขาไม่อาจรับเกียรตินี้ได้อย่างเปิดเผย นางก็จะช่วยคว้ามันมาให้เขาเอง

ตรงกับคำพูดที่เย่ฉางเฟิงกล่าวไว้เมื่อคืนพอดี

"ชัยชนะของเจ้า ก็คือชัยชนะของข้า"

เราสองคน ร่วมแบ่งปันเกียรติยศ

วินาทีนี้ หัวใจของเย่ฉางเฟิงสั่นไหวอย่างรุนแรง

หญิงสาวผู้สมบูรณ์แบบและมหัศจรรย์เช่นนี้

ใครเล่าจะไม่หวั่นไหว

...

ครืนนน!

บนท้องนภาเก้าชั้น

ท้องฟ้าสีครามสดใสพลันแปรเปลี่ยนเป็นเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อัดแน่นจนกลายเป็นภาพทิวทัศน์อันน่าสะพรึงกลัวดั่งเมฆดำถล่มเมือง...

หญิงสาวผู้เย็นชายืนตระหง่านอยู่กลางเวหา

นางยืนหยัดท้าทายสายลมกรรโชก ผมดำขลับปลิวไสว อาภรณ์สีขาวสะบัดพริ้ว ดาบสวรรค์ในมือเปล่งประกายเจิดจรัส

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง

ดวงตาของหญิงสาวใสกระจ่างดุจแก้วผลึก

นางจ้องมองท้องฟ้าอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้พายุจะโหมกระหน่ำเพียงใด นางก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ครึ่งก้าว...

ลู่เสวี่ยฉีคือสตรีมหัศจรรย์เช่นนี้เอง

ความงาม, พละกำลัง, ความดื้อรั้น, และความเย็นชา หลอมรวมอยู่ในตัวนาง

ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป…นางก็จะไม่ใช่ลู่เสวี่ยฉีอีกต่อไป

ฟุ่บ!

ท่ามกลางสายตาของมหาชน ดาบเทพชี้ตรงขึ้นสู่ฟ้า

ใบหน้าของลู่เสวี่ยฉีซีดเผือดลงเรื่อยๆ

นางร่ายวิชาดาบด้วยมือซ้าย เท้าเหยียบย่างตามค่ายกลเจ็ดดารา จากนั้นประสานมือสร้างค่ายกลห้าธาตุชักนำสายฟ้า เสียงอันเย็นชาดังก้องไปทั่วเวทีประลอง:

"เก้าสวรรค์บัญชาการ แปรผันเป็นเทพสายฟ้า"

"อานุภาพแห่งสวรรค์ ชักนำด้วยดาบเดียว!"

เสียงอันเย็นเยียบดังก้องในหูของทุกคน

ชั่วพริบตา ฟ้าดินมืดมิดลงถนัดตา

ทุกคนแหงนมองหญิงสาวชุดขาวบนท้องฟ้า พวกเขาได้เป็นพยานถึงความเด็ดเดี่ยว และความมุ่งมั่นในแววตาของนาง

ในห้วงความคิดของทุกคน ต่างผุดคำถามขึ้นมา

นี่น่ะหรือคือท่วงท่าของเซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า?

ช่างสง่างามไร้ผู้เทียมทานเสียจริง!

…....

จบบทที่ บทที่ 35: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า! ลู่เสวี่ยฉีผู้สง่างามไร้ผู้เทียมทาน!

คัดลอกลิงก์แล้ว