- หน้าแรก
- ความยิ่งใหญ่ของข้าถูกเปิดเผยโดยสวรรค์
- บทที่ 35: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า! ลู่เสวี่ยฉีผู้สง่างามไร้ผู้เทียมทาน!
บทที่ 35: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า! ลู่เสวี่ยฉีผู้สง่างามไร้ผู้เทียมทาน!
บทที่ 35: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า! ลู่เสวี่ยฉีผู้สง่างามไร้ผู้เทียมทาน!
บทที่ 35: เซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า! ลู่เสวี่ยฉีผู้สง่างามไร้ผู้เทียมทาน!
ด้านข้าง
การประลองระหว่างฉีฮ่าวกับเจิงซูซูจบลงในเวลาไม่นานนักด้วยระดับพลังที่แตกต่างกันมาก
คนหนึ่งอยู่ระดับขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าตอนปลาย
อีกคนอยู่เพียงระดับขอบเขตหยูชิงชั้นเจ็ด
เมื่อการประลองของทั้งสองเวทียุติลง การตัดสินชิงชัยที่ทุกคนเฝ้ารอก็กำลังจะเริ่มขึ้น...
เจ้านิกายเต้าเสวียนประกาศพักการแข่งขันเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม เพื่อให้ทั้งลู่เสวี่ยฉีและฉีฮ่าวได้มีเวลาฟื้นฟูพลังลมปราณอย่างเต็มที่
หนึ่งชั่วยามผ่านไป ศึกตัดสินเจ็ดยอดเขาก็เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ
“การประลองรอบตัดสินนี้”
“ลู่เสวี่ยฉีแห่งยอดเขาไผ่เล็ก ปะทะ ฉีฮ่าวแห่งยอดเขามังกรทะยาน”
ผู้อาวุโสจากยอดเขาธงสวรรค์เคาะระฆังทองแดงเบาๆ
แก๊ง!
เสียงระฆังกังวานก้องไปทั่ว
ผู้คนต่างพากันเบียดเสียดเข้ามาใกล้เวทีประลอง…แววตาของศิษย์นิกายชิงหยุนหลายคนฉายแววคาดหวัง
….
"พวกเจ้าคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะ?"
"ถามได้! ต้องเป็นศิษย์พี่ฉีฮ่าวอยู่แล้ว!"
"จริงอยู่ที่ศิษย์พี่หญิงลู่มีระดับพลังสูง แต่ศิษย์พี่ฉีฮ่าวมีประสบการณ์โชกโชนกว่ามาก อีกทั้งศิษย์พี่ฉีฮ่าวก็มีพลังถึงขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าตอนปลายแล้ว อีกก้าวเดียวก็จะถึงขอบเขตซ่างชิง"
"แต่ข้าได้ยินมาว่าศิษย์พี่หญิงลู่ก็มีพลังถึงขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าตอนปลายเหมือนกันนะ..."
"ห๊ะ…จริงหรือ!?"
"ได้ยินว่าเมื่อเดือนก่อน ศิษย์พี่หญิงลู่ถูกคนจากนิกายมารลอบสังหารที่ลานชมจันทร์ แต่กลับกลายเป็นเรื่องดี พลิกวิกฤตเป็นโอกาสจนทะลวงระดับพลังขึ้นมาได้ ตอนนี้ฝีมือทัดเทียมกับศิษย์พี่ฉีฮ่าวแล้ว..."
เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ
….
เย่ฉางเฟิงเลิกคิ้วเล็กน้อย
เขายืนอยู่วงนอกของฝูงชน สายตาจับจ้องไปที่เวที
ลู่เสวี่ยฉีในตอนนี้มีระดับพลังถึงขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าตอนปลายจริงๆโอกาสชนะของนางมีสูงมากทีเดียว...
…
ท่ามกลางสายตาของมหาชน
ลู่เสวี่ยฉีค่อยๆก้าวขึ้นสู่เวที
หางตาของนางกวาดมองไปในฝูงชน และพบร่างของเย่ฉางเฟิงในทันที แววตาที่เคยเย็นชาพลันฉายประกายมุ่งมั่น
ต้องชนะ!
นางจะต้องคว้าตำแหน่งจ้าวแห่งการประลองเจ็ดยอดเขามาให้ได้!
ไม่ใช่เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณอาจารย์ แต่เพื่อแบ่งปันเกียรติยศนี้ร่วมกับเขา!
“ศิษย์น้องลู่ โปรดชี้แนะ”
ฉีฮ่าวในชุดขาวสง่า มือถือดาบวิเศษเหมันต์
เขาประสานมือคารวะลู่เสวี่ยฉีด้วยรอยยิ้ม
แม้จะไม่ได้รับการตอบรับใดๆ…เขาก็มิได้ถือสา
ชิ้งงงง!
ดาบเทพเทียนหยาออกจากฝัก…แสงดาบสีครามพุ่งเสียดฟ้า
ลู่เสวี่ยฉีไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางถือดาบพุ่งเข้าใส่ฉีฮ่าวทันที แสงดาบอันคมกริบสว่างวาบไปทั่ว รัศมีสังหารปกคลุมทั่วทั้งเวทีประลอง
เห็นดังนั้น สีหน้าของฉีฮ่าวขรึมลง
ลู่เสวี่ยฉีทะลวงผ่านขอบเขตหยูชิงชั้นเก้าตอนปลายจริงๆด้วย แถมยังมีอาวุธเทพคอยหนุนเสริม
ฉีฮ่าวสัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางเบาที่เริ่มถาโถมเข้ามา
ตูม!
การต่อสู้ครั้งนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคนทันที
….
บนแท่นประธาน เจ้ายอดเขาทั้งเจ็ดจ้องมองไม่กระพริบตา
สุ่ยเยว่กำที่วางแขนแน่นด้วยความตื่นเต้น
…
บนเวที
ฟุ่บๆๆๆๆ!
การโจมตีของลู่เสวี่ยฉียิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
นางใช้วิชาดาบอันเฉียบคมโจมตีอย่างใจเย็น หางตาคอยเหลือบมองเด็กหนุ่มชุดขาวใต้เวทีเป็นระยะ ความมุ่งมั่นในใจยิ่งแน่วแน่ขึ้น...
ทว่า...ฉีฮ่าวก็ไม่ใช่ตะเกียงขาดน้ำมัน
เขาบำเพ็ญเพียรมาเกือบร้อยปี รากฐานพลังของเขาจึงมั่นคงอย่างยิ่ง
การประลองครั้งก่อน เขาก็พ่ายแพ้ให้กับเซียวอี้ไฉเพียงไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น
ตูมมมม!
เมื่อเผชิญกับการบุกอันดุดันของลู่เสวี่ยฉี
ฉีฮ่าวรับมือและสลายการโจมตีได้อย่างเยือกเย็น
เขารู้จุดอ่อนของตัวเองดี ในระดับพลังที่เท่ากัน แต่ลู่เสวี่ยฉีมีอาวุธเทพหนุนหลัง เขาทำได้เพียงหลบเลี่ยงคมดาบชั่วคราว
ชั่วขณะหนึ่ง ลู่เสวี่ยฉีไม่สามารถเจาะทะลุการป้องกันของฉีฮ่าวได้…ส่วนฉีฮ่าวก็ไม่อาจสวนกลับภายใต้คมดาบของอาวุธเทพได้เช่นกัน
สถานการณ์จึงตกอยู่ในสภาวะยืดเยื้อ
ในตอนนี้...พวกเขาวัดกันที่ความอึด
แต่...ดูเหมือนลู่เสวี่ยฉีจะไม่คิดยืดเยื้ออีกต่อไป
ดวงตาที่เย็นชาของนางไหววูบ ราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว
วูบ——
ดาบเทพเปล่งประกายแสงเจิดจ้า
ฉีฮ่าวเลือกที่จะหลบเลี่ยง…เขาถอยหลังกรูด
ทว่า...ในจังหวะนั้นเอง ลู่เสวี่ยฉีกลับทะยานร่างขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยไม่ลังเล
วินาทีนี้ สายตาของนางจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มชุดขาวผู้ยืนชมอยู่ใต้เวที ความทรงจำถึงคำสัญญาเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว
ต้องชนะ
นาง...จะต้องคว้าตำแหน่งชนะเลิศมาให้ได้
เฮือก!
หญิงสาวผู้เย็นชาสูดลมหายใจลึก
นางกดข่มความหวาดกลัวทั้งมวลในจิตใจลงไป
….
ณ วินาทีนี้
สายลมสงบนิ่ง
ผู้คนนับหมื่นแหงนหน้ามองฟ้า
หัวใจของเย่ฉางเฟิงกระตุกวูบ เขาเห็นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าในดวงตาของนาง
ในขณะนี้ เย่ฉางเฟิงเข้าใจการตัดสินใจของนางแล้ว
เขารู้ดีว่าลู่เสวี่ยฉีเป็นคนเช่นไร
ภายนอกดูเย็นชา เข้าถึงยาก…แต่แท้จริงแล้วนางเพียงแค่พูดไม่เก่ง ไม่รู้วิธีสนทนา หรือแสดงออกทางอารมณ์ไม่เป็น
แต่...ไม่ว่าอย่างไร นางจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดของนางให้แก่เขา
แม้นางจะแสดงความรู้สึกไม่เก่ง แต่นางจะพิสูจน์ด้วยการกระทำ...
อย่างเช่นตอนนี้…
นางต้องการแบ่งปันเกียรติยศนี้ร่วมกับเย่ฉางเฟิง!
ในใจของนาง...ตำแหน่งจ้าวแห่งการประลองเจ็ดยอดเขาควรจะเป็นของเย่ฉางเฟิง แต่ในเมื่อเขาไม่อาจรับเกียรตินี้ได้อย่างเปิดเผย นางก็จะช่วยคว้ามันมาให้เขาเอง
ตรงกับคำพูดที่เย่ฉางเฟิงกล่าวไว้เมื่อคืนพอดี
"ชัยชนะของเจ้า ก็คือชัยชนะของข้า"
เราสองคน ร่วมแบ่งปันเกียรติยศ
วินาทีนี้ หัวใจของเย่ฉางเฟิงสั่นไหวอย่างรุนแรง
หญิงสาวผู้สมบูรณ์แบบและมหัศจรรย์เช่นนี้
ใครเล่าจะไม่หวั่นไหว
...
ครืนนน!
บนท้องนภาเก้าชั้น
ท้องฟ้าสีครามสดใสพลันแปรเปลี่ยนเป็นเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อัดแน่นจนกลายเป็นภาพทิวทัศน์อันน่าสะพรึงกลัวดั่งเมฆดำถล่มเมือง...
หญิงสาวผู้เย็นชายืนตระหง่านอยู่กลางเวหา
นางยืนหยัดท้าทายสายลมกรรโชก ผมดำขลับปลิวไสว อาภรณ์สีขาวสะบัดพริ้ว ดาบสวรรค์ในมือเปล่งประกายเจิดจรัส
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง
ดวงตาของหญิงสาวใสกระจ่างดุจแก้วผลึก
นางจ้องมองท้องฟ้าอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้พายุจะโหมกระหน่ำเพียงใด นางก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ครึ่งก้าว...
ลู่เสวี่ยฉีคือสตรีมหัศจรรย์เช่นนี้เอง
ความงาม, พละกำลัง, ความดื้อรั้น, และความเย็นชา หลอมรวมอยู่ในตัวนาง
ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป…นางก็จะไม่ใช่ลู่เสวี่ยฉีอีกต่อไป
ฟุ่บ!
ท่ามกลางสายตาของมหาชน ดาบเทพชี้ตรงขึ้นสู่ฟ้า
ใบหน้าของลู่เสวี่ยฉีซีดเผือดลงเรื่อยๆ
นางร่ายวิชาดาบด้วยมือซ้าย เท้าเหยียบย่างตามค่ายกลเจ็ดดารา จากนั้นประสานมือสร้างค่ายกลห้าธาตุชักนำสายฟ้า เสียงอันเย็นชาดังก้องไปทั่วเวทีประลอง:
"เก้าสวรรค์บัญชาการ แปรผันเป็นเทพสายฟ้า"
"อานุภาพแห่งสวรรค์ ชักนำด้วยดาบเดียว!"
เสียงอันเย็นเยียบดังก้องในหูของทุกคน
ชั่วพริบตา ฟ้าดินมืดมิดลงถนัดตา
ทุกคนแหงนมองหญิงสาวชุดขาวบนท้องฟ้า พวกเขาได้เป็นพยานถึงความเด็ดเดี่ยว และความมุ่งมั่นในแววตาของนาง
ในห้วงความคิดของทุกคน ต่างผุดคำถามขึ้นมา
นี่น่ะหรือคือท่วงท่าของเซียนดาบหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า?
ช่างสง่างามไร้ผู้เทียมทานเสียจริง!
…....