เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: บทวิจารณ์: เจ้านิกายเสวียนชา — จินผิงเอ๋อร์!

บทที่ 22: บทวิจารณ์: เจ้านิกายเสวียนชา — จินผิงเอ๋อร์!

บทที่ 22: บทวิจารณ์: เจ้านิกายเสวียนชา — จินผิงเอ๋อร์!


บทที่ 22: บทวิจารณ์: เจ้านิกายเสวียนชา — จินผิงเอ๋อร์!

นิกายเสวียนชา?

ผิงเอ๋อร์?

เศษซากจากนิกายเหอฮวน!?

เมื่อคำเหล่านี้ปรากฏขึ้นพร้อมกัน ก็ทำให้เหล่าศิษย์นิกายชิงหยุนที่อยู่นอกตำหนักหยูชิงถึงกับงุนงงไปตามๆกัน

"นิกายเสวียนชา?...ในจงหยวนของเรามีนิกายแบบนี้ด้วยรึ?"

"ดูเหมือนจะไม่มีนะ...ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย"

ท่ามกลางฝูงชน…เจิงซูซู บุตรชายของเจ้ายอดเขาวายุหวน ยกมือขึ้นลูบคางของตนเอง

เขาสวมอาภรณ์สีคราม ในมือถือพัดกระดาษ แต่งกายราวกับเป็น 'เจ้านิกายชิงหยุน' อย่างไรอย่างนั้น

อันที่จริงแล้ว ตอนนี้มีศิษย์นิกายชิงหยุนจำนวนไม่น้อยที่เริ่มหันมาสวมอาภรณ์สีครามกันแล้ว

และหากจะให้พูดตามคำของพวกเขา...นี่เรียกว่าการเจริญรอยตามท่านเจ้านิกายชิงหยุน

แต่ที่น่าขันก็คือ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้านิกายชิงหยุนที่ว่านั้นเป็นใครกันแน่

เจิงซูซูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น: "ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายธรรมะหรือฝ่ายอธรรมในดินแดนจงหยวนของเรา ก็ไม่มีนิกายใดที่ชื่อว่า 'เสวียนชา' หรือว่านี่จะเป็นนิกายฝ่ายธรรมะที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ในอนาคตกันนะ?"

คำพูดของเขาได้รับการเห็นด้วยจากผู้คนจำนวนไม่น้อย

เพราะอย่างไรเสีย ข้อมูลที่เปิดเผยบนม่านฟ้าในตอนนี้ล้วนเป็นภาพเหตุการณ์ในอนาคตทั้งสิ้น…นิกายเสวียนชาก็น่าจะเป็นนิกายที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ในอนาคตเช่นกัน

เพียงแต่ว่า...สิ่งที่พวกเขาอยากรู้มากกว่าก็คือ 'ผิงเอ๋อร์' ที่เจ้านิกายชิงหยุนเอ่ยถึงนั้นเป็นใครกันแน่!?

…..

ณ บัดนี้

พวกเขาก็เริ่มมองออกแล้วว่า ข้อมูลทุกอย่างที่เปิดเผยบนม่านฟ้า หรือตัวอักษรทุกตัวที่หลุดออกมา ล้วนสามารถส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อดินแดนเสินโจวในปัจจุบันได้

กระทั่งอาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจของฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรมได้เลยทีเดียว...

ตัวอย่างเช่นเมื่อไม่นานมานี้ ม่านฟ้าได้เปิดเผยระดับพลังของ 'ลู่เสวี่ยฉี' ในอนาคต…และหลังจากนั้น นิกายชิงหยุนก็ถูกลอบโจมตีจากมือสังหารของพรรคมารในยามค่ำคืน

นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากม่านฟ้า

และในตอนนี้ นามของ 'ผิงเอ๋อร์' ได้ถูกเอ่ยขึ้นมาจากปากของเจ้านิกายชิงหยุน สถานะของนางย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ซึ่งมันอาจจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอำนาจของดินแดนเสินโจวก็เป็นได้...

….

นอกตำหนักหยูชิง

เหล่าเจ้ายอดเขาทั้งเจ็ดยอดเขาสบตากัน…แน่นอนว่าพวกเขาย่อมรู้ถึงความสำคัญของม่านฟ้าเป็นอย่างดี

ดังนั้น…พวกเขาจึงพินิจพิเคราะห์ข้อมูลทุกอย่างที่เปิดเผยบนม่านฟ้าอย่างจริงจัง โดยหวังว่าจะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมาได้...

"ผิงเอ๋อร์?"

"นิกายเสวียนชา?"

"เศษซากจากนิกายเหอฮวน!"

แววตาของเจ้านิกายเต้าเสวียนวูบไหวเล็กน้อย…เขาหันไปมองลู่เสวี่ยฉีที่ยืนอยู่ข้างกายสุ่ยเยว่ด้วยท่าทีอ่อนโยน พร้อมกับเอ่ยถาม

"เสวี่ยฉี เจ้ารู้จักคนที่ชื่อ 'ผิงเอ๋อร์' หรือไม่?"

สิ้นคำถามนั้น สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปยังลู่เสวี่ยฉี

เมื่อได้ยินดังนั้น และต้องเผชิญกับสายตาของทุกคน…ลู่เสวี่ยฉีจึงรู้สึกกดดันอย่างมหาศาล

นางเม้มริมฝีปากเบาๆ พลางคิดจะหันไปมองเย่ฉางเฟิงตามสัญชาตญาณ แต่สุดท้ายก็ฝืนใจเอาไว้ได้

เพราะอย่างไรเสีย นางรู้ดีว่าเย่ฉางเฟิงไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน

หากนางหันไปมองเขาในตอนนี้? …นั่นก็เท่ากับเป็นการเปิดโปงเขาทางอ้อมมิใช่หรือ!

เด็กสาวผู้เย็นชาจึงส่ายศีรษะเบาๆ พลางตอบว่า:  "เรียนท่านอาจารย์ลุงเจ้านิกาย…ศิษย์ไม่รู้จักเจ้าค่ะ"

เหล่าเจ้านิกายต่างถอนหายใจออกมาเบาๆ

ในทันใดนั้น สายตาของทุกคนก็ละไปจากลู่เสวี่ยฉี จากนั้นจึงหันกลับไปให้ความสนใจกับม่านฟ้าอีกครั้ง

เมื่อเห็นดังนั้น ลู่เสวี่ยฉีจึงแอบเหลือบมองเย่ฉางเฟิงอย่างระมัดระวัง ก็เห็นเพียงเย่ฉางเฟิงกำลังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางจ้องมองข้อมูลบนม่านฟ้าแล้วจมอยู่ในห้วงความคิด...

…..

หากจะพูดถึงเพียงแค่ 'นิกายเสวียนชา'...อันที่จริง เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร

เพราะในนิยายต้นฉบับเรื่องดาบเทพสังหาร ไม่เคยมีนิกายที่ชื่อว่าเสวียนชาปรากฏอยู่เลย

แต่หากเพิ่มคำสำคัญอย่างผิงเอ๋อร์และเศษซากจากนิกายเหอฮวนเข้าไปด้วย เขาก็พอจะเดาคำตอบบางอย่างออกมารางๆ แล้ว

เย่ฉางเฟิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น

เขาทอดสายตามองไปยังม่านฟ้าเบื้องบน พร้อมกับคิดในใจว่าม่านฟ้าคงจะเริ่มทำการวิจารณ์แล้วสินะ?

วิจารณ์การดำรงอยู่ของคนที่ชื่อ 'ผิงเอ๋อร์' ผู้นี้!

เเต่ไม่รู้ว่ามันจะตรงกับที่เขาคาดเดาไว้หรือไม่!?

...

ในขณะนี้

การเปิดม่านฟ้ารอบใหม่ได้ดึงดูดความสนใจจากทั่วทั้งดินแดนเสินโจวในทันที

ไม่ว่าจะเป็นนิกายใดของฝ่ายธรรมะหรือฝ่ายอธรรม พวกเขาต่างจับจ้องไปยังท้องฟ้าเบื้องบน พลางเพ่งสมาธิไปยังข้อมูลบนม่านฟ้าอย่างไม่ละสายตา

….

ณ ภูเขาจิ้งจอก

ที่ตั้งของนิกายราชันย์ภูต

สีหน้าของว่านเหรินหวังและคนอื่นๆล้วนเคร่งขรึม

"นิกายเสวียนชา?"

ชิงหลงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง…ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวในอาภรณ์สีดำที่อยู่ข้างกาย แล้วเอ่ยถาม

"น้องหญิง ในฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรมมีนิกายนี้อยู่หรือไม่?"

เมื่อได้ยินดังนั้น โยวจีก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย…ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าของนางทอประกายวูบไหว ราวกับกำลังใช้ความคิด และในที่สุดก็เงยหน้าขึ้นตอบว่า

"ไม่มี"

คนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างต่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้น ว่านเหรินหวังจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขรึม:  "เป้าหมายสำคัญที่สุดของเราในตอนนี้คืออสูรกุยหนิวที่กำลังจะฟื้นคืนชีพที่เกาะหลิวโป ตราบใดที่เรื่องอื่นๆไม่มารบกวนแผนการจับอสูรกุยหนิวของเรา ก็ให้พักเรื่องนั้นไว้ก่อน..."

กล่าวจบ ว่านเหรินหวังก็หันไปมองโยวจีอีกครั้ง

"โยวจี ข้าเพิ่งพบเบาะแสเกี่ยวกับคัมภีร์สวรรค์เมื่อไม่นานมานี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าผู้เฒ่าเมื่อแปดร้อยปีก่อนจะมีคัมภีร์สวรรค์อยู่หนึ่งเล่ม เจ้าจงพาเหยาเอ๋อร์ไปที่ตำหนักหลอมโลหิตสักครั้งหนึ่งเถิด"

"ไปดูว่าพอจะหาคัมภีร์สวรรค์เล่มนั้นพบหรือไม่"

"เจ้าค่ะ"

โยวจีพยักหน้ารับคำเบาๆ พลางตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูว่างเปล่า

ในชั่วพริบตา บรรยากาศก็กลับสู่ความเงียบงัน…เหล่าคนของนิกายราชันย์ภูตต่างหันกลับไปมองม่านฟ้าอีกครั้ง

...

ทะเลบูรพา

เกาะหลิวโป

หุบเขาเซียวเหยา นิกายเหอฮวน

เมื่อเหล่าศิษย์นิกายเหอฮวนได้เห็นข้อมูลที่เปิดเผยบนม่านฟ้า พวกเขาทั้งหมดก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อนรนขึ้นมา...

"เศษซากจากนิกายเหอฮวน?"

"ในอนาคตนิกายเหอฮวนของพวกเราถูกทำลายจริงๆ หรือ?"

"เป็นไปไม่ได้!"

"นิกายเหอฮวนของพวกเราสืบทอดกันมาถึงแปดร้อยปี! จะถูกทำลายลงง่ายๆ ได้อย่างไร? นี่ต้องเป็นแผนการชั่วร้ายของพวกจอมปลอมฝ่ายธรรมะเป็นแน่!"

ศิษย์นิกายเหอฮวนจำนวนไม่น้อยต่างต่อต้านความจริงนี้อย่างเต็มที่

พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นคำสำคัญอีกสองคำที่เปิดเผยบนม่านฟ้า...

นิกายเสวียนชา!

ผิงเอ๋อร์?

ณ ยอดเขาแห่งหนึ่ง

ซานเมี่ยวเซียนจื่ออดไม่ได้ที่จะชะงักงันไป

นางไม่ได้ใส่ใจกับคำว่า 'เศษซากจากนิกายเหอฮวน' แต่กลับให้ความสนใจกับคำสำคัญสองคำคือ 'นิกายเสวียนชา และ ผิงเอ๋อร์' แทน...

"ผิงเอ๋อร์?"

"ผิงเอ๋อร์!"

"ท่านอาจารย์เรียกข้าหรือเจ้าคะ?"

พลันปรากฏร่างของเด็กสาวในอาภรณ์สีขาวผู้มีหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มคนหนึ่งโผล่หน้าออกมาจากด้านหลัง

ในวินาทีนั้น…ร่างของซานเมี่ยวเซียนจื่อพลันแข็งทื่อไป

จินผิงเอ๋อร์เองก็ชะงักงันเช่นกัน นางเงยหน้าขึ้นมองข้อมูลที่เปิดเผยบนม่านฟ้า และก็อดไม่ได้ที่จะตัวแข็งทื่อไป...

ผิงเอ๋อร์ในน่านฟ้า?

หรือว่าจะเป็นนาง?

"ทะ...ท่านอาจารย์..." เด็กสาวผู้น่ารักเอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกัก ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

"ผิงเอ๋อร์ มานี่!"

ซานเมี่ยวเซียนจื่อจับจ้องไปยังท้องฟ้าเบื้องบนอย่างไม่วางตา

หากไม่มีอะไรผิดพลาด...ม่านฟ้าก็คงจะเริ่มทำการวิจารณ์แล้วสินะ?

วิจารณ์การดำรงอยู่ของคนที่ชื่อ 'ผิงเอ๋อร์' ผู้นี้!

….

ครืนนนนน—

ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้อง…ภาพบนม่านฟ้าค่อยๆ หยุดนิ่งลง

พลันปรากฏตัวอักษรเสมือนจริงค่อยๆฉายขึ้นบนม่านฟ้า ปรากฏต่อหน้าสายตาของชาวโลก

[บทวิจารณ์—]

[เจ้านิกายเสวียนชา · จินผิงเอ๋อร์!]

….…

จบบทที่ บทที่ 22: บทวิจารณ์: เจ้านิกายเสวียนชา — จินผิงเอ๋อร์!

คัดลอกลิงก์แล้ว