- หน้าแรก
- ความยิ่งใหญ่ของข้าถูกเปิดเผยโดยสวรรค์
- บทที่ 23: แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของนิกายเหอฮวน? ทางเลือกของซานเมี่ยว!
บทที่ 23: แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของนิกายเหอฮวน? ทางเลือกของซานเมี่ยว!
บทที่ 23: แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของนิกายเหอฮวน? ทางเลือกของซานเมี่ยว!
บทที่ 23: แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของนิกายเหอฮวน? ทางเลือกของซานเมี่ยว!
[จินผิงเอ๋อร์—]
[นางในฐานะศิษย์สายตรงของนิกายเหอฮวน ผู้เป็นศิษย์รักของซานเมี่ยวเซียนจื่อ แม้กายจะอยู่ในความมืดมิด แต่ใจกลับโหยหาแสงสว่าง ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาอันตกต่ำ]
[ด้วยเหตุบังเอิญคราหนึ่ง นางได้พบพานกับ 'เจ้านิกายชิงหยุน' และได้รับการช่วยเหลือจากเขา จนสามารถดิ้นรนหลุดพ้นออกมาจากความมืดมิดได้ในที่สุด...]
[หลังจากนั้น….]
[ด้วยความช่วยเหลือของ 'เจ้านิกายชิงหยุน' นางจึงได้รับสืบทอดวิชาทั้งหมดของจินหลิงฟูเหรินเมื่อแปดร้อยปีก่อน และได้ใช้วิชาที่สืบทอดมานี้ก่อตั้งนิกายขึ้นใหม่ โดยมีนามว่า…นิกายเสวียนชา!]
….
ครืนนน—
ทันทีที่บทวิจารณ์บนม่านฟ้าค่อยๆปรากฏขึ้น…ทุกคนต่างตกตะลึงจนสิ้น
คาดไม่ถึงเลยว่า 'ผิงเอ๋อร์' ที่เจ้านิกายชิงหยุนเอ่ยถึง จะเป็นศิษย์ของนิกายเหอฮวน!?
ในชั่วพริบตา เหล่าศิษย์นิกายชิงหยุนที่อยู่เบื้องหน้าตำหนักหยูชิงต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
พวกเขาจ้องมองบทวิจารณ์ที่ปรากฏขึ้นบนม่านฟ้า ขณะที่ในใจก็เต็มไปด้วยความรู้สึกตกตะลึง...
….
นางมารจากนิกายเหอฮวน?
ลู่เสวี่ยฉีขมวดคิ้วเล็กน้อย
นางไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อนิกายนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะนิกายเหอฮวนเป็นหนึ่งในสี่นิกายใหญ่ของพรรคมาร อีกทั้งศิษย์ในนิกายล้วนเป็นนางมารที่ฝึกฝนวิชาชั่วร้ายอย่างการดูดกลืนพลังหยางเพื่อบำรุงพลังหยิน...
แล้วเหตุใดเย่ฉางเฟิงถึงได้ไปมีความสัมพันธ์กับนางมารแห่งนิกายเหอฮวนได้?
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา…ลู่เสวี่ยฉีจึงใช้หางตาเหลือบมองไปยังเย่ฉางเฟิง
เย่ฉางเฟิงราวกับจะรับรู้ได้…เขาหันกลับไปสบตากับลู่เสวี่ยฉี และพอจะคาดเดาความคิดของนางออก
ทว่าเขากลับไม่มีท่าทีร้อนตัวเลยแม้แต่น้อย…ตรงกันข้าม เขากลับจ้องมองลู่เสวี่ยฉีอย่างเปิดเผยอยู่หลายครั้ง...
การกระทำของ 'เย่ฉางเฟิง' ในอนาคต…มันเกี่ยวอะไรกับเขาในตอนนี้ด้วยเล่า?
ใบหน้าของลู่เสวี่ยฉีแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย
นางสัมผัสได้ว่าสายตาของเย่ฉางเฟิงกำลังกวาดมองอยู่บนร่างของนางไม่หยุด จึงรีบหลบสายตาด้วยความเขินอายในทันที
เพราะถึงอย่างไร ตอนนี้นางก็ยังเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าภายนอกจะดูเย็นชาเพียงใด...แต่ก็ไม่อาจปิดบังความจริงที่ว่านางยังเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ได้
ในขณะนี้ เหล่าศิษย์นิกายชิงหยุนที่อยู่รายล้อมต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน
พวกเขาก็กำลังถกเถียงกันในประเด็นที่น่าสงสัยนี้เช่นกัน
เจ้านิกายชิงหยุนผู้ยิ่งใหญ่ กลับไปมีความสัมพันธ์กับนางมารแห่งนิกายเหอฮวน…แถมยังช่วยเหลือนางก่อตั้งนิกายขึ้นมาใหม่อีก?
แล้วนิกายใหม่นี้สังกัดฝ่ายธรรมะหรือฝ่ายอธรรมกันแน่?
นี่คือประเด็นที่ทำให้ทุกคนรู้สึกสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างยิ่ง
….
นอกตำหนักหยูชิง
เจ้ายอดเขาทั้งเจ็ดยอดเขาต่างขมวดคิ้วเล็กน้อย
พวกเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจกับข้อมูลที่เปิดเผยบนม่านฟ้าเช่นกัน
แต่ทว่า...เรื่องนี้ก็ยังพอจะทำความเข้าใจได้อยู่
เจ้านิกายเต้าเสวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง…ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ว่ากันว่าเมื่อแปดร้อยปีก่อน นิกายเหอฮวนยังมิใช่นิกายฝ่ายอธรรม แต่เป็นนิกายที่เป็นกลาง อีกทั้งปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งอย่างจินหลิงฟูเหรินก็เป็นผู้บำเพ็ญตบะอิสระที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนในยุทธภพ แถมยังได้ทำความดีไว้ไม่น้อย..."
เมื่อแปดร้อยปีก่อน…มหาสงครามระหว่างฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรมได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งดินแดนเสินโจว ราษฎรผู้ไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมากต้องตกเป็นเหยื่อของเปลวเพลิงแห่งสงคราม
จินหลิงฟูเหรินรู้สึกเวทนาในความทุกข์ยากของชาวโลก…ในที่สุดนางจึงได้ก่อตั้งนิกายเหอฮวนขึ้น เพื่อรับเลี้ยงหญิงสาวผู้ไร้บ้านจำนวนมาก
น่าเสียดายที่ หลังจากการจากไปของจินหลิงฟูเหริน…วิชาของนิกายเหอฮวนก็ขาดช่วงการสืบทอด และในที่สุดก็จำต้องเดินไปในเส้นทางที่ผิด จนค่อยๆกลายเป็นหนึ่งในสี่นิกายใหญ่ของพรรคมารในปัจจุบัน
เถียนปู้อี้พยักหน้าเล็กน้อย พลางกล่าว "ถ้าเช่นนั้นแล้ว นิกายเสวียนชานี้ก็น่าจะสังกัดฝ่ายธรรมะของพวกเรา ไม่ใช่นิกายที่มักมากในกามคุณเช่นนิกายเหอฮวน"
"ถูกต้อง" เจ้านิกายเต้าเสวียนพยักหน้าเห็นด้วย
เพราะอย่างไรเสีย ม่านฟ้าก็ได้บอกไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่า
'เจ้านิกายชิงหยุน' คือผู้นำแห่งฝ่ายธรรมะในใต้หล้า เป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งฝ่ายธรรมะรุ่นใหม่…แล้วจะไปทำเรื่องที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีได้อย่างไรกัน!?
เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าศิษย์นิกายชิงหยุนที่อยู่รายล้อมก็พลันเข้าใจในทันที
ที่แท้นิกายเหอฮวนก็มีประวัติความเป็นมาเช่นนี้เองรึ? พวกเขานึกว่านิกายเหอฮวนเป็นฝ่ายอธรรมมาโดยตลอดเสียอีก!
ลู่เสวี่ยฉีเองก็เข้าใจขึ้นมาในทันใด
แต่เดี๋ยวนะ...อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นเอง ในใจของนางพลันเกิดความระแวงบางอย่างขึ้นมา
แล้วในอนาคตจินผิงเอ๋อร์คนนี้มีความสัมพันธ์แบบใดกับเย่ฉางเฟิงกันแน่? คงจะไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบนั้นหรอกนะ...
ลู่เสวี่ยฉีเหลือบมองเย่ฉางเฟิงด้วยความสงสัย
"หืม?"
เย่ฉางเฟิงสังเกตเห็นสายตาของเด็กสาวผู้เย็นชา…เขาจึงกะพริบตาปริบๆอย่างไร้เดียงสา
ยังคงเป็นคำพูดเดิม...เรื่องที่เย่ฉางเฟิงในอนาคตก่อไว้ มันเกี่ยวอะไรกับเขาในตอนนี้ด้วยเล่า!?
...
ครืนนนนน—
ม่านฟ้าได้เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับ 'จินผิงเอ๋อร์' ออกมา
ถึงบทวิจารณ์ของนางยังไม่จบลงโดยสมบูรณ์ แต่ทั่วทั้งฝ่ายอธรรมกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิกายเหอฮวน...
"อะไรนะ!?"
"ศิษย์พี่หญิงจินมีความสัมพันธ์กับเจ้านิกายชิงหยุนรึ?!"
"นางเป็นถึงศิษย์รักของท่านเจ้านิกายนะ!"
"ศิษย์สายตรงของนิกายเหอฮวนผู้สูงส่ง กลับทรยศต่อนิกายที่เลี้ยงดูนางมาในอนาคตงั้นรึ?"
"น่าขัน…น่าขันสิ้นดี!"
"ในความเห็นของข้า...การล่มสลายของนิกายเหอฮวนในอนาคตก็คงจะเกี่ยวข้องกับนางอย่างแน่นอน!"
เหล่าศิษย์นิกายเหอฮวนต่างโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง…กระทั่งมีบางคนสงสัยว่าการล่มสลายของนิกายเหอฮวนในอนาคตนั้นมีความเกี่ยวข้องกับจินผิงเอ๋อร์อย่างแยกไม่ออก
ในชั่วพริบตา ทั่วทั้งนิกายเหอฮวนก็ตกอยู่ในความโกลาหล
พวกเขาพากันมุ่งหน้าไปยังตำหนักหลัก โดยตั้งใจจะไปหาซานเมี่ยวเซียนจื่อเพื่อประท้วง โดยหวังว่านางจะลงโทษจินผิงเอ๋อร์ผู้ทรยศ...
…..
ณ ยอดเขา
จินผิงเอ๋อร์จ้องมองบทวิจารณ์บนม่านฟ้าอย่างเหม่อลอย
นี่คืออนาคตของนางหรือ?
แต่ว่า...นางไม่รู้จักเจ้านิกายชิงหยุนอะไรนั่นเลยสักนิด!?
ในขณะนั้น แววตาของซานเมี่ยวเซียนจื่อพลันวูบไหว
เมื่อได้เห็นบทวิจารณ์บนม่านฟ้า ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่า 'แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว' ของนิกายเหอฮวนนั้นอยู่ที่ใด ที่แท้ก็อยู่ที่ตัวของจินผิงเอ๋อร์นี่เอง...
พูดตามตรง ซานเมี่ยวเซียนจื่อในฐานะเจ้านิกายเหอฮวนในยุคนี้…อันที่จริง นางมองออกนานแล้วว่านิกายของตนกำลังเดินสู่ขาลง
เพราะนิกายเหอฮวนในปัจจุบันขาดช่วงการสืบทอดวิชา ไม่มีวิชาฝึกฝนที่เป็นสายตรง อีกทั้งของวิเศษประจำนิกายอย่างกระดิ่งเหอฮวนก็หายสาบสูญไป ไม่สามารถเปิดการสืบทอดวิชาได้...
ในอนาคต…หากต้องการจะอยู่รอดต่อไป? ก็คงทำได้เพียงแค่พึ่งพาผู้อื่นเท่านั้น!
และในตอนนี้ข้อมูลที่เปิดเผยบนม่านฟ้า ได้ทำให้ซานเมี่ยวเซียนจื่อมองเห็นเส้นทางสายใหม่
นี่คือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของนิกายเหอฮวน
สรุปได้ว่า—การอยู่ในฝ่ายอธรรมต่อไปไม่มีอนาคต!
มีเพียงการกลับตัวกลับใจเท่านั้นถึงจะมีอนาคต!
"ผิงเอ๋อร์"
ซานเมี่ยวเซียนจื่อมองไปยังเด็กสาวในอาภรณ์สีขาวที่อยู่ข้างกายด้วยแววตาที่ลุกโชน
เพราะถึงอย่างไร จินผิงเอ๋อร์ก็คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ 'นิกายเหอฮวน' สามารถกลับตัวกลับใจได้
ในอนาคต นิกายเสวียนชาที่จินผิงเอ๋อร์ก่อตั้งขึ้น…หากจะว่ากันตามรากเหง้าแล้วก็คือนิกายเหอฮวนนั่นเอง
เพียงแต่ว่า...ไม่ใช่นิกายเหอฮวนในปัจจุบัน แต่เป็นสายตรงของนิกายเหอฮวนเมื่อแปดร้อยปีก่อน!
"ท่านอาจารย์"
จินผิงเอ๋อร์นึกว่าตนเองจะถูกตำหนิ…นางหลับตาลงอย่างว่าง่าย เตรียมพร้อมที่จะรับการลงโทษแล้ว
แต่ใครจะไปคาดคิดว่า...ซานเมี่ยวเซียนจื่อกลับไม่ได้ตำหนินางเลย
"ผิงเอ๋อร์"
"อนาคตของนิกายเหอฮวนขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วนะ" ซานเมี่ยวเซียนจื่อเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเด็กสาวเบาๆ
"หา?"
จินผิงเอ๋อร์ทำหน้างุนงง
ขึ้นอยู่กับใครนะ?
ข้ารึ?
ซานเมี่ยวเซียนจื่ออธิบายอย่างใจเย็น: "ถึงแม้ว่าอาจารย์จะไม่รู้ว่าเจ้านิกายชิงหยุนในอนาคตจะเป็นคนเช่นไร แต่จากข้อมูลที่เปิดเผยบนม่านฟ้าแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับเขาย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน..."
"ในอนาคตหากเจ้าได้พบกับเขา…ก็จงจากไปพร้อมกับเขาเถิด"
จินผิงเอ๋อร์ชะงักไปเล็กน้อย: "ท่านอาจารย์..."
อย่างไรก็ตาม…ในตอนนั้นเอง พลันเกิดความโกลาหลขึ้นจากที่ไม่ไกลนัก
"ขอท่านเจ้านิกายโปรดลงโทษจินผิงเอ๋อร์อย่างหนัก!"
"ลงโทษคนทรยศ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น…สีหน้าของซานเมี่ยวเซียนจื่อก็พลันเคร่งขรึมลงในทันที
…….