- หน้าแรก
- วิวาห์ท่านเสนาบดีในยุคข้าวยากหมากแพง ฮูหยินมงคลนำพาความรุ่งเรือง
- บทที่ 18 ท่านพี่ หึงหรือเจ้าคะ?
บทที่ 18 ท่านพี่ หึงหรือเจ้าคะ?
บทที่ 18 ท่านพี่ หึงหรือเจ้าคะ?
มือของจ้าวชุนฮวาชะงักค้าง น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นแหลมสูงขึ้นทันที "นังลูกไม่รักดี! แค่รองเท้าคู่เดียวทำไมจะให้ไม่ได้? เอ็งออกมาจากท้องข้าแท้ๆ นานทีปีหนกลับมาเยี่ยมบ้าน มีของติดไม้ติดมือมาฝากแม่บังเกิดเกล้ามันผิดตรงไหน?"
"รองเท้าคู่นี้ไม่ใช่ของข้า แต่เป็นของแม่สามี" ฉู่เยว่เอ่ยเรียบๆ "เมื่อวานตอนข้าไปที่นา ข้าถอดรองเท้าไว้บนคันนาแล้วถูกใครไม่รู้ขโมยไป ท่านแม่สามีเลยเอารองเท้าของท่านมาให้ข้าใส่แก้ขัดไปก่อน เพราะเห็นว่าจะต้องกลับมาเยี่ยมบ้าน จะให้เดินเท้าเปล่ามาก็กระไรอยู่ เดี๋ยวคนเขาจะครหาเอาได้ว่าบ้านสกุลลู่โขกสับลูกสะใภ้"
เมื่อเห็นว่าจ้าวชุนฮวายังจ้องรองเท้าตาเป็นมัน ฉู่เยว่จึงพูดต่อ "ข้าต้องเอารองเท้านี้ไปคืนท่านแม่สามีตอนกลับไปถึงบ้าน ถ้าข้ายกให้แม่ แล้วข้าจะเอาอะไรไปคืนท่าน? ชีวิตข้าที่บ้านสกุลลู่ก็ลำบากยากเข็ญพออยู่แล้ว ท่านแม่ได้โปรดอย่าหาเรื่องให้ข้าลำบากใจไปกว่านี้เลย"
พอเห็นว่าคงรีดไถอะไรจากฉู่เยว่ไม่ได้แน่แล้ว จ้าวชุนฮวาก็โบกมือไล่อย่างรำคาญใจ
"เออๆ ช่างมันเถอะ ลูกเขยคงพักผ่อนพอแล้ว พวกเอ็งรีบกลับกันได้แล้ว เดี๋ยวจะมืดค่ำกลางทางเสียก่อน"
ฉู่เยว่พยักหน้ารับคำแล้วเดินออกมาจากห้องของจ้าวชุนฮวา
พอก้าวพ้นประตูออกมา ก็เห็นลู่ซิงเหอยืนรออยู่ที่ใต้ชายคาเรือนหลัก
เขาไม่ได้ตั้งใจแอบฟังบทสนทนาเมื่อครู่ แต่เสียงคุยกันในห้องนั้นไม่ได้เบานัก ประกอบกับประสาทสัมผัสหูที่ไวเป็นทุนเดิม ข้อความเหล่านั้นจึงลอยเข้าหูเขาอย่างชัดเจน
เขาเข้าใจดีว่าที่ฉู่เยว่แสร้งทำเป็นน่าสงสาร ก็เพื่อตัดรำคาญจ้าวชุนฮวา
และเขาก็อดรู้สึกเห็นใจนางไม่ได้ ที่ชีวิตในบ้านสกุลฉู่ช่างยากลำบากถึงเพียงนี้
เมื่อเห็นนางเดินออกมา เขาก็หยิบตะกร้าขึ้นสะพาย "กลับบ้านกันเถอะ"
ฉู่เยว่ส่งเสียงตอบรับในลำคอ พลางมองไปทางประตูห้องของฉู่เสี่ยวเถา เห็นเด็กหญิงตัวน้อยยืนกัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มฉายแววอาลัยอาวรณ์อย่างปิดไม่มิด
ฉู่เยว่ไม่ได้เอ่ยคำใด นางเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ ให้น้องสาว ก่อนจะรีบเดินตามลู่ซิงเหอออกจากประตูรั้วไป
"เยว่เยว่"
ขณะที่ฉู่เยว่และลู่ซิงเหอกำลังเดินเคียงคู่กันออกมา ก็มีเสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้น
นางหันกลับไปมอง ก็พบกับ 'อู๋ยง' เด็กหนุ่มข้างบ้านที่เติบโตมาพร้อมกับฉู่เยว่คนก่อนราวกับคู่รักวัยเยาว์
แม้หน้าตาของเขาจะไม่ได้หล่อเหลาสะดุดตา แต่ก็ดูสะอาดสะอ้านและสดใส
"อู๋ยง? เจ้าไปเรียนงานไม้ที่หมู่บ้านหลิวซู่ไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงกลับมาล่ะ?"
เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามทันที สายตาของเขาเหลือบมองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคายที่ยืนอยู่ข้างกายฉู่เยว่แวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่นาง
อู๋ยงอายุมากกว่าฉู่เยว่สองปี ปีนี้เขาอายุสิบหก เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะรีบเรียนรู้วิชาช่างไม้ให้เชี่ยวชาญ เพื่อที่อีกสองปีข้างหน้าเมื่ออายุครบสิบแปด เขาจะมาสู่ขอฉู่เยว่ไปร่วมสร้างครอบครัวด้วยกัน
แต่ใครจะคาดคิดว่ายังไม่ทันไร เขาก็ได้รับข่าวว่านางถูกฉู่โหย่วเฉียนและพ่อส่งตัวไปบ้านสกุลลู่ที่หมู่บ้านปั้นโพเสียแล้ว
เขาอยากจะบุกไปพาตัวนางกลับมา แต่ถูกมารดาห้ามเอาไว้
แม่บอกว่าฉู่เยว่อยู่บ้านสกุลลู่มาหนึ่งวันแล้ว ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปแล้ว ขืนไปพาตัวมาก็มีแต่จะทำให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียง เขาจึงได้แต่จำยอมอย่างเจ็บปวด
วันนี้พอรู้ข่าวว่านางกลับมาเยี่ยมบ้าน เขาก็มารออยู่ที่หน้าประตูรั้วโดยไม่ยอมกินข้าวกินปลา เพียงเพื่อจะได้เห็นหน้าฉู่เยว่สักครั้ง
"ข้าได้ยินมาว่า... เจ้าแต่งงานแล้ว?"
สีหน้าของเด็กหนุ่มดูหมองหม่นและเจ็บปวด ช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์สดใสร่าเริงที่มักแสดงต่อหน้านางโดยสิ้นเชิง
ฉู่เยว่ไม่เคยเห็นอู๋ยงในสภาพนี้มาก่อน ทำให้นางรู้สึกทำตัวไม่ถูก ราวกับว่านางกลายเป็นคนใจร้ายเนรคุณขึ้นมาเสียอย่างนั้น
แต่ในเมื่อนางแต่งงานแล้ว เรื่องบางอย่างก็ไม่ควรปล่อยให้ค้างคา
นางรวบรวมความกล้า เอื้อมมือไปจับมือใหญ่ที่หยาบกร้านเล็กน้อยของลู่ซิงเหอ แล้วพยักหน้าตอบรับ "ใช่ ข้าแต่งงานแล้ว ข้าขอแนะนำนะ นี่สามีของข้า ลู่ซิงเหอ"
ลู่ซิงเหอสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มในอุ้งมือ จึงกระชับมือนางตอบแน่น
อู๋ยงมองมือที่กุมกันแน่นของทั้งสอง แววตาฉายแววรวดร้าววูบหนึ่ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาถึงฝืนยิ้มออกมา "ยินดีด้วยนะ"
ฉู่เยว่พยักหน้า
"ขอบคุณนะ" น้ำเสียงของนางเจือความรู้สึกผิดเล็กน้อย "แต่ข้าคงคุยกับเจ้าได้ไม่นาน ต้องรีบกลับ ไม่งั้นจะมืดค่ำเสียก่อน"
อู๋ยงยิ้มตอบ "รีบกลับเถอะ ระวังตัวด้วยนะ"
ฉู่เยว่พยักหน้า แล้วรีบดึงลู่ซิงเหอให้เดินหันหลังกลับ
แต่เดินไปได้ไม่ถึงสิบก้าว ก็ได้ยินเสียงอู๋ยงตะโกนไล่หลังมา "ลู่ซิงเหอ"
ลู่ซิงเหอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หันกลับไปมองอู๋ยง
"มีอะไร?"
"ดูแลน้องสาวข้าให้ดีๆ ล่ะ ไม่งั้นข้าจะไปพานางกลับมาแน่" เขาพูดพลางชูกำปั้นขึ้น แสร้งทำหน้าตาขึงขัง
ลู่ซิงเหอมองเด็กหนุ่มที่ทำท่าทางข่มขู่ตรงหน้า จู่ๆ ก็รู้สึกขำขันขึ้นมา
เขากระชับมือฉู่เยว่แน่นขึ้น
"ไม่ต้องห่วง เจ้าไม่มีวันได้โอกาสนั้นหรอก"
พูดจบ เขาก็พาฉู่เยว่เดินจากไป
อู๋ยงมองตามแผ่นหลังของทั้งคู่จนลับสายตา ก่อนจะหันหลังเดินกลับบ้าน ท่ามกลางความเงียบงัน เขาแอบยกแขนเสื้อขึ้นปาดหน้าเป็นระยะ...
ภายในลานบ้าน
ฉู่เสี่ยวเถามองร่างทั้งสองที่เดินไกลออกไปจนลับตา แล้วเดินเข้าไปหาจ้าวชุนฮวา นางแบมือยื่นเหรียญอีแปะหนึ่งเหรียญให้มารดา
"ท่านแม่ นี่เงินที่พี่รองให้ข้า ข้ากลัวทำหาย ท่านแม่ช่วยเก็บไว้ให้หน่อยจ้ะ"
จ้าวชุนฮวายิ้มร่า รับเหรียญอีแปะมาจากมือลูกสาวคนเล็ก
"เสี่ยวเถาช่างรู้ความจริงๆ" นางย่อตัวลงมองหน้าฉู่เสี่ยวเถา "พี่รองให้เจ้ามาแค่เหรียญเดียวรึ?"
ฉู่เสี่ยวเถาพยักหน้าอย่างซื่อๆ "พี่รองบอกว่าตอนนี้พี่ลำบากมาก พี่เขยให้เงินติดตัวมาแค่เหรียญเดียว พี่รองบอกว่าเงินน้อยนิดแค่นี้เอาไปให้ท่านแม่ก็คงดูไม่ดี เลยยกให้ข้าเอาไว้ซื้อขนมกิน"
เด็กห้าขวบย่อมไม่โกหก
พอได้ฟังคำของฉู่เสี่ยวเถา จ้าวชุนฮวาก็รู้สึกผิดขึ้นมาวูบหนึ่ง
ดูท่าชีวิตที่บ้านสกุลลู่ของนังหนูรองคงจะลำบากจริง บางทีเมื่อครู่นางอาจจะเข้าใจลูกผิดไป...
พอพ้นจากสายตาของอู๋ยง ฉู่เยว่ก็เริ่มรู้สึกเขินอาย พยายามจะดึงมือกลับ แต่กลับพบว่าลู่ซิงเหอกุมมือไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
จนใจนางจึงต้องปล่อยเลยตามเลย
ทั้งสองเดินจูงมือกันผ่านบ้านเรือนในหมู่บ้านหนิวโถว ชาวบ้านหลายคนมองมาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม บางคนถึงกับกระซิบกระซาบนินทา
"ตอนแรกนึกว่าพ่อมันทำเรื่องงามหน้าไว้ขนาดนั้น นังหนูรองแต่งออกไปคงลำบากน่าดู แต่ดูสิ ผัวมันหวงน่าดูเลยนะนั่น"
"นั่นสิ เดินจูงมือกันกระหนุงกระหนิงเชียว ข้าวใหม่ปลามันก็เงี้ย รักกันปานจะกลืนกิน"
"น่าอิจฉาจริงๆ"
ลู่ซิงเหอได้ยินเสียงวิจารณ์เหล่านั้น มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ถูกคนจ้องมองแบบนี้ ฉู่เยว่อยากจะรีบหนีไปให้พ้นๆ นางจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
จนกระทั่งทั้งสองเดินพ้นเขตหมู่บ้านหนิวโถวมุ่งหน้าสู่ภูเขา ลู่ซิงเหอถึงยอมปล่อยมือฉู่เยว่ หลักๆ ก็เพราะเห็นใบหน้าของเด็กสาวที่แดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
"พี่เคยได้ยินเจ้าบอกว่าลุงอู๋ข้างบ้านเป็นหมอเท้าเปล่า อู๋ยงคนเมื่อกี้คือลูกชายเขาหรือ?" ลู่ซิงเหอถามขึ้นขณะเดิน พลางลอบสังเกตสีหน้าของฉู่เยว่
ฉู่เยว่พยักหน้า "ใช่เจ้าค่ะ เขาแก่กว่าข้าสองปี ปกติก็ช่วยดูแลข้ามาตลอด"
ในเมื่อนางกับอู๋ยงไม่ได้มีเรื่องเสื่อมเสียอะไรต่อกัน จึงไม่มีความจำเป็นต้องปิดบัง
แม้ลู่ซิงเหอจะเพิ่งรู้จักฉู่เยว่ได้ไม่นาน แต่เขาก็มั่นใจในนิสัยใจคอของนาง จึงไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร
"วันหน้าวันหลัง ก็รักษาระยะห่างกับเขาหน่อยแล้วกัน"
ได้ยินประโยคนั้น ฉู่เยว่ก็เอียงคอเงยหน้ามองลู่ซิงเหอ
"ท่านพี่ หึงหรือเจ้าคะ?"