- หน้าแรก
- ซ่อนคมจอมกระบี่ กระบี่เดียวสยบฟ้า
- บทที่ 44 - เขาหลี
บทที่ 44 - เขาหลี
บทที่ 44 - เขาหลี
บทที่ 44 - เขาหลี
◉◉◉◉◉
อาณาจักรต้าหลีมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล มนุษย์ ปีศาจ ภูตผี และเทพเจ้า ดำรงอยู่ร่วมกัน
มนุษย์อาศัยอยู่ในเมือง ภูตผีปีศาจอาศัยอยู่ในป่า
มีมนุษย์เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนอกเมือง แต่ก็พยายามตั้งถิ่นฐานให้ใกล้กับตัวอำเภอมากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงภัยจากปีศาจ
ห่างจากอำเภอหลินอันไปนับพันลี้ ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรที่กว้างใหญ่ไพศาล มีเทือกเขาแห่งหนึ่งตั้งตระหง่าน น้อยคนนักที่จะเดินทางมาถึง
ในยามนี้ ม้าพันธุ์ดีสองตัวกำลังห้อตะบึงไปท่ามกลางขุนเขา
"ย่าห์"
ม้าศึกวิ่งทะยาน ผู้ที่ขี่ม้าอยู่ด้านหน้าคือเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง สะบัดแส้เร่งม้า ใจร้อนรนอยากกลับบ้านเต็มที
ผู้ที่ขี่ม้าตามหลังเขามาคือหญิงสาวผู้เย้ายวนงดงาม ดวงตาเปี่ยมเสน่ห์ รูปร่างร้อนแรง ยามควบม้าทะยาน ส่วนเว้าส่วนโค้งอันอวบอัดนั้นก็กระเพื่อมไหวขึ้นลง
"เร็วหน่อย" เด็กหนุ่มหันกลับมามองแวบหนึ่ง ก็ได้เห็นภาพคลื่นลมอันตระการตานั้น จึงอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองอีก
ปีศาจงูตนนี้ช่างดุดันนัก
ทั้งสองคนคือหลี่ฟานและหลิ่วจี
"เจ้าจะรีบไปทำไม" หลิ่วจีเอ่ยอย่างเกียจคร้าน หลังจากวันนั้น นางดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ เก็บซ่อนความในใจไว้ส่วนลึก
มองดูแผ่นหลังเบื้องหน้า หลิ่วจีรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง การเดินทางครั้งนี้ หนทางเต็มไปด้วยอุปสรรค พบเจอภูตผีปีศาจไม่น้อย
เช่นนั้นแล้ว ก่อนหน้านี้หลี่ฟานเดินทางคนเดียวมาถึงอำเภอหลินอันได้อย่างไร
หรือว่ามีคนคอยแอบคุ้มกันมาตลอดทาง?
ผู้คนในโลกหล้าต่างมีคำร่ำลือเกี่ยวกับเขาหลีมากมาย แต่คนที่รู้จักเขาหลีจริงๆ กลับมีไม่มาก รู้เพียงว่าผู้ฝึกตนแห่งเขาหลีเก่งกาจมาก เซียนกระบี่เขาหลีมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหล้า
ความวุ่นวายจากปีศาจเมื่อสิบกว่าปีก่อน ก็ได้เซียนกระบี่เขาหลีนี่แหละที่ลงเขา กระบี่เดียวสั่นสะเทือนปฐพี
บางทีสำนักใหญ่ระดับแนวหน้าและราชสำนักอาจจะรู้เรื่องราวของเขาหลีมากกว่าคนทั่วไปกระมัง
อย่างไรก็ตาม การเดินทางครั้งนี้ นางจะต้องดูให้เห็นกับตาว่าเขาหลีที่กักขังเจ้านายของนางไว้นับสิบปี ซ้ำยังให้เขาสังเวยตัวเองนั้น แท้จริงแล้วเป็นสถานที่เช่นไร
และหลี่ฟานมีฐานะอะไรในเขาหลี เหตุใดผู้ที่ถูกเลือกให้รับการสังเวยจึงต้องเป็นเขา?
ดูจากคำสั่งเสียสุดท้ายของเจ้านาย เขาดูจะพึงพอใจในตัวหลี่ฟานมาก
ม้าศึกวิ่งตะบึงผ่านหุบเขา แม้หลี่ฟานจะจากมาไม่นาน แต่ใจกลับโบยบินไปถึงบ้านแล้ว
เขาคิดถึงศิษย์พี่หญิง
ทั้งสองคนลอดผ่านหุบเขา เบื้องหน้าปรากฏหมอกหนาทึบ หลี่ฟานสะบัดแส้ม้าต่อไป พุ่งฝ่าเข้าไปในหมอกหนาของหุบเขาทันที หลิ่วจีก็รีบตามไปติดๆ
เมื่อพุ่งทะยานออกจากหุบเขาหมอก ทั้งสองคนก็ดึงบังเหียนม้า หลิ่วจีมองไปข้างหน้าถึงกับตะลึงงัน เห็นเพียงเบื้องหน้ามีควันไฟลอยอ้อยอิ่ง บ้านเรือนมากมายตั้งเรียงรายกระจัดกระจายดั่งหมากรุก ที่แห่งนี้กลับกลายเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
มองเลยไปไกลกว่านั้น ก็เห็นขุนเขาแห่งเซียนตั้งตระหง่านโอบล้อม ราวกับเป็นดินแดนเหนือโลก
"ถึงแล้ว" หลี่ฟานกล่าว
"นี่คือเขาหลี?" หลิ่วจีมองไกลออกไป ท่ามกลางขุนเขา นางรู้สึกว่าตัวเองช่างเล็กจ้อยเหลือเกิน
หลี่ฟานเดินทางต่อ เร่งม้าตรงไปยังหมู่บ้านเบื้องหน้า
"ข้างหน้าคือหมู่บ้านเขาหลี เข้าไปในหมู่บ้านแล้วอย่าพูดจาซี้ซั้ว ให้ตามข้ามาติดๆ มิฉะนั้นข้ากลัวว่าเจ้าจะเกิดเรื่อง" หลี่ฟานเอ่ยปากเตือน ฟังศิษย์พี่หญิงบอกว่าหมู่บ้านนี้เป็นประตูสู่เขาหลี ดำรงอยู่มานานนับพันปีแล้ว และบนผืนแผ่นดินแห่งนี้เองที่ให้กำเนิดเขาหลี
หลิ่วจีเบะปาก
เมื่อเข้าสู่หมู่บ้านเขาหลี กลิ่นอายของวิถีชีวิตผู้คนก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น
บ้านเรือนในหมู่บ้านเขาหลีไม่ได้ปลูกสร้างติดกัน แต่สร้างขึ้นอย่างอิสระ กระจายตัวอยู่ทั่วเทือกเขาแห่งนี้
หลี่ฟานมาถึงทางเข้าหมู่บ้านก็ลงจากม้าแล้วเดินจูง หันมาบอกหลิ่วจีว่า "ลงมา"
หลิ่วจีมองเขาแวบหนึ่ง แต่ก็ยอมลงจากม้าแต่โดยดี
จูงม้าเดินเข้าหมู่บ้าน หลิ่วจีพิจารณาหมู่บ้านตรงหน้า รู้สึกว่าต่างจากหมู่บ้านภายนอกอยู่บ้าง หมู่บ้านแห่งนี้ดูเหมือนจะเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตอันพลุ่งพล่าน
"คนในหมู่บ้านล้วนเป็นศิษย์เขาหลีหรือ?" หลิ่วจีถาม
"ไม่ใช่" หลี่ฟานส่ายหน้า ตอบว่า "ส่วนใหญ่เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา"
หลิ่วจีพยักหน้า ดูท่าชาวบ้านคงเป็นคนธรรมดา ผู้ฝึกตนแห่งเขาหลีตัวจริงน่าจะอยู่บนเทือกเขาด้านหน้านั้น
ทั้งสองเดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง หน้าบ้านมีชายฉกรรจ์เปลือยท่อนบนคนหนึ่งถือมีดดาบเล่มใหญ่กำลังสับเนื้อ เลือดสดๆ สาดกระเซ็นเต็มตัว หลิ่วจีจูงม้าเลี่ยงไปห่างๆ กลัวเลือดจะกระเด็นมาโดนตัว
แต่หลี่ฟานกลับยิ้มร่าตะโกนเรียก "ท่านอาลู่"
ชายฉกรรจ์เปลือยท่อนบนเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นหลี่ฟานก็ฉีกยิ้มกว้าง ตะโกนว่า "โอ้ ลูกเขยกลับมาแล้ว รีบมานี่เร็ว"
พูดจบเขาก็ตะโกนบอกคนในบ้านว่า "เสี่ยวหย่า ผัวเจ้ากลับมาแล้ว"
"ชิ" หลิ่วจียืนยิ้มมองหลี่ฟานอยู่ด้านข้าง ยังมีคู่หมั้นอีกหรือนี่?
มีคู่หมั้นอยู่แล้วยังไปทำเจ้าชู้ประตูดินข้างนอกอีก?
แม่นางชุดแดงคนนั้น ตอนจากกันดูอาลัยอาวรณ์มากทีเดียว
หลี่ฟานกลับยิ้มเจื่อนๆ กล่าวว่า "ท่านอาลู่ ข้ายังเด็ก..."
"พี่ฟาน" เสียงใสกระจ่างดังมาจากในบ้าน จากนั้นก็เห็นเด็กสาวอายุสิบห้าสิบหกปีเดินออกมา หลิ่วจีเห็นฝ่ายตรงข้ามถึงกับชะงักไป
เด็กสาวคนนี้เสียงหวานไพเราะ แต่รูปร่างนั้น ช่าง... อ้วนท้วนสมบูรณ์เหลือเกิน
"เสี่ยวหย่า" หลี่ฟานเรียกเสียงอ่อย
"พรืด..."
หลิ่วจีที่อยู่ข้างๆ อดหัวเราะออกมาไม่ได้ นางเอามือปิดปาก แต่ก็กลั้นไม่อยู่
"เจ้าเป็นใคร" เด็กสาวเห็นหลิ่วจีหัวเราะถึงเพิ่งสังเกตเห็นนาง รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปในทันที สายตาจ้องมองหลิ่วจีอย่างเป็นศัตรู "เจ้าหัวเราะอะไร"
"ปีศาจที่ไหน มายั่วยวนลูกเขยข้า" ชายฉกรรจ์เปลือยท่อนบนก็ถลึงตามองหลิ่วจีเช่นกัน
คำว่า 'ปีศาจ' สองคำนี้ หลิ่วจีก็ไม่รู้ว่าควรตีความอย่างไรดี
หลิ่วจีนิ่งเงียบ มองหลี่ฟานแวบหนึ่ง จำคำเตือนของเขาได้
แม้จะเป็นหมู่บ้าน แต่ก็อยู่ตีนเขาหลี นางไม่อยากก่อเรื่อง
อีกอย่าง นางก็ไม่อยากถือสาหาความกับชาวบ้าน
"ลูกสาวข้าถามเจ้า เจ้าหัวเราะอะไร?" ชายฉกรรจ์ร่างโตถามต่อ
หลิ่วจีขมวดคิ้ว คนบ้านป่าเมืองเถื่อน ไยจึงอวดดีปานนี้?
"ข้าหัวเราะอะไรแล้วเกี่ยวอันใดกับเจ้า?" หลิ่วจีเดิมทีอารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว มีหรือจะยอมรับอารมณ์ใคร
ชายฉกรรจ์ปักมีดลงอย่างแรง จมลึกลงไปในเขียง หันไปสั่งลูกสาวข้างๆ ว่า "เสี่ยวหย่า เจ้าไปต้มน้ำ เร่งไฟให้แรง ต้มน้ำเยอะๆ"
"อื้อ" เด็กสาวข้างๆ ถลึงตามองหลิ่วจี แล้วพยักหน้า
"ท่านอาลู่..." หลี่ฟานอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เห็นชายฉกรรจ์พูดด้วยความหวังดีว่า "ลูกเขย ปีศาจข้างนอกไว้ใจไม่ได้ มีแต่เสี่ยวหย่าของข้าที่ดีต่อเจ้าด้วยใจจริง เจ้ากินเนื้อบ้านอาลู่จนโตมา อาไม่หลอกเจ้าหรอก"
หลี่ฟานกินเนื้อบ้านท่านอาลู่จนโตมาจริงๆ ตอนเด็กๆ เขาป่วย โรคนี้อาจพรากชีวิตเขาไปได้ ท่านอาลู่เข้าป่าล่าสัตว์ทุกวัน ตอนนั้นเขาได้กินเนื้อเยอะมาก
เสี่ยวหย่าก็กินกับเขาด้วย แล้วก็... กินจนอ้วน
ดังนั้น หลี่ฟานย่อมรู้ว่าท่านอาลู่ดีกับเขา
แต่ถ้าจะให้เป็นลูกเขย... เรื่องนั้นไม่ได้เด็ดขาด
เรื่องแต่งงาน เป็นเรื่องใหญ่ จะทำเป็นเล่นไม่ได้!
ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ก้าวอาดๆ เข้าหาหลิ่วจี หลิ่วจีขมวดคิ้ว กล่าวกับหลี่ฟานว่า "นี่ไม่ใช่ข้าหาเรื่องนะ"
พูดจบสายตาก็เย็นเยียบลง จ้องมองชายฉกรรจ์ที่เดินเข้ามา
คนขายเนื้อผู้นี้ช่างโอหังนัก
ชายฉกรรจ์ก้าวมาถึงตรงหน้าหลิ่วจี ยกมือขึ้นคว้าจับนาง
หลิ่วจีแค่นเสียงเย็น ไอปีศาจไหลเวียนบนแขน รวมพลังไว้ที่หมัด ชกใส่ร่างชายฉกรรจ์ นางไม่ได้ใช้กำลังเต็มที่ แค่สั่งสอนอีกฝ่ายให้รู้สำนึกก็พอ
หลี่ฟานเบือนหน้าหนี ไม่อาจทนดูได้
ชายฉกรรจ์ไม่ได้ปัดป้องหมัดของหลิ่วจี หมัดนั้นกระแทกเข้าใส่ร่างของเขาเต็มๆ แต่กลับเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย มือใหญ่ที่หยาบกร้านนั้นยังคงพุ่งเข้ามาหานาง คว้าหมับเข้าที่ลำคอ
หลิ่วจีตระหนักได้ว่าท่าไม่ดี รีบออกแรงที่หมัดเพิ่มขึ้น แต่ก็สายไปเสียแล้ว มือใหญ่ข้างหนึ่งบีบคอของนางไว้แน่น ยกนางลอยขึ้นกลางอากาศด้วยมือข้างเดียว
หลิ่วจีดีดดิ้นขาไปมา ชายฉกรรจ์ออกแรงบีบ นางก็พลันหมดเรี่ยวแรงไปทั้งตัว รู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย
"ตีงูต้องตีที่เจ็ดนิ้ว" ชายฉกรรจ์กล่าว "ลูกเขย วันนี้กินข้าวบ้านพ่อนะ ต้มซุปงู บำรุงกำลัง"
หลิ่วจี: "............"
สรุปว่า ที่ให้ลูกสาวไปต้มน้ำ หมายความแบบนี้เองหรือ?
ชายฉกรรจ์หิ้วหลิ่วจีเดินไปทางตัวบ้าน หลิ่วจีเหลือบมองเนื้อที่เขาสับอยู่บนเขียง
นั่นคงจะไม่ใช่... เนื้อปีศาจหรอกนะ??
"ท่านอาลู่ ยั้งมือด้วย" หลี่ฟานตะโกนเรียกเสียงอ่อย
"ทำไม ปีศาจตนนี้นิสัยเสีย เจ้าอาลัยอาวรณ์รึ?" ชายฉกรรจ์มองหลี่ฟาน
"ท่านอาลู่เข้าใจผิดแล้ว ปีศาจตนนี้ศิษย์พี่เล็กเป็นคนจับมา ให้คอยคุ้มกันข้ากลับมาขอรับ" หลี่ฟานกล่าว
"อ้อ ความต้องการของคุณชายเวินสินะ"
ชายฉกรรจ์ดูเหมือนจะเคารพเวินหรูอวี้อยู่บ้าง เขาจึงยอมคลายมือ ถลึงตามองหลิ่วจี "อย่ามายั่วยวนลูกเขยข้า ระวังข้าจะสับเจ้า"
"แค่ก แค่ก..." หลิ่วจีตัวงอไอโขลกๆ พอตั้งสติได้นางก็เงยหน้ามองชายฉกรรจ์ เห็นเพียงอีกฝ่ายหยิบมีดขึ้นมามองนางแวบหนึ่ง ทั่วร่างแผ่รังสีอำมหิต
หลิ่วจีรีบหลบสายตาทันที ไม่กล้าสบตาด้วย นางหันไปมองหลี่ฟาน แววตาไร้เดียงสาน่าสงสาร
ชาวบ้าน ธรรมดา???
นางไม่เคยได้รับความอัปยศเช่นนี้มาก่อน
"เสี่ยวหย่า ซุปงูคงไม่ได้กินแล้ว ไม่ต้องต้มน้ำแล้วล่ะ" ชายฉกรรจ์กล่าว "ลูกเขย ที่นี่ยังมีเนื้ออย่างอื่นอยู่ อยู่กินข้าวด้วยกันสิ"
"ไม่ดีกว่าท่านอาลู่ ข้ายังมีธุระต้องไปหาศิษย์พี่หญิง" หลี่ฟานไม่กล้าอยู่นาน กลัวท่านอาลู่พูดไม่เข้าหูแล้วจะจับหลิ่วจีไป...
"งั้นก็ได้ ว่างๆ ก็แวะมานะ เสี่ยวหย่าบ่นถึงเจ้าบ่อยๆ" ชายฉกรรจ์กล่าว
"ได้เลยขอรับ" หลี่ฟานพยักหน้า หันไปบอกเด็กสาวข้างๆ ว่า "เสี่ยวหย่า วันหลังพี่มาหานะ"
"อื้อ" เด็กสาวพยักหน้า มองแผ่นหลังหลี่ฟานด้วยความอาลัยอาวรณ์
หลังจากหลี่ฟานไปแล้ว ชายฉกรรจ์ก็พูดขึ้นว่า "เสี่ยวหย่า หรือเราจะเปลี่ยนผู้ชายดี เจ้าเด็กนี่โตขึ้นยิ่งหน้าตาดี กลัวจะเป็นคนเจ้าชู้"
"ข้าชอบแต่พี่ฟานคนเดียว" เด็กสาวทำหน้าไม่พอใจ
"ได้ๆๆ..." ชายฉกรรจ์พยักหน้า "ครั้งหน้ามันมาจับทำข้าวสารให้เป็นข้าวสุกไปเลย"
หลี่ฟานยังเดินไปไม่ไกลนัก ได้ยินคำพูดของเขาถึงกับขาอ่อน
"เจ้าเรียกสิ่งนี้ว่าชาวบ้านธรรมดาหรือ?" หลิ่วจีหันไปมองหลี่ฟาน สายตาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" หลี่ฟานทำหน้าซื่อ
ตอนเด็กๆ เขาเติบโตมาในหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านล้วนดูแลเขา ทุกคนก็เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาจริงๆ ตอนนั้นทุกคนเก่งกว่าเขา เขาก็ไม่แปลกใจ
แต่พอออกไปข้างนอก แล้วกลับมาดูหมู่บ้านอีกครั้ง
ดูเหมือนว่า จะไม่เหมือนเดิมสักเท่าไหร่??
[จบแล้ว]