- หน้าแรก
- ซ่อนคมจอมกระบี่ กระบี่เดียวสยบฟ้า
- บทที่ 15 - ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่
บทที่ 15 - ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่
บทที่ 15 - ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่
บทที่ 15 - ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่
◉◉◉◉◉
บนหลังคาบ้าน พระหนุ่มจากวัดจินกังพนมมือไว้กลางอก แสงธรรมไหลเวียนอยู่บนผิวพรรณสีทองแดง ปากท่องบทสวด เสียงสวดดังกระหึ่มเป็นระลอก เสียงกรีดร้องของเหล่าภูตสาวรอบด้านยิ่งดังโหยหวนขึ้นกว่าเดิม
"ช่วยคนชั่วทำเรื่องชั่ว เจ้าหัวโล้นไม่กลัวเวรกรรมตามสนองหรือไร" ภูตสตรีตวาดลั่น ไอหยินม้วนตัวเข้าใส่
พระหนุ่มทำราวกับไม่ได้ยิน ยามที่พุทธธรรมเบ่งบาน แสงธรรมก็ยิ่งสว่างเจิดจ้า เสียงกรีดร้องดังระงมไม่ขาดสาย ภูตสาวที่อ่อนแอถูกเผาผลาญทั้งเป็น ร่างกายค่อยๆ มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน แล้วสลายไปในอากาศ
"พวกเจ้าถอยไป" ภูตสตรีหันไปสั่งภูตสาวรอบกาย สิ้นเสียงของนาง ไอหยินอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมาจากร่าง เส้นผมยาวสลวยด้านหลังปลิวไสวอย่างบ้าคลั่งและยืดยาวออกไปไม่หยุด แววตากลายเป็นเย็นยะเยือกถึงขีดสุด นางเงยหน้ามองพระหนุ่มวัดจินกังแล้วคำรามว่า "เจ้าหัวโล้น ตายซะเถอะ"
พูดจบนางก็ยกฝ่ามือขึ้น ไอหยินอันรุนแรงก่อตัวเป็นกรงเล็บกระดูกขาว คมกริบราวกับใบมีด ตะปบฝ่าอากาศเข้าใส่พระหนุ่มบนหลังคา
"เดรัจฉาน"
พระหนุ่มตวาดก้อง แสงธรรมบนร่างยิ่งเจิดจรัส เขาคว่ำฝ่ามือลง แสงธรรมสีทองอร่ามกลายเป็นฝ่ามือทองคำขนาดมหึมา ปะทะเข้ากับกรงเล็บกระดูกขาว เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น
"เจ้าหัวโล้น ในเมื่อพระพุทธองค์ทรงเมตตา ไยต้องรังแกกันเกินเหตุ" หลี่ฟานก้าวออกมาข้างหน้า กลิ่นอายบนร่างพลุ่งพล่าน
"อามิตตาพุทธ ประสกออกหน้าแทนภูตผีหลายครั้งหลายครา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อาตมาก็จะไม่เกรงใจแล้ว" พระหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ
สิ้นเสียง ฝ่ามือขนาดใหญ่ก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ฟาดใส่หลี่ฟานโดยตรง
หลี่ฟานขมวดคิ้ว ยกหมัดขึ้นชกสวนเข้าใส่ฝ่ามือยักษ์จนแตกละเอียด แววตาของเขาฉายแววเฉียบคม พระรูปนี้ไฉนถึงมีจิตสังหารรุนแรงนัก
"ไอปีศาจ?"
พระหนุ่มก้มลงจ้องมองหลี่ฟาน นัยน์ตาสาดแสงธรรมออกมา กล่าวว่า "ในกายเจ้าซุกซ่อนไอปีศาจ ร่างกายไม่บริสุทธิ์ ดูท่าคงเป็นพวกเดียวกับปีศาจร้าย อาตมาจะโปรดเจ้าไปพร้อมกันเลย"
"ไต้ซือบอกว่าเมตตาธรรมค้ำจุนโลก เหตุใดจึงกระหายเลือดเช่นนี้" หลี่หงอี้ได้ยินวาจาของพระหนุ่มสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
"รูปโฉมภายนอกก็แค่โครงกระดูกหุ้มหนัง สีกาสวยแต่รูป แต่กลับสมคบคิดกับภูตผี ก็คงต้องโปรดให้พ้นทุกข์ไปพร้อมกัน" พระหนุ่มปรายตามองหลี่หงอี้ ทำให้หลี่หงอี้สีหน้าดูไม่ได้ พระรูปนี้ไม่ยอมรับฟังคำโต้แย้งแม้แต่ครึ่งคำ แม้จะเป็นคนในพุทธศาสนา แต่จิตสังหารกลับรุนแรงเหลือเกิน
"พุทธะกับมารห่างกันแค่พลิกฝ่ามือ เจ้าหัวโล้น แม้เจ้าจะบำเพ็ญพุทธธรรม แต่กลับดูเหมือนปีศาจเสียมากกว่า" หลี่ฟานสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าฟันอันรุนแรงจากตัวพระหนุ่ม
"ภูตผีปีศาจ บังอาจวิจารณ์พุทธธรรม!"
พระหนุ่มตวาดลั่น ก้าวเท้าไปข้างหน้าอีกก้าว แสงธรรมส่องประกายระยิบระยับ กดดันเข้าใส่หลี่ฟานอย่างโอหัง
พลังเวทในกายหลี่ฟานคำรามก้อง ร่างกายเปรียบเสมือนเตาหลอม ไฟธาตุหยางอันร้อนแรงลุกโชน
"ฆ่า"
พระหนุ่มตะโกนสั่งตาย พลังเวทกลายเป็นฝ่ามือทองคำนับไม่ถ้วน ตบลงมาจากกลางอากาศ มุ่งสังหารหลี่ฟาน
"ระวัง" นิมิตธรรมหอกเปลวเพลิงของหลี่หงอี้ปรากฏขึ้น แทงสวนเข้าใส่ฝ่ามือยักษ์ที่ฟาดลงมาจนแตกสลาย นางมายืนอยู่ข้างกายหลี่ฟาน กระชับหอกในมือแน่น แววตาเคร่งเครียด
วัดจินกังเป็นถึงสำนักพุทธศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นฉู่ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ แม้พระรูปนี้จะยังหนุ่ม แต่พุทธคุณแก่กล้ายิ่งนัก
"แม่นางหลี่ เรื่องนี้..." หลี่ฟานไม่อยากให้หลี่หงอี้ต้องมาพลอยติดร่างแห
"ท่านนี่ช่างน่าเบื่อนัก" หลี่หงอี้เหมือนรู้ว่าหลี่ฟานจะพูดอะไร จึงถลึงตาใส่แล้วพูดขัดขึ้นทันที นางก้าวเท้าไปข้างหน้า ยืนขวางหน้าหลี่ฟานเอาไว้ พลังเวทในกายพลุ่งพล่าน กำหอกแน่น นิมิตธรรมลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ เงยหน้าจ้องมองพระหนุ่ม
พระวัดจินกังรูปนี้พุทธคุณลึกล้ำ นางเกรงว่าจะสู้ไม่ได้ จะทำอย่างไรดี
แม้ปากนางจะเก่งกล้า แต่ในใจกลับตื่นเต้นหวาดหวั่นอย่างยิ่ง
บิดาของนางแม้จะเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งอำเภอหลินอัน แต่อำเภอหลินอันในยามนี้ไม่เหมือนวันวานอีกแล้ว
"ข้าน่าเบื่อ?" หลี่ฟานเพิ่งเคยโดนคนว่าน่าเบื่อเป็นครั้งแรก หลี่หงอี้เป็นคนอำเภอหลินอัน หากเข้ามาพัวพัน เกรงว่าวันหน้าจะลำบาก
"วัดจินกังเป็นสำนักพุทธศักดิ์สิทธิ์ พระรูปนี้ร้ายกาจมาก อย่าเสียสมาธิ" หลี่หงอี้สัมผัสได้ว่าหลี่ฟานมองนางอยู่ จึงเอ่ยเตือน หมอนี่กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
"ได้" หลี่ฟานพยักหน้าอย่างว่าง่าย
"ปัง..." ฝ่ามือทองคำยังคงกดทับลงมา พลังเวทในร่างหลี่หงอี้เดือดพล่าน ถ่ายเทไปที่หอกยาว นิมิตธรรมและหอกในมือหลอมรวมเป็นหนึ่ง แทงทำลายฝ่ามือยักษ์
แต่ฝ่ามือทองคำกลับฟาดลงมาจากเบื้องบนไม่ขาดสาย เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว หลี่หงอี้ส่งเสียงร้องอู้อี้ในลำคอ
เฉากงและเฉินหลีรวมถึงพรรคพวกยืนดูเหตุการณ์เงียบๆ อยู่ด้านข้าง พระรูปนี้สมกับที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธศาสนา แบบนี้ก็ดี พวกเขาจะได้ไม่ต้องลงมือ หากหลี่หงอี้เป็นอะไรไป ก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขา ให้หลี่เต้าชิงไปคิดบัญชีกับวัดจินกังเอาเอง
"แย่แล้ว" หลี่หงอี้คิดในใจ หลังจากปะมือถึงได้รู้ว่าพระรูปนี้ร้ายกาจกว่าที่นางจินตนาการไว้เสียอีก
เหนือศีรษะ ฝ่ามือทองคำที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมฟาดลงมา สีหน้าของหลี่หงอี้ดูไม่ได้ หอกยาวแทงออกไปกลับถูกกดทับจนต่ำลงเรื่อยๆ นางคงรับไม่ไหวแล้ว
"เคร้ง!"
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝ่ามือยักษ์นั้นหยุดชะงักอยู่เหนือศีรษะของนาง หลี่หงอี้หันกลับไปมอง ก็เห็นหลี่ฟานยืนอยู่ด้านหลังนาง ใช้มือข้างเดียวค้ำยันฝ่ามือยักษ์เอาไว้
ฝ่ามือยักษ์แตกกระจาย หลี่ฟานเงยหน้ามองพระหนุ่ม พลังเวทบนร่างของเขาคำรามก้องอย่างเกรี้ยวกราด ภูตสตรีก้มมองลงมา สัมผัสได้ถึงไฟธาตุหยางอันมหาศาลจากร่างของหลี่ฟาน ราวกับเตาหลอมดวงอาทิตย์
"ร่างกายแข็งแกร่งมาก" เฉากงเอ่ยชม สมกับเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์
พระหนุ่มวัดจินกังมองลงมาที่หลี่ฟาน แสงธรรมสะกดภูตผีได้ แต่ไร้ผลกับหลี่ฟาน
พลังเวทสายพุทธบนร่างของเขาไหลเวียน ภาพเงาพระพุทธรูปขนาดใหญ่ด้านหลังคล้ายจะขยับเขยื้อน เสียงดังเคร้งกึกก้อง ฝ่ามือทองคำจำนวนมหาศาลพุ่งลงมาพร้อมกัน มุ่งสังหารหลี่ฟานที่อยู่ด้านล่าง
หลี่หงอี้สีหน้าเคร่งขรึม นิมิตธรรมห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงเตรียมพุ่งออกไป
หลี่ฟานจิตตระหนักรู้เคลื่อนไหว พลังเวทรวมตัวกันเป็นกระบี่ พุ่งเข้าใส่ฝ่ามือทองคำเหล่านั้นราวกับสายฟ้าฟาด บังเกิดเสียงระเบิดแตกดับดังก้องกลางอากาศไม่หยุดหย่อน
ดวงตาของพระหนุ่มวัดจินกังราวกับถูกย้อมด้วยแสงธรรม ปากขยับร่ายมนต์ เสียงสวดดังกระหึ่มก้องฟ้ายามราตรี ภูตสาวทั้งหลายต่างขวัญผวา แสงธรรมส่องสว่างทั่วท้องฟ้า
ภาพเงาพระพุทธรูปด้านหลังของเขาค่อยๆ ชัดเจนขึ้น กายทองส่องประกาย แสงธรรมสาดส่องทั่วหล้า แขนของพระพุทธรูปยักษ์ขยับแล้ว มันค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ
"เดรัจฉาน ยังไม่รีบตายอีก" พระหนุ่มตวาดลั่น เสียงธรรมก้องกังวานจนแก้วหูสะเทือน แขนของพระพุทธรูปยักษ์กดทับลงมา ฝ่ามือมหึมาบดบังผืนฟ้าและดวงจันทร์ บดขยี้ทุกสรรพสิ่ง
หลี่หงอี้หน้าซีดเผือด สัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากฝ่ามือยักษ์นั้น มันแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว นางรู้สึกสิ้นหวัง ไม่รู้จะรับมืออย่างไร แต่เวลานี้ไม่มีทางเลือกอื่น ทำได้เพียงรวบรวมพลังเวททั้งตัว ถ่ายเทลงสู่นิมิตธรรม เตรียมสู้ตายถวายชีวิต
ด้านหลังนาง เสื้อผ้าของหลี่ฟานปลิวไสว กลิ่นอายความคมกล้าถึงขีดสุดแผ่ออกมาจากร่างของเขา และกระจายออกไปรอบทิศทาง
ถนนสายนี้เกิดลมพายุพัดกรรโชก แฝงไว้ด้วยความคมกริบ
ม้าศึกของกองทัพสยบมารต่างส่งเสียงร้อง กระทืบเท้าเปะปะด้วยความกระวนกระวาย เหมือนอยากจะหนีไปจากที่นี่ แต่ถูกทหารกองทัพสยบมารบนหลังม้ากดข่มเอาไว้
กระบี่ในมือของจอมยุทธ์หญิงส่งเสียงกรีดร้องกังวาน ราวกับจะหลุดลอยออกจากมือ
"หือ" เฉากงและเฉินหลีขมวดคิ้ว เกิดอะไรขึ้น
นี่มัน ปราณกระบี่?
ภูตสตรีก็ก้มลงมองหลี่ฟาน จิตใจสั่นสะเทือน
ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่?
ผู้คนฝึกฝนวิชาแตกต่างกัน ไม่ใช่ว่าใครที่ใช้กระบี่จะเรียกตัวเองว่าผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ได้
ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ที่แท้จริง จะต้องปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งกระบี่
"เจ้าหัวโล้น จะโปรดสัตว์ต้องโปรดตนเองเสียก่อน มิสู้ให้ข้าเป็นคนโปรดเจ้าก่อนดีกว่า" หลี่ฟานเงยหน้ามองพระหนุ่มผู้กระหายเลือดแล้วเอ่ยขึ้น ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปราณกระบี่พุ่งเสียดฟ้า
[จบแล้ว]