เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24: เทียนเมิ่งก่อเรื่อง

บทที่ 24: เทียนเมิ่งก่อเรื่อง

บทที่ 24: เทียนเมิ่งก่อเรื่อง


บทที่ 24: เทียนเมิ่งก่อเรื่อง

ฮั่วอวี่ฮ่าวเก็บวงแหวนวิญญาณของเขาและเดินเข้าไปหาชายชรา เอ่ยถามอย่างสุภาพ "สวัสดีขอรับท่านผู้ดูแลหอพัก ที่นี่คือตึกหอพักนักศึกษาใหม่ใช่หรือไม่? ห้อง 108 อยู่ที่ใดหรือขอรับ?"

ชายชราปรายตามองฮั่วอวี่ฮ่าวอย่างเฉยชา ก่อนจะยกมือขวาที่เหี่ยวย่นขึ้นมาแล้วกล่าวว่า "ขอดูตราสัญลักษณ์และกุญแจหอพักของเจ้าหน่อย"

ฮั่วอวี่ฮ่าวยื่นของทั้งสองสิ่งให้

ชายชราแกว่งกุญแจผ่านหน้าตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งคืนให้ฮั่วอวี่ฮ่าว ดวงตาที่หรี่เล็กลงจนแทบปิดสนิททำให้ฮั่วอวี่ฮ่าวรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองดูมันจริงๆ ด้วยซ้ำ เพียงแค่ทำไปตามหน้าที่เท่านั้น

"ห้อง 108 คือห้องที่สามทางซ้ายมือบนชั้นหนึ่ง ตั้งแต่ชั้นสี่ขึ้นไปเป็นหอพักหญิง ห้ามผู้ชายขึ้นไปเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกไล่ออก"

"เข้าใจแล้วขอรับ ขอบคุณมาก"

ฮั่วอวี่ฮ่าวพยักหน้าขอบคุณและเดินมุ่งหน้าไปยังห้องพักของตน

หลังจากเขาจากไป ชายชราก็เอนหลังพิงเก้าอี้ พึมพำกับตัวเองเบาๆ "ความผันผวนของพลังจิตวิญญาณ... เด็กคนนั้นสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างงั้นหรือ?"

"แต่เขาก็เป็นหนึ่งในเด็กเพียงไม่กี่คนที่มีมารยาทดีล่ะนะ"

เขาหลับตาลง กลับไปอยู่ในท่าทีสะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่นอีกครั้ง

ฮั่วอวี่ฮ่าวเดินเข้ามาในตึกหอพัก หาห้องหมายเลข 108 จนพบ และเมื่อก้าวเข้าไป เขาก็ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาทันที

วงแหวนวิญญาณของเขาปรากฏขึ้นอีกครั้ง และทักษะตรวจจับจิตวิญญาณก็ยืนยันได้ว่าเขาทิ้งระยะห่างจากชายชราผู้นั้นมาไกลแล้ว ฮั่วอวี่ฮ่าวจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก พึมพำว่า "ตาเฒ่านั่นมีเบื้องหลังอะไรกันแน่? อายุขนาดนั้นควรจะไปพักผ่อนใช้ชีวิตบั้นปลายได้แล้ว ไม่ใช่มาทำให้พี่ฮ่าวของเจ้าต้องตกใจกลัวอยู่หน้าประตูหอพักเด็กใหม่แบบนี้!"

การนินทาผู้อื่นลับหลังเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ฮั่วอวี่ฮ่าวไม่ได้มีความสุภาพเรียบร้อยอยู่เลยแม้แต่น้อย...

"น่า... น่ากลัวเกินไปแล้ว..." ในที่สุดเทียนเมิ่งก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง "ข้ารู้สึกว่าถ้าขยับตัวเพียงแค่นิดเดียวจะต้องถูกจับได้แน่ๆ คนผู้นั้นอย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์! แถมยังเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งในหมู่ราชทินนามพรหมยุทธ์ด้วยกันอีกต่างหาก"

เทียนเมิ่งสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อนึกถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากชายชรา

นางซ่อนตัวอยู่ในห้วงทะเลจิตวิญญาณของฮั่วอวี่ฮ่าว ไม่น่าจะมีใครสามารถค้นพบแท้ๆ แต่ตาเฒ่าคนนั้นมีความสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้อย่างแน่นอน

"ราชทินนามพรหมยุทธ์!"

ฮั่วอวี่ฮ่าวตกตะลึง ก่อนจะรู้สึกขบขันอยู่บ้าง

โรงเรียนเชร็คแห่งนี้ช่างน่าประทับใจจริงๆ แม้แต่ผู้ดูแลหอพักที่เฝ้าประตูยังเป็นถึงราชทินนามพรหมยุทธ์

ก่อนหน้านี้เขาก็คิดว่าชายชราเป็นเพียงคนธรรมดาเช่นกัน แต่เมื่อเขาเพ่งสมาธิใช้ทักษะตรวจจับจิตวิญญาณไปที่อีกฝ่าย เขากลับสัมผัสได้ถึงพลังอันลึกล้ำและสุดจะหยั่งถึง

เขาสัมผัสแผ่นหลังของตัวเอง ซึ่งบัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ

เขาผ่อนคลายร่างกายลง "เอาล่ะ จากนี้ไปเจ้าก็ระวังตัวด้วย อย่าให้ถูกจับได้ล่ะ"

"ฮึ่ม เทียนเมิ่งกลัวตายยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก"

เทียนเมิ่งแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ฮั่วอวี่ฮ่าว ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนอนแผ่บนเตียงอย่างซุกซน

ห้องพักมีขนาดเล็ก พื้นที่เพียงสิบตารางเมตรเศษๆ เฟอร์นิเจอร์ภายในก็มีไม่มากนัก มีเพียงเตียงสองหลัง โต๊ะหนึ่งตัว ตู้สองใบ และโคมไฟอุปกรณ์วิญญาณบนเพดาน

มันดูเหมือนห้องขังสองคนในเรื่องอูซาวิชไม่มีผิด...

ฮั่วอวี่ฮ่าวส่ายหน้าอย่างจนใจ "มันก็แค่แผ่นไม้กระดาน เจ้านอนแล้วไม่รู้สึกอึดอัดบ้างหรือไง?"

ทว่าความเหนื่อยล้าก็เริ่มก่อตัวขึ้นในตัวเขาเช่นกัน เขาจึงเดินเข้าไปอุ้มเทียนเมิ่ง วางนางลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล หยิบหมอนนุ่มสบายออกมาวางบนเตียง แล้วล้มตัวลงนอน

เทียนเมิ่ง: "..."

"...ก็มีเตียงว่างอีกหลังไม่ใช่หรือ? อวี่ฮ่าว ทำไมเจ้าถึงต้องมาแย่งข้าด้วยเนี่ย?"

"นั่นมันของคนอื่น ข้าไม่ชอบแย่งของกับคนอื่น"

"ฮึ่ม"

เทียนเมิ่งแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างไม่ยอมแพ้ และเบียดตัวขึ้นมาบนเตียงด้วย

คนสองคนบนเตียงเดียวทำให้ดูเบียดเสียดไปบ้าง เทียนเมิ่งเอนตัวพิงฮั่วอวี่ฮ่าว ภายใต้เสื้อคลุมสีขาวสลักลวดลายสีทอง ขาเรียวเล็กขาวผ่องทั้งสองข้างของนางเตะสลับไปมาอย่างซุกซน ดูราวกับเด็กน้อยจอมแก่นไม่มีผิด

ฮั่วอวี่ฮ่าวขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วย จึงปล่อยให้นางทำตามอำเภอใจ

หลังจากนอนไปได้เพียงสองนาที ฮั่วอวี่ฮ่าวก็ตระหนักได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง จ้องมองเทียนเมิ่งด้วยสีหน้าประหลาดใจ

"หืม? มีอะไรหรืออวี่ฮ่าว... โอ๊ยๆๆ!"

เทียนเมิ่งเอ่ยถามด้วยความงุนงง ก่อนจะรู้สึกเจ็บแปลบที่แก้มทั้งสองข้างอย่างกะทันหัน

"มีอะไรหรืออย่างนั้นรึ?"

ฮั่วอวี่ฮ่าวไม่มีเจตนาจะออมแรงเลยแม้แต่น้อย เขาหยิกแก้มยุ้ยๆ ของเทียนเมิ่งอย่างแรง และเอ่ยเสียงดุ

"ที่แท้เจ้าก็ออกมาข้างนอกได้นี่นา!"

ก่อนหน้านี้ตอนที่เห็นรูปลักษณ์ของเทียนเมิ่ง เขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดสังเกตอะไร เพราะอย่างไรเสียเขาก็สามารถเห็นนางในห้วงทะเลจิตวิญญาณได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว เขาเพิ่งจะมารู้ตัวก็ตอนนี้นี่แหละ

เทียนเมิ่งคนนี้โผล่ออกมาจากห้วงทะเลจิตวิญญาณของเขาจริงๆ!

"แง... เลิกหยิกได้แล้ว ข้าเจ็บนะ..."

ในที่สุดเทียนเมิ่งก็ดิ้นหลุดจากเงื้อมมือของฮั่วอวี่ฮ่าวได้และรีบอธิบาย

"ร่างต้นของข้าหลอมรวมเข้ากับเจ้าอย่างสมบูรณ์แล้ว ตอนนี้ร่างจำแลงของข้าคือเศษเสี้ยวพลังที่หลงเหลืออยู่ ก่อนหน้านี้มักจะมีคนนอกอยู่ด้วยตลอด ข้าก็เลยไม่ได้ออกมา"

ฮั่วอวี่ฮ่าวเอ่ยถาม "โอ้ แล้วความแข็งแกร่งของเจ้าล่ะเป็นอย่างไรบ้าง?"

"เดิมทีข้าก็ไม่ถนัดการต่อสู้อยู่แล้ว แต่เมื่อข้าอยู่ข้างกายเจ้า ข้าสามารถดึงพลังจิตวิญญาณในร่างเจ้าซึ่งแต่เดิมเคยเป็นของข้าออกมาใช้ได้"

"แล้วถ้าเจ้าไม่ใช้พลังจิตวิญญาณล่ะ?"

"อืม... บางที... คงพอๆ กับลิงกังวายุกระมัง..."

"แล้วเจ้าจะมีประโยชน์อะไรเนี่ย..."

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฮั่วอวี่ฮ่าว "แต่ในเมื่อเจ้าออกมาข้างนอกได้ งั้นเจ้าก็มีประโยชน์มากเลยล่ะ—"

"เจ้า... เจ้าจะทำอะไร?" เทียนเมิ่งรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

ฮั่วอวี่ฮ่าวจะกล้าลงมือกับโลลิผมทองที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาอย่างนางได้ลงคอจริงๆ หรือ?

"หมายความว่าอย่างไรที่ว่า 'จะทำอะไร'?"

ฮั่วอวี่ฮ่าวแค่นเสียงหัวเราะ อุ้มเทียนเมิ่งขึ้นมาวางแหมะลงบนพื้นอีกครั้ง ขณะที่มือขวาปัดผ่านเข็มขัด โยนผ้าขี้ริ้วและไม้กวาดไปให้นาง

"ไป ทำความสะอาดห้องนี้ให้ข้าที"

เมื่อออกคำสั่งเสร็จ ฮั่วอวี่ฮ่าวก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงตามเดิม หยิบตำราอาหารออกมาแผ่คลุมปิดหน้าไว้ แล้วก็นอนนิ่งสนิทราวกับหลับไปแล้วจริงๆ

เทียนเมิ่ง: "..."

นางหยิบผ้าขี้ริ้วขึ้นมาแล้วปาลงพื้นอย่างแรง

"ฮึ่ม เจ้าเห็นเทียนเมิ่งเป็นตัวอะไรกัน?"

10 นาทีต่อมา

"ลัลล้า ลัลลา ข้าคือสาวใช้ผู้ขยันขันแข็ง เทียนเมิ่งน้อย~"

เทียนเมิ่งฮัมเพลงเบาๆ ขณะใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดฝุ่นตามกำแพง

ทว่าแทนที่จะเป็นการทำความสะอาด นางดูเหมือนกำลังเล่นสนุกเสียมากกว่า...

เมื่อไม่มีน้ำ นางก็พ่นลมปราณเย็นเยียบออกมา ใช้เกล็ดน้ำแข็งชิ้นเล็กๆ ในการทำความสะอาด กำแพงที่มีฝุ่นเกาะเพียงเล็กน้อย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยด่างเป็นหย่อมๆ อย่างสม่ำเสมอ

บางทีไม่ทำความสะอาดเลยอาจจะดีกว่าเสียอีก...

ตึก ตึก ตึก—

"โอ๊ะ? มีคนกำลังมา"

เทียนเมิ่งกำลังเล่นสนุกเพลินๆ พลังจิตวิญญาณอันเฉียบแหลมของนางก็สัมผัสได้ถึงเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามาใกล้จากนอกประตู ร่างของนางเลือนหายไปในพริบตา กลับคืนสู่ห้วงทะเลจิตวิญญาณของฮั่วอวี่ฮ่าวทันที

แกร๊ก

ประตูหอพักถูกเปิดเออกากจากด้านนอก และเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้ม

เขามีรูปลักษณ์ที่งดงามประณีต ผิวพรรณขาวผ่อง เส้นผมสั้นตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ และดวงตากระจ่างใสที่สื่ออารมณ์ได้อย่างลึกซึ้งซึ่งเจือประกายสีฟ้าอมชมพูจางๆ ความหล่อเหลาของเขานั้นเรียกได้ว่าหาตัวจับยากเลยทีเดียว

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในหอพัก อารมณ์ที่เดิมทีเบิกบานของเขาก็ขุ่นมัวลงในพริบตา ใบหน้าอันหล่อเหลานั้นบึ้งตึงขึ้นมาทันที

แม้ว่าในห้องพักจะมีเฟอร์นิเจอร์ไม่มากหรือข้าวของเกะกะ และไม่ได้ดูรกนัก แต่มันก็ไม่อาจเรียกว่าสะอาดได้เลย

ฝุ่นบนพื้นถูกกวาดมากองรวมกันอย่างกระจัดกระจาย แถมบนกำแพงก็ยังมีรอยด่างดวงเต็มไปหมด ไม้กวาดและผ้าขี้ริ้วถูกทิ้งกองไว้บนพื้นอย่างลวกๆ

และตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้ กลับยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงอย่างสบายใจเฉิบ!

เด็กหนุ่มผมสีฟ้าอมชมพูผู้รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจรู้สึกเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปหาฮั่วอวี่ฮ่าวทันที

เขาตวาดเสียงกร้าว "ลุกขึ้นมา!"

ใบหน้าของฮั่วอวี่ฮ่าวถูกปกปิดด้วยตำราอาหาร จึงไม่อาจมองเห็นสีหน้าของเขาได้ แต่ดูจากการขยับมือที่เตรียมจะหยิบหนังสือออก ก็เป็นไปได้มากว่าเขาตื่นอยู่ก่อนแล้ว

"ข้าบอกให้เจ้าลุกขึ้นมาไง!"

ความชักช้าของฮั่วอวี่ฮ่าวยิ่งสุมไฟโกรธให้กับเด็กหนุ่ม เขาตวัดมือขวาอย่างแรง ปัดตำราอาหารกระเด็นหลุดจากใบหน้าของฮั่วอวี่ฮ่าวไปในทันที

ป้าบ—ตุบ

ตำราอาหารลอยไปกระแทกกำแพงอย่างจัง ก่อนจะร่วงหล่นลงบนพื้น หน้ากระดาษปลิวไสวเปิดพั่บๆ อย่างรุนแรง

"ข้าก็พักอยู่ห้องนี้เหมือนกัน และข้าขอสั่งให้เจ้าทำความสะอาดห้องเดี๋ยวนี้! ยิ่งไปกว่านั้น ข้าขอประกาศว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ข้าคือลูกพี่ใหญ่ของห้องพักนี้ และเจ้าต้องเชื่อฟังทำตามกฎของข้าอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นก็ไสหัวไปซะ!"

"เข้าใจหรือไม่?"

เด็กหนุ่มกดเสียงต่ำลง กลิ่นอายของเขาเต็มไปด้วยความดุดันและคุกคาม

ฮั่วอวี่ฮ่าวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ข้าขอประกาศว่าคำประกาศของเจ้านั้นเป็นโมฆะ"

"เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?"

จบบทที่ บทที่ 24: เทียนเมิ่งก่อเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว