- หน้าแรก
- เส้นทางราชันย์แห่งความหนาวเหน็บ
- บทที่ 6 ถังหยาและเป้ยเป้ย
บทที่ 6 ถังหยาและเป้ยเป้ย
บทที่ 6 ถังหยาและเป้ยเป้ย
บทที่ 6 ถังหยาและเป้ยเป้ย
ทั้งสองคนต่างชะงักงันไปกับคำโฆษณาเชิญชวนของฮั่วอวี่เฮ่า
"คุณลูกค้ายังจะรับอยู่ไหมครับ?" ฮั่วอวี่เฮ่าเอ่ยเตือนความจำ
"ซื้อสิ แน่นอนว่าต้องซื้อ เอามาสองไม้เลย"
หญิงสาวได้สติกลับมา แต่ทว่านางกลับไม่มีทีท่าว่าจะควักกระเป๋าจ่ายเงินแต่อย่างใด นางหันขวับกลับไป เบิกตากว้างพร้อมทำหน้าตาออดอ้อนน่าสงสารใส่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย
ชายหนุ่มผมสีฟ้าถอนหายใจอย่างจำยอม หยิบเหรียญเงินออกมาหนึ่งเหรียญแล้วยื่นให้กับฮั่วอวี่เฮ่า
"ขอบคุณที่อุดหนุนครับ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้บริการ"
ฮั่วอวี่เฮ่ารับเงินด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งส่งปลาย่างสองไม้ให้ พร้อมกับบ่นพึมพำในใจ
'มิน่าล่ะถึงไม่ต่อราคา ที่แท้ก็ไม่ได้จ่ายเองนี่หว่า...'
อย่างไรก็ตาม ฮั่วอวี่เฮ่าก็พอจะประเมินสถานะของทั้งคู่ได้คร่าวๆ เขาเข้าใจตำแหน่งทางการตลาดของร้านแผงลอยตัวเองดี ราคาปลาย่างห้าเหรียญทองแดงนั้นถือว่าค่อนข้างสูง ลูกค้าชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปย่อมมีไม่มากนัก
เมื่อดูจากท่าทางใจป้ำของพวกเขา ทั้งสองน่าจะเป็นวิญญาณจารย์ที่มีระดับสูงขึ้นมาหน่อย มีฐานะทางเศรษฐกิจและสถานะทางสังคม รวมถึงมีกำลังซื้อที่สูงพอสมควร
"อื้มม อร่อยสุดยอด!"
หญิงสาวเผยอปากเล็กน้อย กัดเนื้อปลาเข้าไปคำหนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาของนางก็เบิกกว้าง ก่อนจะเริ่มลงมือสวาปามโดยไม่ห่วงภาพลักษณ์อีกต่อไป
"เป้ยเป้ยเจ้าก็กินด้วยสิ"
ในขณะที่เคี้ยวตุ้ยๆ นางก็ไม่ลืมที่จะส่งปลาย่างอีกไม้ให้กับชายหนุ่มข้างกาย
"ครับๆ อาจารย์เสี่ยวหยา"
เป้ยเป้ยยิ้มอย่างอ่อนใจ รับปลาย่างที่ซื้อด้วยเงินตัวเองมาจากมือของถังหยา แล้วเริ่มกัดกินบ้าง
"รสชาติดีจริงๆ ด้วย" ดวงตาของเป้ยเป้ยฉายแววประหลาดใจ
เขาเป็นคนหนึ่งที่ลิ้มรสอาหารเลิศรสมานักต่อนัก แต่ปลาย่างในมือนี้กลับมีรสชาติเทียบชั้นได้กับอาหารเหลาเหล่านั้นได้อย่างสูสี
เขายืนยันกับตัวเองอีกครั้ง นี่มันก็แค่ปลาชิงธรรมดาๆ ชัดๆ
"อร่อยเกินไปแล้ว น้องชาย เจ้าใส่อะไรลงไปเนี่ย? ทำไมปลาธรรมดาถึงอร่อยได้ขนาดนี้?"
ถังหยาจัดการปลาย่างจนเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว นางดูดนิ้วพลางทำท่าทางยังไม่จุใจ
"หืม? เครื่องเทศสิบสามหอมไงครับ ไม่รู้จักเหรอ?"
ฮั่วอวี่เฮ่าถือปลาย่างไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็หยิบปลาชิงที่เตรียมไว้ออกมาจากเข็มขัดเพื่อย่างบนกองไฟ เพราะถ้าขายไปสองไม้ ส่วนของเขาก็จะไม่พอกิน
แน่นอนว่าเขาเลือกที่จะไม่ขายก็ได้ แต่ฮั่วอวี่เฮ่าตระหนักดีว่าในธุรกิจอาหาร ชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งชีพ
'อุปกรณ์วิญญาณประเภทเก็บของ?'
เป้ยเป้ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นรายละเอียดนี้
"เครื่องเทศสิบสามหอมคืออะไร?" ถังหยาถามด้วยสีหน้างุนงง
"อ้อ พวกท่านคงไม่ใช่คนของจักรวรรดิซิงหลัวสินะครับ?" ฮั่วอวี่เฮ่าฉุกคิดขึ้นได้ว่าตอนนี้ตนไม่ได้อยู่ในเขตแดนซิงหลัวแล้ว
"ไม่ใช่"
"งั้นก็ไม่แปลกครับ" ฮั่วอวี่เฮ่ากัดปลาย่างในปาก พลางหยิบใบปลิวออกจากเข็มขัดแล้วยื่นให้ถังหยา
ถังหยารับใบปลิวมาดู บนนั้นเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวว่า "ร้านปลาย่างพี่ฮ่าว" ตามด้วยคำโฆษณาชวนเชื่อสารพัด
"สูตรลับเฉพาะของทางร้าน ตั้งอยู่ที่เลขที่ 40 ถนนเทียนซิง เมืองซิงหลัว จักรวรรดิซิงหลัว ขอบคุณที่อุดหนุนครับ"
ถังหยา: "..."
"ฮ่าๆ น้องชาย ไว้มีโอกาสพวกเราจะแวะไปอุดหนุนแน่นอน" เป้ยเป้ยหัวเราะร่า
"ยินดีต้อนรับเสมอครับ" ฮั่วอวี่เฮ่าพึงพอใจกับการตลาดแบบบอกต่อของตัวเองมาก
การค้าขายเล็กๆ น้อยๆ แต่ละครั้งอาจไม่ได้เงินมากมาย แต่ชื่อเสียงนั้นต้องค่อยๆ สั่งสมไปทีละนิดเช่นนี้แหละ
เป้ยเป้ยกินปลาย่างหมดแล้วเช่นกัน เขายิ้มบางๆ ก่อนเอ่ยถาม "น้องชาย มาทำความรู้จักกันหน่อย ข้าชื่อเป้ยเป้ยนางชื่อถังหยา แล้วเจ้าชื่อ...?"
"ฮั่วอวี่เฮ่าครับ"
"น้องฮั่ว นี่มันป่าเขาลำเนาไพร แถมยังอยู่ใกล้ป่าใหญ่ซิงโต่ว เจ้าบอกว่าเป็นคนจักรวรรดิซิงหลัว แล้วนี่กำลังจะเดินทางไปไหนรึ?"
"แค่ผ่านมาครับ จุดหมายของข้าคือเมืองสื่อไหลเค่อ"
"ไปเมืองสื่อไหลเค่อทำไม?"
"ไปเปิดสาขาครับ"
ฮั่วอวี่เฮ่ามีทักษะติดตัวที่แข็งแกร่งมากอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือทักษะการ 'แถ'
เวลาพูดเรื่องไร้สาระ เขาสามารถแสดงสีหน้ามั่นใจ ผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติราวกับว่าเป็นเรื่องจริง
ทว่า นี่ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นการโกหกปิดบังเสียทีเดียว เรียกว่าพูดความจริงครึ่งเดียวจะถูกกว่า เขาแค่ซ่อนเจตนาเรื่องการมาล่าวงแหวนวิญญาณเอาไว้เท่านั้น
"จริงเหรอ?"
เมื่อได้ยินคำตอบของฮั่วอวี่เฮ่า ถังหยาก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ
"ถ้าอย่างนั้น ต่อไปข้าก็จะได้กินปลาย่างอร่อยๆ แบบนี้ทุกวันที่เมืองสื่อไหลเค่อแล้วสิ!"
เป้ยเป้ย: "..."
ถังหยาดูเหมือนจะยังรู้สึกไม่หนำใจ นางทำหน้าตาน่าสงสารมองไปทางเป้ยเป้ยอีกครั้ง
"เฮ้อ..." เป้ยเป้ยส่ายหัวอย่างจนใจ แล้วยื่นเหรียญเงินให้ฮั่วอวี่เฮ่าเพิ่มอีก "น้องฮั่ว เอามาอีกหลายๆ ไม้เลย"
ด้วยเหตุนี้ ฮั่วอวี่เฮ่าจึงกินไปย่างไป กว่าจะหยุดมือก็ปาเข้าไปเจ็ดแปดตัว
"อร่อยเหาะไปเลย น้องฮั่ว วันหน้าข้าจะเข้าเมืองไปอุดหนุนเจ้าทุกวันเลยคอยดู" ถังหยายืดเส้นยืดสายอย่างพึงพอใจ
เป้ยเป้ยเตือนขึ้นมาจากด้านข้าง "อาจารย์เสี่ยวหยา อิ่มแล้วพวกเราก็ควรไปทำธุระกันต่อได้แล้วนะ"
"จะรีบไปทำไม? ก็กำลังจะไปอยู่นี่ไง ลาก่อนนะน้องฮั่ว!"
ถังหยาและเป้ยเป้ยเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ป่า
"ศิษย์พี่และศิษย์พี่หญิง"
หลังจากพูดคุยกับทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง ฮั่วอวี่เฮ่าก็ได้รู้สถานะของพวกเขา ทั้งคู่เป็นนักเรียนปีสามของโรงเรียนสื่อไหลเค่อ และถ้าผ่านการทดสอบในเทอมใหม่นี้ได้ ก็จะได้เลื่อนเป็นนักเรียนปีสี่
จุดประสงค์ที่พวกเขามายังป่าซิงโต่วก็เพื่อล่าวงแหวนวิญญาณให้กับถังหยา
อย่างไรก็ตาม ฮั่วอวี่เฮ่าไม่ได้เปิดเผยสถานะว่าตนเองเป็นนักเรียนใหม่
ฮั่วอวี่เฮ่าหยิบชานมที่ทำเองออกมาแก้วหนึ่ง แล้วเอนตัวลงนอนบนพื้น ใช้ความเย็นประคบแก้วพลางครุ่นคิด
ตัวเขาเองก็จำเป็นต้องล่าวงแหวนวิญญาณเหมือนกัน แต่สัตว์วิญญาณที่มีธาตุวิญญาณนั้นหายากเหลือเกิน ถ้าหาไม่เจอจะทำอย่างไรดี?
หรือจะเปลี่ยนไปฝึกฝนธาตุนำแข็งเป็นหลัก แล้วหาสัตว์วิญญาณธาตุน้ำแข็งแทน?
"ช่างเถอะ เลิกคิดดีกว่า รถถึงภูเขาเดี๋ยวก็มีทางไปเอง!"
หลังจากดื่มชานมจนหมด ไอเย็นก็แผ่ออกมาจากมือขวาของฮั่วอวี่เฮ่าเพื่อดับกองไฟ จากนั้นเขาก็ออกเดินมุ่งหน้าสู่ป่าใหญ่ซิงโต่วเช่นกัน
...
"ว้าว! อร่อยจริงๆ ข้าอยากดึงตัวน้องฮั่วเข้าสำนักถังของเราจังเลย!" ถังหยาอุทานออกมาเมื่อนึกถึงรสชาติปลาที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น
เป้ยเป้ยอดไม่ได้ที่จะย้อนกลับไป "อาจารย์เสี่ยวหยา มาตรฐานการรับคนของท่านนี่แปลกพิลึกจริงๆ"
"ใครว่าล่ะ? ข้าไม่ได้ดูแค่ว่าเขาทำปลาย่างอร่อยสักหน่อย!" ถังหยาปฏิเสธหน้าแดงระเรื่อ "ข้าเห็นว่าเขามีพลังวิญญาณติดตัวอยู่บ้าง ถึงจะไม่แข็งแกร่งมาก แต่ตอนนี้สำนักถังเรารับศิษย์ได้แค่ระดับนี้แหละ"
สีหน้าของเป้ยเป้ยดูมีความนัย "ท่านอยากรับคนอื่น แต่คนอื่นเขาอาจจะไม่มองเราก็ได้นะ!"
"หมายความว่าไง?" ถังหยาเริ่มไม่พอใจ "สายตาข้าไม่มีทางมองพลาด พลังวิญญาณของเขาอยู่แค่ระดับสิบกว่าๆ เท่านั้นแหละ"
"น้องฮั่วคนนี้ไม่ธรรมดาหรอก" เป้ยเป้ยเริ่มวิเคราะห์ย้อนหลัง "ถึงพลังวิญญาณจะดูธรรมดา แต่สมรรถภาพทางร่างกายของเขาเหนือกว่าวิญญาณจารย์ในระดับเดียวกันมาก และข้ามั่นใจว่าเขามีความลับปิดบังอยู่"
มีสองจุดในตัวฮั่วอวี่เฮ่าที่บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา
จุดแรกคืออุปกรณ์วิญญาณประเภทเก็บของ ครอบครัวชาวบ้านทั่วไปไม่มีทางหาซื้อของแบบนี้มาใช้ได้แน่
แต่จุดนี้ก็ยังไม่มีน้ำหนักพอ
เป้ยเป้ยมองใบปลิวที่ฮั่วอวี่เฮ่าให้มา
ด้วยความสามารถในการหาเงินระดับน้องฮั่ว การจะซื้ออุปกรณ์วิญญาณเก็บของระดับสูงสักสองสามชิ้นคงไม่ใช่ปัญหา แต่จุดที่สองต่างหากที่เขาสนใจ
ลวดลายบนเสื้อผ้าของฮั่วอวี่เฮ่า
ลายพยัคฆ์ขาวคำรามที่พาดผ่านไหล่
น้องฮั่วคนนี้น่าจะเป็นคนของจักรวรรดิซิงหลัว ดังนั้นเขาไม่มีทางไม่รู้ความหมายของสัญลักษณ์พยัคฆ์ขาวในจักรวรรดิซิงหลัวแน่!
คนธรรมดา หรือแม้แต่วิญญาณจารย์ส่วนใหญ่ ย่อมไม่มีใครกล้าสวมใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายเช่นนี้!
"เขาไม่ธรรมดาจริงๆ..."
เป้ยเป้ยถอนหายใจด้วยความรู้สึกทึ่ง ก่อนจะกลับมาทำท่าทางเกียจคร้านตามเดิม