เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ถังหยาและเป้ยเป้ย

บทที่ 6 ถังหยาและเป้ยเป้ย

บทที่ 6 ถังหยาและเป้ยเป้ย


บทที่ 6 ถังหยาและเป้ยเป้ย

ทั้งสองคนต่างชะงักงันไปกับคำโฆษณาเชิญชวนของฮั่วอวี่เฮ่า

"คุณลูกค้ายังจะรับอยู่ไหมครับ?" ฮั่วอวี่เฮ่าเอ่ยเตือนความจำ

"ซื้อสิ แน่นอนว่าต้องซื้อ เอามาสองไม้เลย"

หญิงสาวได้สติกลับมา แต่ทว่านางกลับไม่มีทีท่าว่าจะควักกระเป๋าจ่ายเงินแต่อย่างใด นางหันขวับกลับไป เบิกตากว้างพร้อมทำหน้าตาออดอ้อนน่าสงสารใส่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย

ชายหนุ่มผมสีฟ้าถอนหายใจอย่างจำยอม หยิบเหรียญเงินออกมาหนึ่งเหรียญแล้วยื่นให้กับฮั่วอวี่เฮ่า

"ขอบคุณที่อุดหนุนครับ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้บริการ"

ฮั่วอวี่เฮ่ารับเงินด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งส่งปลาย่างสองไม้ให้ พร้อมกับบ่นพึมพำในใจ

'มิน่าล่ะถึงไม่ต่อราคา ที่แท้ก็ไม่ได้จ่ายเองนี่หว่า...'

อย่างไรก็ตาม ฮั่วอวี่เฮ่าก็พอจะประเมินสถานะของทั้งคู่ได้คร่าวๆ เขาเข้าใจตำแหน่งทางการตลาดของร้านแผงลอยตัวเองดี ราคาปลาย่างห้าเหรียญทองแดงนั้นถือว่าค่อนข้างสูง ลูกค้าชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปย่อมมีไม่มากนัก

เมื่อดูจากท่าทางใจป้ำของพวกเขา ทั้งสองน่าจะเป็นวิญญาณจารย์ที่มีระดับสูงขึ้นมาหน่อย มีฐานะทางเศรษฐกิจและสถานะทางสังคม รวมถึงมีกำลังซื้อที่สูงพอสมควร

"อื้มม อร่อยสุดยอด!"

หญิงสาวเผยอปากเล็กน้อย กัดเนื้อปลาเข้าไปคำหนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาของนางก็เบิกกว้าง ก่อนจะเริ่มลงมือสวาปามโดยไม่ห่วงภาพลักษณ์อีกต่อไป

"เป้ยเป้ยเจ้าก็กินด้วยสิ"

ในขณะที่เคี้ยวตุ้ยๆ นางก็ไม่ลืมที่จะส่งปลาย่างอีกไม้ให้กับชายหนุ่มข้างกาย

"ครับๆ อาจารย์เสี่ยวหยา"

เป้ยเป้ยยิ้มอย่างอ่อนใจ รับปลาย่างที่ซื้อด้วยเงินตัวเองมาจากมือของถังหยา แล้วเริ่มกัดกินบ้าง

"รสชาติดีจริงๆ ด้วย" ดวงตาของเป้ยเป้ยฉายแววประหลาดใจ

เขาเป็นคนหนึ่งที่ลิ้มรสอาหารเลิศรสมานักต่อนัก แต่ปลาย่างในมือนี้กลับมีรสชาติเทียบชั้นได้กับอาหารเหลาเหล่านั้นได้อย่างสูสี

เขายืนยันกับตัวเองอีกครั้ง นี่มันก็แค่ปลาชิงธรรมดาๆ ชัดๆ

"อร่อยเกินไปแล้ว น้องชาย เจ้าใส่อะไรลงไปเนี่ย? ทำไมปลาธรรมดาถึงอร่อยได้ขนาดนี้?"

ถังหยาจัดการปลาย่างจนเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว นางดูดนิ้วพลางทำท่าทางยังไม่จุใจ

"หืม? เครื่องเทศสิบสามหอมไงครับ ไม่รู้จักเหรอ?"

ฮั่วอวี่เฮ่าถือปลาย่างไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็หยิบปลาชิงที่เตรียมไว้ออกมาจากเข็มขัดเพื่อย่างบนกองไฟ เพราะถ้าขายไปสองไม้ ส่วนของเขาก็จะไม่พอกิน

แน่นอนว่าเขาเลือกที่จะไม่ขายก็ได้ แต่ฮั่วอวี่เฮ่าตระหนักดีว่าในธุรกิจอาหาร ชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งชีพ

'อุปกรณ์วิญญาณประเภทเก็บของ?'

เป้ยเป้ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นรายละเอียดนี้

"เครื่องเทศสิบสามหอมคืออะไร?" ถังหยาถามด้วยสีหน้างุนงง

"อ้อ พวกท่านคงไม่ใช่คนของจักรวรรดิซิงหลัวสินะครับ?" ฮั่วอวี่เฮ่าฉุกคิดขึ้นได้ว่าตอนนี้ตนไม่ได้อยู่ในเขตแดนซิงหลัวแล้ว

"ไม่ใช่"

"งั้นก็ไม่แปลกครับ" ฮั่วอวี่เฮ่ากัดปลาย่างในปาก พลางหยิบใบปลิวออกจากเข็มขัดแล้วยื่นให้ถังหยา

ถังหยารับใบปลิวมาดู บนนั้นเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวว่า "ร้านปลาย่างพี่ฮ่าว" ตามด้วยคำโฆษณาชวนเชื่อสารพัด

"สูตรลับเฉพาะของทางร้าน ตั้งอยู่ที่เลขที่ 40 ถนนเทียนซิง เมืองซิงหลัว จักรวรรดิซิงหลัว ขอบคุณที่อุดหนุนครับ"

ถังหยา: "..."

"ฮ่าๆ น้องชาย ไว้มีโอกาสพวกเราจะแวะไปอุดหนุนแน่นอน" เป้ยเป้ยหัวเราะร่า

"ยินดีต้อนรับเสมอครับ" ฮั่วอวี่เฮ่าพึงพอใจกับการตลาดแบบบอกต่อของตัวเองมาก

การค้าขายเล็กๆ น้อยๆ แต่ละครั้งอาจไม่ได้เงินมากมาย แต่ชื่อเสียงนั้นต้องค่อยๆ สั่งสมไปทีละนิดเช่นนี้แหละ

เป้ยเป้ยกินปลาย่างหมดแล้วเช่นกัน เขายิ้มบางๆ ก่อนเอ่ยถาม "น้องชาย มาทำความรู้จักกันหน่อย ข้าชื่อเป้ยเป้ยนางชื่อถังหยา แล้วเจ้าชื่อ...?"

"ฮั่วอวี่เฮ่าครับ"

"น้องฮั่ว นี่มันป่าเขาลำเนาไพร แถมยังอยู่ใกล้ป่าใหญ่ซิงโต่ว เจ้าบอกว่าเป็นคนจักรวรรดิซิงหลัว แล้วนี่กำลังจะเดินทางไปไหนรึ?"

"แค่ผ่านมาครับ จุดหมายของข้าคือเมืองสื่อไหลเค่อ"

"ไปเมืองสื่อไหลเค่อทำไม?"

"ไปเปิดสาขาครับ"

ฮั่วอวี่เฮ่ามีทักษะติดตัวที่แข็งแกร่งมากอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือทักษะการ 'แถ'

เวลาพูดเรื่องไร้สาระ เขาสามารถแสดงสีหน้ามั่นใจ ผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติราวกับว่าเป็นเรื่องจริง

ทว่า นี่ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นการโกหกปิดบังเสียทีเดียว เรียกว่าพูดความจริงครึ่งเดียวจะถูกกว่า เขาแค่ซ่อนเจตนาเรื่องการมาล่าวงแหวนวิญญาณเอาไว้เท่านั้น

"จริงเหรอ?"

เมื่อได้ยินคำตอบของฮั่วอวี่เฮ่า ถังหยาก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ

"ถ้าอย่างนั้น ต่อไปข้าก็จะได้กินปลาย่างอร่อยๆ แบบนี้ทุกวันที่เมืองสื่อไหลเค่อแล้วสิ!"

เป้ยเป้ย: "..."

ถังหยาดูเหมือนจะยังรู้สึกไม่หนำใจ นางทำหน้าตาน่าสงสารมองไปทางเป้ยเป้ยอีกครั้ง

"เฮ้อ..." เป้ยเป้ยส่ายหัวอย่างจนใจ แล้วยื่นเหรียญเงินให้ฮั่วอวี่เฮ่าเพิ่มอีก "น้องฮั่ว เอามาอีกหลายๆ ไม้เลย"

ด้วยเหตุนี้ ฮั่วอวี่เฮ่าจึงกินไปย่างไป กว่าจะหยุดมือก็ปาเข้าไปเจ็ดแปดตัว

"อร่อยเหาะไปเลย น้องฮั่ว วันหน้าข้าจะเข้าเมืองไปอุดหนุนเจ้าทุกวันเลยคอยดู" ถังหยายืดเส้นยืดสายอย่างพึงพอใจ

เป้ยเป้ยเตือนขึ้นมาจากด้านข้าง "อาจารย์เสี่ยวหยา อิ่มแล้วพวกเราก็ควรไปทำธุระกันต่อได้แล้วนะ"

"จะรีบไปทำไม? ก็กำลังจะไปอยู่นี่ไง ลาก่อนนะน้องฮั่ว!"

ถังหยาและเป้ยเป้ยเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ป่า

"ศิษย์พี่และศิษย์พี่หญิง"

หลังจากพูดคุยกับทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง ฮั่วอวี่เฮ่าก็ได้รู้สถานะของพวกเขา ทั้งคู่เป็นนักเรียนปีสามของโรงเรียนสื่อไหลเค่อ และถ้าผ่านการทดสอบในเทอมใหม่นี้ได้ ก็จะได้เลื่อนเป็นนักเรียนปีสี่

จุดประสงค์ที่พวกเขามายังป่าซิงโต่วก็เพื่อล่าวงแหวนวิญญาณให้กับถังหยา

อย่างไรก็ตาม ฮั่วอวี่เฮ่าไม่ได้เปิดเผยสถานะว่าตนเองเป็นนักเรียนใหม่

ฮั่วอวี่เฮ่าหยิบชานมที่ทำเองออกมาแก้วหนึ่ง แล้วเอนตัวลงนอนบนพื้น ใช้ความเย็นประคบแก้วพลางครุ่นคิด

ตัวเขาเองก็จำเป็นต้องล่าวงแหวนวิญญาณเหมือนกัน แต่สัตว์วิญญาณที่มีธาตุวิญญาณนั้นหายากเหลือเกิน ถ้าหาไม่เจอจะทำอย่างไรดี?

หรือจะเปลี่ยนไปฝึกฝนธาตุนำแข็งเป็นหลัก แล้วหาสัตว์วิญญาณธาตุน้ำแข็งแทน?

"ช่างเถอะ เลิกคิดดีกว่า รถถึงภูเขาเดี๋ยวก็มีทางไปเอง!"

หลังจากดื่มชานมจนหมด ไอเย็นก็แผ่ออกมาจากมือขวาของฮั่วอวี่เฮ่าเพื่อดับกองไฟ จากนั้นเขาก็ออกเดินมุ่งหน้าสู่ป่าใหญ่ซิงโต่วเช่นกัน

...

"ว้าว! อร่อยจริงๆ ข้าอยากดึงตัวน้องฮั่วเข้าสำนักถังของเราจังเลย!" ถังหยาอุทานออกมาเมื่อนึกถึงรสชาติปลาที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น

เป้ยเป้ยอดไม่ได้ที่จะย้อนกลับไป "อาจารย์เสี่ยวหยา มาตรฐานการรับคนของท่านนี่แปลกพิลึกจริงๆ"

"ใครว่าล่ะ? ข้าไม่ได้ดูแค่ว่าเขาทำปลาย่างอร่อยสักหน่อย!" ถังหยาปฏิเสธหน้าแดงระเรื่อ "ข้าเห็นว่าเขามีพลังวิญญาณติดตัวอยู่บ้าง ถึงจะไม่แข็งแกร่งมาก แต่ตอนนี้สำนักถังเรารับศิษย์ได้แค่ระดับนี้แหละ"

สีหน้าของเป้ยเป้ยดูมีความนัย "ท่านอยากรับคนอื่น แต่คนอื่นเขาอาจจะไม่มองเราก็ได้นะ!"

"หมายความว่าไง?" ถังหยาเริ่มไม่พอใจ "สายตาข้าไม่มีทางมองพลาด พลังวิญญาณของเขาอยู่แค่ระดับสิบกว่าๆ เท่านั้นแหละ"

"น้องฮั่วคนนี้ไม่ธรรมดาหรอก" เป้ยเป้ยเริ่มวิเคราะห์ย้อนหลัง "ถึงพลังวิญญาณจะดูธรรมดา แต่สมรรถภาพทางร่างกายของเขาเหนือกว่าวิญญาณจารย์ในระดับเดียวกันมาก และข้ามั่นใจว่าเขามีความลับปิดบังอยู่"

มีสองจุดในตัวฮั่วอวี่เฮ่าที่บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา

จุดแรกคืออุปกรณ์วิญญาณประเภทเก็บของ ครอบครัวชาวบ้านทั่วไปไม่มีทางหาซื้อของแบบนี้มาใช้ได้แน่

แต่จุดนี้ก็ยังไม่มีน้ำหนักพอ

เป้ยเป้ยมองใบปลิวที่ฮั่วอวี่เฮ่าให้มา

ด้วยความสามารถในการหาเงินระดับน้องฮั่ว การจะซื้ออุปกรณ์วิญญาณเก็บของระดับสูงสักสองสามชิ้นคงไม่ใช่ปัญหา แต่จุดที่สองต่างหากที่เขาสนใจ

ลวดลายบนเสื้อผ้าของฮั่วอวี่เฮ่า

ลายพยัคฆ์ขาวคำรามที่พาดผ่านไหล่

น้องฮั่วคนนี้น่าจะเป็นคนของจักรวรรดิซิงหลัว ดังนั้นเขาไม่มีทางไม่รู้ความหมายของสัญลักษณ์พยัคฆ์ขาวในจักรวรรดิซิงหลัวแน่!

คนธรรมดา หรือแม้แต่วิญญาณจารย์ส่วนใหญ่ ย่อมไม่มีใครกล้าสวมใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายเช่นนี้!

"เขาไม่ธรรมดาจริงๆ..."

เป้ยเป้ยถอนหายใจด้วยความรู้สึกทึ่ง ก่อนจะกลับมาทำท่าทางเกียจคร้านตามเดิม

จบบทที่ บทที่ 6 ถังหยาและเป้ยเป้ย

คัดลอกลิงก์แล้ว