เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5: ปรมาจารย์นักย่าง ฮั่วอวี่เฮ่า

บทที่ 5: ปรมาจารย์นักย่าง ฮั่วอวี่เฮ่า

บทที่ 5: ปรมาจารย์นักย่าง ฮั่วอวี่เฮ่า


บทที่ 5: ปรมาจารย์นักย่าง ฮั่วอวี่เฮ่า

หลายเดือนต่อมา

ริมลำธารสายเล็กไม่ไกลจากชายขอบของป่าใหญ่ซิงตู่ เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังย่างปลาชิงอย่างสบายอารมณ์

เบื้องหน้ากองไฟ เขากำลังหมุนไม้เสียบปลาในมือทั้งสองข้างอย่างช้าๆ เหนือเปลวเพลิง ใบหน้าของเขาเริ่มสลัดคราบความไร้เดียงสาแบบเด็กๆ ทิ้งไป เผยให้เห็นความองอาจห้าวหาญที่เริ่มฉายแววขึ้นตามวัย

เปลวไฟเต้นระริก ไอร้อนที่ลอยขึ้นมาพัดพาผมหน้าม้าสีน้ำเงินของเขาให้พลิ้วไหว ทว่าบนหน้าผากกลับไม่มีเหงื่อผุดขึ้นมาแม้แต่หยดเดียว

เสื้อผ้าของเขาดูเรียบง่าย เป็นเพียงเสื้อแขนสั้นเนื้อบางกับกางเกงขายาวที่ดูสบายๆ แต่ลวดลายบนเสื้อกลับไม่ธรรมดา

บนผืนผ้าสีดำสนิท มีลวดลายพยัคฆ์ขาวคิ้วขาวดวงตาเรียวรี พาดผ่านจากแผ่นหลังมายังไหล่ซ้าย กรงเล็บแหลมคมกางออก เขี้ยวขาววาววับแสยะยิ้ม

เสือพาดไหล่ตัวนี้ดูดุร้ายราวกับพยัคฆ์ที่พร้อมจะกระโจนลงจากขุนเขาเพื่อขย้ำเหยื่อ

ท่าทางของเด็กหนุ่มดูผ่อนคลาย ท่วงท่าคล่องแคล่วชำนาญ และดวงตาสีฟ้ากระจ่างใสดั่งคริสตัลที่เรืองรองจางๆ นั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจและแน่วแน่

ขณะย่างปลา ปากของเขาก็พึมพำกับตัวเองไปด้วย

"คุมไฟให้ดี ให้ความร้อนทั่วถึง"

"ไฟอ่อนเพื่อรีดน้ำมัน ไฟแรงเพื่อให้สีสวย"

"ตบท้ายด้วยการโรยผงปรุงรสสูตรลับของพี่ฮ่าวลงไปกำมือหนึ่ง แค่นี้กลิ่นหอมก็เตะจมูกทันที"

ปลาย่างสีเหลืองทองอร่าม ยิ่งส่งกลิ่นหอมเย้ายวนหลังจากถูกโรยด้วยผงลึกลับ

เด็กหนุ่มโอ้อวดอย่างพึงพอใจ

"พี่ฮ่าวหนอพี่ฮ่าว สมกับเป็นปรมาจารย์นักย่างอันดับหนึ่ง"

"สมกับเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอร้านบาร์บีคิวอันดับหนึ่งแห่งซิงหลัวจริงๆ"

เด็กหนุ่มผู้นี้มิใช่ใครอื่น เขาคือ 'ฮั่วอวี่เฮ่า' ที่ออกจากจวนดยุกมาแล้ว ขณะนี้เขากำลังเตรียมตัวเข้าสู่ป่าใหญ่ซิงตู่เพื่อหาวงแหวนวิญญาณวงแรก และกำลังหยุดพักผ่อนระหว่างทาง

หลังจากออกจากเมืองซิงหลัว เขาไม่ได้เร่งรีบแต่อย่างใด เขาหยุดพักและออกเดินทางตามใจชอบ มุ่งหน้าสู่ป่าใหญ่ซิงตู่ด้วยฝีเท้าที่เนิบนาบ

เรื่องเงินทองไม่ใช่สิ่งที่เขาขาดแคลน

เขาไม่สนเศษเงินทองไม่กี่เหรียญที่จวนดยุกมอบให้ รายได้หลักของเขามาจากร้านบาร์บีคิวของเขาเอง

ร้านบาร์บีคิวแห่งนี้มีความพิเศษ ไม่เพียงรสชาติจะยอดเยี่ยม แต่ยังมี "เบื้องหลัง" ที่ทรงพลังอีกด้วย

องค์หญิงจิ่วจิ่วแห่งราชวงศ์ซิงหลัวถือหุ้นอยู่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือย่อมอยู่ในมือของฮั่วอวี่เฮ่า

รสชาติบาร์บีคิวที่นั่นไร้คู่เปรียบ เหนือชั้นกว่าภัตตาคารใหญ่ๆ หลายแห่งเสียอีก

ราคาประหยัด อร่อย และคุ้มค่า... ด้วยเหตุผลนานัปการ ร้านจึงแน่นขนัดไปด้วยลูกค้า กวาดเงินทองเข้ากระเป๋าทุกวี่วัน

ดังนั้น ฮั่วอวี่เฮ่าจึงไม่ขัดสนเรื่องเงิน

เขามั่นใจว่าทั่วทั้งทวีปนี้ ไม่มีใครทำอาหารรสชาติล้ำเลิศไปกว่าเขาได้

ทำไมน่ะหรือ?

การย่างของให้อร่อยขึ้นอยู่กับสองสิ่งเท่านั้น คือ วัตถุดิบ และ การควบคุมไฟ

ในส่วนของวัตถุดิบ ฮั่วอวี่เฮ่าย่อมเลือกใช้ของที่ดีที่สุด และเขายังมีสูตรลับเฉพาะ นั่นคือ 'เครื่องเทศสิบสามหอม'

เครื่องเทศผสมสูตรนี้ผ่านการพิสูจน์จากตลาดในชาติก่อนมาแล้ว มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับทวีปโต้วหลัวเลยทีเดียว

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก ภูมิปัญญาและจิตวิญญาณแห่งการค้นคว้าของคนท้องถิ่นนั้นเหนือความคาดหมายของฮั่วอวี่เฮ่า เขารู้ดีว่าภัตตาคารใหญ่บางแห่งใกล้จะแกะสูตรเครื่องเทศสิบสามหอมได้แล้ว

เคล็ดลับการย่างของเขาอยู่ที่การควบคุมไฟต่างหาก

การคุมไฟคือการคุมอุณหภูมิ การควบคุมอุณหภูมิได้ดีย่อมหมายถึงการจัดการระดับความสุกของการย่างได้ดีขึ้น

ดังนั้น วิญญาณยุทธ์ธาตุไฟที่สามารถควบคุมเปลวเพลิงจึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับอาชีพพ่อครัว

แต่ฮั่วอวี่เฮ่าแตกต่างออกไป เขาใช้ 'น้ำแข็ง' และ 'ไอเย็น' ในการควบคุมอุณหภูมิ

เมื่อเทียบกับการควบคุมเปลวไฟโดยตรง การใช้ความเย็นเพื่อกดข่มเปลวไฟกลับทำให้ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำยิ่งกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น ฮั่วอวี่เฮ่ายังมีข้อได้เปรียบที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่าง วิญญาณยุทธ์สายจิตวิญญาณที่หายากยิ่ง 'เนตรวิญญาณ'

หลังจากดวงตาที่เป็นวิญญาณยุทธ์ร่างต้นกำเนิดตื่นขึ้น การมองเห็นของเขาก็น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ

ฮั่วอวี่เฮ่าไม่ได้วัดค่าอย่างเป็นทางการ แต่เขาประเมินว่าสายตาของเขาต้องดีเยี่ยมอย่างน้อยระดับ 20.0 และที่สำคัญกว่านั้น เขาสามารถมองเห็นรายละเอียดมากมายที่คนทั่วไปมองข้าม

สิ่งนี้ช่วยให้เขาปรับความร้อนได้อย่างแม่นยำในขณะย่างปลา

พลังของการควบคุมวิญญาณยุทธ์ธาตุไม่ได้สะท้อนออกมาแค่ความรุนแรง แต่ยังรวมถึงความแม่นยำด้วย แม้พลังวิญญาณของฮั่วอวี่เฮ่าจะยังต่ำต้อย แต่ความละเอียดอ่อนในการควบคุมธาตุน้ำแข็งของเขานั้น แม้แต่ยอดฝีมือหลายคนก็ไม่อาจเทียบติด

มีเพียงระดับเขาเท่านั้นที่สามารถควบคุมอุณหภูมิของกองไฟป่าได้อย่างอิสระ เด็กฝึกงานธาตุน้ำแข็งที่จ้างมาในร้านมักจะลนลานทันทีที่ต้องห่างจากเตา... แม้มันจะดูไม่มีประโยชน์อื่นใดนอกจากใช้คุมไฟทำอาหารก็ตาม

ต่อให้ในโลกนี้มีวิญญาณจารย์คนอื่นที่มีวิญญาณยุทธ์คู่ทั้งธาตุน้ำแข็งและสายจิตวิญญาณ พวกเขาก็ไม่มีทางเหนือกว่าฮั่วอวี่เฮ่าในด้านนี้ เพราะมีรายละเอียดที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่

ฮั่วอวี่เฮ่าสามารถใช้วิญญาณยุทธ์คู่ของเขาพร้อมกันได้!

ตอนแรกฮั่วอวี่เฮ่าไม่รู้เรื่องนี้ แต่เมื่อเขาทราบความจริงอันลึกลับนี้ นอกจากความประหลาดใจแล้ว ความกังวลก็แวบเข้ามาในใจ และเขาตัดสินใจที่จะซ่อนวิญญาณยุทธ์ที่สองไว้ให้มิดชิดที่สุด

การมีวิญญาณยุทธ์คู่ก็เพิ่มความเป็นไปได้มากพอแล้ว แต่การใช้พร้อมกันได้นั้นทำให้รูปแบบการต่อสู้ไร้ขีดจำกัด

แน่นอนว่าการแอบปล่อยพลังออกมาเบาๆ ขณะย่างปลา เป็นสิ่งที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น

และขั้นตอนการย่างปลานี้ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการบำเพ็ญเพียรของเขาเช่นกัน

"จึ๊ หอมจริงๆ!"

ฮั่วอวี่เฮ่าขยับจมูกดม รู้สึกพึงพอใจกับผลงานชิ้นเอกของตนมาก

ภูมิหลังชีวิตของเขาทั้งสองชาติล้วนขาดความสมบูรณ์แบบ แต่ฮั่วอวี่เฮ่ากลับไม่เศร้าหมองเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีและร่าเริงมาก

ความรักจากครอบครัวย่อมเป็นสิ่งที่อบอุ่นและงดงามหากมันมีอยู่จริง แต่การอยู่ตัวคนเดียวก็มอบความรู้สึกสบายใจและอิสระเสรี

หลังจากมารดาผู้เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวในใจจากไป ก็ดูเหมือนจะไม่มีพันธนาการใดรั้งเขาไว้อีก

ทว่า เมื่อเห็นข้าวของเครื่องใช้ของมารดา เขาก็อดรู้สึกอาลัยอาวรณ์ไม่ได้

ฮั่วอวี่เฮ่าหยิบกริชพยัคฆ์ขาวขึ้นมาพิจารณาครู่หนึ่ง ก่อนจะเหน็บมันกลับเข้าที่เอว

มันเป็นอาวุธที่ดีจริงๆ น้ำหนักเบา คมกริบ และยังมีทักษะโจมตีติดมาด้วย ใช้งานได้คล่องมือกว่มีดทำครัวเล่มเดิมของเขามากนัก

"เอาล่ะ ได้เวลากิน ได้เวลากิน~"

ฮั่วอวี่เฮ่าเลิกคิดฟุ้งซ่าน มองดูกองปลาที่ย่างเสร็จแล้วพลางเลียริมฝีปาก

เหนื่อยมาตั้งนาน ในที่สุดก็ได้เริ่มกินสักที

การบำเพ็ญเพียรใช้พลังงานมหาศาล เขาต้องกินปลาย่างตัวโตๆ อย่างน้อยสิบตัวถึงจะอิ่มท้อง

"กินผักดองกับเต้าหู้ม้วน แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังไม่สุขใจเท่าข้า~"

ฮั่วอวี่เฮ่าฮัมเพลงทำนองรื่นเริงขณะกัดเนื้อปลา

ความกรอบ อุณหภูมิ ความฉ่ำ รสชาติ... ทุกมิติล้วนสมบูรณ์แบบ ผสานรวมกันเป็นรสโอชา

"ฝีมือทำอาหารของพี่ฮ่าวนี่สุดยอดเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ" ฮั่วอวี่เฮ่าพึมพำกับตัวเองขณะเคี้ยวตุ้ยๆ "ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าฮ่องเต้สวีเจียเหว่ยที่ทำตัวเคร่งขรึมทุกวันนั่น จะไม่มีความอยากอาหารบ้าง"

ฮ่องเต้สวีเจียเหว่ยที่เขาเอ่ยถึง คือจักรพรรดิองค์ปัจจุบันแห่งจักรวรรดิซิงหลัว คงมีเพียงฮั่วอวี่เฮ่าเท่านั้นที่กล้าเอ่ยถึงพระองค์ด้วยความไม่เคารพเช่นนี้

"ว้าว หอมจังเลย!"

เสียงอุทานด้วยความประหลาดใจของเด็กสาวดังขึ้น น้ำเสียงใสกังวานน่าฟัง

"นั่นใคร?"

ฮั่วอวี่เฮ่ามองผู้มาใหม่อย่างระแวดระวัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตรขณะเอ่ยถาม "พวกเจ้าเป็นคนของฮ่องเต้สวีเจียเหว่ยรึ?"

"หา?"

เด็กสาวงุนงงโดยสิ้นเชิง ไม่เข้าใจเลยว่าฮั่วอวี่เฮ่ากำลังพูดเรื่องอะไร

"อ้อ ไม่มีอะไร ข้าจำคนผิดน่ะ"

ฮั่วอวี่เฮ่าโบกมือพัลวัน ก้มหน้าลงหัวเราะแห้งๆ เพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน

การนินทาฮ่องเตลับหลังต้องอาศัยความกล้าหาญไม่น้อย หากเรื่องถึงหูฮ่องเต้ มีหวังทั้งตระกูลได้ไปรวมญาติกันที่ปรโลกแน่

เขาประเมินผู้มาใหม่ ทั้งสองเป็นเด็กหนุ่มและเด็กสาว อายุรุ่นราวคราวเดียวกันประมาณสิบสามหรือสิบสี่ปี

เด็กสาวรูปร่างสูงโปร่ง มัดผมหางม้าสีดำยาว เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความสดใสและขี้เล่น สายตาของนางจับจ้องไปที่ปลาย่างเพียงอย่างเดียว

ส่วนเด็กหนุ่มนั้นรูปร่างสูงสง่า หล่อเหลาและดูภูมิฐาน พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน เขายกมือประสานไว้ท้ายทอยในท่วงท่าเกียจคร้าน แต่ดวงตากลับจับจ้องมาที่ฮั่วอวี่เฮ่า

"ยอดฝีมือ!"

เพียงแค่แวบเดียว ฮั่วอวี่เฮ่าก็แปะป้ายให้เด็กหนุ่มผู้นี้ทันที

พลังวิญญาณของฮั่วอวี่เฮ่ายังอ่อนด้อย เขาจึงมองไม่เห็นระดับพลังวิญญาณของผู้อื่น แต่หลังจากวิญญาณยุทธ์เนตรวิญญาณตื่นขึ้น เขาก็เชื่อมั่นในสัมผัสที่หกของตัวเองอย่างที่สุด

ในขณะที่เขาประเมินอีกฝ่าย ทั้งสองคนก็กำลังประเมินเขาเช่นกัน

เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดา!

ความคิดเดียวกันผุดขึ้นมาในหัวของทั้งคู่พร้อมกัน

แต่เด็กสาวกลับไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้น นางก้าวเข้ามาถามอย่างกระตือรือร้น "น้องชาย ปลาย่างของเจ้าขายนไหม? มันหอมมากเลย! เจ้าทำยังไงเนี่ย?"

เมื่อได้ยินคำถามของเด็กสาว ฮั่วอวี่เฮ่าก็โพล่งออกมาตามสัญชาตญาณ

"ตัวละห้าเหรียญทองแดง ซื้อสามแถมหนึ่ง ซื้อห้าแถมสอง สมัครสมาชิกวันนี้ลดทันทีสิบห้าเปอร์เซ็นต์ เติมร้อยแถมสามสิบ เติมสามร้อยแถมร้อย พร้อมเครื่องดื่มไม่อั้น โอกาสเดียวในชีวิต ห้ามพลาดเด็ดขาด! สนใจสอบถามโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่... อุ๊ย ขอโทษที ความเคยชินน่ะ"

ฮั่วอวี่เฮ่าร่ายยาวราวกับแร็ปเปอร์ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่ร้าน

เขาแลบลิ้นแล้วพูดใหม่อีกครั้ง "ตัวละห้าเหรียญทองแดงก็พอ"

เด็กสาว: "..."

เด็กหนุ่ม: "..."

จบบทที่ บทที่ 5: ปรมาจารย์นักย่าง ฮั่วอวี่เฮ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว