เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - เซียวเหล่งนึ่ง

บทที่ 3 - เซียวเหล่งนึ่ง

บทที่ 3 - เซียวเหล่งนึ่ง


หญิงสาวกำลังมองอย่างเหม่อลอย จู่ๆ ก็พบว่าอีกฝ่ายเดินตรงเข้ามาหา จึงรีบละสายตา แสร้งทำเป็นมองจ้องที่พื้นโต๊ะอย่างไม่วอกแวก

"บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปครับ ฟรี"

ซูลั่ววางถ้วยบะหมี่ลงตรงหน้าหญิงสาว นึกในใจว่าคนบ้านนอกที่มาจากยุคต้าฉินคงไม่มีทางต้านทานความอร่อยของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้แน่

ตอนเด็กๆ ของอร่อยที่เขาถวิลหาก็คือเจ้านี่ไม่ใช่เหรอ?

เรียงความตอนประถมที่เคยเขียนฝันว่าโตขึ้นจะได้กินบะหมี่ทุกมื้อ พอเข้ามหาลัยความฝันอันยิ่งใหญ่นี้ก็เป็นจริงซะงั้น

เห็นแววตาสงสัยแวบผ่านดวงตาหญิงสาว ซูลั่วจึงหวังดีอธิบายวิธีกินให้ฟัง

"จริงสิ ยังไม่ได้ถามชื่อแม่นางเลย?" ซูลั่วถามขึ้นลอยๆ

หญิงสาวได้กลิ่นหอมโชยออกมาจากถ้วยบะหมี่ อดไม่ได้ที่จะสูดจมูกฟุดฟิด ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เซียวเหล่งนึ่ง"

"ผมชื่อ..." ซูลั่วกำลังจะแนะนำตัว จู่ๆ ได้ยินชื่อของหญิงสาว ก็ตาค้างอ้าปากค้าง "เซียวเหล่งนึ่ง?"

เซียวเหล่งนึ่งเงยหน้ามอง

"เซียวเหล่งนึ่งแห่งสำนักสุสานคนเป็น ใต้เขาจงหนาน?" เสียงของซูลั่วสูงปรี๊ดขึ้นไปอีก

พูดจบ เขาก็รีบเรียกหน้าจอโรงเตี๊ยมออกมาดู พบว่าตรงช่องโลกที่เชื่อมต่อแล้ว มีคำว่า "มังกรหยก" เพิ่มขึ้นมาจริงๆ

เขาอดอุทาน "เชี่ย" ออกมาไม่ได้ สีหน้าตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด

"ท่านรู้จักข้า?" คิ้วเรียวสวยของเซียวเหล่งนึ่งขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

หรือว่าที่นี่จะเป็นวิชาลวงตาที่พวกนักพรตเขาจงหนานสร้างขึ้น?

พวกมันมีวิชาแก่กล้าขนาดนี้เชียวหรือ?

ซูลั่วหุบยิ้มดีใจ เชิดหน้าขึ้น ทำท่าทางเหมือนผู้หยั่งรู้ "ในโลกนี้ไม่มีเรื่องใดที่ข้าไม่รู้"

ความสงสัยในแววตาของเซียวเหล่งนึ่งยิ่งทวีความรุนแรง

ซูลั่วยิ้ม "เจ้าเคยได้ยินชื่อคัมภีร์เก้าอิมหรือไม่?"

เซียวเหล่งนึ่งพยักหน้า

นางไม่เคยออกจากสุสานโบราณ แต่ยายซุนมักจะออกไปซื้อของข้างนอก และกลับมาเล่าเรื่องราวภายนอกให้นางฟังอยู่เสมอ

สุดยอดวิชายุทธ์ในยุทธภพวิชานี้ นางย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม

"แล้วเจ้ารู้หรือไม่ ว่าในสุสานคนเป็นได้สลักวิชานี้เอาไว้?" ซูลั่วถาม

"เป็นไปไม่ได้!" เซียวเหล่งนึ่งโพล่งออกมาทันที

นางอาศัยอยู่ที่นี่มาสิบกว่าปี ไม่เคยเห็นมาก่อน

"คัมภีร์ดรุณีหยก สยบช้วนจิน เฮ้งเตงเอี้ยงสิ้น ไร้ผู้ต้านทาน"

ซูลั่วพูดประโยคนี้จบ ก็เปลี่ยนเรื่อง "ถ้าไม่เชื่อ เจ้าก็ลองไปดูในโลงหินพวกนั้นสิ"

สิ้นเสียง เขาเห็นแสงสีขาววาบผ่านหน้า ตามด้วยเสียง "โครม" ดังมาจากประตูใหญ่

ซูลั่วกระพริบตาปริบๆ นึกในใจว่านี่คือความเร็วของจอมยุทธ์สินะ?

มองดูบะหมี่ตรงหน้า แล้วเขาก็เริ่มกังวล

อุตส่าห์มีเซียวเหล่งนึ่งหลงมา ถ้าวิ่งหายไปเหมือนจิ๋นซีฮ่องเต้จะทำยังไงดี?

...

เวลาผ่านไปทีละวินาที

กลิ่นหอมของบะหมี่ลอยทะลุฝาออกมาแล้ว

ขณะที่ซูลั่วกำลังกระวนกระวาย ในที่สุดร่างของเซียวเหล่งนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ประตู

สีหน้าของนางยังคงเย็นชาดุจน้ำแข็งเช่นเดิม แต่ในแววตากลับซ่อนความตกตะลึงไว้ไม่มิด

เมื่อครู่นางไปพลิกดูโลงหินหลายโลง ก็พบประโยคที่ซูลั่วพูดจริงๆ และยังพบคัมภีร์เก้าอิมที่สลักไว้ในที่ลับตาอีกด้วย

สำหรับวิชานี้นางไม่ได้สนใจเท่าไหร่ ที่น่าแปลกใจกว่าคือคนตรงหน้า

เขารู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?

ถ้าเป็นพวกนักพรตช้วนจิน ไม่มีทางบอกเรื่องนี้กับนางแน่

"ท่านเป็นใครกันแน่?" เซียวเหล่งนึ่งเอ่ยถาม น้ำเสียงแฝงความเคารพเพิ่มขึ้นหลายส่วน

...

"คุณชายเป็นเทพเซียนหรือ?" ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

เซียวเหล่งนึ่งหันขวับด้วยความตกใจ เห็นชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมดำสวมมงกุฎทองคำยืนอยู่ที่ประตู

ซูลั่วหันกลับไปมอง พอเห็นชัดว่าเป็นใคร มุมปากก็ยกยิ้ม

โชคสองชั้น!

จิ๋นซีฮ่องเต้ก็กลับมาแล้ว!

"ข้าไม่ใช่เทพเซียนหรอก" ซูลั่วส่ายหน้าเบาๆ ตอบรับสายตาคาดหวังของทั้งคู่

เห็นทั้งสองมีสีหน้าผิดหวัง เขาจึงพูดต่อ "ต่อให้เทพเซียนเข้ามาที่นี่ ก็เป็นเพียงลูกค้าเหมือนพวกเจ้านั่นแหละ"

เซียวเหล่งนึ่งได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ฉายแววตื่นตะลึงอีกครั้ง

ส่วนจิ๋นซีฮ่องเต้อิ๋งเจิ้ง แววตาเป็นประกายวูบหนึ่ง ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ดันกล่องในมือออกมาอย่างทุลักทุเล แล้วพูดว่า "คราวก่อนได้ลิ้มรสสุรารสเลิศของคุณชาย ยังไม่ทันได้จ่ายเงิน ค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อยนี้ไม่รู้ว่าจะพอไหม"

พูดพลาง เขาก็เปิดกล่องออก เผยให้เห็นแสงสีทองอร่ามตา

แม้แต่เซียวเหล่งนึ่งที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเงินทอง พอเห็นก้อนทองคำกองโต ดวงตายังอดเบิกกว้างไม่ได้

ซูลั่วเองก็อึ้งไปเหมือนกัน พยายามกลั้นความดีใจไว้อย่างสุดความสามารถ

"สมกับเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้ ป๋าจริงๆ!"

เขาพยักหน้าเรียบๆ "สุราธรรมดาไม่กี่แก้ว ไม่ต้องมากขนาดนี้หรอก"

เห็นอิ๋งเจิ้งวางกล่องทองคำลงบนโต๊ะ เขาจึงพูดต่อ "ถ้าไม่รังเกียจ เงินส่วนที่เหลือข้าช่วยเปลี่ยนเป็นเหรียญกาลเวลาให้ได้นะ"

"เหรียญกาลเวลา?" อิ๋งเจิ้งสงสัย

"สามารถใช้ซื้อของพิเศษบางอย่างได้" ซูลั่วยิ้มอย่างมีเลศนัย

สายตาของอิ๋งเจิ้งลุกโชนขึ้นทันที "แลกชีวิตอมตะได้ไหม?"

ซูลั่วยิ้ม "หากมีเหรียญกาลเวลามากพอ อย่าว่าแต่ชีวิตอมตะเลย แม้แต่จะคว้าดวงดาวเดือนตะวัน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก!"

เซียวเหล่งนึ่งตื่นตระหนกแกมสงสัย

อิ๋งเจิ้งเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

อาศัยจังหวะพูดคุย ซูลั่วใช้ฟังก์ชัน "ประเมิน" ของโรงเตี๊ยม ตีมูลค่าทองคำกล่องนี้

หนักประมาณห้าสิบกิโลกรัม แลกได้ห้าสิบเหรียญกาลเวลา

หลังจากซูลั่วกดยืนยัน อิ๋งเจิ้งก็ได้ยินเสียงดังขึ้นข้างหูทันที

[ยินดีด้วย ท่านได้รับห้าสิบเหรียญกาลเวลา]

สิ้นเสียง หน้าจอแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

เมื่อเห็นข้อมูลส่วนตัวที่ปรากฏตรงหน้า และยอดคงเหลือห้าสิบเหรียญกาลเวลา สีหน้าของอิ๋งเจิ้งก็เปลี่ยนไปทันที ความสงสัยในใจหายไปกว่าครึ่ง

ซูลั่วถึงได้หันไปมองเซียวเหล่งนึ่งที่ยืนตะลึงอยู่ ชี้ไปที่บะหมี่บนโต๊ะแล้วถามว่า "ไม่กินแล้วเหรอ?"

บะหมี่สุกนานแล้ว กลิ่นหอมยั่วน้ำลายทำเอาเซียวเหล่งนึ่งแอบกลืนน้ำลาย

แต่ใบหน้าของนางกลับฉายแววลำบากใจ พูดอย่างขัดเขินว่า "ข้าไม่มีทองคำ"

เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นางได้สัมผัสกับความขัดสนยากจน

"ให้ฟรี!" ซูลั่วพูดอย่างใจป้ำ

เห็นแววตายินดีของหญิงสาว เขาจึงพูดต่อ "อีกอย่าง สิ่งที่แลกเหรียญกาลเวลาได้ไม่ได้มีแค่ทองคำ พวกวรยุทธ์ ความรู้ หรือประสบการณ์พิเศษต่างๆ ก็ใช้ได้เหมือนกัน"

ดวงตาเซียวเหล่งนึ่งเป็นประกาย พูดว่า "ขายยังไง?"

ซูลั่วทำท่าโบกมือ แต่จริงๆ แล้วคือสั่งให้โรงเตี๊ยมตรวจสอบเซียวเหล่งนึ่ง

หน้าจอแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าเซียวเหล่งนึ่งในชั่วพริบตา

[กำลังภายในสิบปี มูลค่า 100 เหรียญกาลเวลา]

[คัมภีร์ดรุณีหยก มูลค่า 50 เหรียญกาลเวลา]

[วิชาจับนกกระจอก มูลค่า 10 เหรียญกาลเวลา]

...

รวมทั้งหมดสิบรายการ หลังจากไล่อ่านดูแล้ว ใบหน้าขาวผ่องของเซียวเหล่งนึ่งก็ขึ้นสีระเรื่อ

"ข้าขายหมดเลย!" นางพูดน้ำเสียงเรียบ แต่แววตาฉายแววดีใจ

เห็นปฏิกิริยาของนาง ซูลั่วทำหน้าประหลาด

แม่นางที่ดูเย็นชาดุจเทพธิดาเมื่อแรกพบ ทำไมดูเด๋อด๋าชอบกล ไม่รู้จักถามหน่อยเหรอว่าขายแล้วจะมีผลกระทบอะไรกับตัวเองไหม?

แต่จะว่าไป ของพวกนี้รวมถึงกำลังภายในสิบปี ทางโรงเตี๊ยมแค่คัดลอกมา ไม่ได้ดึงออกมาจากร่างต้น เพราะงั้นขายไปก็ไม่เป็นไร

โรงเตี๊ยมกาลเวลาไม่มีทางทำร้ายลูกค้าที่เข้ามาหรอก

"ตกลง" เขาพยักหน้า

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 3 - เซียวเหล่งนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว