- หน้าแรก
- โรงเตี๊ยมกาลเวลา
- บทที่ 2 - โรงเตี๊ยมกาลเวลา
บทที่ 2 - โรงเตี๊ยมกาลเวลา
บทที่ 2 - โรงเตี๊ยมกาลเวลา
"ไอ้บ้าที่ไหนเนี่ย!"
ซูลั่วมองประตูใหญ่ที่ปิดสนิทแล้วส่ายหน้า
คนเมาน่ะเขาเคยเจอ แต่คนที่เมาแล้วคิดว่าตัวเองเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้เนี่ย เขาเพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรก
เขาถอนหายใจอย่างเซ็งๆ หยิบหยกพกชิ้นนั้นขึ้นมา
ทำจากหยกขาว สัมผัสอุ่นละมุนมือ ดูท่าคุณภาพน่าจะใช้ได้ ลวดลายแกะสลักด้านบนดูมีชีวิตชีวา กะคร่าวๆ ว่าเอาไปขายสักหลายร้อยหยวนน่าจะไม่มีปัญหา
คิดได้ดังนั้น ซูลั่วก็โยนหยกพกไปไว้บนเคาน์เตอร์อย่างไม่ใส่ใจ
เขากลับมานั่งที่เดิม มองไปที่ซองจดหมายที่ตัวเองวางทิ้งไว้
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจเอื้อมมือไปดึงกระดาษจดหมายข้างในออกมา สูดหายใจลึก แล้วกางออกตรงหน้า
บนกระดาษแผ่นบาง เขียนเต็มไปด้วยตัวอักษรสีดำยึกยือ
ซูลั่วไล่อ่านไปทีละตัวอักษร
ความตื่นเต้นบนใบหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียด ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็แค่นหัวเราะ มุมปากยกยิ้มเย้ยหยัน
"เห็นฉันเป็นคนโง่หรือไง ถึงได้ทิ้งโรงเตี๊ยมที่เชื่อมต่อกับต่างโลกไว้ให้..."
ขณะที่ซูลั่วกำลังคิดแบบนั้น จู่ๆ กระดาษจดหมายในมือก็ลุกไหม้ขึ้นมาเอง
เปลวไฟสีเหลืองนวลลอยวูบวาบ เพียงชั่วพริบตาก็เผาผลาญกระดาษไปกว่าครึ่ง ลามมาจนถึงปลายนิ้วของซูลั่ว
เขาเบิกตากว้างมองดูเปลวไฟลอดผ่านนิ้วมือ ทำให้กระดาษในมือกลายเป็นเถ้าถ่านไปจนหมดสิ้น
ตลอดเวลานั้น เขาไม่รู้สึกร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
เถ้าธุลีสีเทาปลิวว่อนสลายไปในอากาศ ซูลั่วอึ้งไปพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้
"ตาฝาด ต้องเป็นภาพลวงตาแน่ๆ!" เขาตบหัวตัวเองแรงๆ
แต่สายตาของเขากลับไม่อาจละไปจากลูกแก้วคริสตัลตรงกลางเคาน์เตอร์ได้เลย
ตามที่เขียนในจดหมายของพ่อแม่กำมะลอคู่นั้น บอกว่าพวกเขาทำงานให้เทพเจ้ามาตลอด สถานการณ์อันตรายมาก จึงไม่สามารถมาพบหน้าเขาได้
โรงเตี๊ยมแห่งนี้คือแผนการที่พวกเขาวางแผนมาเนิ่นนาน ขโมยอำนาจของเทพเจ้ามาสร้างขึ้น ขอเพียงใช้เลือดกระตุ้น ก็จะสามารถควบคุมที่นี่ได้อย่างสมบูรณ์ ครอบครองพลังเทียบเท่าเทพเจ้า
พอนึกถึงกระดาษจดหมายที่ลุกไหม้อย่างน่าพิศวง ซูลั่วก็เริ่มตกอยู่ในความสงสัยอย่างหนัก
หรือว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องจริง?
พ่อแม่คอยเฝ้าดูเขาอยู่เงียบๆ ถึงขั้นหาของขวัญที่เปลี่ยนระดับชีวิตได้ขนาดนี้มาให้ แล้วก็หนีไปหลบภัย?
"เหลวไหลสิ้นดี นิยายยังไม่กล้าเขียนแบบนี้เลย!"
ซูลั่วส่ายหน้ากับตัวเอง แต่มือกลับขยับไปตามสัญชาตญาณ
เขายกหลังมือขึ้น จ้องมองแผลตกสะเก็ดที่เผลอไปกระแทกมาเมื่อหลายวันก่อน ใช้อีกมือแกะออกแรงๆ เลือดสีแดงคล้ำก็ซึมออกมาทันที
ซูลั่วนิ่งไปสองวินาที ก่อนจะยื่นมือไปป้ายเลือดลงบนลูกแก้ว
เลือดสดๆ ที่เปรอะเปื้อนลูกแก้ว กลับค่อยๆ ซึมหายเข้าไปข้างในอย่างน่าประหลาด
ลมหายใจของซูลั่วเริ่มถี่กระชั้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ชั่วพริบตาถัดมา เสียงสังเคราะห์เย็นชาก็ดังขึ้น
[การยืนยันตัวตนผ่าน... ผูกบัญชีโรงเตี๊ยมกาลเวลาเสร็จสมบูรณ์]
หน้าจอแสงปรากฏขึ้นในสายตาของเขาพร้อมกัน
[ชื่อ: โรงเตี๊ยมกาลเวลา]
[โมดูลเสริม: ไม่มี]
[เลเวล: 1 (0/100000)]
[ฟังก์ชัน: หมักสุรา (0/10)]
[วัตถุดิบหมักสุรา: ไม่มี]
[โลกที่เชื่อมต่อแล้ว: ต้าฉิน]
ซูลั่วอ่านไปทีละบรรทัด ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับหัวข้อนั้นๆ ก็ผุดขึ้นในสมองโดยอัตโนมัติ
ผ่านไปพักใหญ่ เขาหรี่ตาลง พยายามย่อยข้อมูลเหล่านี้
แม้จะมาถึงขั้นนี้แล้ว แต่ความตกตะลึงในใจก็ยังไม่จางหายไป
เรื่องทั้งหมดนี้กลายเป็นเรื่องจริง!
โรงเตี๊ยมกาลเวลาแห่งนี้ เชื่อมต่อกับยุคต้าฉินจริงๆ!
ถ้าอย่างนั้น ไอ้ขี้เมาเมื่อกี้ก็คือจิ๋นซีฮ่องเต้ตัวจริงงั้นสิ?
ซูลั่วพยายามสงบจิตใจที่ปั่นป่วน มือขวากลับคว้าหยกพกชิ้นนั้นไว้โดยไม่รู้ตัว
หยกพกของจิ๋นซีฮ่องเต้เชียวนะ อย่าว่าแต่ไม่กี่ร้อยหยวนเลย ต่อให้เป็นเงินหลายล้านก็ยังเทียบค่าไม่ได้
มุมปากของเขาค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น
รวยเละแล้ว!
แน่นอนว่าหยกพกชิ้นนี้เขาไม่ได้คิดจะขาย
ของล้ำค่าที่มีความหมายพิเศษแบบนี้ เก็บไว้เป็นที่ระลึกย่อมมีความหมายมากกว่าขายกิน
ซูลั่วลุกขึ้น เดินวนไปวนมาหลังเคาน์เตอร์ จินตนาการถึงชีวิตในวันข้างหน้า
ครู่หนึ่งต่อมา อารมณ์ของเขาก็สงบลงอย่างสิ้นเชิง เริ่มพิจารณาโรงเตี๊ยมแห่งนี้อย่างละเอียด
"โมดูลที่โหลดแล้ว... พอเลเวลโรงเตี๊ยมเพิ่มขึ้น ก็จะเพิ่มฟังก์ชันใหม่ๆ ได้อีกเหรอ?"
"ค่าประสบการณ์เลเวลสัมพันธ์กับยอดขาย..."
"มิติที่เชื่อมต่อแล้วแสดงว่าต้าฉิน หรือว่าจะเชื่อมต่อโลกอื่นได้อีก?"
ความสงสัยในใจแวบเข้ามาแล้วจางหายไป ซูลั่วหันไปดูเนื้อหาอื่นอย่างละเอียด
"ยอดขายคำนวณเป็นเหรียญกาลเวลา ซึ่งเหรียญกาลเวลาทางโรงเตี๊ยมจะเป็นผู้มอบให้ โดยประเมินค่าจากสิ่งของที่ลูกค้ามอบให้ รวมไปถึงของภายนอกอย่างทองคำเงินขาว และความรู้ต่างๆ"
ซูลั่วพยักหน้าเบาๆ
พอเห็นฟังก์ชัน "หมักสุรา" เขาก็ตาเป็นประกายด้วยความสนใจ
พวกความรู้ที่รับซื้อมาจากลูกค้า สามารถเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบหมักสุราได้ โรงเตี๊ยมสามารถใช้สิ่งเหล่านี้หมักสุราออกมาได้วันละสิบแก้ว
คิดได้ดังนั้น ซูลั่วก็อดมองไปที่แก้วคริสตัลสิบใบหลังเคาน์เตอร์ไม่ได้
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมไอ้แก้วพวกนั้นถึงดึงไม่ออก
...
หลายวันต่อมา ซูลั่วศึกษาฟังก์ชันของโรงเตี๊ยมกาลเวลาไปพลาง ซื้อข้าวของเครื่องใช้ไปพลาง จนเงินเก็บเล็กน้อยที่ได้จากการทำงานพาร์ทไทม์หมดเกลี้ยง
ทว่าจิ๋นซีฮ่องเต้กลับไม่โผล่มาอีกเลย
ทุกอย่างราวกับเป็นเพียงภาพหลอนของเขาเอง
เจ็ดวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ซูลั่วนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ
ผ่านไปสามวันติด จิ๋นซีฮ่องเต้ก็ยังไม่กลับมาที่โรงเตี๊ยม เขาเริ่มคิดว่าอีกฝ่ายคงสวรรคตไปแล้ว
และด้วยกฎของโรงเตี๊ยมกาลเวลา ต่อให้เขาก้าวเท้าออกไป ก็ไม่สามารถไปโผล่ที่โลกอื่นได้
ในขณะที่ซูลั่วคิดว่าโอกาสรวยกำลังจะหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากทางประตู
เขารีบเงยหน้ามองทันที
ประตูค่อยๆ เปิดออก สีขาวนวลตาปรากฏขึ้นในครรลองสายตา
เมื่อเท้าคู่หนึ่งก้าวเข้ามา ร่างของคนผู้นั้นก็ปรากฏต่อหน้าซูลั่วอย่างชัดเจน
พอเห็นว่าเป็นหญิงสาวชุดขาวใบหน้าเย็นชา ซูลั่วก็อดตะลึงไม่ได้
ผิวพรรณขาวดุจหิมะ รูปโฉมงดงามปานล่มเมือง หากไม่ใช่เพราะชุดสีขาวที่สวมอยู่ดูคุณภาพไม่ค่อยดีนัก ซูลั่วคงคิดว่านางเป็นสนมของจิ๋นซีฮ่องเต้ไปแล้ว
แต่หน้าตาระดับนี้ อยู่ในจักรวรรดิต้าฉินคงไม่ใช่คนธรรมดาแน่
หรือจะเป็นเจ้าหญิงตกยากที่มีเชื้อสายราชวงศ์หกแคว้น?
ความคิดแล่นผ่านสมองซูลั่วไปอย่างรวดเร็ว เขาวางถ้วยบะหมี่ในมือ ลุกขึ้นยิ้มทักทาย "ยินดีต้อนรับสู่โรงเตี๊ยมกาลเวลาครับ"
"โรงเตี๊ยมกาลเวลา?" หญิงสาวทวนคำพูดของซูลั่ว เอ่ยถามขึ้น "ที่นี่คือที่ใด?"
ไม่ใช่คนโลกนี้จริงๆ ด้วย!
เห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ซูลั่วแอบดีใจลึกๆ ก่อนจะอธิบายด้วยถ้อยคำที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
ระหว่างพูด เขาสังเกตเห็นว่าสายตาของหญิงสาวคอยชำเลืองมองถ้วยบะหมี่ตรงหน้าเขาอยู่บ่อยครั้ง
แม้ท่าทางของนางจะดูแนบเนียน แต่การกลืนน้ำลายก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาซูลั่วไปได้ โดยเฉพาะเสียงท้องร้องจ๊อกๆ ที่ดังออกมา เล่นเอาซูลั่วเกือบหลุดขำ
หญิงสาวดูเหมือนจะรู้ตัวว่าเสียมารยาท จึงหันหน้ามองไปทางอื่น แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย
ซูลั่วกระแอมเบาๆ เชื้อเชิญว่า "แม่นางลองนั่งทานอะไรก่อนไหม"
หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้เงียบๆ มือแอบลูบมุมโต๊ะเบาๆ
แม้เมื่อครู่ซูลั่วจะอธิบายไปเยอะแล้ว แต่ในหัวของนางยังเต็มไปด้วยความสงสัย
นางมั่นใจว่าคุ้นเคยกับสุสานโบราณดี แต่ภายในประตูนี้ไม่ควรจะเป็นหลุมศพที่เย็นเยียบหรอกหรือ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มันกลายเป็นโรงเตี๊ยมประหลาดแบบนี้?
โต๊ะเก้าอี้ที่นี่ช่างงดงามวิจิตร ยิ่งทำให้นางตื่นตะลึงในใจ
หรือเจ้านี่จะพูดจริง ที่นี่คืออีกโลกหนึ่งจริงๆ?
คิดได้ดังนั้น นางก็อดชำเลืองมองชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นั้นไม่ได้
ในสายตาของนาง ชายหนุ่มหยิบวัตถุทรงกระบอกสวยงามออกมา ฉีกดังแควก ดึงฝาเปิดออก จากนั้นก็หยิบของแปลกๆ ใส่ลงไป สุดท้ายก็ใช้สิ่งที่คล้ายกาน้ำเทน้ำเติมลงไปจนเต็ม...
(จบแล้ว)