- หน้าแรก
- พนักงานรีสอร์ทของผมเป็นเซียนกระบี่
- บทที่ 47 ทำลายสำนักฟ้าคราม?
บทที่ 47 ทำลายสำนักฟ้าคราม?
บทที่ 47 ทำลายสำนักฟ้าคราม?
บทที่ 47 ทำลายสำนักฟ้าคราม?
เซียวเยว่ทะยานร่างขึ้นสู่ห้วงเวหา ก่อนจะตวาดก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว "พูดจาส่งเดช! เห็นชัดว่าเป็นนิกายเก้าสวรรค์ของพวกเจ้าที่ละโมบในสมบัติล้ำค่าของสำนักข้า พอสู่ขอไม่สำเร็จ ก็ใช้วิธีการต่ำช้าลอบทำลายเหมืองวิญญาณของข้า แล้วยังกล้ากลับดำเป็นขาวป้ายสีใส่ความทีหลัง! เจ้าบังอาจบุกมาถึงที่นี่ มีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์?"
เหล่าศิษย์ภายในสำนักฟ้าคราม เมื่อเห็นเรือเหาะที่ลอยลำอยู่บนท้องฟ้าไกลโพ้น ในใจก็บังเกิดความพรั่นพรึง
แม้หลายวันที่ผ่านมาจะมีข่าวลือเรื่องเหมืองวิญญาณถูกทำลาย แต่เจ้าสำนักกลับดูไม่มีทีท่ากังวลใจ มิหนำซ้ำเมื่อวันก่อน ผู้อาวุโสหลายท่านและเหล่าศิษย์ยอดฝีมือก็พลันหายตัวไปอย่างลึกลับ
สถานการณ์นี้ดูจะสอดคล้องกับข้อกล่าวหาของนิกายเก้าสวรรค์อย่างน่าประหลาด
ในตอนนั้นเอง พลันมีศิษย์คนหนึ่งยืนขึ้นท่ามกลางกลุ่มคน เขาเหินกระบี่พุ่งออกไปที่ประตูภูเขาในทันที
"เรื่องทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของเหล่าผู้อาวุโสสำนักฟ้าครามทั้งสิ้น พวกเราที่เป็นศิษย์ระดับล่างไม่รู้เรื่องด้วยเลย! ข้าและพวกพ้องยินดีสวามิภักดิ์ต่อนิกายเก้าสวรรค์!"
สิ้นคำพูดนั้น ศิษย์อีกหลายคนก็พากันทะยานร่างตามออกไป มุ่งหน้าไปทางนิกายเก้าสวรรค์ทันที
"หลักฐานอย่างนั้นหรือ? ก็หลักฐานที่มีชีวิตพวกนี้อย่างไรเล่า! คุ้มกันพยานหลักฐาน!"
"ตั้งค่ายกล!"
เพียงชั่วพริบตา ค่ายกลกระบี่พลันปรากฏขึ้นเรียงราย กระบี่เหินนับพันเล่มพุ่งทะยานเข้าใส่สำนักฟ้าครามประดุจห่าฝน
เซียวเยว่หลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ เขาไม่สนใจกระบี่เหินที่พุ่งเข้ามาระดมโจมตีแม้แต่น้อย
เขายื่นมือออกไปคว้าในอากาศ ฝ่ามือกลายเป็นเงามายานับสิบสายเข้าจับตัวศิษย์ที่คิดหลบหนีเหล่านั้นเอาไว้ได้ แล้วเหวี่ยงพวกเขากลับไปยังทิศทางที่ค่ายกลกระบี่ของนิกายเก้าสวรรค์พุ่งเข้ามาพอดี
ศิษย์ที่เป็นหัวโจกแผดเสียงร้องตะโกนลั่น "เจินจวินช่วยข้าด้วย! นักพรตชางหมิงเคยบอกว่า..."
ทว่ายังไม่ทันสิ้นคำ ร่างของเขาก็ถูกกระบี่นับสิบเล่มแทงทะลุจนพรุน สิ้นลมหายใจไปในทันที!
"ศิษย์สำนักฟ้าครามฟังคำสั่ง! ถอยไปตั้งหลักที่ยอดเขาเสาค้ำสวรรค์!"
เซียวเยว่สั่งการเสียงดังเพื่อให้เหล่าศิษย์ถอยไปรวมตัวกัน ศิษย์น้องเกาอยู่ที่ยอดเขาเสาค้ำสวรรค์
นับว่าโชคดีที่ตอนนี้สำนักฟ้าครามพอจะมีทางถอยอยู่บ้าง ได้ยินมาว่าผู้ยิ่งใหญ่ในแดนเร้นลับกำลังขาดแคลนคน ไม่รู้ว่าท่านจะยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลืออีกสักครั้งสองครั้งหรือไม่
ถึงแม้จะไม่ได้รับความช่วยเหลือ แต่อาจารย์อาและศิษย์หลานของเขาก็ยังอยู่ในแดนเร้นลับ ขอเพียงมีคนรอดชีวิตไปได้แม้เพียงคนเดียว สำนักฟ้าครามก็ยังไม่ถือว่าล่มสลาย และหน้าที่ของเขาก็คือการซื้อเวลาให้ได้นานที่สุดเพื่อรักษาความหวังสุดท้ายของสำนักเอาไว้!
เซียวเยว่ลอยตัวขวางอยู่เบื้องหน้ายอดเขาเสาค้ำสวรรค์ ชื่อของเขาหนักแน่นดั่งขุนเขา เขาจ้องมองห่ากระบี่ที่บดบังจนมืดฟ้ามัวดิน
ด้วยค่ายกลที่ทรุดโทรมของสำนักและร่างกายของเขาเพียงลำพัง จะสามารถต้านทานได้นานเพียงใดกัน?
ในขณะที่กระบี่เหินกำลังจะบุกทะลวงผ่านประตูภูเขาของสำนักฟ้าครามเข้ามา
พลันบังเกิดเสียง "วูม" ดังสะท้านไปทั่วบริเวณ
ม่านพลังสีทองสว่างจ้าปรากฏขึ้นโอบล้อมประตูภูเขาเอาไว้ทุกทิศทาง เงามายาแห่งจตุรเทพปรากฏกายพิทักษ์ทิศทั้งสี่
พลังแห่งศรัทธาและปณิธานถูกถักทอเป็นตาข่ายแสงอันทรงพลัง ปกคลุมทั่วทั้งสำนักฟ้าครามเอาไว้ภายใต้รัศมีสีทอง
ทันทีที่ค่ายกลกระบี่ของนิกายเก้าสวรรค์พุ่งเข้าสัมผัสกับม่านพลังสีทอง พวกมันก็พลันจมหายเข้าไปด้านในราวกับก้อนดินที่ตกลงสู่มหาสมุทร
พลังปราณฟ้าดินสลายไปจนสิ้น ก่อนจะแตกดับลงอย่างรุนแรง
ศิษย์นิกายเก้าสวรรค์ที่ควบคุมค่ายกลกระบี่ต่างก็พากันกระอักเลือดออกมาคนละคำ
พวกเขาพบด้วยความตกตะลึงว่า การเชื่อมต่อวิญญาณระหว่างตนเองกับกระบี่แก่นชีวิตได้ถูกตัดขาดไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
"ค่ายกลพิทักษ์ภูเขาจตุรทิศสลายมาร..." เซียวเยว่จ้องมองท้องฟ้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
ค่ายกลพิทักษ์ภูเขาที่บรรพชนผู้ก่อตั้งสำนักฟ้าครามทิ้งไว้ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังปณิธาน
ค่ายกลที่ถูกทิ้งร้างมานานนับพันปี วันนี้กลับถูกกระตุ้นให้ทำงานขึ้นมาอีกครั้ง!
เป็นฝีมือของหมิงเฟิ่งอย่างนั้นหรือ?
เซียวเยว่นึกไปถึงป้ายหยกที่ผู้ยิ่งใหญ่ในแดนเร้นลับมอบให้เกาหมิงเฟิ่ง
เพียงไม่กี่วัน ป้ายหยคนั้นกลับสะสมพลังปณิธานธูปเทียนไว้จนเปี่ยมล้นถึงเพียงนี้เชียวหรือ
แต่การจะรักษาสภาพค่ายกลที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เอาไว้...
จะสามารถต้านทานได้นานแค่ไหนกัน?
ในที่สุด ความหวังริบหรี่ก็ผุดขึ้นในใจ เขาจึงรีบส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปยังฮู่ว่านหลี่ทันที
ในเมื่อศิษย์น้องเกาพยายามถึงเพียงนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการขอความคุ้มครองจากผู้ยิ่งใหญ่ หรือจะต้องสู้ตายจนตัวดับสูญ
ตนเองก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนอาจารย์อาอีกต่อไป
"ทุกท่านคงเห็นกับตาแล้ว หากไม่ใช่เพราะสมคบคิดกับพวกมารนอกรีต สำนักฟ้าครามจะครอบครองค่ายกลพิสดารเช่นนี้ได้อย่างไร? แล้วพวกเขาจะไปเอาพลังปณิธานธูปเทียนที่สาบสูญไปนานแสนนานมาจากไหนกัน?"
ภายในเรือเหาะของนิกายเก้าสวรรค์ ชิงหมิงเจินจวินกล่าวกับตัวแทนจากสำนักต่างๆ ที่อยู่ข้างกายด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ก่อนจะออกเดินทางในครั้งนี้ นิกายเก้าสวรรค์ได้ตั้งใจส่งเทียบเชิญไปยังสำนักใหญ่ต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้มาร่วมเป็นพยานในขบวนทัพครั้งนี้โดยเฉพาะ
มีเพียงวังบุปผาโปรยเท่านั้นที่ไร้เงาผู้คนมาเข้าร่วม ส่วนสำนักอื่นๆ ต่างก็ส่งตัวแทนมามากบ้างน้อยบ้างตามแต่ความสัมพันธ์
"สำนักฟ้าครามซุกซ่อนวิชาอาคมเช่นนี้มาเนิ่นนานหลายปี พวกท่านวางใจได้จริงๆ หรือ? หากวันนี้ยอมร่วมมือกับนิกายเก้าสวรรค์ของข้า สิ่งที่ได้มาข้าย่อมแบ่งปันกับทุกท่านอย่างแน่นอน!"
"นี่มัน..." คนจากหุบเขาราชันย์อสูรยังมีท่าทีลังเล "แม้ปัจจุบันสำนักฟ้าครามจะตกต่ำลงไปมาก แต่อดีตพวกเขาก็เคยสร้างคุณูปการใหญ่หลวงในมหาสงครามเซียนมาร ค่ายกลนี้อาจจะเป็นมรดกตกทอดจากยุคบรรพกาลก็เป็นได้?"
"แล้ววันนี้พวกเขาไปเอาพลังปณิธานธูปเทียนจากที่ไหนมาค้ำจุนค่ายกลกันเล่า! หรือพวกท่านจะยอมให้พวกเขาฮุบหนทางสู่ความเป็นเซียนไว้เพียงผู้เดียวจริงๆ?"
แววตาของชิงหมิงเจินจวินมืดครึ้มลงทันที
"ตอนนี้พวกเขามีเพียงผู้ฝึกตนขั้นทารกวิญญาณที่แก่ชราใกล้ตายอยู่เพียงคนเดียว แต่อย่าลืมว่าในอดีต ฮู่ว่านหลี่เคยถูกขนานนามว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากขั้นหลอมรวมเทวะ! หากไม่ฉวยโอกาสที่เขากำลังอ่อนแอลงมือสังหารเสีย รอจนพวกเขาเข้าใจวิถีแห่งพลังปณิธานธูปเทียนได้อย่างถ่องแท้..."
"ในแดนสวรรค์สุญญตาแห่งนี้ จะยังมีที่ให้พวกเรายืนอยู่อีกหรือ?!"
"ข้าพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว พวกท่านจะเข้าร่วมหรือไม่ ก็ตัดสินใจกันเอาเองเถิด!"
กล่าวจบ ชิงหมิงเจินจวินก็ก้าวออกจากเรือเหาะอย่างรวดเร็ว
"เช่นนั้นก็ให้ข้าได้ลองดูหน่อยเถิดว่า ค่ายกลพิทักษ์ภูเขาของสำนักฟ้าครามพวกเจ้าจะทนได้สักกี่น้ำ!"
เบื้องหลังของเขา ผู้อาวุโสขั้นทารกวิญญาณสองคนจากนิกายเสวียนอู่และนิกายสืออินต่างก็ทะยานร่างตามออกมา
"พวกข้ายินดีช่วยเจินจวินชิงหมิงอีกแรง!"
ผู้ฝึกตนขั้นทารกวิญญาณสามคนลงมือพร้อมกัน
ในชั่วพริบตา ท้องฟ้าพลันแปรปรวน เสียงลมและอัสนีคำรามกึกก้องกัมปนาท
"ธงมารเก้าโลกันตร์!" ธงวิญญาณเก้าผืนโบกสะบัด กรงเล็บกระดูกขนาดยักษ์ผุดขึ้นจากใต้ดิน พลังงานสีดำทะมึนไหลทะลักเข้าโจมตีม่านพลัง!
"กระถางสามขาขุนเขาเก้าแคว้น!" ใช้ขุนเขาเป็นตัวกระถาง ใช้ยอดเขาเป็นขาตั้ง กระถางสามขาสีดินนวลขนาดมหึมาทุบกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้า
การโจมตีจากทั้งเบื้องบนและเบื้องล่างกระแทกเข้าใส่ค่ายกลพิทักษ์ภูเขาของสำนักฟ้าครามอย่างรุนแรง
ภายในแกนกลางของค่ายกล ณ ยอดเขาเสาค้ำสวรรค์ เกาหมิงเฟิ่งกำป้ายหยกไว้แน่นพลางควบคุมค่ายกลอย่างสุดกำลัง
พลังปราณฟ้าดินมหาศาลไหลผ่านร่างของเขาเพื่อส่งต่อไปยังจานค่ายกล ทว่าพลังปณิธานในป้ายหยกกลับเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว
ขออีกแค่วินาทีเดียว... แม้เพียงวินาทีเดียวก็ยังดี!
หากเขาสามารถแข็งแกร่งขึ้นอีกสักนิด จะสามารถต้านทานได้นานกว่านี้หรือไม่?
ทว่า ในที่สุดป้ายหยกก็แตกสลายไป และสิ่งที่พังทลายลงพร้อมกันนั้น คือรากฐานแห่งเต๋าของเกาหมิงเฟิ่ง
ชิงหมิงเจินจวินมองดูค่ายกลจตุรทิศสลายมารที่พังครืนลงพร้อมกับเผยรอยยิ้มหยัน
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ สำนักฟ้าครามคงเพิ่งจะเริ่มสัมผัสวิถีพลังปณิธานธูปเทียนได้ไม่นาน จึงไม่มีกำลังพอจะต้านทานได้นานนัก
ถึงขนาดนี้แล้วฮู่ว่านหลี่ยังไม่ปรากฏตัว ดูท่าข่าวกรองจะไม่ผิดพลาด ระดับพลังของเขาต้องตกต่ำลงและใกล้จะดับสูญจริงๆ...
อัจฉริยะที่เคยกดขี่ข่มเหงตนมาโดยตลอดผู้นั้น
ชิงหมิงเจินจวินยกมือขึ้น สายฟ้าฟาดแปลบปลาบบนท้องฟ้าควบแน่นกลายเป็นกระบี่ยักษ์เล่มมหึมา
เช่นนั้น ก็ให้เขาเป็นผู้ส่งฮู่ว่านหลี่ไปสู่ปรโลกด้วยตนเองเถิด
ชิงหมิงเจินจวินหันหลังกลับไป ขณะที่เบื้องหลังของเขา กระบี่ยักษ์ค่อยๆ ฟาดฟันลงมา
ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว…
เคล็ดกระบี่ชิงหมิง·กระบี่ทัณฑ์อัสนี!
ตูม!
ชิงหมิงเจินจวินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอย่างฉับพลัน เขารีบหันขวับกลับไปมอง พลันเห็นสายฟ้าทั่วทั้งท้องฟ้าม้วนตัวย้อนกลับมาและมีทีท่าว่าจะตีกลับเข้าใส่ตัวเขาเอง
ชิงหมิงเจินจวินรีบใช้อุปกรณ์อาคมออกมาต้านทานด้วยความตื่นตระหนก
เกิดอะไรขึ้นกันแน่!
ในสำนักฟ้าครามยังมีใครที่มีฤทธิ์เดชต้านทานได้อีก?
แสงอัสนีเจิดจ้าบดบังทัศนวิสัย จนทำให้เขาไม่ทันสังเกตเห็นบุคคลที่พุ่งเข้ามาจากด้านข้าง
กว่าจะรู้ตัวทุกอย่างก็สายเกินแก้ กระบี่ยักษ์เล่มหนึ่งฟาดกวาดเข้ามาในแนวขวาง กระแทกเข้าที่ช่วงเอวของเขาอย่างจัง!
อุปกรณ์อาคมป้องกันตัวบนร่างค่อยๆ ปริแตกและสลายไป!
เขากระอักเลือดคำโต ร่างปลิวกระเด็นออกไปไกลนับสิบเมตร ก่อนจะร่วงกระแทกลงบนเรือเหาะของนิกายเก้าสวรรค์อย่างรุนแรง
ใครจะคาดคิดว่าเจินจวินขั้นทารกวิญญาณผู้สูงส่ง จะถูกกระบี่ที่ดูเรียบง่ายเพียงกระบวนท่าเดียวทำลายการป้องกันทั้งหมดลงได้อย่างย่อยยับ
ท่ามกลางอากาศธาตุ ชายชราในชุดคลุมสีดำผมขาวโพลนยืนตระหง่านอยู่กลางหาว
ในมือถือกระบี่ยักษ์สีดำทองเล่มหนึ่ง แม้รูปร่างจะดูค่อมโค้งไปบ้าง แต่กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นกลับทำให้ผู้คนต้องสั่นสะท้าน
เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สายตาคมปลาบกวาดมองทุกคนบนเรือเหาะช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นดุจขุนเขา
"พวกเจ้า... คิดจะแตะต้องสำนักฟ้าครามอย่างนั้นรึ?"
ริมฝีปากของชิงหมิงเจินจวินซีดเผือดไร้สีเลือด... ฮู่ว่านหลี่ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากขั้นหลอมรวมเทวะผู้นั้น กลับมาแล้ว!