- หน้าแรก
- พนักงานรีสอร์ทของผมเป็นเซียนกระบี่
- บทที่ 48 ช่วงเวลาแห่งการโต้กลับ
บทที่ 48 ช่วงเวลาแห่งการโต้กลับ
บทที่ 48 ช่วงเวลาแห่งการโต้กลับ
บทที่ 48 ช่วงเวลาแห่งการโต้กลับ
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า ผู้อาวุโสทั้งสองจากนิกายเสวียนอู่และนิกายสืออินต่างนึกเสียใจกับการกระทำของตนเองอยู่ลึกๆ
เมื่อครู่ไม่น่าผลีผลามลงมือเลยจริงๆ จนต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเช่นนี้
ทว่าในเมื่อสร้างความบาดหมางกันไปแล้ว หากไม่ถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก เกรงว่าในภายภาคหน้าจะถูกสำนักฟ้าครามตามล้างแค้นไม่เลิกรา
ทั้งสองสบตากันจากระยะไกล ก่อนจะพร้อมใจกันพุ่งเข้าจู่โจมฮู่ว่านหลี่อีกครั้ง
ทว่ากลับมีร่างหนึ่งเหินทะยานลงมาจากเรือเหาะ ท่าทางองอาจดุจพยัคฆ์เยื้องย่างดั่งพญาหมาป่า พุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับตะโกนก้องว่า
"ช้าก่อน! เรื่องนี้อาจมีความเข้าใจผิดกัน! ฟังทางสำนักฟ้าครามชี้แจงก่อนเถิด!"
ยังไม่ทันสิ้นเสียง คนผู้นั้นก็เรียกหมีอสูรยักษ์ตัวหนึ่งออกมาต้านรับกระถางสามขาเก้าแคว้นของนิกายเสวียนอู่เอาไว้ได้ทันท่วงที
เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้อาวุโสจากหุบเขาราชันย์อสูรที่อยู่บนเรือเหาะเมื่อครู่นั่นเอง!
"เจ้าพวกป่าเถื่อนที่วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับเดรัจฉาน! ไม่น่าเชิญพวกมันมาเลย!"
บนเรือเหาะของนิกายเก้าสวรรค์ ชิงหมิงเจินจวินเห็นคนของหุบเขาราชันย์อสูรยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว ก็สบถด่าในใจอย่างเดือดดาล
เพลงกระบี่เดียวของฮู่ว่านหลี่เมื่อครู่กระแทกซี่โครงของเขาจนหักสะบั้น ลามไปถึงขั้นบาดเจ็บที่ปอด
แต่จากการสังเกตการต่อสู้ ดูเหมือนฮู่ว่านหลี่เองก็เริ่มจะอ่อนแรงลงแล้ว เห็นได้ชัดว่าแม้เขาจะฟื้นตัวขึ้นมาได้ แต่ก็ยังไม่กลับคืนสู่จุดสูงสุด
"แค่เขาลำพังคนเดียวจะทำอะไรได้" แววตาของชิงหมิงเจินจวินมืดครึ้มลง
"ไป" เขาสั่งนักพรตชางหมิงที่อยู่ข้างกาย "ในเมื่อฮู่ว่านหลี่กำลังมือเป็นระวิง ก็จงไปจัดการศิษย์ของสำนักฟ้าครามให้สิ้นซากเสีย ข้าอยากจะรู้นักว่ามันจะปกป้องได้สักกี่คน!"
"รับบัญชา!" นักพรตชางหมิงรับคำสั่งพลางชักกระบี่ออกจากฝัก
"ค่ายกลใหญ่ถูกทำลายแล้ว ตอนนี้ภายในสำนักฟ้าครามไร้คนคุ้มกัน เหล่าศิษย์ทั้งหลาย ตามข้ามา! ยึดสำนักฟ้าครามให้ได้!"
ศิษย์นิกายเก้าสวรรค์หลายร้อยคนทะยานขึ้นจากเรือเหาะในชุดคลุมเต๋าสีขาวขลิบทองดูสง่างาม
ภายใต้การนำของนักพรตชางหมิง พวกเขาหลั่งไหลเข้าสู่สำนักฟ้าครามราวกับฝูงตั๊กแตนบุกรุก
"คิดว่าสำนักฟ้าครามของข้าไร้ทางสู้หรืออย่างไร!"
ในขณะที่เหล่าผู้ฝึกตนของนิกายเก้าสวรรค์กำลังจะรุกเข้าสู่ประตูสำนัก เสียงตะโกนกึกก้องก็คำรามขึ้น!
พลันปรากฏร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเหินกระบี่ตรงเข้ามา
ทันใดนั้น ในหูของเหล่าศิษย์นิกายเก้าสวรรค์กลับแว่วเสียงดนตรีดังกระหึ่มขึ้นอย่างลึกลับ!
พริบตานั้น ใบหน้าหล่อเหลาอันแน่วแน่ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า!
เงาใบหน้านั้นเข้าครอบงำทัศนวิสัยจนมืดมิด ทำให้ผู้คนสูญเสียการรับรู้ถึงทิศทางการจู่โจมไปชั่วขณะ เมื่อสายตากลับมามองเห็นชัดเจน การโจมตีของคนผู้นั้นก็มาถึงตรงหน้าเสียแล้ว!
วิชาอาคมช่างร้ายกาจยิ่งนัก! เหตุใดข้าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน!
"เป็นมัน!"
นักพรตชางหมิงจำได้ทันทีว่าคนผู้นี้คือผู้ฝึกตนสายกระบี่ที่หนีรอดจากเงื้อมมือของเขาไปได้ในวันนั้น
เพียงไม่กี่วันผ่านไป ไม่เพียงแต่บาดแผลของเขาจะหายสนิท แต่ระดับพลังยังพุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะตามเขาทันเชียวหรือ?
ทว่าโชคดีที่วิชากระบี่ของมันยังดูธรรมดา เข้าใจได้ไม่ยากนัก!
นักพรตชางหมิงคาดการณ์จุดตกกระทบของวิชากระบี่เย่เซิ่งเทียนไว้แล้ว เขาพุ่งเข้าไปข้างหน้าหมายจะสกัดกั้นให้หยุดชะงัก
ทว่ากลับเห็นอีกฝ่ายวาดท่าหลอกเพียงสองสามครา!
ทันใดนั้น พลังกระบี่กลับวกพุ่งตรงเข้าหาข้อมือของเขา บีบคั้นจนเขาต้องปล่อยกระบี่หลุดจากมือ
เพียงชั่วพริบตาเดียว เด็กหนุ่มตรงหน้าก็พุ่งผ่านเขาไป ร่างของเขาร่ายรำประดุจมังกรท่องสมุทร ทะลวงผ่านเหล่าศิษย์นิกายเก้าสวรรค์ราวกับผีเสื้อชมผกา
นักพรตชางหมิงพบด้วยความตระหนกว่า เพลงกระบี่ของเด็กหนุ่มผู้นี้เปลี่ยนไปราวกับเกิดใหม่ เจตจำนงกระบี่ไหลเวียนอย่างลื่นไหลและกลมกลืนยิ่งกว่าเดิม!
ในขณะที่เขายังคิดจะไล่ตามไป
เด็กหนุ่มคนนั้นกลับมาปรากฏตัวที่ด้านหลังของเขาอย่างน่าอัศจรรย์!
"กำลังหาข้าอยู่หรือ?"
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!
กระบี่เย็นเยียบถูกจ่ออยู่ที่ลำคอของเขาเสียแล้ว!
"เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่า วันนั้นพวกเจ้าทำอะไรลงไป?"
เบื้องหน้ายอดเขาเสาค้ำสวรรค์ของสำนักฟ้าคราม หุ่นเชิดขนาดมหึมาตัวหนึ่งก็ปรากฏโฉมขึ้น!
หุ่นเชิดกางแขนทั้งสองข้างออก ส่วนลำตัวเปิดกว้างจนกลายสภาพเป็นเวทีแสดงภาพในพริบตา
วูบ!
ค่ายกลหนึ่งสว่างวาบขึ้น ภาพเหตุการณ์ที่เย่เซิ่งเทียนประสบพบเจอในวันที่เหมืองวิญญาณถูกทำลายถูกฉายออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน!
ในภาพนั้น กลุ่มผู้ฝึกตนในชุดของฝ่ายมารร่ายรำเพลงกระบี่ของนิกายเก้าสวรรค์อย่างโจ่งแจ้งขณะไล่ล่าเย่เซิ่งเทียน
"ทุกท่านโปรดดู! นี่หรือคือวิถีของนิกายเก้าสวรรค์ที่ยกตนว่าเป็นแบบอย่างของฝ่ายธรรมะ?"
เซียวอวี้เอ๋อร์ยืนตระหง่านอยู่บนยอดหุ่นเชิด
คอยควบคุมหุ่นกลไกมังกรท่องและหงส์ร่ายรำเข้าสกัดกั้นเหล่าผู้ฝึกตนของนิกายเก้าสวรรค์ที่พยายามจะเข้ามาทำลายหุ่นเชิดฉายภาพจนร่วงหล่นลงไปคนแล้วคนเล่า!
ภาพเหตุการณ์ที่นิกายเก้าสวรรค์ลงมือทำลายเหมืองวิญญาณถูกฉายวนซ้ำไปซ้ำมา!
นี่คือหุ่นเชิดบรรจุค่ายกลที่เกาหมิงเฟิ่งสร้างขึ้นหลังจากได้ศึกษาตำรา "การออกแบบฉาก" ที่หลินโปมอบให้
ประกอบกับหลักการสร้างภาพของโทรศัพท์มือถือที่หวังปันกำลังวิจัยอยู่
"หรือจะเป็นฉากนี้?!"
ภาพเปลี่ยนไป กลายเป็นฉากที่ชิงหมิงเจินจวินพาลูกศิษย์บุกมาข่มขู่บีบบังคับเพื่อสู่ขออย่างโอ้อวดและถือดี
เมื่อชิงหมิงเจินจวินเห็นภาพนั้น เขาก็แทบกระอักเลือดออกมา คำรามลั่นอย่างเคียดแค้น "นังแพศยา!"
เขาสะบัดนิ้วชี้ออกไป พลันปรากฏประกายกระบี่เย็นเหยียบราวกับคมมีดหิมะพุ่งทะยานออกไป
เป้าหมายคือเซียวอวี้เอ๋อร์ที่อยู่บนหุ่นเชิดนั่นเอง!
ฮู่ว่านหลี่ซึ่งกำลังถูกผู้อาวุโสจากนิกายเสวียนอู่และนิกายสืออินรุมล้อมอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นก็ร้อนรนจนแทบคลั่ง!
เขาเพิ่งจะฟื้นตัวก็รีบเร่งกลับมาทันที ร่างกายยังไม่กลับคืนสู่สภาวะสูงสุดอย่างแท้จริง
เขาพยายามเค้นพลังปณิธานธูปเทียนในป้ายหยกออกมาจนสุดกำลัง เพลงกระบี่เดียวสั่นสะเทือนจนอุปกรณ์อาคมของทั้งสองคนแตกละเอียด
เขาข่มรสคาวเลือดในลำคอเอาไว้ แล้วขว้างกระบี่เข้าใส่ชิงหมิงเจินจวินบนเรือเหาะอย่างสุดแรง
คมกระบี่โลหิตอันแหลมคมถูกกระบี่หนักกระแทกจนแตกกระจาย!
ระบบป้องกันของเรือเหาะพังทลายลงในพริบตา พลังจิตอันกล้าแข็งล็อกเป้าหมายไว้อย่างแน่นหนา!
ชิงหมิงเจินจวินไม่คาดคิดว่าฮู่ว่านหลี่จะยังมีพลังมหาศาลเหลืออยู่ถึงเพียงนี้!
ทว่าเขาหลบไม่พ้นเสียแล้ว ทั้งร่างถูกแรงปะทะตรึงติดอยู่กับตัวเรืออย่างรุนแรง
พลันได้ยินเสียงฮู่ว่านหลี่ประกาศก้องไปทั่วสารทิศ
"ในเมื่อทุกท่านมาเพื่อพลังปณิธานธูปเทียน ข้าก็จะไม่ปิดบังอีกต่อไป สำนักฟ้าครามได้รับวาสนาจากแดนเร้นลับจริง จึงทำให้สามารถครอบครองพลังปณิธานธูปเทียนได้"
"อีกสามวันข้างหน้า สำนักฟ้าครามจะจัดงานชุมนุมเชิญเซียน เพื่อเชิญชวนสำนักต่างๆ มาร่วมช่วงชิงโอกาสในการเข้าสู่แดนเร้นลับอย่างเป็นธรรม!"
ผู้อาวุโสทั้งสองของนิกายเสวียนอู่และนิกายสืออินได้ยินดังนั้นก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสบตากันแล้วหยุดมือทันที
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง พวกเราล้วนถูกนิกายเก้าสวรรค์ปั่นหัวจนเกือบจะก่อความผิดพลาดครั้งใหญ่เสียแล้ว"
ทางด้านชิงหมิงเจินจวินนั้นจิตใจวุ่นวายสับสนไปหมด
ทรัพยากรล้ำค่าอย่างพลังปณิธานธูปเทียน สำนักฟ้าครามกลับยินดีแบ่งปันให้กับสำนักใหญ่ต่างๆ โดยตรงอย่างนั้นหรือ?
เช่นนั้นแล้วเหตุใดก่อนหน้านี้เขาต้องบีบคั้นสำนักฟ้าครามทุกวิถีทางด้วย นอกจากจะไม่ได้อะไรแล้ว ยังสร้างความแค้นมหาศาลไว้อีก
ตอนนี้หากฮู่ว่านหลี่คิดจะสังหารเขา แม้แต่ฮู่ว่านหลี่เองก็ไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยซ้ำ เพียงพริบตาเดียว
ชิงหมิงเจินจวินก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
ต้องรักษาดวงวิญญาณเอาไว้ก่อน!
เขาสละสังขารอย่างไม่ลังเล แยกทารกวิญญาณออกมาแล้วพุ่งหนีไปทางนิกายเก้าสวรรค์อย่างรวดเร็ว!
ทว่าระหว่างทาง ชิงหมิงเจินจวินกลับต้องเผชิญหน้ากับค้อนยักษ์ขนาดมหึมาที่ฟาดลงมา
"คิดจะหนีหรือ?"
"คนอื่นอาจจะมีทางรอด แต่เจ้าต้องตาย!"
เถียเสวียนจีรอจังหวะนี้มานานแล้ว เขาใช้ค้อนเล่มนี้ตีสร้างกระบี่วิญญาณนับร้อยเล่มในแดนเร้นลับ
หลอมรวมวัสดุวิเศษนับไม่ถ้วนเข้าไป แถมเมื่อวันก่อนยังหลอมใบแปะก๊วยทองคำที่เก็บมาได้เข้าไปด้วย
ในที่สุดเขาก็หลอมสร้างค้อนเล่มนี้จนสำเร็จ กลายเป็นอุปกรณ์อาคมที่ทรงพลังพอจะบดขยี้ได้แม้กระทั่งทารกวิญญาณ!
ตูม!
ร่างทารกวิญญาณของชิงหมิงเจินจวินถูกทำลายล้างจนดับสูญไปจากแดนสวรรค์สุญญตาอย่างสมบูรณ์
เพียงไม่นาน ทูตจากวังบุปผาโปรยก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูสำนักฟ้าคราม ในมือถือกล่องของขวัญและเทียบเชิญอย่างนอบน้อม
"วังบุปผาโปรยขอแสดงความยินดีกับสำนักฟ้าคราม ที่ค่ายกลจตุรทิศกลับมาโชติช่วงอีกครั้ง ประตูภูเขามั่นคงสถิตสถาพร! วันนี้ข้านำเทียบยินดีที่เจ้าวังเขียนด้วยตนเอง พร้อมด้วย 'ต้นหยกเก้าแปรผันหนึ่งต้น ซึ่งสามารถช่วยฟื้นฟูเหมืองวิญญาณของสำนักท่านได้"
"วังบุปผาโปรยปรารถนาจะร่วมพิทักษ์ความสงบสุข และร่วมศึกษาความลึกล้ำแห่งมรรคาเต๋ากับสำนักฟ้าครามสืบไป"
ผู้อาวุโสทั้งสองจากนิกายเสวียนอู่และนิกายสืออินถึงกับเหงื่อตก จ้องมองทูตจากวังบุปผาโปรยที่มีหน้าตาหมดจดงดงามตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา!
คนของวังนี้หน้าตาดีก็จริง แต่จิตใจช่างเจ้าเล่ห์นัก!
บอกมาเสียดีๆ ว่าในอกเสื้อพวกเจ้าเตรียมเทียบเชิญที่มีเนื้อหาต่างกันไว้กี่ฉบับกันแน่!
แถมยังเตรียมของขวัญล้ำค่ามาพร้อมสรรพ แล้วพวกข้าจะทำอย่างไรได้อีกเล่า!
มาชิงทำตัวเป็นคนดีเอาตอนนี้เนี่ยนะ!
พลันเห็นผู้อาวุโสร่างกำยำจากหุบเขาราชันย์อสูรหัวเราะร่าพลางเกาหัว "นับเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองจริงๆ!"
เขาล้วงถุงอสูรสองใบออกมาจากแขนเสื้อ "วันนี้ข้าไม่ได้พกของขวัญติดตัวมามากนัก สิงโตหยกคู่นี้ แม้ไม่ใช่อัญมณีล้ำค่า แต่อาศัยให้มันเฝ้าประตูสำนักก็นับว่าไม่เลว"
"ขอบคุณสหายเต๋าทุกท่าน!" ฮู่ว่านหลี่กล่าวขอบคุณ
ทว่าสายตากลับปรายมองไปยังคนจากนิกายสืออินและนิกายเสวียนอู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ
คนทั้งสองรู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ ผู้อาวุโสจากนิกายสืออินแอบกระทุ้งศอกใส่สหายจากนิกายเสวียนอู่ "มัวเหม่ออะไรอยู่ เร็วเข้า ค้นของในกระเป๋าออกมา!"
ทั้งสองแทบจะเทของล้ำค่าทั้งหมดที่มีออกมาวางกองไว้
"นี่คือของกำนัลเพื่อเป็นการขอขมา โปรดรับไว้ด้วยเถิด"
ฮู่ว่านหลี่ยิ้มเย็น "ถ้าอย่างนั้นพวกท่านทั้งสองก็พำนักอยู่ที่สำนักฟ้าครามในฐานะแขกไปก่อนก็แล้วกัน!"
ใบหน้าของผู้อาวุโสทั้งสองซีดเผือดลงทันที อีกสองสำนักมาเป็นแขกผู้มีเกียรติ แต่พวกเขานี่คงถูกกักตัวไว้เป็นตัวประกันชัดๆ!
ฮู่ว่านหลี่หันหลังเดินกลับเข้าสู่สำนักฟ้าคราม
เถ้าแก่พูดไม่ผิดเลยจริงๆ ขอเพียงเราแข็งแกร่งพอ ก็จะพบว่าคนรอบข้างล้วนกลายเป็นคนดีขึ้นมาทันตาเห็น
เพียงแต่ไม่รู้ว่าหมิงเฟิ่งจะเป็นอย่างไรบ้าง?
ต้องรีบจัดการเรื่องที่นี่ให้เสร็จสิ้น แล้วกลับไปยังแดนเร้นลับโดยเร็ว!
ผู้คนในแดนเร้นลับล้วนน่ารัก วาจาไพเราะเสนาะหู หากไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสไม่ยินยอม เขาแทบอยากจะย้ายสำนักฟ้าครามทั้งหมดเข้าไปอยู่ในแดนเร้นลับเสียให้รู้แล้วรู้รอด!