เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 โอกาสในการเชิญชวนลงทุนรอบที่สอง!

บทที่ 45 โอกาสในการเชิญชวนลงทุนรอบที่สอง!

บทที่ 45 โอกาสในการเชิญชวนลงทุนรอบที่สอง!


บทที่ 45 โอกาสในการเชิญชวนลงทุนรอบที่สอง!

[แดนลับสู่หลิงไปกันยังพวกแก? วันนี้ท่านเทพไฉ่เสินแสดงอิทธิฤทธิ์อีกแล้วจ้าาา เคยเห็นต้นไม้เรียกทรัพย์ขนาดยักษ์ป่ะ? เหรียญทองแดงเปลี่ยนเป็นเหรียญทองเฉย!]

[เด็ดมาแบ่งฉันสักเหรียญได้ไหม...]

[เม้นบน อันนั้นเขาเอาไว้ขอพรเทพเจ้าโชคลาภ! ท่านประทานให้ได้ แต่แกคิดจะไปหยิบเองเนี่ยนะ? อยากจนไปตลอดชาติไง๊?]

[อย่าหาว่าไป ของเขาขลังจริง! ฉันเพิ่งเดินออกจากที่เที่ยว แวะซื้อหวยปุ๊บ ถูกไป 500 เลยแม่!]

[จริง นี่เพิ่งไหว้เสร็จกลับถึงบ้าน แหวนเพชรที่เคยทำหายก็หาเจอเฉย!]

[โดนป้ายยาขนาดนี้ พรุ่งนี้ฉันจะหอบหวยขูดขึ้นไปปีนเขาละ!]

[เขาลูกนั้นก็ปีนไปเถอะ ปีนทีมีหอบกินจนพูดไม่ออก ดูเหมือนไม่สูงนะ แต่ฉันล่อไป 3 ชั่วโมง]

[น่ากลัวไปนิดนะนั่น]

[ไไม่ต้องกลัวจ้าสาว ปีนไม่ไหวก็มีผู้ชายหล่อๆ แบกขึ้นไปนะจ๊ะ รีเควสท่าได้ด้วย! พละกำลังเป็นเลิศ ซิกแพคแน่น สปีดไวเว่อร์ สัมผัสประสบการณ์ฟีลเหาะได้เลยแม่!]

[จิ๊! เห็นละขัดตาผู้หญิงบางคนจริงๆ ไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับผู้ชายแปลกหน้า ไม่รักนวลสงวนตัวเอาซะเลย]

[ไม่ต้องอิจฉาหรอกจ้ะ ถ้าผู้ชายต้องการ เขาก็อุ้มให้ได้เหมือนกันนะ]

[ฉันเห็นเขาก็มีแคร่ให้นั่งหามขึ้นไปด้วยนะ...]

[เขาว่ากันว่าขึ้นไปแบบสบายๆ ถือว่าใจไม่ศรัทธาพอ]

[งานนี้ไม่รวยก็ต้องได้ผู้ ต้องสักอย่างล่ะวะ ลุยยยย!]

[เรื่องอื่นไม่ขอพูดถึง ไปปีนเขาลงมาหนึ่งกรุบ โชคลาภจะได้มั้ยไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ รู้สึกร่างกายเฟรชขึ้นเยอะเลย]

[คนเรามันก็ต้องออกมาทำกิจกรรมเอาต์ดอร์กันบ้างแหละ]

การสำแดงอิทธิฤทธิ์ของเทพไฉ่เสิน ทำให้แดนเร้นลับสู่หลิงสามารถรักษากระแสความนิยมจากวันก่อนหน้าไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

ถึงขั้นมีคนโพสต์คู่มือการปีนเขาแจกกันเลยทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็นจุดไหนที่มีพี่ชายหล่อๆ คอยสแตนด์บายช่วย

จุดไหนพักเหนื่อยได้ หรือตำแหน่งไหนที่ชันจนปีนยากที่สุด ล้วนถูกทำเครื่องหมายระบุไว้อย่างชัดเจน

หลินโปเลื่อนดูความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ พลางใช้ความสามารถจากฉายาสแกนตรวจสอบสภาพโดยรวมของพื้นที่ท่องเที่ยวทั้งหมดไปด้วย

ข้อดีที่สุดของการมีระบบก็คือ เขาไม่ต้องมารับผิดชอบเรื่องการทำความสะอาดด้วยตัวเอง

ขยะในพื้นที่ท่องเที่ยวจะถูกจัดการจนสะอาดหมดจดในทุกๆ วัน

ทว่าความหนาแน่นของจำนวนผู้คนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ทำให้กลุ่มหัวกะทิอย่างสำนักฟ้าครามเริ่มมีอาการเหนื่อยล้าให้เห็นบ้างแล้ว

สำหรับศิษย์สำนักฟ้าครามส่วนใหญ่ จำนวนคนที่พวกเขาได้พบเจอในวันนี้เพียงวันเดียว

อาจจะเท่ากับจำนวนคนทั้งหมดที่เคยเจอในช่วงเวลาฝึกตน 60 ปีรวมกันเสียอีก

ส่วนเรื่องพละกำลัง ศิษย์ทั้งห้าคนที่ถูกยืมตัวไปช่วยงานบนเขากลับมาแบ่งปันประสบการณ์ด้วยความตื่นเต้นว่า เส้นทางบนเขาช่วงศาลเจ้าเทพไฉ่เสินนั้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการฝึกฝนรากฐานร่างกาย

ศิษย์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นสร้างฐานระดับต้น เพียงแค่วันเดียว ร่างกายของพวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นหนึ่งระดับ

เกือบจะเทียบเท่ากับพวกผู้ฝึกตนสายกายาของสำนักเสวียนอู่แล้ว

คนอื่นๆ พอได้ยินดังนั้น ก็เริ่มเตรียมตัวฮึดสู้และตั้งใจจะตามขึ้นไปฝึกฝนบนเขาทันที

ผู้ฝึกตนอิสระหวังปันซึ่งกำลังนั่งแกะสลักของเล่นปริศนาไม้อยู่ข้างๆ มองดูภาพความกระตือรือร้นนี้แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจในใจ

"พวกที่มีสังกัดสำนักนี่มันช่างแตกต่างกันจริงๆ"

เมื่อลูกค้ามากขึ้น ความต้องการของเล่นปริศนาไม้ก็พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ตอนนี้เขาเชี่ยวชาญกรรมวิธีการทำจนคล่องแคล่ว ล่าสุดยังประดิษฐ์แขนกลหกข้างมาติดตั้งไว้ด้านหลังตัวเอง โดยขอให้เกาหมิงเฟิ่งช่วยสลักค่ายกลสองสามอย่างไว้ที่ข้อต่อ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความเร็ว

เพียงเท่านี้ เขาก็สามารถใช้มือทั้งแปดข้างทำงานของตัวเองไปพร้อมๆ กันได้

เพื่อเป็นการตอบแทน เขาจึงช่วยดัดแปลงรถเข็นให้เกาหมิงเฟิ่งด้วยเช่นกัน

เมื่อเห็นว่าทุกคนหลังจากตรากตรำทำงานมาทั้งวันแล้วยังจะเริ่มฝึกฝนกันต่อ หลินโปจึงเอ่ยปากเรียกให้ทุกคนหยุดพัก

"เอาล่ะ ทุกคนทำงานด้วยกันมานานขนาดนี้ ยังไม่มีโอกาสได้มาสังสรรค์กันจริงๆ จังๆ เลย สัปดาห์นี้เราได้ต้อนรับพนักงานใหม่เพิ่มมาด้วย มาจัดงานเลี้ยงพนักงานทานอาหารด้วยกันเถอะ!"

ดวงตาของเซียวอวี้เอ๋อร์เป็นประกายขึ้นมาทันที "เป็นฝีมือของพี่หลี่จากภัตตาคารสู่หลิงใช่ไหมเจ้าคะ? จะได้กินหมูผัดพริกเสฉวนกับตับหมูผัดอีกหรือไม่เจ้าคะ?"

"เปล่าหรอก วันนี้เราจะกินเนื้อย่างกัน"

แววตาของเซียวอวี้เอ๋อร์ฉายแววผิดหวังออกมาเล็กน้อย เนื้อย่างน่ะนางเคยได้ยินมาบ้าง มันแทบจะไม่มีรสชาติอะไรเลย คงไม่อร่อยเท่าหมูผัดพริกเสฉวนแน่ๆ

คนอื่นๆ จากสำนักฟ้าครามมองการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเซียวอวี้เอ๋อร์ด้วยความประหลาดใจ

เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดจึงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังพลาดสิ่งสำคัญบางอย่างไป!

กินอาหาร? พวกเราเป็นผู้ฝึกตน จะมาเสียเวลากับเรื่องการกินไปทำไม!

แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่แน่วแน่ของเถ้าแก่ พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธคำเชิญ

กลุ่มคนจึงพากันมุ่งหน้าไปยังภัตตาคารสู่หลิงอย่างเอิกเกริก

หลี่โหยวได้รับคำสั่งล่วงหน้าจากหลินโป เขาจึงเตรียมหมักเนื้อส่วนหนึ่งไว้ตั้งแต่ช่วงเช้า บริเวณริมแม่น้ำมีการตั้งเตาย่างและก่อไฟเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว

เหล่าศิษย์สำนักฟ้าครามและหวังปันต่างรู้สึกแปลกตาแปลกใจ

สำหรับผู้ฝึกตนส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องกินอาหารเพื่อประทังชีวิต แม้ในอดีตจะเคยลิ้มรสมาบ้าง แต่ก็เป็นเพียงการทำตามมารยาทหรือหน้าที่เท่านั้น

เนื้อและผักสดถูกทยอยนำมาเสิร์ฟ เนื้อแผ่นบางถูกวางลงบนเตาย่างพลางส่งเสียงฉ่า กลิ่นหอมยวนใจและไขมันที่ไหลเยิ้มฟุ้งกระจายไปในอากาศพร้อมๆ กัน

หลินโประบายยิ้มพลางเอ่ยเชื้อเชิญ "วันนี้ถือเสียว่ามาพักผ่อนให้เต็มที่ ทุกคนเริ่มลงมือได้เลย"

แม้คนจากสำนักฟ้าครามจะยังรู้สึกเกร็งอยู่บ้าง แต่ก็จำใจต้องเริ่มลงตะเกียบ!

ผู้อาวุโสทำเพื่อพวกเขามาตั้งมากมาย แค่ร่วมโต๊ะกินข้าวกับท่านสักมื้อจะลำบากอะไรนักหนาเชียว?!

มีเพียงเซียวอวี้เอ๋อร์ที่พอได้กลิ่นหอมสอดแทรกเข้าจมูก ความอิดออดเมื่อครู่ก็มลายหายไปสิ้น

นางลงมือคีบเนื้ออย่างไม่ลังเล เนื้อย่างของแดนสวรรค์สุญญตาอร่อยถึงเพียงนี้เลยหรือ? กลิ่นหอมหวลนี้คืออะไรกันนะ!

อร่อยเหลือเกิน!

แม้กระทั่งฮู่ว่านหลี่ผู้บำเพ็ญตบะงดเว้นอาหารทางโลกมานานหลายร้อยปี ก็ยังอดที่จะลอบกลืนน้ำลายไม่ได้

หวังเต๋อฟูซึ่งดูจะมีอาวุโสรองลงมาจากเจ้าของสถานที่ นั่งยิ้มแย้มอยู่ข้างๆ ฮู่ว่านหลี่ เขาช่วยย่างเนื้อชิ้นหนึ่งแล้วคีบวางลงในชามของอีกฝ่าย

"ลองจิ้มกับผงปรุงรสสูตรนี้ดูสิครับ แล้วเอาใบชิโสะมาห่อเนื้อ ใส่กระเทียมฝานลงไปสักหน่อย รสชาติจะสุดยอดที่สุดเลยละ!"

ฮู่ว่านหลี่มองปราดเดียวก็ทราบว่าเส้นชีพจรหัวใจของหวังเต๋อฟูมีปัญหา แต่ใบหน้าของชายชรากลับไร้ซึ่งความกังวล มีเพียงความกระตือรือร้นที่มีต่อเนื้อย่างตรงหน้าเท่านั้น

มนุษย์ธรรมดามีอายุขัยเพียงร้อยปีเศษ กลับใช้ชีวิตได้มีรสชาติถึงเพียงนี้ ฮู่ว่านหลี่นึกในใจ ก่อนจะลองทานเนื้อย่างตามคำแนะนำนั้น

สัมผัสแรกในปากนั้นช่างจัดจ้าน!

ทว่าเมื่อเคี้ยวไปเรื่อยๆ ไขมันจากเนื้อก็โอบอุ้มความหอมพิเศษเหล่านั้นไว้ ก่อนจะระเบิดรสสัมผัสที่เข้มข้นออกมาทั่วทั้งปาก!

ฮู่ว่านหลี่พลันค้นพบว่า ตลอดการบำเพ็ญเพียรหลายร้อยปีที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่เขาใช้ชีวิตอยู่เพียงเพื่อเป้าหมายบางอย่างเท่านั้น...

ทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างทาง เขาเคยหยุดมองมันจริงๆ บ้างหรือไม่?

กระแสความอบอุ่นที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิตสายหนึ่งไหลผ่านลำคอลงสู่จุดตันเถียน

ก่อนจะแผ่ซ่านไปตามแขนขาและเส้นชีพจรทั่วร่างกาย ลำไส้และกระเพาะที่ไม่เคยทำงานมานานแสนนานเริ่มส่งเสียงประท้วงโครกคราก

ฮู่ว่านหลี่พลันลุกพรวดแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกได้ว่าสารพิษที่ตกค้างและอุดตันอยู่ในร่างกายมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็มีทางขับออกมาได้แล้ว!

หวังเต๋อฟูที่เพิ่งคีบเนื้อย่างสุกใหม่ๆ ได้แต่ยืนมองสหายรุ่นราวคราวเดียวกันที่จู่ๆ ก็ปลีกตัวไปอย่างงุนงง…

อุตส่าห์นึกดีใจที่ได้เจอคนวัยไล่เลี่ยกัน กะว่าจะคุยกันให้ถูกคอเสียหน่อย ช่างน่าเสียดายจริงๆ

หลินโปจิบสุราช้าๆ อย่างสุนทรีย์ เขามองดูกลุ่มคนจากสำนักฟ้าครามที่เริ่มครื้นเครงและเพลิดเพลินกับการกินเนื้อย่าง

ก่อนจะย่างเนื้อชิ้นหนึ่งส่งให้เด็กน้อยข้างกาย มันก็ต้องแบบนี้สิ จะเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานหรือฝึกวิชาอย่างเดียวได้อย่างไร

นานๆ ทีก็ต้องหาเวลาพักผ่อนกันบ้าง

ทันใดนั้น เสียงร้องอุทานด้วยความตกตะลึงก็ดังมาจากกลุ่มศิษย์สำนักฟ้าคราม

"ที่ศิษย์น้องหญิงพูดเป็นความจริง! หลังจากกินเข้าไปแล้วลองโคจรพลังดู ปราณทั่วร่างกลับไหลเวียนคล่องตัวยิ่งนัก! กระทั่งพิษที่ตกค้างจากการกินโอสถมานานยังถูกขับออกมาได้เลย!"

"คอขวดระดับพลังของข้าดูเหมือนจะคลายตัวลงแล้ว!"

"จริงหรือ? ถ้าเช่นนั้นข้าต้องกินให้มากหน่อย!"

"มาแข่งกันว่าใครจะกินได้มากกว่ากัน ใครจะได้ผลลัพธ์ดีกว่ากัน!"

"พวกเจ้าอย่าลืมตัว เถ้าแก่ยังนั่งอยู่ตรงนี้ แสร้งทำเป็นคนธรรมดาให้เนียนเข้าไว้ อย่าให้ใจลืมตัวจนเสียเรื่อง!"

นี่พวกนาย ฉันได้ยินชัดทุกคำเลยนะ! หลินโปปรายตามองคนกลุ่มนั้นพลางนึกในใจ

ในขณะนั้นเอง เขาสังเกตเห็นนิ้วมือของเกาหมิงเฟิ่งที่กุมขอบรถเข็นไว้จนแน่น

วินาทีที่อาหารตกถึงท้อง เขาก็สัมผัสได้ว่าโซ่ตรวนที่พันธนาการการเลื่อนระดับพลังของตนเอาไว้... กำลังสั่นคลอนและปริร้าว...

เขาไม่รอช้า รีบบังคับรถเข็นเข้าไปหาหลินโปทันที

"เถ้าแก่ขอรับ ค่ายกลภายในพื้นที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้รับการปรับแก้จนลงตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไรเพิ่มเติมอีก ผู้น้อยจะให้ซู่ซินเฝ้าอยู่ที่นี่ หากมีปัญหาใดนางย่อมจัดการได้ ตอนนี้พลังปราณที่ผู้น้อยสะสมไว้เปี่ยมล้นจนถึงขีดสุด ทว่าในแดนเร้นลับแห่งนี้มีพันธนาการด้านระดับพลังอยู่ เกรงว่าจะทะลวงผ่านไปได้ยาก ผู้น้อยจึงตั้งใจจะกลับไปปิดด่านฝึกตนสักสองสามวัน เพื่อบรรลุเข้าสู่ขั้นแก่นทองคำอย่างเป็นทางการ..."

หลินโปพยักหน้ารับ "ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีด้วยนะ แต่ก่อนจะไป มีเรื่องเกี่ยวกับการเชิญชวนลงทุนบางอย่างที่ผมอยากจะรบกวนคุณหน่อย"

ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ขบวนของนิกายเก้าสวรรค์กลุ่มหนึ่ง กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังสำนักฟ้าครามอย่างเกรียงไกร!

จบบทที่ บทที่ 45 โอกาสในการเชิญชวนลงทุนรอบที่สอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว