- หน้าแรก
- พนักงานรีสอร์ทของผมเป็นเซียนกระบี่
- บทที่ 39 โลกแห่งเงินตรา
บทที่ 39 โลกแห่งเงินตรา
บทที่ 39 โลกแห่งเงินตรา
บทที่ 39 โลกแห่งเงินตรา
นั่นมัน... ต้นแปะก๊วย!
ณ เทือกเขาทางทิศตะวันออกของเมืองถามเซียน ต้นแปะก๊วยขนาดมหึมาพลันปรากฏสู่สายตา ลำต้นของมันทั้งหนาและแข็งแกร่ง ดูแล้วคงมีอายุไม่ต่ำกว่าพันปี
มันยังคงแผ่กิ่งก้านสาขาและผลิใบใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นฤดูร้อน ทว่าใบของมันกลับเป็นสีทองอร่ามตา
บนขุนเขาไร้ซึ่งแสงไฟแม้แต่ดวงเดียว มีเพียงต้นแปะก๊วยสีทองต้นนั้นที่ส่องประกายเจิดจรัสท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี
เมื่อสายลมพัดผ่าน ต้นแปะก๊วยราวกับมีชีวิต มันสั่นไหวเรือนยอดอันยิ่งใหญ่ ใบไม้ปลิวว่อนข้ามผ่านขุนเขาและสายน้ำ โปรยปรายลงมาเป็นสายฝนสีทองสู่ผู้คนเบื้องล่าง
งดงามเหลือเกิน…
ผู้ชมต่างพากันมีสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
"นี่คือระดับการแสดงของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำเหรอ?"
"ชมเกินไปแล้ว ขนาดคนท้องถิ่นอย่างพวกเรายังไม่เคยเห็นภาพแบบนี้เลย!"
"โรแมนติกเกินไปแล้ว!"
ทุกคนต่างดื่มด่ำกับภาพอันงดงามราวกับปาฏิหาริย์ตรงหน้า
แปะ…
นักท่องเที่ยวคนหนึ่งยื่นมือไปรับใบไม้ใบหนึ่งไว้ได้ ใบไม้นั้นทำจากโลหะบางชนิด
รูปร่างเหมือนใบแปะก๊วยของจริงทุกประการ ทั้งเส้นใบและลวดลายต่างปรากฏให้เห็นชัดเจน เขาเก็บใบไม้นั้นไว้อย่างดี นี่คือของขวัญที่ควรค่าแก่การรักษา
ท่ามกลางสายฝนสีทองที่โปรยปราย หลินโปค่อยๆ ก้าวขึ้นไปบนเวที ปลายนิ้วของเขาคีบใบไม้สีทองที่ร่วงหล่นลงบนบ่าขึ้นมา
เขาเดินแทรกผ่านฝูงชนตรงไปยังข้างกายของอวี๋หยางอย่างแม่นยำ พร้อมกับยื่นซองจดหมายที่หนีบใบแปะก๊วยไว้ให้
"ขอบคุณที่วันนี้ท่านหาก้อนทองเจออีกสองก้อน หากไม่มีการช่วยกันค้นหาของทุกคนในช่วงแรก พวกเราก็คงไม่สามารถปลุกเทพไฉ่เสินให้ตื่นขึ้นได้"
หลินโปถอยหลังไปสองสามก้าว ก่อนจะยื่นมือออกไปยังผู้ชม
"ด้วยความช่วยเหลือของทุกท่าน ศาลเจ้าเทพไฉ่เสินแห่งเมืองถามเซียน กำลังจะเปิดให้บริการแล้ว! สายฝนสีทองที่โปรยปรายไปทั่วฟ้านี้คือของขวัญจากองค์เทพ สัปดาห์ที่แล้ว เปลวไฟของพวกเรามีไว้เพื่อการต่อสู้! และในวันนี้ ขอให้พวกเราใช้ดอกไม้ไฟเป็นของขวัญตอบแทนแด่องค์เทพ! สักวันหนึ่ง พวกเราจะเสริมสร้างพลังให้แข็งแกร่งขึ้น—"
"ปีนบันไดสวรรค์! ทลายประตูสวรรค์!"
ต้นแปะก๊วยค่อยๆ หรี่แสงลง สายฝนสีทองบนท้องฟ้าหยุดนิ่งแล้ว ทว่าฝนบนพื้นดินเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!
ต้นไม้เพลิงผกาเงิน! ดวงดาวพร่างพราวเต็มพื้นปฐพี!
"ขอเชิญทุกท่านในวันพรุ่งนี้ ขึ้นเขาไปไหว้เทพไฉ่เสิน!"
ศาลเจ้าเทพไฉ่เสินอย่างนั้นหรือ?
"เทพไฉ่เสิน? เทพไฉ่เสินองค์นี้ช่างศักดิ์สิทธิ์จริงๆ!" หวังเล่อเล่อยิ้มจนแก้มปริ
วันนี้ เริ่มจากการที่มีสตรีมเมอร์สายแฉคนหนึ่งดับวูบไป ทำให้แฟนคลับจำนวนมากแห่กันเข้ามาดูไลฟ์ของเธอ เพียงวันเดียวเธอได้ผู้ติดตามเพิ่มขึ้นถึง 74,894 คน!
เจ็ดหมื่นกว่าคน! ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดตามของเธอยังไม่ถึงครึ่งของตัวเลขนี้เลยด้วยซ้ำ!
ตอนนี้เธอกลายเป็นบล็อกเกอร์ใหญ่ที่มีผู้ติดตามหลักแสนไปแล้ว
แถมยังมีเหล่าพี่ชายสายเปย์ส่งของขวัญให้มากมาย เพื่อให้เธอเก็บใบไม้กลับไปฝากเพิ่มอีกสักสองสามใบ
นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเทพไฉ่เสินสำแดงอิทธิฤทธิ์แล้วจะเรียกว่าอะไรได้?
เธอถึงกับอยากจะเปลี่ยนชื่อแล้วมาปักหลักอยู่ที่ดินแดนเร้นลับสู่หลิงแห่งนี้เลยทีเดียว!
ที่นี่คือที่ที่นำโชคมาให้เธอจริงๆ!
"พรุ่งนี้เรามากันอีกไหม? ถ้าที่นี่มีที่พักก็คงดี วิ่งไปวิ่งมาแบบนี้ไม่ค่อยสะดวกเลย" โจวซานเอ่ยถามความเห็นเพื่อนร่วมห้อง
จี้เจ๋อหมิงสอดใบแปะก๊วยไว้ในหนังสือของเขา "มาสิ! เชื่อเถอะว่าที่นี่จะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน"
ใบหน้าของเจิ้งจื้อหย่งสะท้อนประกายไฟอันเจิดจ้าตรงหน้า ชายหัวโล้นสองคนที่อยู่ข้างๆ ดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่านักท่องเที่ยวเสียอีก
"ให้ตายสิ สวยฉิบหาย! โคตรเจ๋งเลยพี่!"
พวกหัวโล้นไร้การศึกษา... ทำได้เพียงเอ่ยคำชมที่แสนจะทื่อตรงที่สุดออกมาเท่านั้น
"พูดคำหยาบ ไปวิ่งห้ากิโลเมตร"
ชายหัวโล้นหมายเลขหนึ่งรีบตะครุบปากตัวเอง แล้วหันไปประจบเจิ้งจื้อหย่งแทน "ยังไงก็ต้องชมพี่ใหญ่ที่มีสายตาเฉียบแหลม! พอเจอกันปุ๊บก็ตัดสินใจร่วมมือทันที"
เจิ้งจื้อหย่งหรี่ตาลง นึกย้อนไปถึงบ่ายวันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน…
ในตอนนั้น เขาเพิ่งจะเข้ากรมได้เพียงไม่นาน และถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจกู้ภัยในพื้นที่แถบเทือกเขา
เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน สภาพภูมิประเทศก็ทุรกันดาร ในช่วงแรกเสบียงจึงยังส่งมาไม่ถึง
ทุกวันเพียงแค่ลืมตาตื่นเขาก็ต้องแทะเสบียงแห้งประทังชีวิตแล้วลุยงานต่อ พอเหนื่อยล้าจนทนไม่ไหวก็ล้มตัวลงนอนกับพื้นดินทันที
ทว่าวันหนึ่งเมื่อลืมตาขึ้นมา กลับเห็นผู้คนกำลังช่วยกันแจกจ่ายสิ่งของ พวกเขาเป็นทีมอาสาจากบริษัทเอกชนในอำเภอใกล้เคียงที่รีบเดินทางมาช่วยเหลือ
ชายวัยกลางคนร่างท้วมคนหนึ่งยัดซาลาเปาร้อนๆ ใส่มือเขา แต่เขากลับปฏิเสธและบอกให้เอาไปแจกจ่ายแก่ชาวบ้านก่อน ชายคนนั้นจึงหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาอย่างคล่องแคล่ว "ดูสิ ลูกชายผมก็อายุรุ่นราวคราวเดียวกับคุณนั่นแหละ ในสายตาผม นายก็เหมือนลูกชายผมคนหนึ่ง!"
"กินเถอะ พวกคุณอิ่มท้องถึงจะมีแรงไปช่วยคนได้มากขึ้น ไม่ต้องกังวลไป เสบียงอีกตั้งเยอะกำลังตามมาข้างหลัง ไม่ปล่อยให้ชาวบ้านต้องอดตายแน่นอน!"
วินาทีแรกที่เขาได้เห็นหลินโป เขาก็จำได้ในทันทีว่านั่นคือเด็กในรูปถ่ายคนนั้น ดูท่าว่าครั้งนี้เขาจะเดิมพันไม่ผิดคนจริงๆ
"เอาละ! ใกล้จะจบงานแล้ว! นับจำนวนคนให้ดี อย่าให้ใครตกหล่นอยู่ที่นี่ล่ะ! พอเริ่มคุ้นชินกับขั้นตอนแล้ว เส้นทางนี้พวกแกสองคนก็นำทัวร์กันเองเลย!"
เจิ้งจื้อหย่งเขกหัวชายหัวโล้นทั้งสองไปคนละที ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืน!
"โอ๊ย!"
ชายหัวโล้นทั้งสองกุมหัวพลางแสดงสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด เส้นทางที่ทำเงินเห็นๆ แบบนี้ พี่ใหญ่จะให้พวกเขานำเองเลยเหรอ? พี่ใหญ่ช่างปราดเปรื่องสมคำร่ำลือจริงๆ!
งานเฉลิมฉลองดอกไม้ไฟสิ้นสุดลง นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางออกจากพื้นที่
เล่ยเป้าสอดใบแปะก๊วยไว้ในสมุดบันทึกอย่างทะนุถนอม ก่อนจะก้าวฉับๆ ออกไปอย่างเร่งรีบ "คืนนี้ฉันต้องรีบเขียนรายงานเบื้องต้น สถานการณ์ของที่นี่ต้องรีบส่งถึงมือผู้จัดการธนาคารโดยด่วนที่สุด"
"เดี๋ยวก่อนอาจารย์ อาจารย์ทุ่มเทขนาดนี้ แล้วคนอื่นจะเอาอะไรกินล่ะเนี่ย" เจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างๆ ถึงกับตะลึงในความขยันของเล่ยเป้า
ซูเจ๋อเดินมาจนถึงประตูทางขึ้นรถบัสของกรุ๊ปทัวร์ แต่จิตใจยังคงล่องลอยอยู่ในภวังค์ เขาดึงชายเสื้อของคุณปู่ซูพลางอ้อน "ปู่ครับ ต่อไปถ้าคุณปู่ออกไปเที่ยวที่ไหนอีก ต้องพาผมไปด้วยนะ!"
"ไม่เอา! ฉันไม่มีหลานที่น่ารำคาญแบบแก!" คุณปู่ซูโวยวายลั่น!
ไหนบอกว่าจะออกมาเป็นเพื่อนปู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครต้องดูแลใครกันแน่ คุณปู่ซูลูบใบไม้สีทองในอกเสื้อพลางคิดในใจว่า เรื่องราวที่พบเจอในวันนี้ ต้องกลับไปเล่าให้ยัยแก่ที่บ้านฟังอย่างละเอียดเสียหน่อย
บรรยากาศบนรถทัวร์เต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อเห็นเจิ้งจื้อหย่งและชายหัวโล้นทั้งสองเดินขึ้นรถมา เหล่านักท่องเที่ยวก็เริ่มรุมซักถามกันทันที!
"สุดยอดจริงๆ ตอนขามาผมเห็นทางคดเคี้ยวไปมายังแอบกังวลเลยว่าจะพาผมไปทิ้งที่ไหน ที่ไหนได้สนุกสุดเหวี่ยงขนาดนี้! ที่นี่ห่างไกลความเจริญขนาดนี้ พวกคุณไปหาเจอได้ยังไงกัน!"
"แน่นอนอยู่แล้ว! เถ้าแก่ของพวกเรากับเถ้าแก่ที่นี่เขาเป็นพี่น้องร่วมสาบานที่รู้ใจกัน!"
อดีตหนุ่มผมทองที่ปัจจุบันกลายเป็นหนุ่มหัวโล้นแสยะยิ้มกว้างอย่างร่าเริง
"ขอนามบัตรพวกคุณสักใบได้ไหม? โอ๊ย ที่นี่สนุกจริงๆ ฉันส่งรูปให้คนที่บ้านดูแล้ว พวกเขาบอกว่าอยากมากันมาก ฉันจะให้พวกเขาติดต่อพวกคุณนะ!"
คุณป้าสวมแว่นสายตายาวคนหนึ่งกำลังพิมพ์ข้อความลงในมือถืออย่างกระตือรือร้น ระหว่างนั้นก็เงยหน้ามองหนุ่มหัวโล้นผ่านช่องว่างเหนือกรอบแว่น
"นี่เป็นเส้นทางประจำใช่ไหม?"
"ใช่ครับ ใช่แน่นอน!"
เจิ้งจื้อหย่งมองชายหัวโล้นสองคนที่กำลังทำงานอย่างขันแข็ง
วันนี้ในกรุ๊ปทัวร์ ทั้งคู่ถูกเหล่าคุณลุงคุณป้าเอ่ยชมไม่ขาดปาก เด็กหนุ่มที่เคยเกเร ภาพลักษณ์เปลี่ยนไปเป็นคนละคนในพริบตา
หากให้พวกเขานำทัวร์เองสักสองสามครั้ง โดยมีหลินโปช่วยจับตาดูหน่อย เส้นทางนี้ก็คงมอบหมายให้พวกเขารับผิดชอบได้เต็มตัวแล้ว
ผู้คนต่างจากไปพร้อมกับพรของเทพไฉ่เสินและความคาดหวังที่เต็มเปี่ยม
ทุกคนยังคงรู้สึกอาลัยอาวรณ์ราวกับยังเที่ยวไม่เต็มอิ่ม ที่แห่งนี้มีแรงดึงดูดมหาศาลจริงๆ! จนทำให้หลายคนอดจินตนาการไม่ได้ว่า หรือเทพเจ้าจะมีอยู่จริง?
ทว่าในไม่ช้า ดินแดนเร้นลับสู่หลิงก็ดูเหมือนจะเตรียมคำตอบไว้ให้แล้ว
หลี่ม่อกลับถึงบ้าน เขาวางอุปกรณ์ลงแล้วเริ่มโอนถ่ายไฟล์เพื่อเตรียมตัดต่อวิดีโอทันที เขามองดูไฟล์ขนาดกว่าร้อยกิกะไบต์ในเครื่อง
สิ่งเดียวที่ทำให้เขากังวลใจในตอนนี้ก็คือ…
ฉากเด็ดมันเยอะจนเลือกไม่ถูกเลยนี่สิ!