เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 เหล่าผู้กล้ามาพร้อมหน้า

บทที่ 31 เหล่าผู้กล้ามาพร้อมหน้า

บทที่ 31 เหล่าผู้กล้ามาพร้อมหน้า


บทที่ 31 เหล่าผู้กล้ามาพร้อมหน้า

หลินโปกล่าวลาหลี่ม่อ เมื่อกลับมาถึงเขตท่องเที่ยวก็เป็นเวลาค่ำมืดแล้ว

แต่ที่น่าแปลกคือ วันนี้ศิษย์สำนักฟ้าครามทุกคนกลับไม่ได้ฝึกตนอยู่ในห้อง แต่กลับมารวมตัวกันที่ลานกว้างหน้าหาดมังกรซ่อน...นี่กำลังฝึกเต้นกันอยู่เหรอ?

กลุ่มคนฝึกซ้อมไปสักพักก็เกิดการโต้เถียงกันขึ้น

จากนั้นก็เห็นคนหลายคนขีดวงแบ่งพื้นที่ แล้วเริ่มประลองฝีมือกันอย่างกะทันหัน

ระหว่างการต่อสู้ พวกเขาก็ได้นำทักษะที่เพิ่งเรียนรู้มาใช้ด้วย

เกาหมิงเฟิ่งในฐานะผู้อาวุโสยืนดูอยู่ข้างๆ ไม่เพียงไม่ห้ามปราม แต่กลับโยนจานค่ายกลเข้าไปอีก

บนเวทีประลองเล็กๆ นั้น เดี๋ยวก็ฝนตกหนัก เดี๋ยวก็มีกลีบดอกไม้โปรยปราย บางครั้งก็มีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นมา

เซียวอวี้เอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ ก็ควบคุมหุ่นเชิดสองสามตัวให้ส่งเสียงเชียร์สร้างความครึกครื้น

หุ่นเชิดตัวหนึ่งกุมหัวร้องตะโกนว่า "อย่าสู้กันเลย พวกเจ้าอย่าสู้กันเลย!"

ส่วนอีกตัวทำท่าทางยโสโอหัง "ใครแพ้ต้องเรียกคนชนะว่าบิดา!"

ช่างเป็นภาพที่ดูสับสนในตัวเองสุดๆ

ขณะที่คนบนเวทีกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ศิษย์คนหนึ่งเหยียบเปลือกกล้วยที่เกิดจากค่ายกลเข้าพอดี และกำลังจะพุ่งเข้าไปหาคมกระบี่ของคู่ต่อสู้

ทันใดนั้น เย่เซิ่งเทียนก็ปรากฏกายดุจเทพเจ้า จู่ๆ ก็ไถลตัวเข้ามาจากด้านข้าง

มือข้างหนึ่งดึงศิษย์ที่กำลังจะล้มไว้ แล้วยืนขวางอยู่ข้างหน้า ส่วนมืออีกข้างยื่นสองนิ้วออกไปหนีบปลายกระบี่ที่กำลังพุ่งเข้ามา

แกร๊ก!

เสียงดังขึ้น ปลายกระบี่ก็แตกละเอียด

"การประลองระหว่างศิษย์พี่น้อง ควรมีขอบเขต เข้าใจหรือไม่?"

เอฟเฟกต์จากจานค่ายกลของเกาหมิงเฟิ่งเปลี่ยนเป็นหิมะโปรยปรายลงมาพอดี

ภายใต้บรรยากาศของหิมะแรก เย่เซิ่งเทียนดูหล่อเหลาไปถึงทุกเส้นผมเลยทีเดียว

ช่างเป็นภาพที่เหนือจริงอะไรเช่นนี้ เพียงแค่วันเดียว เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ฮู่ว่านหลี่เห็นหลินโปเดินเข้ามา ก็รีบลุกขึ้นยืนทันที

"เถ้าแก่ ท่านกลับมาแล้ว เมื่อคืนก่อนท่านผู้อาวุโสได้ถ่ายทอดวิชาให้กลางดึก ศิษย์ทั้งหลายต่างทุ่มเทศึกษาค้นคว้ามาหลายวัน มีบางจุดที่ยังไม่เข้าใจ จึงมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันที่นี่ ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสพอจะชี้แนะได้บ้างหรือไม่..."

หลินโปเกาจมูกตัวเอง

เขาจะไปชี้แนะอะไรได้

"แค่กๆ สิ่งที่ข้าถ่ายทอดให้พวกเจ้าล้วนเป็นพื้นฐาน ส่วนจะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไรนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์"

ฮู่ว่านหลี่พยักหน้าอย่างเข้าใจในทันที สิ่งที่ผู้อาวุโสถ่ายทอดคือรากฐานแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่ แม้จะเรียบง่าย แต่ก็สามารถพลิกแพลงได้หมื่นพันรูปแบบ!

หลินโปหยิบเอกสารออกมาปึกหนึ่ง

มันคือแผนการที่เขาอดนอนทำเมื่อคืนนี้

"พวกเจ้าดูนี่ นี่คือรายการแสดงที่จะใช้ในสุดสัปดาห์นี้ ข้าได้เพิ่มบทเข้าไปบางส่วน"

"วันเสาร์นี้ นักท่องเที่ยวจะต้องไม่น้อยแน่ จงนำสิ่งที่ข้าสอนไปประยุกต์ใช้ให้ดี และนำเสนอมันออกมา! วันพุธเอาฉบับร่างแรกมาให้ข้าดู ข้าจะให้คำแนะนำเพื่อปรับแก้"

"ขอรับ" ฮู่ว่านหลี่รับเอกสารมาอย่างระมัดระวัง เปิดดูแล้วเริ่มครุ่นคิด

นี่คือบททดสอบจากท่านผู้อาวุโส!

จะต้องทำให้ดีที่สุดให้ได้

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในไม่กี่วัน

ในที่สุดก็ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อแสงอรุณแรกสาดส่องผ่านทิวไม้บริเวณทางเข้าเขตท่องเที่ยว ผู้เฒ่าจางก็จูงวัวของเขาเดินทอดน่องผ่านป่า เตรียมจะปล่อยวัวแล้วค่อยไปตกปลาที่ริมแม่น้ำต่อ

เมื่อเดินมาถึงใต้ต้นไทรต้นหนึ่ง เขาก็ชะลอฝีเท้าลงอย่างชำนาญ

ทันทีที่เขาช้าลง ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากที่ไกลๆ ราวสามร้อยกว่าเมตร

"ทุกคนโปรดทราบ!"

"ตัวละครเข้าสู่ตำแหน่งที่กำหนดแล้ว"

"ไวต์บาลานซ์อัตโนมัติ, ISO 100, รูรับแสง 11 ฟังคำสั่งผม! เริ่มถ่าย!"

สิ้นเสียงคำสั่ง

ก็ได้ยินเสียงชัตเตอร์ดัง แชะ แชะ แชะ รัวมาจากระยะไกล

วันแรกๆ ที่ผู้เฒ่าจางได้ยินเสียงนี้ เขายังรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เขาได้เติบโตเป็นนายแบบผู้เจนสนามอย่างเต็มตัวแล้ว

เมื่อเสียงเริ่มซาลง ผู้เฒ่าจางก็เดินต่อไป

พอเดินมาถึงบนสะพาน แสงอรุณก็วาดเงาร่างของเขาออกมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ

ผู้เฒ่าจางชะลอฝีเท้าลงอีกครั้ง

ณ ที่ไกลออกไป เลนส์กล้องนับร้อยตัวต่างพร้อมใจกันหันมาทางนี้ และเสียงชัตเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกระลอกราวกับเสียงปืนใหญ่

"เรียบร้อย! เปลี่ยนตำแหน่ง เตรียมเข้าเขตท่องเที่ยว อีกครึ่งชั่วโมง ถ่ายฉากผู้เฒ่าหย่อนเบ็ด!"

ภายในหนึ่งสัปดาห์ เหล่าปรมาจารย์เฒ่าก็สามารถจับเส้นทางการเคลื่อนไหวของชายชราผู้นี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

ในยามเช้าตรู่ เขาจะไปปล่อยวัวที่ริมแม่น้ำ จากนั้นจะกลับมาตกปลาที่ริมแม่น้ำภายในเขตท่องเที่ยว

ฉากตอนปล่อยวัวนั้นสามารถถ่ายได้ฟรี

แต่หลังจากนั้นถ้ายังอยากถ่ายต่อ ก็ต้องเข้าไปในเขตท่องเที่ยว

ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ก็ต้องถ่ายให้ครบเซ็ตอยู่แล้ว ปืนใหญ่เลนส์ยาวก็ซื้อมาแล้ว จะมาขาดเงินค่าตั๋วแค่นี้ได้อย่างไร?

ทั้งทิวทัศน์ ทั้งแสง ทั้งคุณปู่คนนี้!

ถ่ายออกมาแล้วรูปมัน "สวยจึ้ง" จริงๆ นะ!

ด้วยการสนับสนุนจากกองทัพปรมาจารย์ ประกอบกับวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทดลองเปิดให้บริการ และยังสามารถใช้ตั๋ว Early Bird ได้

ดังนั้น แม้เขตท่องเที่ยวยังไม่เปิดทำการอย่างเป็นทางการ แต่ยอดจองตั๋วก็พุ่งไปเกือบห้าร้อยคนแล้ว

จางเสี่ยวเสี่ยวจ้องมองข้อมูลในระบบหลังบ้าน แล้วเงยหน้ามองกลุ่มปรมาจารย์เฒ่าที่มาถึงก่อนใครเพื่อนด้านนอก อ้าปากค้างด้วยความตกใจ

"นี่...คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ...?"

หลินโปยิ้ม "ในอนาคตจะเยอะกว่านี้อีก"

ในกลุ่มฝูงชน มีชายหญิงคู่หนึ่งสะพายกล้อง สวมแว่นกันแดด กำลังกระซิบกระซาบกันอยู่

"พี่เป้า เราจำเป็นต้องแต่งตัวกันขนาดนี้เลยเหรอ? ไหนว่านัดกับทางเขตท่องเที่ยวไว้ว่าจะมาดูงานพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ?"

"เหอะ แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงว่าพรุ่งนี้พวกเขาจะไม่จ้างนักแสดงมาสร้างข้อมูลปลอมๆ การแอบมาล่วงหน้าแบบนี้ต่างหากถึงจะได้ข้อมูลที่จริงแท้ที่สุด ในการทำธุรกิจ เธอยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ ดูไว้แล้วก็เรียนรู้ซะ!"

เล่ยเป้าคนนี้ก็คือผู้จัดการดูแลลูกค้าของธนาคารที่รับผิดชอบโครงการ "เขตท่องเที่ยวแดนเร้นลับสู่หลิง" นั่นเอง

เมื่อวานหลังจากนัดเวลาแล้ว เขาก็ตัดสินใจมาดูลาดเลาก่อนทันที โครงการนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตในอาชีพของเขา จะเกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด

อีกด้านหนึ่ง หลี่ม่อก็เตรียมอุปกรณ์ไว้พร้อมแต่เช้า ไม่ต้องพูดถึงโดรน แค่กล้องกับเลนส์ก็พกมาถึง 3 ตัว!

ครั้งก่อนๆ ปล่อยให้คนไม่เป็นมืออาชีพแซงหน้าไปได้ ครั้งนี้เขาจะต้องล้างอายให้ได้ จะไม่ยอมพลาดประเด็นร้อนๆ หลุดรอดไปแม้แต่จุดเดียว!

งานนี้ต้องจัดหนัก!

กลุ่มเพื่อนร่วมหอของอวี๋หยางก็ปรากฏตัวที่เขตท่องเที่ยวพร้อมกันอีกครั้ง

"ฉันกลับบ้าน เลยแวะมาเที่ยวเฉยๆ พวกนายมากันได้ยังไงเนี่ย!" หวังโป๋อวี่มองเพื่อนร่วมหอที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยังบอกว่าจะไม่มา ด้วยความตกตะลึง

"เมื่อวานบัญชีทางการของเขตท่องเที่ยวบอกว่า ยังมีก้อนทองเหลืออีกสามก้อนที่ยังหาไม่เจอ! ฉันเลยคิดว่าถ้าหาเจออีกสักสองก้อน เงินทุนเริ่มต้นสำหรับเช่าบ้านหลังเรียนจบก็มีแล้วสิ"

อวี๋หยางดีดลูกคิดในใจดังแปะๆ

"ฉันมาแก้บนน่ะ หลังจากกลับไปคราวก่อน ก็นอนหลับสบาย กินข้าวอร่อย กระเป๋าตังค์ที่หายไปครึ่งเดือนก็หาเจอแล้ว ฉันจะไปหาท่านเซียนเฒ่าให้ทำนายโชคลาภอีกรอบ" โจวซานถูมือไปมา

"การทดลองเสร็จแล้ว ก็ต้องผ่อนคลายกันหน่อย เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนสุดท้ายแล้ว ก็ต้องอยู่กับพวกนายให้เต็มที่หน่อยสิ แล้วอีกอย่าง จะพลาดบทสรุปเกมล่าสุดไปได้ยังไง!"

จี้เจ๋อหมิงถือสมุดบันทึกไว้ในมือ หลังจากกลับไปครั้งที่แล้ว เขาได้รวบรวมประสบการณ์ของทุกคนในหอพักมาทำเป็นบทสรุปเกม "แดนเร้นลับสู่หลิง" ฉบับสมบูรณ์ที่สุด พร้อมทั้งรวบรวมเบาะแสเนื้อเรื่องเบื้องหลังของแดนเร้นลับสู่หลิงเอาไว้

มันกลายเป็นกระแสเล็กๆ บนโลกออนไลน์

เขาต้องมาเก็บข้อมูลเพื่ออัปเดตต่อ!

เอาเถอะ! แต่ละคนเหตุผลดีกันทั้งนั้น!

พูดง่ายๆ ก็คือยังเที่ยวไม่หนำใจนั่นแหละ!

ขณะที่หนุ่มน้อยทั้งสี่กำลังจะเดินเข้าประตู ทันใดนั้นก็มีรถตู้คันหนึ่งมาจอดด้านนอก

คนกลุ่มหนึ่งลงมาจากรถ ดูเหมือนเป็นทีมงานถ่านทำ

หนึ่งในนั้นกำลังติดตั้งอุปกรณ์บนตัว พร้อมกับพูดใส่กล้องไปด้วย

"ยินดีต้อนรับสู่ไลฟ์สตรีมครั้งแรกของจอมยุทธ์ล้มโต๊ะ! วันนี้พี่จัวจะพาทุกคนไปแฉความจริงแบบเจาะลึกกันอีกครั้ง!"

"พี่น้องครับ ตอนนี้เรามาถึงที่ที่กำลังฮอตฮิตในช่วงนี้ นั่นก็คือเขตท่องเที่ยวแดนเร้นลับสู่...แห่งหนึ่ง"

"พี่จัวคนนี้ไม่มีคำว่าจกตา วันนี้จะไลฟ์สดพาไปงัดหลักฐานฟาดให้เห็นกันจะจะ”

"เขตท่องเที่ยวแห่งนี้มีอะไรตุกติกหรือเปล่า แล้วไอ้ราคาถูกเว่อร์เนี่ยมันมีตุกติกอะไรมั้ย วันนี้เดี๋ยวพี่จัวจัดให้กระจ่าง!”

คอมเมนต์ในไลฟ์สตรีมหลั่งไหลเข้ามาอย่างล้นหลาม

[ใช่ๆๆ  ไอ่พวกที่อวยเช่าชุด 5 หยวนเนี่ย คิดอะไรกันอยู่ แค่ค่าซักยังไม่คุ้มเลย มั่นใจเลยว่าผ่านไปอาทิตย์นึง ชุดเน่าหนอนแน่นอน]

[ร้านช่างตีเหล็กคนนั้นน่ะ ที่ชื่อเล่อเล่อ ผู้หญิงตัวนิดเดียวตีเหล็กโชว์ในไลฟ์มา 7 วันติดละ สงสัยจะเป็นหน้าม้าที่จ้างมาแอ๊บทำคอนเทนต์ชัวร์ๆ]

[รีบไปเลยๆๆ ถูกขนาดนี้ต้องมีเรื่องฉาวแน่ๆ!]

[ ที่บอกว่าแจกเงินรางวัลเป็นก้อนทองนี่จริงปะ? ]

[ของฟรีไม่มีในโลกหรอก ก็เตี๊ยมกันมาทั้งนั้นแหละ จะไปเชื่อไรได้]

จ้าวกังมองดูปฏิกิริยาในคอมเมนต์แล้วก็พึงพอใจอย่างยิ่ง

ช่วงก่อนหน้านี้มีสตรีมเมอร์สายแฉดังขึ้นมาหลายคน เขาจึงตัดสินใจกระโดดเข้าสู่วงการนี้ทันที แต่สิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นคือเขาเลือกเส้นทางการ "ไลฟ์สด"

เขาใช้การไลฟ์สดด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่งและมุมกล้องที่ไม่ปกติ อาศัยความรู้สึกสมจริงขั้นสุด สร้างความรู้สึกร่วมอย่างรุนแรง และโด่งดังอย่างรวดเร็วจากการปะทะคารมกับร้านค้าหน้าเลือดหลังจากเปิดโปงความจริง

จนตอนนี้กลายเป็นเน็ตไอดอลที่มีผู้ติดตามหลายแสนคนแล้ว

"เอาล่ะ ทุกคนเงียบหน่อย กติกาเดิม ต่อจากนี้พี่จัวจะไม่อ่านคอมเมนต์แล้ว วันนี้พี่จัวจะใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่งเหมือนเดิม ไปลองของแทนทุกคน! กระชากหน้ากากพวกเถ้าแก่ใจดำ จัดการพ่อค้าขี้โกง!"

[เรื่องจับโป๊ะ เราเชื่อแต่พี่จัวเท่านั้น!]

ช่องแชทเดือดพล่าน เชียร์กันสุดฤทธิ์

จบบทที่ บทที่ 31 เหล่าผู้กล้ามาพร้อมหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว