- หน้าแรก
- พนักงานรีสอร์ทของผมเป็นเซียนกระบี่
- บทที่ 30 บริษัททัวร์เหล่าปิง (ทหารผ่านศึก)
บทที่ 30 บริษัททัวร์เหล่าปิง (ทหารผ่านศึก)
บทที่ 30 บริษัททัวร์เหล่าปิง (ทหารผ่านศึก)
บทที่ 30: บริษัททัวร์เหล่าปิง (ทหารผ่านศึก)
หลินโปและหลี่ม่อเดินออกจากบริษัททัวร์หย่วนซาน
หลี่ม่อรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย "ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าประธานหลิวคนนี้จะเป็นคนแบบนี้ ทำให้นายเสียเวลาเปล่าเลย เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อนนายตระเวนดูอีกสักสองสามที่”
หลินโปตบไหล่หลี่ม่ออย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เลย ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ ผมอาจจะไม่ได้เจอหน้าใครเลยด้วยซ้ำ"
บริษัททัวร์ใหญ่ๆ ในท้องถิ่นก็มีอยู่ไม่กี่เจ้า บางเจ้าถึงกับบล็อกเบอร์ติดต่อของเขาไปแล้วด้วย
เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
หลินโปคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เราไปดูที่สถานีรถไฟกันเถอะ"
บริษัททัวร์ขนาดกลางและขนาดย่อมมักจะไปหาลูกค้าที่สถานีรถไฟ ไปดูก็รู้แล้ว
คนทั้งสองมาถึงสถานีรถไฟ พอดีกับที่มีรถไฟขบวนหนึ่งเข้าเทียบชานชาลา นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ทยอยลงมาจากรถไฟ
พวกแท็กซี่เถื่อน ที่พัก บริษัททัวร์ที่ดักรออยู่หน้าประตู ต่างพากันเปิดลำโพงประกาศเรียกลูกค้าเสียงดังสนั่น
“เที่ยวเขาสู่หลิงปรึกษาฟรีจ้า!”
“รถเมล์คิวยาวนะ ไปเขาสู่หลิงไหมครับ!”
“ได้ที่พักกันหรือยังเอ่ย!”
หลินโปและหลี่ม่อลงจากรถ กำลังจะเดินเข้าไปดู
ข้างๆ กันนั้น มีเสียงทะเลาะวิวาทดังออกมาจากรถมินิบัสคันหนึ่ง
"เฮ้! พวกคุณทำอะไรกันน่ะ ไม่ใช่ว่าบอกว่าเป็นรถรับส่งของทางการเหรอ? ทำไมถึงพาเรามาที่รถเล็กนี่ล่ะ อะไรคือค่าทัวร์ ฉันไม่ไปกับทัวร์! อย่ามายุ่งกับกระเป๋าเดินทางของฉันนะ"
"เอ๊ะ คุณอย่ามาพูดจาใส่ร้ายกันนะ! เราจะช่วยพวกคุณซื้อตั๋วเข้าชมต่างหาก!"
“มันก็ต้องดูด้วยสิว่าตั๋วอะไร! ผมไม่ได้อยากไปพิพิธภัณฑ์มรดกโลกสักหน่อย!”
หลินโปมองไปที่รถ สติกเกอร์บนตัวรถขาดรุ่งริ่งเล็กน้อย ตัวอักษรที่โผล่ออกมาข้างใต้ดูคุ้นตาอยู่บ้าง
ไม่ใช่บริษัททัวร์หย่วนซานหรอกหรือ? ยังจะมาบอกว่าเป็นบริษัททัวร์ใหญ่อีกนะ แอบหาเงินแบบนี้ได้ยังไง
เขากำลังจะก้าวเข้าไป
ก็เห็นชายร่างสูงใหญ่ท่าทางองอาจคนหนึ่งเข้ามาดึงไกด์บนรถไว้
“พอได้แล้ว คนเขามาเที่ยวบ้านเรา พวกแกยังจะมาบังคับซื้อบังคับขายอีกเหรอ?”
ไกด์คนนั้นกวาดตามองคนที่เข้ามา เห็นบัตรไกด์ที่ห้อยอยู่บนคอของเขา
"พวกเดียวกันมาแย่งลูกค้าเหรอ! ไม่อายบ้างหรือไง!" พูดจบก็ยื่นมือจะเข้าไปกระชากคอเสื้อ
แต่คนที่เข้ามากลับหลบได้ทัน แล้วใช้ท่าจับล็อกคว้าข้อมือไว้ บิดไปด้านหลังทันที
ไกด์ตัวเล็กคนนั้นร้องโอดโอยออกมาทันที
หญิงสาวกรีดร้องพลางลากกระเป๋าเดินทางไปอีกด้านหนึ่ง "ฉันจะไปเรียกคนมา!"
ยังไม่ทันขาดคำ ชายหนุ่มสามคนในเสื้อเชิ้ตลายดอกก็ถือไม้พุ่งเข้ามา ทั้งสามคนทำผมคนละสี ล้อมไกด์คนก่อนหน้านี้ไว้ "ใครมันกล้าลงมือกับพี่ใหญ่ของพวกเรา!"
ชายผมทองมาช้ากว่าเพื่อน พอเห็นหญิงสาวก็ยิ้มแล้วเข้าไปช่วยถือกระเป๋าเดินทาง
"ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ? อย่าเพิ่งรีบไปสิ รถเมล์ออกไปแล้วนะ เดี๋ยวพวกเราไปส่งที่เขตท่องเที่ยวเอง"
"ไม่ต้องๆ!" หญิงสาวดึงกระเป๋าเดินทางกลับมาอย่างหวาดผวา สลัดมือคนนั้นออกแล้ววิ่งหนีไป "เป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ อีกาที่ไหนก็ดำเหมือนกันหมด!" (เชื่อไม่ได้สักคน!)
สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายไปหมด
จนกระทั่งหลินโปเดินถือโทรศัพท์ออกมาจากด้านข้าง "เลิกบ้ากันได้แล้ว ขืนยังเรียกลูกค้าผิดกฎระเบียบแบบนี้อีก ผมแจ้งเจ้าหน้าที่แล้วนะ"
"แก! พวกแกฝากไว้ก่อนเถอะ!"
ไกด์คนนั้นอาศัยจังหวะชุลมุน สลัดตัวหลุดจากวัยรุ่นที่กดเขาไว้ ปีนขึ้นรถปิดประตูแล้วสั่งให้คนขับรีบซิ่งหนีไป
"เฮ้ย! ให้ไอ้หมานั่นหนีไปได้ไง ลูกพี่ พี่ไม่หาลูกค้าเหรอ ทำไมมามัวแต่ผดุงความยุติธรรมอยู่นั่นแหละ!"" ชายหนุ่มที่ถือไม้เช็ดจมูกตัวเอง บ่นอุบอย่างไม่สบอารมณ์
"รั้งตัวคนไว้ก็ไม่อยู่ วันนี้ไม่มีลูกค้าเลยเนี่ย!" ชายผมทองที่เมื่อครู่เข้าไปดึงหญิงสาวก็เดินเข้ามาอย่างผิดหวัง
"แล้วแกเป็นใคร?" ในที่สุดก็มีคนสังเกตเห็นหลินโปและหลี่ม่อที่อยู่ข้างๆ
"พลเมืองดีที่เดินผ่านทางมา" หลินโปเหลือบมองไม้ในมือของอีกฝ่าย "ตอนแรกว่าจะแจ้งตำรวจ... แต่กลัวว่าจะโดนจับไปด้วยกันหมด"
"ว่าแต่พวกคุณเปิดบริษัททัวร์เหรอ? สนใจร่วมมือกันหน่อยไหม?"
…………………
"เถ้าแก่ของดินแดนเร้นลับสู่หลิง! ไอ้เขตท่องเที่ยวที่ใกล้เจ๊งนั่นน่ะเหรอ?"
"หุบปาก! ถ้าพูดจาดีๆ ไม่เป็นก็หุบปากไปซะ! ไปหาลูกค้าต่อเลยไป"
เจิ้งจื้อหย่ง หรือก็คือชายคนที่ช่วยหญิงสาวเมื่อครู่นี้ เตะเข้าไปที่ก้นของชายหนุ่มที่โวยวายอยู่
"ติดกระดุมเสื้อของแกให้มันเรียบร้อย! ขืนยังทำตัวเป็นกุ๊ยข้างถนนอีก คืนนี้กลับไปวิ่งยี่สิบกิโล!"
"อย่าเลยน่า ผมไปเดี๋ยวนี้แหละ ลูกพี่เล่นไม่ให้ใช้ลูกล่อลูกชน แล้วจะไปแย่งลูกค้าสู้ชาวบ้านเขาได้ไง... ไปก็เสียเวลาเปล่า”
ชายหนุ่มคนนั้นบ่นพึมพำในลำคอ มือข้างหนึ่งติดกระดุมพลางเดินออกไป ตอนที่เดินผ่านหลินโป ก็ไม่ลืมที่จะส่งสายตาเตือนมาให้
"ถ้ายังจ้องอีก คืนนี้แกไปโกนหัวซะ!"
หลังจากเจิ้งจื้อหย่งตะคอกใส่ลูกน้องเสร็จ เขาก็เดินเข้ามา ยื่นแก้วชาเคลือบใบหนึ่งให้หลินโป
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืนไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว คุณดื่มน้ำก่อนเถอะ”
"ขอบคุณครับ" หลินโปรับแก้วชามา ตัวแก้วเป็นสไตล์สีเขียวทหารแบบย้อนยุค
เมื่อครู่ตอนที่เจิ้งจื้อหย่งได้ยินว่าพวกเขาอยากร่วมมือ ก็เลยพามาคุยที่ร้าน
[บริษัททัวร์เหล่าปิง (ทหารผ่านศึก)]
เมื่อหลินโปเห็นชื่อนี้ เขาก็อดที่จะรู้สึกเคารพยำเกรงขึ้นมาไม่ได้
ภายในร้านไม่มีการตกแต่งอะไรมากนัก มีเพียงโต๊ะทำงานและเก้าอี้แบบเก่าๆ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ของที่ทำจากผ้าตั้งแต่ผ้าเช็ดถ้วยชาไปจนถึงหมอนอิงบนโซฟาล้วนพับเป็นทรงสี่เหลี่ยมเต้าหู้ตามระเบียบทหาร
ข้างๆ แขวนธงเชิดชูเกียรติจากการทำความดีไว้เป็นแถว
ยากจะเชื่อว่านี่คือบริษัททัวร์ คนไม่รู้อาจจะนึกว่าเป็นศูนย์กู้ภัยอะไรสักอย่าง
ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีพนักงานที่ท่าทางเหมือนนักเลงแบบนี้ได้
ราวกับมองเห็นความสงสัยในใจของหลินโป เจิ้งจื้อหย่งจึงอธิบายว่า:
"การศึกษาแถวบ้านนอกมันไม่ค่อยดี เด็กบางคนไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ ยังจะหนีไปมั่วสุมกับสังคมข้างนอก ที่บ้านกลัวว่าจะเสียคน เลยโยนมาให้ผมที่นี่ อย่าถือสาเลยนะครับ”
มิน่าล่ะ ถึงได้เป็นสไตล์นี้
หลินโปไม่พูดพร่ำทำเพลง เข้าประเด็นทันที “สถานที่ท่องเที่ยวของผมช่วงนี้ค่อนข้างเป็นกระแสในโต่วโต่ว (TikTok) คุณลองดูก่อนได้ครับ ติดแค่การเดินทางไม่สะดวก ไม่ค่อยเอื้อต่อนักท่องเที่ยวต่างถิ่น เลยอยากร่วมมือกับบริษัททัวร์โดยตรง ลองพาทัวร์ไปลงสักสองสามกรุ๊ปดูครับ
"ผมขอดูหน่อย" เจิ้งจื้อหย่งพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาตรวจสอบ ราวกับได้เห็นกิจกรรมของเขตท่องเที่ยว เจิ้งจื้อหย่งพึมพำกับตัวเอง "ห้าหยวนเหรอ ราคานี้..."
"ผมเข้าใจครับว่าราคานี้ถูกมาก พวกบริษัททัวร์ไม่มีช่องว่างให้หักค่าคอมมิชชั่น แต่..."
หลินโปเอ่ยปากอธิบายอย่างจนใจ ถ้ายังตกลงกันไม่ได้อีก เขาก็คงต้องหาทางอื่นแล้ว
"คงจะไม่ปรับเปลี่ยนตามใจชอบใช่ไหม?" เจิ้งจื้อหย่งมองหลินโปอย่างจริงจัง
หืม?
"ไม่...ไม่ปรับครับ"
"งั้นก็ดี ผมหวังว่าทัวร์ทุกกรุ๊ปของผมจะได้รับประสบการณ์ที่เหมือนกัน ถ้าคนไปทีหลังแล้วคุณขึ้นราคาปุบปับมันก็ไม่ดี"
หลินโปเบิกตากว้าง นี่แหละวิสัยทัศน์ของทหารผ่านศึก!
“เรื่องนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน! กิจกรรมในเมืองถามเซียนจะยังคงเป็นราคาที่เข้าถึงง่ายเสมอ ส่วนสัปดาห์นี้ ภายในเขตท่องเที่ยวจะมีภัตตาคารเปิดให้บริการ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ โรงแรม ร้านของที่ระลึก จะทยอยตามมาทีหลัง เรื่องส่วนแบ่งค่อยมาคุยกันตอนนั้นก็ได้ครับ”
"เรื่องพวกนั้นยังไม่รีบ อาหารสำหรับกรุ๊ปทัวร์ไม่จำเป็นต้องทานที่เขตท่องเที่ยวของคุณก็ได้ รอให้คุณภาพอาหารในภัตตาคารของคุณคงที่ก่อน แล้วเราจะไปลองชิมดูก่อนค่อยพิจารณา"
เจิ้งจื้อหย่งหยิบสมุดบันทึกปกดำเล่มหนึ่งออกมาจากข้างๆ แล้วพลิกดู
"เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้บ่ายๆ ทางเรามีกรุ๊ปทัวร์เล็กๆ จะผ่านไปทางนั้นพอดี แล้วพวกคุณก็ยังอยู่ในช่วงทดลองเปิดให้บริการด้วย ตั๋ว Early Bird 9.9 หยวนนั่นยังมีอยู่ใช่ไหม?"
"มีครับ"
"อืม ราคานี้ เพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวเข้าไปกะทันหัน นักท่องเที่ยวน่าจะรับได้ ครั้งนี้ผมไม่คิดค่าบริการของคุณ ถ้าผลตอบรับดี เราค่อยมาคุยเรื่องความร่วมมือกันต่อ"
หลินโปไม่คิดว่าทุกอย่างจะราบรื่นขนาดนี้!
แถมยังไม่คิดค่าบริการอีกต่างหาก ความดีใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าของเขาทันที
"พี่เจิ้งใจกว้างขนาดนี้ ผมก็ไม่ขอเอาเปรียบพี่หรอกครับ ตอนเย็นประมาณทุ่มหนึ่งที่เขตท่องเที่ยวจะมีการแสดง จะปล่อยให้คนในกรุ๊ปทัวร์ของเราหิวไม่ได้"
"ผมจะเตรียมอาหารไว้ให้พวกคุณ ถือซะว่าช่วยพวกเราทดสอบเมนูอาหารไปในตัว พวกคุณมาถึงสักประมาณบ่ายสามบ่ายสี่โมงก็พอครับ"
"ก็ได้" เจิ้งจื้อหย่งขีดเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดบันทึก ทำเครื่องหมายบอกเวลาไว้
ตกลงเรียบร้อย!
ก้อนหินในใจของหลี่ม่อถูกยกออกไปเสียที ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก แต่อย่างน้อยเรื่องราวก็ลงเอยด้วยดี
หลังจากหลินโปและหลี่ม่อจากไป เจิ้งจื้อหย่งก็โยนสมุดบันทึกให้ชายหนุ่มหัวเขียวที่อยู่ด้านหลัง "ไปโทรแจ้งนักท่องเที่ยวของวันเสาร์เรื่องการเปลี่ยนแปลงโปรแกรม พูดจาให้สุภาพด้วย"
ชายผมเขียวพลิกดูสมุดบันทึก "ไม่เก็บเงินค่าเข้าเขตท่องเที่ยวของพวกเขาจริงๆ เหรอพี่?"
"เจ้าหนุ่มนั่นฉันไม่เคยเจอ แต่พ่อของเขา ฉันเคยเจอครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว"
เจิ้งจื้อหย่งนึกถึงอดีต แล้วหยุดไปครู่หนึ่ง “เป็นคนดีทีเดียว”
…
ไผ่ดีย่อมมีหน่อเลวได้! ชายผมเขียวคร่ำครวญในใจ
เถ้าแก่หลินคนนั้นเมื่อครู่ดูท่าทางพึ่งพาได้ก็จริง แต่วีรกรรมผลาญสมบัติพ่อในอดีต ใครในวงการนี้บ้างจะไม่รู้!
เอาเถอะ พี่ใหญ่อยากจะทำการกุศลอีกแล้ว
ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร ก็เอาแต่ตะโกนปาวๆ ว่าความรับผิดชอบ!
ความมุ่งมั่น! การอุทิศตน! แล้วก็พุ่งเข้าไป
ไม่รู้ว่าผลาญเงินไปเท่าไหร่แล้ว ทำให้เสียธุรกิจไปมากแค่ไหน
ปลดประจำการกลับบ้านมาตั้งกี่ปีแล้ว ยังสลัดคราบทหารไม่หลุดสักที