- หน้าแรก
- พนักงานรีสอร์ทของผมเป็นเซียนกระบี่
- บทที่ 29 แสวงหาความร่วมมือ
บทที่ 29 แสวงหาความร่วมมือ
บทที่ 29 แสวงหาความร่วมมือ
บทที่ 29: แสวงหาความร่วมมือ
พอมีเรื่องนี้อยู่ในใจ หลินโปจะข่มตาหลับต่อไปได้อย่างไร เขาจึงลุกขึ้นจากเตียงทันที
เขาเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อ
ก่อนหน้านี้ ตอนที่ร่างเดิมกำลังรุ่งเรืองอยู่ในเมืองสู่หลิง มีเถ้าแก่บริษัททัวร์หลายคนเข้ามาหาและยื่นนามบัตรให้ด้วยตัวเอง พูดประมาณว่ารอให้เขตท่องเที่ยวเปิดเมื่อไหร่ ก็อยากจะขอร่วมมือกับเขตท่องเที่ยวเป็นเจ้าแรกๆ
หลินโปไม่ได้ลบข้อมูลติดต่อเหล่านี้ทิ้งไป
เขาค้นนามบัตรออกมาจากมุมห้อง แล้วลองโทรออกไปสองสามเบอร์
ผลลัพธ์ที่ได้คือเสียงสัญญาณไม่ว่างเหมือนกันหมด
หลินโปขมวดคิ้ว นี่ฉันโดนบล็อกเบอร์แล้วเหรอ?
นานๆ ทีจะมีคนรับสาย แต่พอได้ยินว่าเป็นหลินโป ก็วางสายไปทันที
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโทรหาหลี่ม่อ
"ได้ยินว่าพวกพี่มาถ่ายทำละครกันที่นี่ พอจะมีคอนเนคชั่นบริษัททัวร์บ้างไหม"
"มีอยู่เจ้านึงพอดีเลย การจัดการภาคพื้นดิน ที่พัก แล้วก็อาหารการกินของพวกเรา ก็ให้พวกเขาจัดการทั้งหมด ตอนบ่ายไม่มีงาน เดี๋ยวฉันพานายไปดูหน่อยไหม?"
“ได้เลย! ขอบใจมากพี่ชาย พี่นี่มันพี่ชายบังเกิดเกล้าของผมจริงๆ”
“ไม่ต้องมาปากหวาน วันหน้าถ้าที่ท่องเที่ยวของนายรุ่งแล้ว ให้ฉันยืมสถานที่ถ่ายทำคิดค่าเช่าถูกๆ ก็พอ”
เหอะ ไม่เหมือนตอนเมื่อไม่กี่วันก่อนที่ดูถูกเขตท่องเที่ยวของฉันเลยนี่!
ตอนบ่าย หลินโปเพิ่งจะเตรียมขับรถอู่หลิงหงกวงของเขาออกไป ก็เห็นรถของหลี่ม่อจอดรออยู่ที่หน้าประตูเขตท่องเที่ยวแล้ว
หลี่ม่อยื่นตัวออกมาจากรถ แล้วกวักมือเรียกหลินโป
"ไม่ต้องขับรถอู่หลิงคันเล็กของนายแล้ว ฉันให้โปรดิวเซอร์ของเราโทรไปคุยกับบริษัททัวร์ให้แล้ว ฟังจากท่าทีของอีกฝ่าย ดูเหมือนจะสนใจเขตท่องเที่ยวของพวกนายอยู่ไม่น้อยเลยนะ ฉันจะพานายไปหาเขาโดยตรงเลย!"
“รวดเร็วทันใจขนาดนี้เชียว?” หลินโปก็ไม่เกรงใจ กระโดดขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับทันที หลี่ม่อขับรถมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง
เมืองสู่หลิงนั้น ด้วยความที่มีภูเขาสู่หลิงอยู่ จึงได้รับการยกฐานะจากอำเภอเป็นเมืองเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน จัดเป็นเมืองระดับอำเภอ
ตัวเมืองคึกคักกว่าอำเภออื่นๆ แต่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก
หลี่ม่อขับรถพุ่งตรงไปยังย่านที่คึกคักที่สุดใจกลางเมือง เลี้ยวเข้าตรอกแห่งหนึ่ง ก็เห็นป้ายหน้าร้านสีแดงขนาดใหญ่
[บริษัททัวร์หย่วนซาน]
"เจ้านี้แหละ งานซัพพอร์ตเบื้องหลังของกองถ่ายเราจ้างเจ้านี้ดูแลทั้งหมด ที่เลือกพวกเขาเพราะเก๋าเกม แล้วก็มีคอนเนกชันในท้องที่เยอะ”
หลี่ม่อพาหลินโปเดินเข้าไปข้างใน พร้อมกับกระซิบอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง
"ตามข้อมูลที่ฉันไปสืบมา หน่วยงานหลายแห่งจากหรงเฉิงที่มาจัดกิจกรรมทีมบิวดิ้งที่ภูเขาสู่หลิงก็ใช้บริการของพวกเขาทั้งนั้น โปรดิวเซอร์ของเราก็ฟังคำแนะนำจากเพื่อนของเขามาอีกที นายลองดูแล้วกันว่าจะสำเร็จไหม"
หลินโปพยักหน้า "เข้าใจแล้ว ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ อีกไม่กี่วันจะเชิญพี่ไปทานข้าวที่เขตท่องเที่ยว"
"ได้เลย!" หลี่ม่อหัวเราะกลบเกลื่อน แต่ในใจกลับแอบบ่นเงียบๆ เขตท่องเที่ยวของพวกนายมีอะไรให้กินกัน?
กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหรอ?
แต่ในฐานะพี่ใหญ่ ก็ต้องรักษาน้ำใจของน้องชายเอาไว้
พอคนทั้งสองมาถึงสำนักงาน เถ้าแก่ที่อยู่ข้างในก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น
"นี่มันบอสหลินไม่ใช่เหรอ ไม่ได้เจอกันนานเลย! เชิญนั่ง! เชิญนั่ง!"
พูดพลางชี้ไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เชิญให้หลินโปนั่งลง
"ได้ยินว่าคุณอยากจะร่วมมือกับเรา ช่วงนี้เขตท่องเที่ยวพัฒนาไปได้ดีมากเลยสินะ!"
"จะว่าดีก็ไม่เชิงครับ แต่ก็ถือว่าเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วครับ”
อีกฝ่ายดูร้อนรนกระตือรือร้นมาก
แต่ไม่รู้ทำไมรอยยิ้มของเขา ทำให้หลินโปรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
"เถ้าแก่หลินอายุน้อยแต่มีความสามารถ" เถ้าแก่ของบริษัททัวร์หย่วนซานคีบบุหรี่ไว้ในมือ พลางกวักมือเรียกเลขานุการสาวในชุดถุงน่องสีดำที่อยู่ข้างๆ
เลขานุการรีบยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เขาทันที เขากวาดตามองแวบหนึ่ง แล้วสูบบุหรี่เข้าไปลึกๆ
"แต่สถานการณ์ของเขตท่องเที่ยวพวกคุณ ผมก็ได้ไปศึกษามาบ้างแล้ว พูดตามตรงนะ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย!"
"ประธานหลิว จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก..." หลี่ม่อเพิ่งจะคิดช่วยหลินโปแก้ต่าง ก็ถูกขัดจังหวะอีกครั้ง
"พวกคุณฟังผมก่อน เถ้าแก่หลินน่ะ ที่บ้านเคยมีเหมืองก็จริง แต่เรื่องทำธุรกิจท่องเที่ยวยังถือว่าเป็นมือใหม่
ผมไปดูรีวิวบนอินเทอร์เน็ตมาแล้ว ทุกคนต่างก็บอกว่าของพวกคุณราคาถูก แต่ทำแบบนี้แล้วพวกคุณจะทำกำไรได้อย่างไรกัน?"
"ถ้าพวกคุณตั้งใจอยากจะร่วมมือกันจริงๆ อย่างแรกเลย กิจกรรมภายในเขตท่องเที่ยวของพวกคุณต้องขึ้นราคาสักหน่อย อย่างการเช่าชุดโบราณนั่น ราคาต้องปรับขึ้นเป็นเริ่มต้นที่ 199 หยวนต่อคน"
"แล้วไอ้การตีเหล็กนั่น อย่างน้อยๆ ก็ต้อง 239 หยวนต่อชั่วโมงสิ ของที่ระลึกคุณก็แค่ทำขอบเป็นสีเงิน แล้วเราก็บอกว่าเป็นงานฝีมือแบบดั้งเดิม ขายสักพันสองพันจะไม่ได้เชียวเหรอ? ถ้าขืนยังขายถูกๆ ห้าหยวนสิบหยวนแบบนี้ แล้วผมจะเอากำไรจากตรงไหน?”
"ถ้าปรับเปลี่ยนตามที่ผมบอก รายได้จากค่าตั๋วให้ผมหัก 50% ส่วนค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ใช้ในเขตท่องเที่ยวของคุณ ผมก็ไม่ได้ขอเยอะ ขอหักค่าคอมมิชชั่นทั้งหมด 80% ถ้าพวกคุณตกลง ผมจะลองพากรุ๊ปทัวร์เล็กๆ ไปให้พวกคุณดูก่อนเป็นไง?"
หา?????
"แปดสิบเปอร์เซ็นต์ ทำไมไม่ไปปล้นเลยล่ะ..." หลี่ม่อโพล่งออกมา
"อย่าเพิ่งโมโหสิ ที่ผมยอมเจอพวกคุณนี่ก็เห็นแก่หน้าโปรดิวเซอร์ของพวกคุณนะ"
ประธานหลิวคีบบุหรี่ชี้ไปที่หลี่ม่อ แล้วหันไปมองหลินโปพร้อมกับหัวเราะเยาะ
"ผมนี่อุตส่าห์ชี้ช่องทางรวยให้พวกคุณแล้วนะ คุณลองคำนวณดูสิ ขึ้นราคาเป็น 300 เหลือให้พวกคุณ 20% พวกคุณก็ยังได้ส่วนแบ่งตั้ง 60 หยวน ไม่เยอะกว่าที่พวกคุณหาได้ตอนนี้อีกเหรอ? พวกคุณเองที่ไม่รู้จักฉวยโอกาส ยังจะมาโทษผมอีก? มีเงินแล้วไม่รู้จักหา เป็นคนโง่หรือไง หนี้สินที่ก้นของเถ้าแก่หลินมีน้อยซะที่ไหน?"
"เรื่องอื่นผมไม่กลัวหรอก กลัวแต่ว่าจะร่วมมือกันได้ไม่กี่วัน พวกคุณก็ต้องหนีไปซะก่อน!"
"คุณ..."
"ประธานหลิว" หลินโปหยุดหลี่ม่อที่กำลังจะระเบิดอารมณ์เอาไว้ เขาลุกขึ้นยืน มองชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานด้วยท่าทีหยิ่งยโสอย่างเย็นชา แล้วหัวเราะเยาะออกมา
"คุณเดาสิว่าทำไมพวกเราถึงกล้าตั้งราคาต่ำขนาดนั้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว?"
ในใจของประธานหลิวสะดุ้งวูบ หรือว่าเจ้าหมอนี่จะมีไพ่ตายซ่อนอยู่อีกจริงๆ!
ไม่รอให้ประธานหลิวตอบสนอง
หลินโปก็ลากหลี่ม่อ "ไปกันเถอะ มิน่าล่ะประธานเฉียนกับประธานซุนพวกเขาถึงได้พูดถึงเขาแบบนั้น...เฮ้อ ตอนแรกผมยังไม่เชื่อเลย คิดว่ายังไงก็ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเอง ใครจะไปรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง!"
หลินโปเอ่ยชื่อที่อยู่บนนามบัตรซึ่งเขาโทรไปเมื่อเช้าขึ้นมาสองชื่อส่งเดช แล้วหันหลังเดินจากไปทันที
"เดี๋ยวก่อน... พวกคุณอย่าเพิ่งไป พวกเขาพูดอะไรเกี่ยวกับผม..."
รอจนกระทั่งคนเดินจากไปแล้ว ประธานหลิวถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว เขาลุกขึ้นพรวดพราด หันไปถามเลขานุการ
"เมื่อกี้เขาพูดถึงเหล่าเฉียนกับเหล่าซุนเหรอ? สองเต่าเฒ่านั่นจากบริษัททัวร์ว่านเหนียนกับฉางชิงน่ะนะ! เขาไปพบพวกนั้นมาแล้วเหรอ?"
"ฉันว่าแล้วว่าพวกแก่ๆ นั่นต้องมีแผนร้ายอยู่แน่ๆ! ลับหลังฉันไม่มีคำพูดดีๆ หรอก”
"หรือท่านจะลองโทรไปถามดูไหมคะ?"
"พวกเขาจะพูดความจริงกับฉันเหรอ? ต่อหน้าทำเป็นซื่อตรง ลับหลังก็เป็นพวกเฒ่าเจ้าเล่ห์ซ่อนมีดไว้ในรอยยิ้มทั้งนั้น ไอ้พวกจิ้งจอกเฒ่าเอ๊ย”
ยิ่งคิดก็ยิ่งอึดอัดใจ ไอ้พวกตาแก่นั่น อย่าบอกนะว่าจะมาชิงเครดิตเรื่องสืบข่าวคู่แข่งตัดหน้ากันไปแล้ว
เขาไล่เลขาฯ ออกไปก่อน แล้วยกหูโทรศัพท์กดโทรออกไปเบอร์หนึ่ง
"ฮัลโหล? ประธานวังเหรอครับ... ฮ่าๆๆๆ เรื่องที่คุณสั่งไว้ผมจำได้ขึ้นใจเลยครับ! พอดีไอ้เด็กนั่นมาหาผมพอดี คุณวางใจได้เลยครับ เจ้านั่นหัวรั้นมาก ไม่ยอมขึ้นราคา ทำแบบนี้ เขตท่องเที่ยวเจ๊งแน่นอนครับ... ครับๆ ยังรอที่จะได้ร่วมมือกับท่านอยู่นะครับ"
เขาฟังคำสั่งจากคนปลายสาย พยักหน้ารับคำทีละอย่าง จนถึงตอนท้าย ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน
"แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นได้บอกท่านหรือเปล่านะครับ ผมดูท่าทางไอ้เด็กนั่นมันมั่นใจน่าดู เกรงว่าคงจะไปหาแบ็คดีๆ ได้แล้วมั้งครับ”
"ไม่มีเหรอครับ งั้นท่านก็คอยระวังหน่อยแล้วกัน บางคนทำงานมาตั้งหลายปีก็ยังไม่น่าไว้วางใจเหมือนเดิม"
ประธานหลิววางสายโทรศัพท์ ในใจจดบัญชีแค้นให้เหล่าเฉียนกับเหล่าซุนไว้อย่างหนัก
"หึ แอบไปติดต่อกันลับๆ แล้วยังไงล่ะ ไม่มีความสามารถในการสังเกตเอาซะเลย"
บริษัทที่อยู่เบื้องหลังคุณวังผูกขาดศูนย์การค้าและโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดหลายแห่งในเมืองสู่หลิง ตอนนี้กำลังหมายตาที่ดินผืนนั้นของดินแดนเร้นลับสู่หลิงอยู่
ไม่รู้ว่ากำลังจะมีโครงการใหญ่อะไร แต่การเกาะขาใหญ่เอาไว้ยังไงก็ไม่ผิด
ทางด้านวังเหวยเหริน หลังจากวางสายโทรศัพท์ เขาก็ส่ายหัว
นิสัยชอบพูดจาเหน็บแนมลับหลังของเฒ่าหลิวนี่ยังไงก็แก้ไม่หาย
เขาพลิกดูแผนการเบื้องต้นที่วางอยู่ตรงหน้า
หน้าแรกของแผนสำรอง คือแผนที่ของดินแดนเร้นลับสู่หลิงและบริเวณใกล้เคียง ในหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากแดนเร้นลับไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร มีเครื่องหมายกากบาทสีแดงกำกับไว้
เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาได้ค้นพบบ่อน้ำพุร้อนใต้ดินที่นั่น
จากการสำรวจ แหล่งกำเนิดพลังงานความร้อนใต้พิภพอยู่ภายใน [เขตท่องเที่ยวทิวทัศน์ดินแดนเร้นลับสู่หลิง]
ที่ดินผืนนั้นพวกเขาต้องเอามาให้ได้
ตอนนี้หลินโปคิดจะใช้กลยุทธ์ราคาต่ำเพื่อแย่งชิงตลาด นั่นก็เท่ากับกำลังเล่นกับไฟ เขาเองก็ไม่รังเกียจที่จะราดน้ำมันลงบนกองไฟเพิ่มอีกสักหน่อย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ วังเหวยเหรินก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขหนึ่ง