- หน้าแรก
- พนักงานรีสอร์ทของผมเป็นเซียนกระบี่
- บทที่ 28 โทรศัพท์จากธนาคาร
บทที่ 28 โทรศัพท์จากธนาคาร
บทที่ 28 โทรศัพท์จากธนาคาร
บทที่ 28: โทรศัพท์จากธนาคาร
มีจุดหนึ่งที่อยู่ตรงหาดมังกรซ่อน ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแสดงประจำวันพอดี
ตำแหน่งนั้นหาเจอได้ไม่ง่ายนัก เหมาะที่จะนำมาใช้ประโยชน์
หลินโปเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา เขาผลักหน้าต่างเปิดออก เปิดไป แล้วอาศัยสายลมเย็นยามค่ำคืนที่พัดเข้ามา เริ่มลงมือเขียนแผนการอย่างขะมักเขม้น
ในลานบ้านฝั่งตรงข้ามกับหลินโป เซียวอวี้เอ๋อร์พลันเบิกตาโพลง
เธอได้ยินเสียงท้องร้องโครกคราก ตามมาด้วยอาการปวดบิดอย่างรุนแรง
ในชั่วพริบตา ใบหน้าของเซียวอวี้เอ๋อร์ก็ซีดเผือด
"ถูกพิษงั้นหรือ?"
เธอรีบลุกขึ้นด้วยความตื่นตระหนก กุมท้องของตัวเองด้วยความเจ็บปวด
วิ่งโซซัดโซเซออกไปข้างนอก
เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือภายในเขตท่องเที่ยว ทั้งผู้อาวุโสซู่ซินและท่านพ่อต่างก็ไม่ได้อยู่ที่นี่
จะไปหาผู้อาวุโสฮู่ดีไหม?
เซียวอวี้เอ๋อร์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความเจ็บปวด เธอล้วงหุ่นกระดาษออกมาจากอกเสื้อแล้วปล่อยมันออกไป
"ไป... ไปขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสฮู่กับศิษย์พี่เย่!"
เซียวอวี้เอ๋อร์มองดูหุ่นกระดาษจากไป พลันได้ยินเสียงที่ราวกับเสียงของทูตสวรรค์ดังขึ้นข้างหู
"เจ้าเป็นอะไรไป?"
"เถ้าแก่?" เซียวอวี้เอ๋อร์หันไปเห็นคนที่คุ้นเคย น้ำตาในดวงตาก็ไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป
ไหลรินลงมาอาบสองแก้ม
หลินโปตกใจกับใบหน้าที่ซีดขาวของเซียวอวี้เอ๋อร์ เขาเพิ่งเขียนแผนไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วออกมาเข้าห้องน้ำ
ก็เห็นเซียวอวี้เอ๋อร์เกาะราวบันไดทรุดฮวบลงกับพื้น
"ผู้อาวุโสช่วยข้าด้วย ข้าปวดท้องมาก ข้าเหมือนจะโดนพิษกู่เล่นงาน! รู้สึกเหมือนมีตัวอะไร... กำลังจะพุ่งออกมาจากร่างกาย!"
"จะ... จะกลั้นไม่ไหวแล้ว!"
…
เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจ หลินโปเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
"บางที... เจ้าอาจจะแค่อยากไปเข้าห้องน้ำ?"
"เอ๋?"
"ข้าจะพาเจ้าไปห้องน้ำแล้วกัน"
"..."
สถานที่โสโครกเหม็นเน่าของพวกปุถุชนนั่นน่ะหรือ…
หลินโปพาเซียวอวี้เอ๋อร์มาถึงห้องน้ำ
เซียวอวี้เอ๋อร์มองดูอาคารที่ถูกปรับปรุงใหม่เอี่ยมตรงหน้า ความขัดแย้งในใจลดน้อยลงไปบ้าง
"เข้าไปสิ เจ้าคงจัดการเองได้ใช่ไหม ข้าไปก่อนนะ"
"เอ๊ะ? ผู้อาวุโส?"
เซียวอวี้เอ๋อร์หันกลับไป เห็นเพียงภาพติดตาของผู้อาวุโสที่หายวับไปแล้ว
ผู้อาวุโสจากไปแล้ว
เซียวอวี้เอ๋อร์รวบรวมความกล้า คนธรรมดายังทำได้ ทำไมข้าจะทำไม่ได้?
เธอก้าวเข้าไปในห้องน้ำอย่างกล้าหาญ
ครู่ต่อมา
หลังจากเสียงกดชักโครกดังขึ้นจากห้องน้ำได้ไม่นาน ร่างสองร่างก็รีบร้อนมาถึงแล้วพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที!
"อวี้เอ๋อร์! ไม่เป็นไรนะ?"
"เป็นอย่างไรบ้าง! เจ้ามาทำอะไรที่นี่?"
ในชั่วพริบตา แสงสีทองเจิดจ้าก็สว่างวาบขึ้นที่หน้าต่าง
เซียวอวี้เอ๋อร์มองดูฮู่ว่านหลี่และเย่เซิ่งเทียนที่มาถึงช้าไปก้าวหนึ่งด้วยสีหน้าเหม่อลอย
"ข้า..เลื่อนขั้นแล้ว..."
ถึงแม้ว่าระดับพลังจะยังคงถูกกฎเกณฑ์ของแดนเร้นลับกดไว้ที่ขั้นฝึกปราณ แต่เธอมั่นใจว่าตนเองได้ก้าวเข้าสู่ขั้นสร้างฐาน ระดับสองได้สำเร็จแล้ว
ความเร็วขนาดนี้ มันจะเร็วเกินไปหน่อยแล้ว!
"ดีมาก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้พวกเรามาเป็นพิเศษก็ได้..."
"ว่าแต่เหตุใดเจ้าถึงมาบำเพ็ญเพียรในสถานที่แห่งนี้เล่า?"
ทั้งผู้เฒ่าและหนุ่มน้อยต่างก็จับประเด็นผิดไปอย่างสิ้นเชิง!
"วันหลังจะเชิญท่านผู้อาวุโสสูงสุดกับศิษย์พี่ไปทานข้าวนะเจ้าคะ แล้วพวกท่านก็จะเข้าใจเอง..."
ใบหน้าของเซียวอวี้เอ๋อร์สลับสีเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด ก่อนจะเดินลอยชายจากไป
หลินโปกลับมาที่ห้อง มองดูพระจันทร์เต็มดวงนอกหน้าต่าง
อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ผู้ฝึกตนนี่….. ไม่เข้าห้องน้ำกันจริงๆ ด้วย!
หลินโปอดหัวเราะไม่ได้ รอให้ร้านเตรียมพร้อมเมื่อไหร่ ค่อยชวนคนอื่นๆ มาทานข้าวด้วยกันสักมื้อดีกว่า
กว่าจะจัดการแผนการทุกอย่างเสร็จ ท้องฟ้าก็ใกล้จะสว่างอีกแล้ว
เขามองดูยอดเงินในบัญชีที่เพิ่มพูนขึ้นจากภารกิจของศาลเจ้าเทพไฉ่เสิน
ถึงแม้จะมีระบบช่วย ก็ยังเป็นแค่เบี้ยหัวแตก ไม่พอยาไส้อยู่ดี
ยังไม่พอจ่ายหนี้เงินกู้นอกระบบก้อนนั้นเลย แถมอีกไม่กี่เดือน ก็จะถึงกำหนดชำระหนี้เงินกู้ธนาคารแล้ว
เงินจำนวนนี้ มันช่างน้อยนิดเสียเหลือเกิน
ตอนนี้เมืองถามเซียนซ่อมแซมเสร็จแล้ว บางทีอาจจะนำไปจำนองเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ส่วนหนึ่งก่อนได้?
สองสามวันนี้ลูกค้าไม่เยอะ ควรจะไปธนาคารสักรอบเพื่อจัดการเรื่องพวกนี้ให้เรียบร้อย และถือโอกาสไปคุยเรื่องกรุ๊ปทัวร์ด้วย
เพราะที่นี่การเดินทางไม่สะดวก
ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวในท้องถิ่นยังพอไหว อาศัยรถประจำทางกับรถส่วนตัวก็แก้ปัญหาได้
อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันหยุดยาวช่วงเทศกาลเชงเม้งแล้ว การเดินทางถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวต่างถิ่น
ร่างเดิมเหมือนจะเคยได้รับนามบัตรมาไม่น้อยตอนไปสังสรรค์? รอฟ้าสว่างค่อยลองโทรถามดูละกัน
จางเสี่ยวเสี่ยวบอกว่าช่วงนี้ตอนเช้าเธอไม่มีเรียน สามารถมาช่วยงานได้
หลินโปจึงหลับใหลไปอย่างหมดห่วง
ในความสลึมสะลือ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
หลินโปไม่ได้ลืมตา ฟังเสียงกะตำแหน่งแล้วควานหามือถือ อาศัยความรู้สึกกดรับสาย
"สวัสดีครับ คุณหลินใช่ไหมครับ? ผมโทรมาจากธนาคารเพื่อการพัฒนาชนบทสู่ซิ่นครับ" เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังมาจากปลายสาย
หลินโปสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
"สวัสดีครับคุณหลิน คุณไม่ได้ชำระดอกเบี้ยตามกำหนดมาหนึ่งไตรมาสแล้วนะครับ ทางเราสังเกตเห็นว่าบัญชีบริษัทในปัจจุบันไม่สามารถรองรับการชำระดอกเบี้ยได้ จึงต้องขอตรวจสอบและยืนยันสถานการณ์รายได้ของเขตท่องเที่ยวของคุณหน่อยครับ" เสียงของชายวัยกลางคนดังมาจากอีกฝั่ง
"ถ้าหากเขตท่องเที่ยวยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ขอแนะนำให้คุณเริ่มพิจารณาเรื่องการขายหรือโอนทรัพย์สินของเขตท่องเที่ยวได้แล้วนะครับ"
หลินโปที่เมื่อครู่ยังคงง่วงงุนอยู่ พลันตื่นเต็มตาทันที
ขายอะไรกันเล่า ผูกมัดกับระบบไปแล้วจะขายได้อย่างไร!
หลินโปผุดลุกขึ้นนั่งทันที เขาขยับกล้ามเนื้อใบหน้าเล็กน้อยเพื่อให้เสียงของตัวเองฟังดูมีชีวิตชีวาขึ้น
"อะแฮ่ม พอดีเลยครับ ผมก็กำลังจะติดต่อพวกคุณอยู่พอดี ช่วงนี้สถานการณ์การดำเนินงานของเขตท่องเที่ยวเราดีมากครับ..."
ยังไม่ทันที่หลินโปจะพูดจบ อีกฝ่ายก็พูดแทรกขึ้นมา
"ขอโทษด้วยนะครับ เราไม่สามารถช่วยขยายเวลาให้คุณได้อีกแล้วจริงๆ ก่อนหน้านี้ก็เคยยื่นขอไปแล้วครั้งหนึ่ง" เสียงของอีกฝ่ายฟังดูไม่ค่อยพอใจนัก
"ไม่ใช่ครับ คือผมอยากจะบอกว่า ผมอยากจะขอกู้เพิ่มอีกหน่อย"
"..." ที่ปลายสายโทรศัพท์ ผู้จัดการดูแลลูกค้าของธนาคารชนบทพาณิชย์รู้สึกว่าหลินโปต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
เขตท่องเที่ยวโทรมๆ นั่นยังมีอะไรให้จำนองได้อีกหรือ
"เอาอย่างนี้ครับ สุดสัปดาห์นี้พวกคุณพอจะมีเวลาไหม? ผมรู้ว่านี่ไม่ใช่วันทำงานของพวกคุณ"
"แต่วันเสาร์เป็นวันสุดท้ายของการทดลองเปิดให้บริการของเรา และวันอาทิตย์จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ซึ่งน่าจะสะท้อนสถานการณ์การดำเนินงานของเขตท่องเที่ยวเราได้ดีที่สุด"
"พวกคุณสามารถมาสำรวจดูสถานที่จริงได้ ลองประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และรายได้ของเขตท่องเที่ยวในปัจจุบัน แล้วเราค่อยมาคุยกันอีกที"
ผู้จัดการดูแลลูกค้าที่อยู่อีกฝั่งของสายโทรศัพท์ถึงกับตกตะลึงกับการตอบโต้ที่ดูเป็นระบบระเบียบของหลินโป นี่ใช่บอสหลินคนเดิมที่เป็นเพลย์บอยไร้ค่าคนนั้นจริงหรือ?
เขาใช้มือปิดปากโทรศัพท์ แล้วมองไปยังคนอีกสองคนที่อยู่ในห้องทำงานอย่างระมัดระวัง
"ผู้จัดการเฉิน ประธานวัง เขาบอกว่าเขาอยากจะขอกู้เงินเพิ่ม แล้วก็เชิญให้เราไปที่เขตท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์..."
บนโซฟา ชายที่ผู้จัดการเรียกว่า "ประธานวัง" หรือ วังเหวยเหริน อยู่ในชุดลำลอง ผมเผ้าถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อยไร้ที่ติ สวมแว่นตากรอบทอง ดูเป็นสุภาพบุรุษผู้มีการศึกษา
เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบอย่างไม่รีบร้อน "ไม่เป็นไร ตอบตกลงเขาไป รอให้เขาต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วนจริงๆ เมื่อไหร่ เราจะยิ่งกดราคาได้ต่ำลงอีก"
ผู้จัดการดูแลลูกค้ายังไม่ตอบตกลงในทันที เขาหันไปมองรองผู้จัดการธนาคารที่อยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้า
เขาจึงตอบกลับหลินโปไป แล้วเดินออกจากห้องทำงานไป
เฉินเต๋อกุ้ยที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานจึงเอ่ยปากขึ้น
"เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขตท่องเที่ยวของเขากลายเป็นไวรัลเล็กๆ ในอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เหรอ?"
"ดูท่าบอสหลินคนนี้จะยังไม่ยอมแพ้ คิดว่าตัวเองจะสามารถพลิกฟื้นเขตท่องเที่ยวโทรมๆ นั่นได้"
วังเหวยเหรินพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวงอย่างช้าๆ
"ผู้จัดการเฉิน คุณวางใจได้เลย ไอ้เด็กนั่นก็แค่ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเท่านั้นแหละ”
"ใครๆ ก็รู้ว่าดินแดนเร้นลับสู่หลิงมันคือระเบิดเวลา พวกเราแค่มาช่วยเขากู้ระเบิดต่างหาก”
"ผมรู้ แค่พวกคุณรู้ว่าควรทำอย่างไรก็พอ ทางผมไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องดำเนินการตามกฎระเบียบ"
"ฮ่าๆๆๆ รอให้ปัญหาคลี่คลาย ได้ที่ดินผืนนั้นมาแล้ว การปรับปรุงเขตท่องเที่ยวในภายภาคหน้า ก็ยังต้องขอให้ผู้จัดการเฉินช่วยดูแลอีกเยอะเลยนะครับ"
ระหว่างการพูดคุยและหัวเราะ อนาคตของเขตท่องเที่ยวก็ถูกกำหนดขึ้นโดยคำพูดของคนทั้งสองเรียบร้อยแล้ว