- หน้าแรก
- ราชาหุ่นเชิดผู้หยั่งรู้ใต้หล้า
- บทที่ 9 - ราชินีโหมดปกป้องสามีสุดโหด
บทที่ 9 - ราชินีโหมดปกป้องสามีสุดโหด
บทที่ 9 - ราชินีโหมดปกป้องสามีสุดโหด
ราชินีพยักหน้าช้าๆ เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ประธาน
คลิฟฟ์ก้าวเข้ามาข้างหน้าหนึ่งก้าว
"เดล ... ถ้านับดูแล้ว เราไม่ได้เจอกันนานมากเลยนะ ... ครั้งสุดท้ายที่เจอกันคืองานพระศพของอดีตกษัตริย์เมื่อสามปีก่อน ... นึกไม่ถึงว่าตอนนี้เจ้าจะเป็นราชินีไปแล้ว ... "
ราชินีนั่งนิ่ง จ้องมองคลิฟฟ์ด้วยสายตาเรียบเฉย นางโบกมือไล่นางกำนัลที่คอยปรนนิบัติให้ออกไป
คลิฟฟ์เห็นดังนั้น เลือดลมก็สูบฉีดพลุ่งพล่าน อดใจไม่ไหวที่จะขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด
ทว่าราชินีกลับเอ่ยปากถามขึ้นมาเบาๆ
"ท่านไวเคานต์มาถึงเฟลอเรนซ์เมื่อห้าวันก่อน?"
คลิฟฟ์ชะงักฝีเท้า พยักหน้าตอบ แล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบพูดต่อว่า
"เดล ข้ามาถึงเฟลอเรนซ์ก็รีบยื่นเรื่องขอเข้าเฝ้าทันที แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้รับคำตอบรับจากทางวังเสียที"
ยาเดลหรี่ตาลง ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ได้ยินว่าพอท่านไวเคานต์มาถึงเฟลอเรนซ์ ก็ตรงไปพบผู้ดูแลของ 'ปีกสีซีด' ประจำราชรัฐเลยนี่?"
คลิฟฟ์ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า
"ใช่ ... คือท่านพ่อมีธุรกิจบางอย่างต้องเจรจากับ 'ปีกสีซีด' น่ะ แต่ว่าเดล ... "
ยังพูดไม่ทันจบ แววตาของราชินีก็พลันเย็นเยียบดุจเหล็กกล้า ราวกับบ่อน้ำลึกไร้ก้นบึ้งที่แผ่ไอหนาวเหน็บออกมา
สิ้นเสียงนิ้วเรียวงามก็ดีดเบาๆ เกล็ดหิมะสีฟ้าอ่อนชิ้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางห้องหนังสือ
เกล็ดหิมะหกแฉกที่งดงามวิจิตรราวกับเพชรดารา ลอยละล่องอยู่ในห้องหนังสือ ชวนให้หลงใหล
คลิฟฟ์ถูกความงามนั้นสะกดเข้าอย่างจัง จนละเลยกลิ่นอายอันตรายที่แฝงอยู่
แต่ชายชราที่อยู่ด้านหลังเขากลับหน้าถอดสี รีบยื่นมือไปดึงตัวคลิฟฟ์พร้อมกับตะโกนลั่น
"นายน้อยระวัง! หลบเร็ว!"
ทว่าคลิฟฟ์ยังคงคิดว่าเป็นเพียงการแสดงปาหี่เล็กๆ น้อยๆ ของราชินี จึงไม่มีความคิดที่จะหลบหลีกแม้แต่น้อย
วูบ!
เสียงระเบิดอากาศดังขึ้น เกล็ดน้ำแข็งหิมะนั้นหมุนวนอย่างรวดเร็ว กรีดเป็นเส้นแสงสีฟ้าคราม แล้วพุ่งผ่านแขนขวาของคลิฟฟ์ไปดุจดาวตก ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของคนทั้งสอง
คลิฟฟ์รู้สึกเย็นวาบที่หัวไหล่ จากนั้นแขนของเขาก็ค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้นต่อหน้าต่อตา เผยให้เห็นบาดแผลที่เรียบเนียนราวกับกระจก พลังเวทธาตุน้ำแข็งอันทรงพลังแช่แข็งเลือดบริเวณปากแผลจนแข็งตัวในทันที ดูเหมือนสเต็กเนื้อแช่แข็งไม่มีผิด
ทั้งสองคนตกตะลึงกับการกระทำของราชินีจนพูดไม่ออก ใครจะไปคาดคิดว่าราชินีจะลงมือกลางที่สาธารณะแบบนี้ โดยไม่ไว้หน้าความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล และไม่เห็นแก่เกียรติยศของแกรนด์ดยุกแดนใต้ ถึงขั้นลงมือตัดแขนทายาทสายตรงของแกรนด์ดยุก
ชายชราด้านหลังคลิฟฟ์โกรธจนตัวสั่น เตรียมจะพุ่งเข้าใส่ แต่คลิฟฟ์รีบห้ามไว้ทัน
ล้อเล่นหรือไง ลงมือในวังหลวงเนี่ยนะ อยากตายเหรอ?
ใบหน้าของคลิฟฟ์ซีดเผือดราวกับกระดาษ ความรู้สึกโกรธเกรี้ยว หวาดกลัว และขมขื่นตีกันยุ่งเหยิงในอก เขามองใบหน้าอันงดงามของราชินี รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าชั่วขณะ
ความรู้สึกที่เหมือนตกจากสวรรค์ลงนรกในพริบตาทำให้เขาอยากจะร้องไห้ออกมา
ชายชราด้านหลังตั้งสติได้ รู้ว่าลงมือในวังไม่ได้ จึงตะโกนด้วยความโกรธ
"ไม่ทราบว่าพระองค์ทำเช่นนี้มีจุดประสงค์อันใด? หรือว่าราชวงศ์ต้องการจะกวาดล้างแดนใต้ของพวกเรา? ท่านไวเคานต์คลิฟฟ์ กอนท์ คือทายาทลำดับที่หนึ่งของแดนใต้นะพ่ะย่ะค่ะ!"
ราชินีมองกลับไปที่ทั้งสองด้วยสายตาเย็นชาดุจคมมีด
"มีความผิดอย่าให้เกินสาม ตัดแขนเจ้าข้างหนึ่งเพื่อให้เจ้าตระหนักรู้ว่าอะไรคือสูงอะไรคือต่ำ! วันหน้าอย่าได้เรียกขานผิดๆ อีก!"
หน้าของคลิฟฟ์แดงก่ำ เข้าใจทันทีว่าเป็นเพราะเขาเรียกนางว่า "เดล" ถึงสามครั้ง จึงทำให้อีกฝ่ายโกรธ
แต่แค่คำเรียกขานแค่นี้ นางถึงกับลงมือทำร้ายเขา คลิปฟ์ทั้งเจ็บใจทั้งเคียดแค้นจนตัวสั่น
ราชินีเอ่ยต่อเสียงเย็น
"ต่อไปถ้ายังมีความคิดเพ้อฝันไม่เข้าท่า แล้วเที่ยวไปพูดจาพล่อยๆ ข้างนอกอีก แดนใต้ของพวกเจ้าคงต้องเปลี่ยนตัวผู้สืบทอดแล้วล่ะ"
สิ้นคำพูดนี้ คลิฟฟ์สัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าจากอีกฝ่ายอย่างชัดเจน รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว จนเผลอถอยหลังไปหลายก้าว
ริมฝีปากสั่นระริกตอบกลับไปว่า
"พะ ... พ่ะย่ะค่ะ องค์ราชินี"
โคเอนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาอึ้งกับความโหดเหี้ยมของพี่สาวราชินี
แต่ในใจลึกๆ ก็อดสงสัยไม่ได้ แค่เรียกชื่อเล่นไม่กี่คำ ถึงกับต้องตัดแขนว่าที่ผู้นำแดนใต้เลยเหรอ นี่กะจะแตกหักกับแดนใต้เลยหรือไง?
ขณะที่โคเอนกำลังครุ่นคิด เสียงเย็นชาของราชินีก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"คำถามของเปิ่นกง เจ้ายังไม่ตอบ บอกมา พวกเจ้าไปหา 'ปีกสีซีด' ทำไม?"
ไวเคานต์คลิฟฟ์ที่ขวัญหนีดีฝ่อจากเหตุการณ์เมื่อครู่ สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กำลังจะอ้าปากตอบตามความจริง แต่ชายชราด้านหลังชิงพูดขึ้นก่อน
"ทูลฝ่าบาท เป็นคำสั่งของท่านแกรนด์ดยุก ให้มาเจรจาธุรกิจกับ 'ปีกสีซีด' พ่ะย่ะค่ะ"
แววตาของราชินีฉายแววอันตราย ถามต่อ
"ธุรกิจ ... ธุรกิจอะไร?"
ชายชราตอบเสียงเข้ม "เป็นความลับของทางแดนใต้ ข้าพระองค์มิอาจเปิดเผยโดยพลการ หากพระองค์ประสงค์จะทราบ รอให้ข้าพระองค์ขออนุญาตท่านแกรนด์ดยุกก่อน แล้วจะมาให้คำตอบ"
ราชินีเงียบไปครู่หนึ่ง หลุบตาลงต่ำ เอ่ยช้าๆ
"ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก เปิ่นกงมีเรื่องอยากจะถามสักหน่อย"
"เชิญพระองค์ตรัสถาม"
น้ำเสียงของราชินีเต็มไปด้วยไอสังหาร
"พวกเจ้ามาถึงเมืองหลวงเมื่อห้าวันก่อน พอมาถึงก็ไปพบ 'ปีกสีซีด' ทันที หลังจากนั้นฝ่าบาทก็ถูกลอบโจมตี เจ้าจงบอกเปิ่นกงมา ว่าธุรกิจที่พวกเจ้าคุยกันมันคืออะไรกันแน่!"
ชายชราหน้าเปลี่ยนสี ทันใดนั้นก็ตระหนักได้ถึงบางอย่าง รีบร้องอุทาน
"พระองค์เข้าพระทัยผิดแล้ว! แดนใต้ของเราไม่มีวันจ้างวาน 'ปีกสีซีด' ให้ทำเรื่องกบฏเช่นนั้นเด็ดขาด! การที่ฝ่าบาทถูกลอบโจมตีไม่เกี่ยวกับพวกเราเลยพ่ะย่ะค่ะ!"
คลิฟฟ์ได้สติกลับมา หน้าซีดเผือด รีบแก้ตัวพัลวัน
"ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์ราชินี เรื่องที่ฝ่าบาทถูกทำร้ายไม่เกี่ยวกับธุรกิจของเราเลย อีกอย่าง เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ฝีมือของ 'ปีกสีซีด' ก็ได้"
ราชินีมีสีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง
"จริงอยู่ คนที่กล้าลงมือในวังหลวงไม่ได้มีแค่ 'ปีกสีซีด' เจ้าเดียว แต่เปิ่นกงไม่ต้องการหลักฐาน แค่สงสัยก็พอแล้ว! จะโทษก็โทษที่พวกเจ้าโชคไม่ดี ดันไปคุยธุรกิจกับ 'ปีกสีซีด' ในจังหวะนรกแบบนี้พอดี!"
สิ้นเสียง คลื่นพลังเวทมหาศาลก็ระเบิดออก คลิฟฟ์และชายชรารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งไปถึงจิตวิญญาณ
พ่อบ้านชราเห็นท่าไม่ดี ตัดสินใจระเบิดพลังระดับตำนานออกมาทันที
พลังระดับตำนานขั้นสูงปรากฏชัดเจน นี่คือผู้พิทักษ์ที่แกรนด์ดยุกแดนใต้ส่งมาคุ้มครองลูกชาย อีกเพียงก้าวเดียวก็จะถึงระดับนักบุญ!
ราชินีจ้องมองพ่อบ้านชราอย่างเย็นชา นิ้วเรียวชี้ไปในอากาศ ทันใดนั้นบนคานไม้หลายแห่งในห้องหนังสือก็ส่องประกายแสงสีฟ้าไอเย็น จุดแสงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ แล้วค่อยๆ เชื่อมต่อกันเป็นวงจรเวทมนตร์สีฟ้าจางๆ วาดลวดลายลึกลับซับซ้อนบนเพดาน!
วงเวท!
ในห้องหนังสือนี้ซ่อนวงเวทขยายพลังเอาไว้!
มิน่าล่ะราชินีถึงเลือกห้องหนังสือเป็นสถานที่นัดพบ
วงจรเวทมนตร์คดเคี้ยวไปมา สุดท้ายไหลมารวมกันที่จุดศูนย์กลางซึ่งอยู่ใต้เท้าของราชินีพอดี ทันใดนั้นพลังเวทอันเปี่ยมล้นก็ทะลักออกมา กลิ่นอายของราชินีพุ่งสูงขึ้นจนทัดเทียมกับอีกฝ่าย!
ราชินีสะบัดมือเบาๆ พ่อบ้านชราที่มีพลังระดับตำนานขั้นสูงถูกแช่แข็งในพริบตา กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งที่สมจริง!
โคเอนที่ซ่อนตัวอยู่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก จ้องมองราชินีผู้สง่างามและมิอาจล่วงเกินดุจเทพธิดาแห่งน้ำแข็งด้วยความตื่นตะลึง
โหดเกินไปแล้ว นี่มันกึ่งตำนานแน่เหรอ? กึ่งตำนานบ้านไหนท่าเดียวแช่แข็งระดับตำนานขั้นสูงได้?
นี่สินะอัจฉริยะ? นี่สินะการข้ามรุ่นสู้? นี่สินะผู้หญิงที่ถูกลิขิตให้เป็นเทพเจ้า?
เชรด นี่มันนิยายแฟนตาซีแนวนางเอกเทพชัดๆ ทำไมรู้สึกว่าพี่สาวราชินีดูเหมือนตัวเอกมากกว่าข้าอีก?
เพล้ง! เสียงน้ำแข็งแตกกระจาย น้ำแข็งที่เกาะกุมร่างพ่อบ้านชราร่วงกราวลงพื้น แต่ทว่าชายชรากลับดูแก่ลงไปอีกหลายสิบปีในชั่วพริบตา กลิ่นอายระดับตำนานขั้นสูงหายวับไปจนหมดสิ้น
ผู้พิทักษ์ทายาทแกรนด์ดยุก ยอดฝีมือระดับตำนานขั้นสูง ถูกทำลายวรยุทธ์ในกระบวนท่าเดียว!
เสียงเย็นเยียบของราชินีดังก้องในห้องหนังสือ
"ที่ไว้ชีวิตพวกเจ้า ก็เพื่อให้พวกเจ้ากลับไปบอกคนที่ควรบอก เปิ่นกงเป็นผู้หญิง ไม่เหมือนพ่อของข้าที่ต้องคอยพะวงหน้าตาขุนนางหรือสถานการณ์บ้านเมือง ไม่ว่าพวกเจ้าจะเป็นไส้ศึกของอาณาจักร หรือสุนัขรับใช้ของจักรวรรดิ ข้าขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ใครกล้าแตะต้องสามีข้าอีก เปิ่นกงจะล้างโคตรพวกมันให้หมด!"
โคเอนที่อยู่ในเงามืดเลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน เท่ชะมัด ตัดสินใจแล้ว ต่อไปนี้เกาะขาราชินีพี่สาวไว้แน่นๆ ดีกว่า!
[จบแล้ว]