- หน้าแรก
- ราชาหุ่นเชิดผู้หยั่งรู้ใต้หล้า
- บทที่ 7 - ประกาศรับสมัครของโคเอน
บทที่ 7 - ประกาศรับสมัครของโคเอน
บทที่ 7 - ประกาศรับสมัครของโคเอน
เด็กหนุ่มคนหนึ่งประกาศกร้าวว่าจะวางแผนเล่นงานองค์กรใต้ดินที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป
คำพูดนี้หากหลุดออกไปคงมีคนหัวเราะจนฟันร่วงแน่
แต่ทว่าอิซาเบลลาและโมโดที่อยู่ในเหตุการณ์กลับไม่ได้รู้สึกขบขันแต่อย่างใด
โคเอนกระแอมเบาๆ แล้วพูดต่อ
"แน่นอนว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องให้คุณหนูเวนเซอร์เสียสละเล็กน้อย อย่างเช่น ... การทำตัวเป็นเหยื่อล่อ"
"ไม่ได้!"
โมโดรีบปฏิเสธทันควัน ต่อให้เป็นการช่วยหลานชายของเขา แต่จะให้เอาความปลอดภัยของคุณหนูไปเสี่ยงไม่ได้เด็ดขาด
อิซาเบลลาเลิกคิ้วเรียว เอ่ยว่า
"พูดรายละเอียดมาซิ"
"การเจรจากับแกรนด์ดยุกโรแลนด์ยังคงเดิม ท่านก็แค่ส่งข่าวบอกวิเธอร์ตามขั้นตอนปกติ จากนั้นก็รวบรวมคนเตรียมตลบหลังพวกสุสานทมิฬ"
โมโดส่ายหน้าค้าน
"เสี่ยงเกินไป เราไม่รู้เลยว่า 'สุสานทมิฬ' วางกำลังคนไว้แถวนี้เท่าไหร่ ครั้งนี้ข้ากับคุณหนูมากันแค่ไม่กี่คน เกิดพลาดพลั้งขึ้นมา ความเสียหายมันมากเกินไป!"
โคเอนไม่สนใจโมโด สายตายังคงจับจ้องที่อิซาเบลลา
อิซาเบลลานัยน์ตาเป็นประกายวูบไหว จ้องมองโคเอนอย่างสนใจพลางถามว่า
"ท่านรู้จำนวนคนที่สุสานทมิฬวางดักรอพวกเราไหม?"
โคเอนตอบเสียงเรียบ
"ระดับนักบุญสองคน ระดับตำนานสามคน ... และระดับทองคำห้าคนที่นำทัพองครักษ์สุสานอีกห้าหน่วย"
ขุมกำลังขนาดนี้เพียงพอที่จะกวาดล้างราชรัฐขนาดกลางได้สบายๆ แต่ตอนนี้กลับถูกระดมมาเพื่อล้อมปราบหญิงสาวเพียงคนเดียว
อิซาเบลลาไม่มีท่าทีแปลกใจ อันที่จริงขุมกำลังระดับนี้ไม่ได้เกินความคาดหมายของนางเท่าไหร่นัก นี่เป็นเพราะเวลากระชั้นชิด ไม่อย่างนั้นพวกมันคงขนมาเยอะกว่านี้แน่!
จู่ๆ อิซาเบลลาก็ลุกขึ้น ก้าวเข้ามาหาโคเอนจนใบหน้าแทบจะชิดกัน
ดวงตางามดุจดวงดาราของอิซาเบลลาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโคเอน นางกระซิบถาม
"บุตรแห่งคำทำนาย? ท่านคือบุตรแห่งเทพที่เทพคำทำนายเลือกมาอย่างนั้นหรือ? การใช้พลังพยากรณ์พร่ำเพรื่อแบบนี้ ไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนอะไรเลยหรือไง?"
โคเอนสูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของ 'ธิดาปีกทองคำ' มองดูใบหน้างดงามหยดพื้นที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แล้วตอบว่า
"กลิ่นหอมดีนี่ น้ำหอมยี่ห้ออะไร? หรือว่าเป็นกลิ่นกายของท่าน? ลองขยับเข้ามาใกล้อีกนิดสิ ไม่แน่ข้าอาจจะยอมตอบก็ได้"
อิซาเบลลาหน้าขึ้นสีระเรื่อ ถอยหลังไปสองสามก้าว น้ำเสียงเจือแววขุ่นเคือง
"ตอนนี้ท่านไม่กลัวพวกเจ้าชายหรือทายาทตระกูลอื่นแล้วเหรอคะ?"
อิซาเบลลาปรับอารมณ์ แล้ววกกลับมาเข้าเรื่อง
"ตอนนี้ข้าเรียกคนเพิ่มด่วน ที่เหลือไม่มีปัญหา แต่ระดับนักบุญข้าเรียกมาได้แค่สองคน ถ้ากำลังรบระดับสูงสูสีกัน ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือกำจัดศัตรูหนึ่งพัน ฝ่ายเราเสียแปดร้อย การค้านี้ไม่คุ้มทุน"
ระดับนักบุญสองคน ... โคเอนหน้านิ่งแต่ในใจสั่นสะท้าน สมกับเป็นทายาทสายตรงของห้าตระกูลใหญ่แห่ง 'ปีกสีซีด' แค่ขยับตัวก็เรียกนักบุญมาได้ถึงสองคน
ในยุคที่ทวยเทพไม่ปรากฏกายและกึ่งเทพเร้นกาย ระดับนักบุญคือจุดสูงสุดของแผ่นดินอย่างไม่ต้องสงสัย การเรียกยอดฝีมือระดับนี้มาใช้งานได้ง่ายๆ ทำให้โคเอนเริ่มคิดว่าควรจะเปลี่ยนไปเกาะขานางแทนดีไหม เพราะดูท่าทางพี่สาวราชินีของเขาพร้อมจะก่อกบฏได้ทุกเมื่อ ดูไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่
โคเอนสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แล้วตอบว่า
"ข้าสามารถหาผู้ช่วยระดับนักบุญมาเพิ่มให้อีกสองคน สี่ต่อสอง น่าจะมั่นใจได้แล้วนะ"
อิซาเบลลาชะงักไปเล็กน้อย อุทานด้วยความตกตะลึง
"ข้าขอถอนคำพูดเมื่อครู่ หรือว่าท่านจะเป็นเจ้าชายจากจักรวรรดิไหนสักแห่งจริงๆ? แปลกจัง เจ้าชายที่บรรลุนิติภาวะของห้าจักรวรรดิใหญ่ข้าก็เคยเห็นมาเกือบหมดแล้ว ไม่เห็นมีใครเหมือนท่านเลย ... "
การพูดว่าสามารถหาคนระดับนักบุญมาเพิ่มอีกสองคนได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้ มีแต่ทายาทสายตรงของจักรวรรดิมหาอำนาจเท่านั้นแหละถึงจะมีปัญญาทำได้
โคเอนไม่ต่อความยาวสาวความยืด ถามสั้นๆ
"ตกลงจะร่วมมือไหม?"
อิซาเบลลาพยักหน้า
"ตกลง แต่ข้าต้องรู้สถานะของนักบุญสองคนนั้นก่อน!"
โคเอนพยักหน้าตกลง "ท่านนัดกับแกรนด์ดยุกโรแลนด์แห่งแดนตะวันตกไว้วันไหน?"
อิซาเบลลาตอบ "อีกเจ็ดวัน"
โคเอนครุ่นคิดครู่หนึ่ง หันไปมองโมโด
"อีกห้าวัน ช่วยนัดบิชอปของศาสนจักรแห่งแสงในเมืองให้ข้าที"
โมโดหันไปมองหน้าอิซาเบลลา แล้วตอบว่า
"ได้ แต่พวกศาสนจักรแห่งแสงมักจะเย่อหยิ่งจองหอง ท่านเตรียมใจไว้หน่อยก็ดี"
เกี่ยวกับนักบุญสองคนที่โคเอนพูดถึง แม้เขาจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่พอเอ่ยถึงศาสนจักรแห่งแสง ทั้งอิซาเบลลาและโมโดก็พอจะเดาทางได้
เทพธิดาแห่งแสงสว่างเป็นหนึ่งในเทพเจ้าธาตุที่ทรงพลังที่สุด ศาสนจักรของนางจึงมีอิทธิพลมหาศาล การรวบรวมระดับนักบุญสองคนในเวลาสั้นๆ ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขา แต่ปัญหาคือโคเอนไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะกล่อมให้พวกนั้นยอมมาเป็นมือปืนรับจ้างได้
อิซาเบลลาอยากจะพุ่งเข้าไปกระชากหน้ากากของอีกฝ่ายออกมาดูให้รู้แล้วรู้รอดจริงๆ
โคเอนกล่าวต่อ "นอกจากนี้ ข้ายังมีเงื่อนไขอีกสองข้อ"
"เชิญว่ามา"
"ข้อแรกคือเรื่องการแบ่งปันของสงคราม ในมือของพวกสุสานทมิฬมีของชิ้นหนึ่งที่ข้าต้องการ และนั่นก็เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ข้าดึงตัวนักบุญสองคนนั้นมาช่วยได้"
อิซาเบลลาตอบทันที
"ของสงครามพวกเราไม่เอา เราต้องการแค่ให้คนของสุสานทมิฬไม่มีชีวิตรอดกลับออกไปจากเฟลอเรนซ์ก็พอ"
โมโดที่ยืนอยู่ข้างๆ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ริมฝีปากขยับเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็เงียบไป
โคเอนชะงักไปนิดหน่อย การยอมถอยของอิซาเบลลาทำให้เขาประหลาดใจมาก สมกับเป็นเศรษฐีแห่งปีกสีซีด รวยจริงอะไรจริง
โคเอนยิ้มบางๆ
"น้ำใจของธิดาปีกทองคำครั้งนี้ข้ารับไว้ ส่วนข้อสอง ก่อนจะฆ่าพวกสุสานทมิฬทิ้ง ข้าต้องการรีดข้อมูลอย่างหนึ่งจากปากพวกมัน"
"ข้อมูลอะไร?"
"ตัวการที่ลอบโจมตีราชวงศ์คอร์ลีโอนเมื่อเร็วๆ นี้!"
อิซาเบลลาหรี่ตาลง พยักหน้าช้าๆ
"ได้ ในกลุ่มระดับนักบุญที่เราเรียกมา มีคนหนึ่งเป็น 'นักขับขานวิญญาณ' พอดี สามารถช่วยท่านค้นวิญญาณพวกมันได้"
โคเอนดีดนิ้วดังเปาะ
"ตกลงตามนี้!"
เมื่อคุยเรื่องสำคัญจบแล้ว โคเอนก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงถามว่า
"จริงสิ ข้าอยากจะฝากประกาศรับสมัครงานผ่านปีกสีซีดหน่อย ไม่ทราบว่าต้องมีขั้นตอนยังไงบ้าง?"
อิซาเบลลายิ้มจางๆ
"ท่านอยากรับสมัครใคร บอกข้ามาตรงๆ ได้เลย ครั้งนี้ข้าไม่คิดค่าธรรมเนียม ถือว่าเป็นของขวัญจากข้า"
โคเอนคำนวณในใจ แล้วบอกว่า
"รับสมัคร 'นักผจญภัย' อาชีพขั้นสามขึ้นไป อายุระหว่างสี่สิบห้าถึงห้าสิบปี เพศชาย ต้องรู้ภาษาเผ่าพันธุ์ต่างๆ ไม่ต่ำกว่าห้าภาษา ประกาศเฉพาะในเขตตะวันตกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรซีลินก็พอ ... ค่าตอบแทนคือมรดกตกทอดฉบับสมบูรณ์ของ 'จอมเวทสายกลไก' ระดับตำนาน"
อิซาเบลลามองโคเอนด้วยสายตามีความหมาย
"ได้ ประกาศนี้จะถูกส่งออกไปภายในคืนนี้ ... แต่ข้าสงสัยจัง คนที่ท่านตามหาคนนี้มีอะไรพิเศษงั้นหรือ?"
เงื่อนไขระบุชัดเจนขนาดนี้ แถมค่าตอบแทนยังเจาะจงสุดๆ เห็นได้ชัดว่าโคเอนกำลังตามหาคนบางคนในราชอาณาจักรซีลิน
โคเอนหัวเราะกลบเกลื่อน ไม่ได้ตอบคำถามตรงๆ ซึ่งก็เรียกสายตาค้อนขวับจากอิซาเบลลาได้อีกครั้ง
โคเอนพูดในใจ "จะให้บอกได้ไงว่าคนคนนี้คือเทพสงครามที่จะกวาดล้างไปทั่วทวีปในอนาคต อาร์โนลด์ คอนสแตนติน?"
เดิมทีโคเอนตั้งใจจะไปตามหาด้วยตัวเอง แต่ช่วงนี้เขามีภารกิจรัดตัว แถมการเดินทางออกนอกประเทศก็ไม่สะดวก เลยยืมมือ "ปีกสีซีด" ประกาศหาซะเลย
เขาเชื่อว่าอาร์โนลด์ที่กำลังตกระกำลำบากจะต้องงับเหยื่อชิ้นนี้แน่ ต่อให้ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ก็ต้องเพื่อลูกสาวของเขาที่บังเอิญปลุกพลังสายกลไกขึ้นมาได้!
มรดกของจอมเวทสายกลไก ระดับตำนาน จะต้องทำให้ฝ่ายนั้นตาลุกวาวแน่นอน!
เมื่อธุระเสร็จสิ้น โคเอนก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก คืนนี้เขาจัดการเรื่องต่างๆ ไปได้เยอะทีเดียว
มองดูใบหน้างดงามของอิซาเบลลา โคเอนอดถอนหายใจในใจไม่ได้ ... คนตรงหน้านี้คือตัวละครยอดนิยมในเกมเมื่อชาติที่แล้ว บัดนี้มายืนตัวเป็นๆ อยู่ตรงหน้า!
นางคือคนที่มีเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ ไม่ใช่ภาพกราฟิกในเกมอีกต่อไป
"คุณหนูเวนเซอร์ หวังว่าจะได้ร่วมมือกันอีกในครั้งหน้า ลาก่อน!"
สิ้นเสียง ร่างของโคเอนก็กลายเป็นเงาสีดำเลือนหายไปจากที่เดิม
[เร้นกายในเงามืด] และ [ปูปีศาจ] ทำงาน!
มองดูโคเอนที่หายวับไปกับตา แววตาของอิซาเบลลาฉายแววประหลาดใจ
อิซาเบลลาถามขึ้น "คนล่ะ?"
โมโดขมวดคิ้วแน่น เอ่ยช้าๆ
"แปลกมาก กลิ่นอายหายไปจนหมดสิ้น นี่มันวิชาเร้นกายอะไรกัน? ต่อให้เป็นนักฆ่าระดับตำนาน ก็ไม่มีทางซ่อนกลิ่นอายได้มิดชิดขนาดนี้! เจ้าหนุ่มนี่มีของดี ไม่แปลกใจเลยที่กล้าบุกเดี่ยวมาหาพวกเราถึงที่นี่"
อิซาเบลลาสีหน้าเคร่งขรึม แววตาเป็นประกายด้วยความหมายบางอย่าง นางเอ่ยว่า
"กลิ่นอายของเขาอาจจะปกปิดได้ แต่ตอนที่สัมผัสร่างกาย ระดับความแข็งแกร่งของร่างกายเขาปิดไม่มิดหรอก ... ตอนที่จับมือกันข้าพบว่า เขาไม่มีแม้กระทั่ง 'กายาทองแดง' ด้วยซ้ำ"
โมโดทำหน้าเหมือนได้ยินเรื่องเหลือเชื่อ ตาเบิกโพลง
"ไม่มีกายาทองแดง? หรือว่าเขายังไม่เข้าสู่ขอบเขตเหนือมนุษย์ ... เป็นไปได้ยังไง? คนธรรมดาที่ยังไม่เป็นผู้เหนือมนุษย์จะหายตัวไปต่อหน้าต่อตาข้าได้ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ?"
ในทวีปกระแสเวท สัญลักษณ์ของการก้าวสู่ความเป็นผู้เหนือมนุษย์คือการผ่านบททดสอบ [กายาทองแดง] สามขั้นแรกของลำดับพลังก็คือระดับทองแดง
อิซาเบลลาเลียริมฝีปากสีแดงสด เผยเสน่ห์เย้ายวนใจ
"ข้าชักจะสนใจในตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ!"
[จบแล้ว]