- หน้าแรก
- ไรเดอร์ยอดนักสืบ ส่งอาหารอยู่ดีๆ ก็ต้องมาไขคดีซะงั้น
- บทที่ 13 ยืนยันข้อสงสัย! แจ้งเบาะแสครั้งที่สอง!
บทที่ 13 ยืนยันข้อสงสัย! แจ้งเบาะแสครั้งที่สอง!
บทที่ 13 ยืนยันข้อสงสัย! แจ้งเบาะแสครั้งที่สอง!
“ภาพจากกล้องวงจรปิดนี้...”
ก่อนที่เสิ่นถิงจะดูเนื้อหาในคลิปที่จิ๊กซอว์อัปโหลดมา แค่เห็นเวลาที่ปรากฏ เขาก็ต้องประหลาดใจอย่างมาก
เพราะเวลามันซ้อนทับกัน!
คลิปนี้ กับคลิปที่ฉินเฟิงเจอเมื่อสามวันก่อน ที่ซ่งเสี่ยวเชี่ยนคุยโทรศัพท์ด่าเย่กั๋วเฟิง เป็นเวลาเดียวกันเป๊ะ!
ประเด็นสำคัญคือ!
คลิปที่ฉินเฟิงหามา เป็นมุมกล้องที่หน้าประตูโรงงานฮุยหวงวู้ดฯ
ส่วนคลิปของจิ๊กซอว์ มาจากกล้องวงจรปิดริมถนนข้างๆ ประตูใหญ่!
สองจุดนี้อยู่ใกล้กันมาก!
พูดง่ายๆ คือ ณ เวลานั้น ทั้งซ่งเสี่ยวเชี่ยนและโจวเก๋อซิน ต่างก็อยู่หน้าประตูโรงงานฮุยหวงวู้ดฯ
แต่ด้วยมุมกล้องของทั้งสองตัว ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่ปรากฏตัวในเฟรมของอีกกล้อง
แต่ถ้าเอาคลิปทั้งสองมาประกอบกัน ตอนที่ซ่งเสี่ยวเชี่ยนกำลังคุยโทรศัพท์ด่าเย่กั๋วเฟิงด้วยถ้อยคำรุนแรง...
โจวเก๋อซินต้องได้ยินคำพูดเหล่านั้นแน่!
อย่างไรก็ตาม!
อาจเป็นเพราะเขาหัวแตกและเพิ่งเย็บแผลมา เลยสวมหมวกแก๊ปเก่าๆ ปิดบังใบหน้า
ทำให้มองสีหน้าเขาไม่ชัดเจนในคลิป!
แต่สมาชิกในกลุ่มต่างก็พอเดาสาเหตุของเรื่องราวได้แล้ว!
นิติเวชฉินหมิง: “จำได้ว่าฉินเฟิงอ่านปากซ่งเสี่ยวเชี่ยนตอนนั้นว่าเธอพูดคำว่า—
‘ไร้ความสามารถ’!
‘ไม่เอาถ่าน’!
‘ไม่มีกระดูกสันหลัง’!
‘มือตีนก็มี แต่เอาแต่นอนกินเมืองแบมือขอตังค์คนอื่น เป็นแมงดาหรือไง ไร้ประโยชน์สิ้นดี’
นี่แค่ส่วนหนึ่ง ซ่งเสี่ยวเชี่ยนอาจจะใช้คำแรงกว่านี้เพื่อกระตุ้นให้เย่กั๋วเฟิงฮึดสู้
คนพูดไม่คิดอะไร คนฟัง(ในสาย)อาจจะไม่คิดอะไร
แต่โจวเก๋อซินที่เป็น ‘คนนอก’ ที่ได้ยิน อาจจะเก็บไปคิดจนเกิดเจตนาร้าย
เพราะคำด่าพวกนั้น มันแทงใจดำเขาเข้าอย่างจัง
ไร้ประโยชน์ ไม่มีกระดูกสันหลัง เหมือนแมงดา—คำพวกนี้มันกำลังด่าเขาชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?
ดังนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะเข้าใจผิดว่าซ่งเสี่ยวเชี่ยนแกล้งคุยโทรศัพท์เพื่อ ‘ด่ากระทบ’ เขา!
นี่อาจเป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุ!”
กวนหงเฟิง: “ถ้าเป็นอย่างนั้น เรื่องที่ฆาตกรจงใจเล่นงานที่ปากของซ่งเสี่ยวเชี่ยนก็อธิบายได้
เพราะคำพูดที่ทำร้ายจิตใจเขาเหล่านั้น ล้วนออกมาจากปากของเธอ
และดูจากรูปเก่าๆ ตอนไม่ใส่หมวก ผมของเขาก็หยิกฟูมาก น่าจะเป็นโรคเส้นผมปมเหมือนกัน!”
กิโกะ: “อิอิ เสียงผู้ต้องสงสัยที่ฉันเจอก่อนหน้านี้ก็อธิบายได้แล้ว
โจวเก๋อซินคนนี้ เกาะตระกูลซ่งกิน
เขาเชื่อฝังหัวว่าตระกูลซ่งรวยล้นฟ้า ก็สมควรต้องให้เงินเลี้ยงดูเขา
บวกกับเพิ่งผ่าตัดสมองมา แล้วก็ถังแตก
ตอนลงมือฆ่า เขาถึงได้ตะโกนว่า ‘เงิน เอาเงินมา เอาเงินของฉันคืนมา!’
และพอค้นตัวไม่เจอเงิน ก็เลยฉีกกระเป๋าเสื้อผ้ากระจุยกระจาย แล้วปลดเอาเครื่องประดับมีค่าไปแทน”
จิ๊กซอว์: “ยิ่งไปกว่านั้น โจวเก๋อซินโตและหากินในเฉาหยางมาตั้งแต่เด็ก
แถมยังเคยทำงานที่ฮุยหวงวู้ดฯ!
เขาต้องคุ้นเคยกับกล้องวงจรปิดแถวนั้น และกิจวัตรการวิ่งตอนกลางคืนของซ่งเสี่ยวเชี่ยนเป็นอย่างดี
แถมยังเคยติดคุกมาหลายรอบ คงเรียนรู้วิธีหลบเลี่ยงกล้องมาเพียบ
มิน่าล่ะ เขาถึงไม่ทิ้งร่องรอยไว้ในกล้องวงจรปิดเลย”
ฟังการวิเคราะห์ของทุกคน เสิ่นถิงก็วางแผนในใจได้แล้ว
“ได้เวลาแจ้งเบาะแสแล้ว!
แต่ยังไงซะ ก็ยังไม่มีผลดีเอ็นเอหรือคลิปตอนลงมือชัดๆ
กันพลาดไว้ก่อน ฉันจะยังไม่ฟันธงว่าโจวเก๋อซินเป็นฆาตกร”
เสิ่นถิงทบทวนข้อมูลของโจวเก๋อซิน เรียบเรียงคำพูดในหัวอย่างรวดเร็ว แล้วกดโทรหา 110 เพื่อแจ้งเบาะแส!
แถมคราวนี้เขาจงใจไม่ปิดบังเบอร์โทรศัพท์ด้วย
“สวัสดีครับ ศูนย์รับแจ้งเหตุ 110 มีอะไรให้ช่วยเหลือคะ?”
“สวัสดีครับ ผมแซ่เสิ่น ชื่อ ‘เหร่อซิน’ (พลเมืองดี) ครับ! [1]
ผมอยากจะแจ้งเบาะแสฆาตกร คดีเฆ่าโหดเถ้าแก่เเนี๊ยะโรงงานไม้ฮุยหวงที่คุณตั้งรางวัลนำจับนั่นแหละครับ!”
“โอเคค่ะ คุณมีเบาะแสอะไรคะ?”
น้ำเสียงที่ราบเรียบของเจ้าหน้าที่รับสายผิดคาดเสิ่นถิงไปหน่อย
แจ้งเรื่องสำคัญขนาดนี้ ไม่ตื่นเต้นหน่อยเหรอ?
เขาหารู้ไม่ว่า ตั้งแต่ประกาศรางวัลนำจับออกไป มีคนโทรมาอ้างว่ามีเบาะแสเป็นร้อยสายแล้ว
แต่พอตรวจสอบทีละราย ก็พบว่าเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด หรือไม่ก็พวกป่วน
เบาะแสนับร้อย แต่ไม่มีอันไหนใช้ได้จริงเลยสักอัน!
เจ้าหน้าที่เขาก็ชินชาไปแล้ว!
“อะแฮ่ม คือเรื่องมันเป็นงี้ครับ คืนก่อนนู้น ผมพาหมาไปเดินเล่นที่ถนนฮุยหยางนอกหมู่บ้าน
เจ้าเสี่ยวเฮยฉี่... อ้อ เสี่ยวเฮยคือลูกชายผมครับ เป็นหมาน่ะครับ
ตอนมันกำลังฉี่รดแปลงดอกไม้ ผมก็สังเกตเห็นอะไรผิดปกติ
ในพุ่มไม้นั่นดันมีคนนอนอยู่ แล้วลูกชายผมก็ฉี่ใส่เขาพอดี
ผมเป็นคนดีครับ เลยรีบดึงคนคนนั้นลุกขึ้นมา
เป็นตาแก่คนนึง เมาแอ๋เลยครับ คุยไม่รู้เรื่องแล้ว
แกด่ากราด ผลักผม แล้วก็เดินโซซัดโซเซจากไป
ผมกลัวแกจะไปก่อเรื่อง เลยแอบเดินตามไปดู
แล้วผมก็ได้ยินแกบ่นพึมพำกับตัวเอง—
โรงงานไม้ฮุยหวงบ้าบอ บริษัทใหญ่โตแค่นั้น เงินนิดๆ หน่อยๆ ก็ให้ไม่ได้ เอิ๊ก~~
อุตส่าห์ขยันขันแข็งเฝ้าประตูให้!
ทำกับฉันแบบนี้ได้ไง?
เอิ๊ก~”
“คุณคะ เอ่อ... เสียงเรอนั่น ไม่ต้องเลียนแบบก็ได้มั้งคะ?”
เจ้าหน้าที่เริ่มสับสนและผิดหวังนิดหน่อย
ไม่เข้าใจว่าคนแจ้งต้องการจะสื่ออะไร
คงเป็นพวกอยากมีส่วนร่วมอีกคนล่ะมั้ง?
“โอเคๆ ไม่เลียนเสียงเรอแล้วครับ
สรุปคือ ผมได้ยินคนคนนั้นพูดว่า—
เงิน ฉันต้องการเงิน!
หึ นังเด็กนั่น นอกจากจะไม่ให้เงินแล้ว ยังกล้าด่าฉันอีกเหรอ?
คอยดูเถอะ ชอบวิ่งตอนกลางคืนนักใช่ไหม ข้าโจวเก๋อซินจะทำให้นังหนูเสียใจให้ดู!
ถ้าไม่ให้เงินดีๆ ข้าก็จะปล้น!
ตอนนั้นผมไม่ได้ใส่ใจ คิดว่าคนเมาเพ้อเจ้อ พอเห็นแกข้ามถนนไปแล้วผมก็กลับ
แต่เมื่อกี้เห็นประกาศจับ ผมเลยรู้สึกว่าตาแก่นั่นน่าสงสัยมาก!
แกคงไม่ได้ไปฆ่าคนจริงๆ หรอกใช่ไหมครับ?”
เจ้าหน้าที่เริ่มจริงจังขึ้นมาทันที
เพราะเธอจับประเด็นข้อมูลที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนได้หลายจุด—
เหยื่อถูกฆ่าขณะวิ่งตอนกลางคืน!
และทรัพย์สินมีค่าหายไปเกลี้ยง!
เพื่อให้ได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์ ตอนประกาศจับ ตำรวจจะให้ข้อมูลบางส่วน เช่น ชื่อบริษัทฮุยหวง ฯลฯ
แต่ข้อมูลสำคัญบางอย่างจะถูกปิดเป็นความลับ
“หรือว่าที่คนนี้พูดจะเป็นเรื่องจริง?”
แต่การบังเอิญเจอฆาตกรตอนพาหมาเดินเล่น แล้วบังเอิญได้ยินแผนการฆ่าพอดี
มันดูเหลือเชื่อไปหน่อย!
อีกอย่าง คนคนนั้นแค่พูดว่าจะปล้นและทำให้เสียใจ ไม่ได้บอกว่าจะฆ่า
แม้จะน่าสงสัย แต่เจ้าหน้าที่ก็สัมผัสได้ถึงมูลค่าของเบาะแสนี้
หลังจากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เสิ่นถิงก็ทิ้งท้ายด้วยการบอกเลขบัญชีธนาคารแล้ววางสายไป
เจ้าหน้าที่รีบรายงานข้อมูลที่ได้ทันที!
ในเวลาเดียวกัน!
กรมตำรวจเฉาหยาง ภายในห้องประชุม!
การประชุมหารือคดีดำเนินมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว
แต่แทบไม่มีความคืบหน้า!
เจิ้งหยวนเฉียวที่นั่งหัวโต๊ะ ขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะหนีบแฟ้มเอกสารปึกหนาได้อยู่แล้ว...
เชิงอรรถ:
[1] เหร่อซิน (热心): แปลว่า กระตือรือร้น หรือ มีน้ำใจ (มักใช้เรียก พลเมืองดี) ในที่นี้เสิ่นถิงเล่นมุกว่าตัวเองชื่อ "พลเมืองดี"