- หน้าแรก
- ไรเดอร์ยอดนักสืบ ส่งอาหารอยู่ดีๆ ก็ต้องมาไขคดีซะงั้น
- บทที่ 12 เส้นผมเขาดูหยิกฟูเป็นพิเศษหรือเปล่า?
บทที่ 12 เส้นผมเขาดูหยิกฟูเป็นพิเศษหรือเปล่า?
บทที่ 12 เส้นผมเขาดูหยิกฟูเป็นพิเศษหรือเปล่า?
“เฮ้อ... ไม่ใช่ ‘เหล่าเสิ่น’ หรอก!
ฉันคิดมากไปเอง!”
เสิ่นถิงพรูลมหายใจยาวจนเกิดเป็นไอหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งในอากาศ
เขาจำได้ลางๆ ว่าเมื่อสองคืนก่อน เหล่าเสิ่นนอนดูทีวีอยู่ที่บ้าน
“ถ้าไม่ใช่เหล่าเสิ่น งั้นก็ต้องเป็นคนทำเต้าหู้เจ้าอื่นในเขตใต้เฉาหยาง!”
แบบนี้ขอบเขตการสืบสวนก็แคบลงถนัดตา!
ตอนนี้เที่ยงแล้ว!
แสงแดดส่องกระทบตัวเขาให้ความรู้สึกอบอุ่น
แม้จะเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่เวลาของภารกิจเหลืออีกแค่สิบแปดชั่วโมง
ต้องเร่งมือแล้ว!
เสิ่นถิงจอดรถจักรยานไฟฟ้าหน้าอพาร์ตเมนต์ที่ดู ‘น่าสงสัย’ แห่งหนึ่ง ระหว่างสอดส่ายสายตาหาคนน่าสงสัย เขาก็หยิบมือถือโทรหาเหล่าเสิ่น:
“ฮัลโหล พ่อครับ ผมเอง มีเรื่องด่วนอยากถามหน่อย...”
“พ่อรู้จักคนทำเต้าหู้แถวๆ หมู่บ้านเสิ่นเจียของเราบ้างไหมครับ?”
“รู้จักสิ!
พวกเราสั่งถั่วเหลืองจากยี่ปั๊วด้วยกันบ่อยๆ ซื้อเยอะๆ มันได้ราคาถูกลงหน่อย
คนทำเต้าหู้แถวนี้ พ่อรู้จักแทบทุกคนแหละ
เรามีกลุ่มไลน์กันด้วยซ้ำ!
ว่าแต่... ถิงเอ๋อ ลูกถามทำไม?”
“เรื่องด่วนครับพ่อ อย่าเพิ่งถามเลย ส่งรายชื่อคนในกลุ่มกับข้อมูลคร่าวๆ มาให้ผมก่อน!”
“ได้เลย!”
“อ้อ แล้วรายชื่อในกลุ่มนี่ครบไหมครับ?
คนทำเต้าหู้แถวนี้อยู่ในกลุ่มหมดทุกคนเลยหรือเปล่า?”
“เอ่อ... อันนี้ไม่แน่ใจแฮะ!
คนในกลุ่มส่วนใหญ่ทำเต้าหู้มาอย่างต่ำสามถึงห้าปีทั้งนั้น
พวกหน้าใหม่ หรือพวกที่ทำๆ เลิกๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ากลุ่มหรอก
งานทำเต้าหู้มันเหนื่อยจะตาย ใครจะไปทนทำได้นานๆ!”
ก็ปกติแหละ!
หลังจากวางสาย ไม่นานเสิ่นถิงก็ได้รับภาพแคปหน้าจอรายชื่อสมาชิกในกลุ่ม
นอกจากเหล่าเสิ่น ยังมีอีกเก้าคน!
“ระบบ แชร์ข้อมูลของเก้าคนนี้ แล้วอัปโหลดลง กรุ๊ปแชทไขคดี เดี๋ยวนี้!”
“แชร์ข้อมูลสำเร็จ!”
เสิ่นถิงพิมพ์ข้อความลงในกลุ่มทันที:
“นี่เป็นข้อมูลผู้ต้องสงสัยกลุ่มใหม่ครับ ทุกคนช่วยเช็กหน่อย
ดูว่ามีใครมีปัญหาเรื่องเงินกับซ่งเสี่ยวเชี่ยน หรือพ่อแม่เธอบ้างไหม
โดยเฉพาะถ้าเคยมีปากเสียงกัน!”
กิโกะ: “ผู้ต้องสงสัยกลุ่มใหม่มาจากไหนคะเนี่ย?
⚆ _ ⚆?”
ฉินเฟิง: “หัวหน้ากลุ่มมีไอเดียใหม่เหรอครับ?”
“เปล่า!”
เสิ่นถิงตอบตรงๆ:
“ฉันอ่านรายงานการตรวจสอบอนุภาคต้องสงสัยของเจ้าหน้าที่เทคนิคแล้ว พบว่าอนุภาคแก้วมาจากโรงงานถลุงทองแดง
ซึ่งโรงงานพวกนี้เคยตั้งกระจุกตัวอยู่ในเขตใต้ของเฉาหยาง!
ส่วนอนุภาคอีกชนิดที่ซับซ้อนกว่า มันคือดีเกลือเป็นหลัก
โปรตีนและไขมันที่เกาะอยู่ภายนอก น่าจะมาจากไอน้ำนมถั่วเหลืองตอนทำเต้าหู้ที่ไปจับตัวกับผิวดีเกลือ
ดังนั้น ฉันเลยรวบรวมข้อมูลคนทำเต้าหู้ในเขตใต้เฉาหยางมาให้ตรวจสอบ”
กิโกะ: “〣 ( º Δ º ) 〣
หัวหน้ากลุ่มอ่านรายงานพวกนั้นรู้เรื่องด้วยเหรอคะ?”
ฉินหมิง: “หัวหน้ากลุ่มเชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์หลักฐานด้วยเหรอครับเนี่ย?”
กวนหงเฟิง: “การใช้เครื่องมือตรวจสอบหลักฐานไม่ใช่เรื่องยากที่สุด
ที่ยากที่สุดคือการตีความผลการตรวจสอบ
สสารพิเศษหลายอย่าง ต่อให้มีกราฟสเปกตรัม ก็ใช่ว่าจะระบุชนิดได้
แต่หัวหน้ากลุ่มกลับระบุได้ง่ายๆ แบบนี้
หรือว่าคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ด้านนี้?”
เสิ่นถิงไม่ได้อธิบายอะไรมาก ตัดบทสั้นๆ:
“รีบดูข้อมูลเถอะ!”
ข้อมูลของทั้งเก้าคนไม่ได้ซับซ้อนอะไรนัก
แถมทุกคนก็แค่คนขายเต้าหู้ ประวัติไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อน
สมาชิกทั้งเจ็ดคนใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ตรวจสอบเสร็จ
ความคาดหวังของทุกคนมอดลงอย่างรวดเร็ว
เพราะไม่มีใครหาความเชื่อมโยงระหว่างเก้าคนนี้กับซ่งเสี่ยวเชี่ยนได้เลย
กวนหงเฟิง: “คนแซ่หลิว จากถนนจางเจียเตี้ยน ตัดทิ้งได้เลย
คืนเกิดเหตุเขานั่งเล่นไพ่อยู่”
ฮันนิบาล: “ผู้ต้องสงสัยของผมก็ตัดทิ้ง
เขาพิการที่ขาขวาและมือขวา ไม่สามารถทำการฆาตกรรม หั่นศพ และทิ้งศพที่ซับซ้อนขนาดนี้ได้แน่นอน”
ฉินหมิง: “ซ่งเหวินเฉียง จากถนนหลิวสุ่ย ไม่มีพยานที่อยู่ยืนยัน
แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ว่าเขาน่าสงสัยเหมือนกัน!”
สถานการณ์ของผู้ต้องสงสัยคนอื่นๆ ก็คล้ายๆ กัน
ตัดทิ้งไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ดูยังไงก็ไม่เหมือนฆาตกร
เสิ่นถิงขมวดคิ้วเล็กน้อย:
“รายชื่อตกหล่นหรือเปล่า?
หรือว่าทิศทางนี้จะผิดอีกแล้ว?”
ขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีปรับปรุงรายชื่อ กิโกะก็ส่งข้อความเข้ามา:
“เฮ้ ทุกคน ดูคนนี้สิ
ไม่คิดว่าผมของเขาดู หยิกฟู เป็นพิเศษเหรอ?”
หยิกฟู?
เสิ่นถิงเข้าใจความหมายของกิโกะทันที
โรคเส้นผมปม (Pili torti)!
นิติเวชระบุว่าเส้นผมที่พบในมือซ่งเสี่ยวเชี่ยนมีลักษณะเป็นปมเดี่ยว ซึ่งเป็นโรคหายากที่เรียกว่า Pili torti
ผมของผู้ป่วยโรคนี้จะดูหยิกฟูกว่าคนทั่วไปจริงๆ!
เสิ่นถิงรีบดูผู้ต้องสงสัยที่กิโกะชี้เป้า
“โจวเซิ่งลี่?”
เสิ่นถิงจำได้ว่าคนนี้อาศัยอยู่ที่ถนนโจวเจียเตี้ยน
และผมของเขาก็ดูหยิกฟูหน่อยๆ จริงๆ
คนอื่นๆ อีกแปดคนก็ทำเต้าหู้เหมือนกัน สภาพความเป็นอยู่ สุขอนามัยส่วนตัว ฯลฯ ก็คล้ายๆ กัน
แต่ผมของคนอื่นดูปกติดี
“น่าสนใจ!”
ฮันนิบาลทิ้งข้อความไว้:
“ผมดูข้อมูลคนนี้แล้วเหมือนกัน
กล้ารับประกันเลยว่าเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลซ่งหรือซ่งเสี่ยวเชี่ยนแน่นอน”
ฉินหมิง: “แต่โรคเส้นผมปมนี่หายากมากนะครับ
โจวเซิ่งลี่คนนี้ไม่เพียงแต่เป็นโรคนี้ แต่ที่บ้านยังทำเต้าหู้ แถมยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ต้องสงสัยอีก
มันจะบังเอิญเกินไปหน่อยมั้ง!
ถ้าเขาไม่ใช่ฆาตกร... โรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม วิถีชีวิต และสุขอนามัยได้
ลูกชายเขาหรือเปล่า?
ไม่สิ ลูกชายเขายังเด็กเกินไป อายุฆาตกรน่าจะมากกว่านี้
พ่อของโจวเซิ่งลี่ก็แก่เกินไป!
เขามีพี่น้องไหม?
คนยุคนั้นไม่น่าจะเป็นลูกคนเดียวหรอก
หัวหน้ากลุ่ม มีข้อมูลญาติพี่น้องเขาไหมครับ?”
“มี!”
ใจของเสิ่นถิงเต้นรัว
เขามีลางสังหรณ์ว่าคดีนี้อีกแค่นิดเดียวก็จะปิดได้แล้ว
เขารีบแชร์ข้อมูลพี่น้องของโจวเซิ่งลี่และอัปโหลดทันที
โจวเซิ่งลี่มีพี่น้องทั้งหมดห้าคน!
เขาเป็นลูกคนที่สาม!
ทุกคนรีบดูข้อมูล และสะดุดตากับลูกคนที่ห้า โจวเก๋อซิน ทันที
เพราะเขามีความเกี่ยวข้องกับตระกูลซ่ง!!!
ถังเหรินตื่นเต้นที่สุด: “เจอตัวแล้ว~~
ฆาตกรคือเจ้าโจวเก๋อซินคนนี้แหละ~~”
กวนหงเฟิงก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน: “ความน่าสงสัยของเขาสูงมากจริงๆ”
กิโกะ: “เย้ (((o(゚▽゚)o)))
ในที่สุดคดีก็จะจบซะที!
หัวหน้ากลุ่มสุดยอดไปเลย ถึงฆาตกรจะไม่ใช่หนึ่งในเก้าคนทำเต้าหู้นั้น แต่ก็เกี่ยวข้องกับพวกเขาจริงๆ ด้วย!”
เสิ่นถิงก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน!
จากข้อมูล โจวเก๋อซินคนนี้ถือเป็นพวกนักเลงหัวไม้
ตอนหนุ่มๆ เคยติดคุกหลายครั้งข้อหาทะเลาะวิวาท
พอแก่ตัวลง ก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิม ทั้งเหล้า บุหรี่ การพนัน ครบสูตร
เมื่อปีก่อนในฤดูหนาว เขาเมาหนักจนล้มฟุบอยู่กลางหิมะ
บังเอิญรถของพ่อซ่งผ่านมาเห็น กลัวเขาจะหนาวตาย เลยเรียกรถพยาบาลและพาไปส่งโรงพยาบาล
แถมยังจ่ายค่ารักษาให้ด้วย!
พอฟื้นขึ้นมา โจวเก๋อซินรู้ว่าพ่อซ่งรวยและใจดี
เลยตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จว่าตัวเองส่งลูกเรียนจนจบมหาลัย แต่โดนลูกทิ้ง ตอนนี้เป็นคนไร้บ้าน ไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้ว!
จริงๆ แล้วเขาเป็นชายโสดขี้เมา จะไปเอาลูกมาจากไหน?
แต่พ่อซ่งหลงเชื่อ เลยฝากงานให้ทำที่โรงงาน
ให้เป็นยามเฝ้าประตู มีเงินเดือนให้ แถมมีข้าวเลี้ยง!
แต่โจวเก๋อซินแกล้งทำตัวดีได้แค่สองเดือน
หลังจากนั้นก็แอบกินเหล้าเวลางาน ขาดงานบ่อย แถมยังชอบหาเรื่องพนักงานและหัวหน้างาน โดยแกล้งไม่ยอมเปิดประตูให้
พนักงานหลายคนทนไม่ไหว ไปฟ้องพ่อซ่ง
พ่อซ่งไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ เลยไล่ออก
แต่โจวเก๋อซินเหมือนปลิงดูดเลือด
เขาบุกไปโวยวายใส่พ่อซ่งหลายครั้ง อ้างว่าเคยเฝ้าประตูให้ตระกูลซ่ง ตระกูลซ่งติดหนี้บุญคุณเขา ต้องเลี้ยงดูเขาไปจนตาย
พ่อซ่งกลัวเสียชื่อเสียง เลยยอมให้เงินไป
แต่ให้ไปไม่กี่ครั้ง ก็เริ่มรู้สึกว่าไม่จบไม่สิ้น เลยเลิกสนใจ
หลังจากนั้น โจวเก๋อซินก็หายหน้าไป
พ่อซ่งคิดว่าเรื่องจบแล้ว!
แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่โจวเก๋อซินกลับตัวกลับใจ
แต่เพราะเมื่อครึ่งปีก่อน เขาเมาแล้วอาละวาด เอาขวดฟาดหัวชาวบ้าน เลยโดนจับติดคุกไปสามเดือน
พอออกมา ก็โดนคู่กรณีดักตีหัวแตก ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มอีกสามเดือน
นั่นคือสาเหตุที่เขาหายหน้าไปในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
“เดี๋ยวนะ คนคนนี้... โจวเก๋อซินคนนี้ ฉันคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นในกล้องวงจรปิด
เมื่อไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุ กล้องริมถนนแถวทางเข้าฮุยหวงวู้ดฯ ขอฉันเช็กแป๊บ...”
จิ๊กซอว์ส่งข้อความเข้ามาทันควัน:
“เจอแล้ว!
ดูคลิปนี้สิ!”