- หน้าแรก
- ไรเดอร์ยอดนักสืบ ส่งอาหารอยู่ดีๆ ก็ต้องมาไขคดีซะงั้น
- บทที่ 14 ฉันบอกให้แกหุบปาก!
บทที่ 14 ฉันบอกให้แกหุบปาก!
บทที่ 14 ฉันบอกให้แกหุบปาก!
ที่เกิดเหตุไม่มีความคืบหน้า!
กล้องวงจรปิดรอบๆ ไม่พบคนน่าสงสัย!
คนรอบตัวซ่งเสี่ยวเชี่ยนไม่มีผู้ต้องสงสัย!
แถมยังไม่มีพยานหรือหลักฐานอะไรเพิ่มเติมอีก!
ในห้องประชุม!
หัวหน้าทีมเจิ้งหยวนเฉียว และเหล่าหัวหน้าหน่วยย่อยต่างพากันเงียบกริบ
ทุกคนจุดบุหรี่สูบจนห้องประชุมคละคลุ้งไปด้วยควัน
เหมือนกับคดีนี้ ที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาจนมองไม่เห็นทาง
“หัวหน้าเจิ้ง ผมว่า... เราส่งเรื่องขอความช่วยเหลือดีกว่าไหมครับ?”
“ใช่ครับ ให้เบื้องบนส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงมาช่วยดูเถอะ”
“ให้เจ้าหน้าที่เทคนิคระดับสูงมาช่วยตรวจสอบหลักฐานใหม่ด้วย เผื่อจะมีความคืบหน้า!”
หัวหน้าหน่วยย่อยหลายคนเสนอแนะ
เจิ้งหยวนเฉียวขยับคอเสื้อด้วยความหงุดหงิด
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาไม่อยากส่งเรื่องขอความช่วยเหลือเลย
มันเสียหน้าชะมัด!
อีกอย่าง คดีนี้ไม่ใช่ฆาตกรรมต่อเนื่องหรือฆาตกรรมแบบสุ่มสี่สุ่มห้า!
มันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น ตามหลักแล้วน่าจะมีหวังปิดคดีได้
แต่ทางสืบสวนทุกทางกลับตันไปหมด
“คดีนี้มันแปลกๆ แฮะ!
ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็คงต้องขอความช่วยเหลือแหละ”
เจิ้งหยวนเฉียวอัดควันเข้าปอดเฮือกใหญ่ “เสี่ยวเกา เตรียมเอกสารรายงาน
ถ้าก่อนค่ำยังไม่มีความคืบหน้า ก็ยื่นเรื่องขอกำลังเสริมระดับสูงเลย”
“รับทราบครับ!”
ทันใดนั้น!
โทรศัพท์ภายในบนโต๊ะก็ดังขึ้น กริ๊งงง
เจิ้งหยวนเฉียวยืดตัวขึ้น เอื้อมมือไปรับสาย:
“สวัสดีครับ เจิ้งหยวนเฉียว กองปราบที่หนึ่ง...”
“มีเบาะแสเข้ามาอีกแล้วเหรอ? คราวนี้ไม่เหมือนเดิม?”
“หือ?
แจ้งชื่อฆาตกรมาตรงๆ เลยเหรอ?
โจวเก๋อซิน? บอกว่าจะทำให้ซ่งเสี่ยวเชี่ยน ‘เสียใจ’?
ปีก่อนเคยเป็นรปภ.ที่ฮุยหวงวู้ดฯ ด้วย?
ได้ๆๆ ผมจะสั่งให้ตรวจสอบเดี๋ยวนี้!”
เจิ้งหยวนเฉียววางหูด้วยสีหน้าประหลาดใจระคนสงสัย
เขาเงยหน้าขึ้นก็พบว่าลูกน้องต่างหยุดสูบบุหรี่และมองมาที่เขาเป็นตาเดียว
เจิ้งหยวนเฉียวยิ้ม:
“ทุกคนได้ยินแล้วนะ มีคนแจ้งเบาะแสสำคัญเข้ามา
ระบุตัวผู้ต้องสงสัยมาให้เสร็จสรรพเลย ชื่อว่า...”
รอยยิ้มจางลง เปลี่ยนเป็นความลังเล:
“ติดอยู่หน่อยเดียว คือคำให้การของคนแจ้งมันพิสดารไปหน่อย
เขาบอกว่าเมื่อสามวันก่อนตอนพาหมาไปเดินเล่น หมาเขาดันไปฉี่รดใส่ผู้ต้องสงสัยที่ชื่อโจวเก๋อซิน
ผู้ต้องสงสัยเมาแอ๋ แล้วก็บ่นพึมพำแผนการแก้แค้นซ่งเสี่ยวเชี่ยนออกมาจนหมดเปลือก!”
หัวหน้าหน่วยย่อยต่างหันมองหน้ากัน
ฟังดูเหลือเชื่อจริงๆ นั่นแหละ!
“แต่อย่างไรก็ตาม ถึงจะแปลก แต่คนแจ้งบอกว่าโจวเก๋อซินวางแผนจะลงมือตอนเหยื่อออกไปวิ่งกลางคืน
และในคำพูดเขาดูจะสนใจของมีค่ามาก!
ซึ่งตรงกับรูปคดีเป๊ะ!
ดังนั้นเบาะแสนี้ถือว่ามีมูลค่าสูงมาก”
เจิ้งหยวนเฉียวหันไปสั่งการตำรวจวัยกลางคน:
“เอาล่ะ หน่วยสอง ติดต่อพ่อซ่ง เช็กดูว่ามีคนชื่อโจวเก๋อซินจริงไหม
ถ้ามี ให้หาพิกัดที่อยู่มา
หน่วยสาม ไปตรวจสอบร้านอาหารและกล้องวงจรปิดถนนฮุยหยางย้อนหลังสามวัน
ดูว่ามีคนเมาเดินเปไปเปมาแถวนั้นไหม!”
“รับทราบ!”
“ไม่มีปัญหาครับ!”
ทีมสืบสวนแยกย้ายกันทำงานอย่างรวดเร็ว
เจิ้งหยวนเฉียวและคนอื่นๆ สูบบุหรี่รอข่าวอย่างใจจดใจจ่อ
หน่วยสองที่ไปติดต่อพ่อซ่งกลับมาก่อนด้วยความตื่นเต้น:
“หัวหน้าเจิ้ง ข่าวดีครับ
พ่อซ่งยืนยันว่ามีคนชื่อโจวเก๋อซินจริงๆ
เมื่อปีก่อน เขาช่วยโจวเก๋อซินที่เมาหลับกลางหิมะไว้
เห็นว่าน่าสงสารเลยฝากงานให้ทำ
นึกไม่ถึงว่าไอ้หมอนี่จะเป็นนักเลงหัวไม้
เลยโดนไล่ออกเมื่อเก้าเดือนก่อน
หลังจากนั้นอีกสามเดือน โจวเก๋อซินก็เนรคุณ กลับมาหาเรื่องขอเงินหลายรอบ
แต่เมื่อครึ่งปีก่อน จู่ๆ ก็หายเงียบไป นึกว่ายอมแพ้ไปแล้ว
หัวหน้าครับ เราสืบมาได้แล้วว่าโจวเก๋อซินพักอยู่ที่ถนนโจวเจียเตี้ยน
จะให้ไปลากคอมาเลยไหมครับ?”
มีตัวตนจริงด้วย?
เลิกก่อกวนเมื่อครึ่งปีก่อน มิน่าล่ะถึงไม่ถูกคัดกรองออกมาตอนแรก
เจิ้งหยวนเฉียวยิ่งประหลาดใจ
ในเมื่อเงียบไปตั้งครึ่งปี ทำไมจู่ๆ ถึงลุกขึ้นมาฆ่าคน?
ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่!
ทันใดนั้น!
คนจากหน่วยสามก็กลับมา ตื่นเต้นไม่แพ้กัน:
“หัวหน้าเจิ้ง เราให้ทีมตรวจสอบกล้องช่วยหาตามรูปพรรณที่พ่อซ่งบอก
เจอตัวจริงๆ ครับ ในกล้องวงจรปิดถนนฮุยหยางเมื่อสามวันก่อน
แล้วก็เมาเละเทะ เดินล้มลุกคลุกคลานอยู่จริงๆ”
ที่คนแจ้งเบาะแสพูด เป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย?
เจิ้งหยวนเฉียวรีบถาม:
“ในกล้องเห็นคนจูงหมาด้วยไหม?”
“เอ่อ... อันนี้ยังไม่เจอครับ
ถนนฮุยหยางกำลังทำถนน มีการขุดท่อ สายกล้องบางจุดเลยขาด ภาพอาจจะไม่ครอบคลุม”
เจิ้งหยวนเฉียวพยักหน้า บี้ก้นบุหรี่ในมืออย่างแรง:
“ช่างมันเถอะ!
เรื่องสำคัญคือต้องจับตัวโจวเก๋อซินให้ได้
พวกนายออกปฏิบัติการได้เลย เดี๋ยวทางนี้จะขอหมายค้นแล้วส่งไปให้ทางวิทยุ”
ตำรวจทั้งทีมสืบสวนมีสีหน้าตื่นเต้นระคนตกใจ ต่างรีบวิ่งออกจากห้อง สตาร์ทรถตำรวจมุ่งหน้าไปจับกุม
ไม่มีใครคาดคิดว่าคดีที่ทำท่าจะมืดมน จู่ๆ จะคลี่คลายง่ายดายขนาดนี้ด้วยโทรศัพท์แจ้งเบาะแสแค่สายเดียว!
...
ในเวลาเดียวกัน!
ถนนโจวเจียเตี้ยน!
มุมเหนือสุดของหมู่บ้านโจว ในบ้านเก่าซอมซ่อที่สุดในหมู่บ้าน
โจวเก๋อซินไม่มีเงินซื้อถ่านหิน และยิ่งไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ
เขานอนขดตัวอยู่บนเตียงเตา (เตียงแบบจีนที่มีช่องใส่ไฟข้างใต้) ที่เย็นเฉียบ แม้จะห่มผ้าห่มสองชั้น แต่ก็ยังสั่นสะท้านด้วยความหนาว
“หนาวชิบหาย!”
เขายื่นแขนดำเมี่ยมออกมาจากผ้าห่ม ควานหาขวดเหล้าเปล่าบนขอบหน้าต่าง
ไม่นานก็คว้าขวดเหล้าขาวที่มีเหล้าเหลือครึ่งขวดมากระดกเข้าปาก
“ค่อยยังชั่ว อุ่นขึ้นหน่อย อิอิ!”
เขาควานมือขวาไปข้างหมอน หยิบนาฬิกาเรือนหนึ่งขึ้นมาดูเวลา
ข้างๆ ยังมีกำไลสองวง จี้หยก และแหวนวางอยู่
มีทั้งหยก เพชร และหยกขาว!
ดูมีราคาแพงระยับ!
ช่างขัดแย้งกับห้องรูหนูที่เต็มไปด้วยขยะแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
“แม่งเอ๊ย นังแพศยานั่นแต่งตัวซะยั่ว แต่เสือกไม่พกเงินสดสักแดง?”
“ของพวกนี้จะเอาไปปล่อยที่ไหนดีวะ?”
“เฮอะ เสียดายชะมัด สับนังนั่นตายคาขวาน อดเล่นสนุกเลย!”
“อึก อึก~~”
“นอนๆ!
พรุ่งนี้ค่อยไปไถเงินไอ้แซ่ซ่ง!”
โจวเก๋อซินกระดกเหล้าจนหมดขวดในรวดเดียว รู้สึกมึนหัวตึ้บ กำลังจะหลับตาลง
แต่ทันใดนั้น!
ลมหนาวยะเยือกก็พัดวูบเข้ามาในห้อง!
ขนลุกซู่ไปทั้งตัว!
พร้อมกับเงาตำรวจหลายนายมายืนล้อมรอบเตียง
“หือ? เมาจนหลอนแล้วกู?”
ตำรวจเห็นเป้าหมายก็ถอนหายใจโล่งอก
แต่พอเห็นสภาพโจวเก๋อซิน ก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง
สภาพนี้... จับยากอยู่นะเนี่ย!?
ตำรวจร่างยักษ์สูงเกือบสองเมตร ไหล่กว้างบึกบึน แคะจมูกดัง ‘ฮึ’ แล้วไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าคอเสื้อโจวเก๋อซินหิ้วขึ้นมาจากผ้าห่มเหมือนลูกไก่
“ใส่กุญแจมือ ลากไป!”
โจวเก๋อซินสั่นงั่กๆ เพราะความหนาว พยายามลืมตาขึ้น สติกลับมาแจ่มใสทันที
เขาถูกลากออกมานอกห้อง ข้างนอกเต็มไปด้วยรถตำรวจและชาวบ้านที่มามุงดู
“เกิดอะไรขึ้น?”
“พวกแก... มาจับฉันทำไม?”
“ฉันเป็นคนดีนะ ฉันเป็นพลเมืองดี ตำรวจรังแกประชาชน~~”
“ทุกคน มาดูเร็ว ตำรวจใส่ร้ายคนดี ทำตัวเหนือกฎหมาย บังคับขู่เข็ญกันกลางวันแสกๆ...”
โจวเก๋อซินโวยวายไม่เป็นภาษา ดิ้นรนสุดชีวิต
“หุบปาก!”
ตำรวจร่างยักษ์ตวาดเสียงเย็น
แต่โจวเก๋อซินยิ่งได้ใจ:
“เห็นไหมทุกคน มันด่าฉัน!
เมื่อกี้ในบ้านมันก็ตบฉัน
พี่น้องทุกคนเห็นแล้วนะ เราคนบ้านเดียวกัน ต้องช่วยฉันนะ!”
ตำรวจร่างยักษ์แสยะยิ้ม “ฉันบอกให้แก หุบปาก!”
เขาคว้าหมับเข้าที่คางของโจวเก๋อซิน ออกแรงบีบนิดเดียว โจวเก๋อซินก็พูดไม่ออก ได้แต่เบิกตาโพลองด้วยความหวาดกลัว
จากนั้นตำรวจร่างยักษ์ก็หิ้วเขาโยนโครมเข้าไปในรถตำรวจ
ตำรวจหญิงผมสั้นข้างๆ ชูถุงหลักฐานที่มีกำไลและเครื่องประดับให้ชาวบ้านดู:
“สวัสดีค่ะทุกคน เราเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมตำรวจเฉาหยาง
โจวเก๋อซินตกเป็นผู้ต้องสงสัย
นี่คือหลักฐานที่พบในบ้านของเขา!
เราดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย...”
ตำรวจหญิงตั้งใจจะอธิบายต่อ เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเข้าใจผิด
แต่เธอกลับพบว่าชาวบ้านพอเห็นโจวเก๋อซินโดนจับ ต่างพากันยิ้มแก้มปริด้วยความสะใจ
บางคนถึงกับปรบมือเชียร์!
ก็สมควรแล้ว!
นักเลงหัวไม้แบบนี้คงก่อเรื่องลักเล็กขโมยน้อยมาไม่น้อย
การเป็นที่รังเกียจของคนในหมู่บ้านถือเป็นเรื่องปกติ!
...
ในเวลาเดียวกัน!
ภายในห้องประชุม เจิ้งหยวนเฉียวได้รับรายงานการจับกุมและพบของกลางเป็นเครื่องประดับของซ่งเสี่ยวเชี่ยน ความกังวลบนใบหน้าหายวับไปทันที แทนที่ด้วยรอยยิ้มกว้าง
เขาลุกขึ้นเปิดหน้าต่าง ลมหนาวพัดเข้ามา ไล่ควันบุหรี่ในห้องออกไปจนหมด
“ฟู่ววว~~ ซู๊ดดด~~~”
เจิ้งหยวนเฉียวสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด แล้วพ่นลมหายใจออกยาวเหยียด
ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วปอด แต่เขากลับรู้สึกสดชื่นและสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก!