- หน้าแรก
- บัลลังก์รักสื่อใจ องค์ชายทรราชกับจักรพรรดินีไร้บัลลังก์
- บทที่ 2 หลอมรวมกระดูกเซียน เรื่องเข้าใจผิดเริ่มลุกลาม
บทที่ 2 หลอมรวมกระดูกเซียน เรื่องเข้าใจผิดเริ่มลุกลาม
บทที่ 2 หลอมรวมกระดูกเซียน เรื่องเข้าใจผิดเริ่มลุกลาม
บทที่ 2 หลอมรวมกระดูกเซียน เรื่องเข้าใจผิดเริ่มลุกลาม
เรื่องราวอื้อฉาวเกี่ยวกับการถอนหมั้นที่จวนเจิ้นกั๋วกงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงในเวลาเพียงครึ่งวัน
กู้ฉางชิง ซื่อจื่อแห่งจวนกวนจวินโหว ผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่เรื่องความเสเพลอยู่แล้ว ชั่วข้ามคืนเขาก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเนรคุณและอวดดี
ในขณะที่เย่ชิงหวง อดีตสาวน้อยอัจฉริยะที่กลายเป็น "คนไร้ค่า" กลับได้รับความเห็นใจจากคนทั้งเมือง
ในขณะนี้ ภายในห้องนอนของกู้ฉางชิง ณ จวนกวนจวินโหว
เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ดวงตาปิดสนิท รัศมีสีทองจางๆ หมุนวนรอบกาย
กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามแผ่ขยายออกจากตัวเขาอย่างช้าๆ
กระดูกที่งอกใหม่บริเวณสันหลังหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์ มันอุ่นและเรียบเนียนดุจหยก ราวกับถูกจารึกด้วยอักขระโบราณอันลึกลับที่สุดของฟ้าดิน
[กระดูกเซียนสูงสุด หลอมรวมเสร็จสมบูรณ์]
[โครงสร้างกระดูกของโฮสต์ได้รับการปรับเปลี่ยน พรสวรรค์ยกระดับสู่ขั้นสูงสุด]
[ได้รับความสามารถติดตัว: พลังเทพสยบหล้า สามารถกดดันผู้ที่มีระดับพลังต่ำกว่าตนเองหนึ่งขอบเขตใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์, เนตรสวรรค์ สามารถมองทะลุภาพมายาและความเท็จทั้งปวง]
เมื่อเสียงแจ้งเตือนของระบบจางลง กู้ฉางชิงก็ลืมตาขึ้นทันที
ประกายแสงสีทองวาบผ่านส่วนลึกของดวงตา ภาพลักษณ์ของห้องทั้งห้องดูเปลี่ยนไปในสายตาของเขา
พลังปราณที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ลวดลายค่ายกลที่แทบมองไม่เห็นตรงมุมผนัง แม้กระทั่งฝีเข็มเย็บปักถักร้อยที่ละเอียดที่สุดบนชุดสาวใช้ที่อยู่ไกลออกไป ล้วนปรากฏชัดเจนราวผลึกแก้วต่อหน้าเขา
เขาค่อยๆ กำหมัด รู้สึกถึงพลังมหาศาลที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย
"นี่สินะ กระดูกเซียนสูงสุด..."
เขาพึมพำกับตัวเอง ความรู้สึกแข็งแกร่งและมั่นใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเอ่อล้นในใจ
พรสวรรค์ของร่างเดิมนั้นอยู่แค่ระดับเหนือกว่าเกณฑ์เฉลี่ยเล็กน้อย ฝึกฝนมาสิบกว่าปีเพิ่งจะถึงขั้นที่เจ็ดของขอบเขตชำระกาย
แต่ตอนนี้ เพียงแค่ชั่วพริบตาที่การหลอมรวมกระดูกเซียนสูงสุดเสร็จสิ้น เขารู้สึกว่าพลังวิญญาณในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสิบเท่า และระดับพลังของเขาก็ทำลายพันธนาการของขอบเขตชำระกาย ก้าวเข้าสู่ขั้นที่หนึ่งของขอบเขตทะเลปราณได้ในทันที!
ความเร็วในการพัฒนาที่พุ่งทะยานดุจจรวดนี้ทำให้เขาเคลิบเคลิ้ม
"ระบบ เปิดข้อมูลส่วนตัว"
[โฮสต์: กู้ฉางชิง]
[สถานะ: ซื่อจื่อแห่งจวนกวนจวินโหว ราชวงศ์ต้าเสวียน]
[ระดับพลัง: ขอบเขตทะเลปราณ ขั้นที่หนึ่ง]
[วิชาบำเพ็ญเพียร: ไม่มี]
[ทักษะยุทธ์: ไม่มี]
[สมบัติ: กระดูกเซียนสูงสุด]
[ค่าโชคชะตา: 10 แต้ม (ค่าตัวร้ายเริ่มต้น)]
เมื่อเห็นช่องวิชาบำเพ็ญเพียรและทักษะยุทธ์ว่างเปล่า ความกระตือรือร้นของกู้ฉางชิงก็ลดฮวบลงไปครึ่งหนึ่ง
ต่อให้มีโครงสร้างกระดูกดีเลิศแค่ไหน หากไร้วิชาบำเพ็ญเพียรและทักษะยุทธ์ระดับสูงที่เหมาะสม เขาก็เป็นได้แค่กระสอบทรายที่แข็งแกร่งเท่านั้น
"ดูท่าข้ายังต้องทำภารกิจต่อไปสินะ..."
เขาถอนหายใจ แค่คิดว่าจะต้อง "รังแก" เย่ชิงหวงเพื่อทำภารกิจ เขาก็ปวดหัวตึ้บ
โดยเฉพาะปฏิกิริยาแปลกประหลาดของเย่ชิงหวงในวันนี้ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ
"ใครก็ได้!"
เขาเรียกไปทางประตู
องครักษ์วัยกลางคนร่างกำยำ กลิ่นอายมั่นคง ผลักประตูเข้ามาแล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่ง
"นายน้อย"
นี่คือองครักษ์ส่วนตัวของเขา และยังเป็นนักรบเดนตายของจวนกวนจวินโหว นามว่า หลินเฟิง
"ไปสืบดูซิ หลังจากงานเลี้ยงถอนหมั้นวันนี้ ที่จวนเจิ้นกั๋วกงกับเย่ชิงหวงมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง?"
กู้ฉางชิงออกคำสั่ง
"เรียนนายน้อย ข้าน้อยสืบมาเรียบร้อยแล้วขอรับ"
ประสิทธิภาพของหลินเฟิงนั้นสูงลิบลิ่ว เห็นได้ชัดว่าเขาคาดเดาคำถามของนายน้อยไว้ล่วงหน้าแล้ว
"เจิ้นกั๋วกงโกรธจัดเมื่อกลับถึงจวน ทุบทำลายห้องหนังสือไปครึ่งแถบ และประกาศว่าจะเข้าวังไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อฟ้องร้องท่านโหวข้อหาไม่อบรมบุตรชาย ทั้งยังสาบานว่าจะสู้ตายกับท่าน"
"เป็นไปตามคาด"
กู้ฉางชิงพยักหน้า พ่อตา... ไม่สิ อดีตพ่อตาคนนั้นอารมณ์ร้อนจริงๆ
"แล้วยังไงต่อ? เย่ชิงหวงล่ะ?"
นี่คือสิ่งที่เขากังวลที่สุด
สีหน้าแปลกประหลาดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลินเฟิง
"คุณหนูเย่... นางขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่ยอมพบใครขอรับ"
"แต่ที่แปลกคือ นางไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย กลับกัน นางเป็นคนห้ามปรามการกระทำวู่วามของเจิ้นกั๋วกง ตามรายงานจากสายข่าวในจวน นางเพียงแค่บอกให้ท่านกั๋วกงใจเย็นลง โดยบอกว่าเรื่องนี้... มีเบื้องลึกเบื้องหลัง"
"เบื้องลึกเบื้องหลัง?"
กู้ฉางชิงเลิกคิ้ว ความรู้สึกไม่สบายใจในอกยิ่งทวีความรุนแรง
ทำไมบทมันยิ่งออกทะเลไปกันใหญ่?
ตามปกติแล้ว เย่ชิงหวงต้องเก็บความแค้นและความอัปยศไว้ แล้วสองพ่อลูกร่วมมือกันต่อต้านศัตรู มองเขาและจวนกวนจวินโหวเป็นศัตรูคู่อาฆาตไม่ใช่หรือ?
ไอ้ "เบื้องลึกเบื้องหลัง" นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
[หรือนางจะรู้อะไรเข้า? เป็นไปไม่ได้! เรื่องอย่างระบบจะมีคนรู้ได้ยังไง?]
[ข้าต้องคิดมากไปแน่ๆ บางทีนางอาจจะแค่ช็อกจนสมองยังประมวลผลไม่ทัน ใช่ ต้องเป็นอย่างนั้นแน่]
กู้ฉางชิงปลอบใจตัวเอง
ทว่า สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ภายในห้องนอนของเย่ชิงหวง ณ จวนเจิ้นกั๋วกง การโต้เถียงอย่างดุเดือดระหว่างพ่อลูกกำลังดำเนินอยู่
"หวงเอ๋อร์! เจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่! เจ้ากู้ฉางชิงนั่นหยามเกียรติเจ้าและตระกูลเย่ของเราขนาดนี้ ทำไมเจ้าต้องห้ามพ่อ!"
เจิ้นกั๋วกง เย่ชิงเทียน หนวดเคราชี้ชัน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ดุจราชสีห์คลั่ง
เบื้องหน้าเขา เย่ชิงหวงในชุดสีเขียวนั่งเงียบๆ อยู่ริมหน้าต่าง
ใบหน้าเล็กๆ ของนางซีดเผือดเล็กน้อย แต่ดวงตาหงส์กลับส่องประกายเจิดจ้า วูบไหวด้วยแสงแห่งเหตุผลและการไตร่ตรอง
นางไร้ซึ่งความบ้าคลั่งในชาติก่อน และปราศจากความเปราะบางของเด็กสาวที่ถูกหยามเกียรติ
"ท่านพ่อ โปรดระงับโทสะก่อนเจ้าค่ะ"
น้ำเสียงของนางราบเรียบมาก เรียบจนแม้แต่เย่ชิงเทียนยังรู้สึกแปลกหู
"ระงับโทสะ? จะให้พ่อระงับโทสะได้ยังไง! พ่ออยากจะคว้าดาบตอนนี้ บุกไปจวนกวนจวินโหว แล้วสับไอ้ลูกสัตว์เดรัจฉานนั่นเป็นชิ้นๆ!"
เย่ชิงเทียนคำราม
"ท่านพ่อ ท่านคิดว่าสิ่งที่กู้ฉางชิงทำในวันนี้ ส่งผลดีอะไรต่อตัวเขาหรือจวนกวนจวินโหวบ้างหรือไม่?"
เย่ชิงหวงไม่ตอบตรงๆ แต่กลับตั้งคำถามกลับ
เย่ชิงเทียนชะงักไป สัญชาตญาณเริ่มทำให้เขาไตร่ตรอง
ใช่แล้ว การเกี่ยวดองระหว่างตระกูลกู้และตระกูลเย่เป็นการผนึกกำลังที่ทรงพลัง เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย
การที่กู้ฉางชิงถอนหมั้นต่อหน้าธารกำนัล ไม่เพียงแต่ล่วงเกินพันธมิตรที่ทรงพลังอย่างจวนเจิ้นกั๋วกง แต่ยังทำให้ตัวเองและจวนกวนจวินโหวต้องแบกรับชื่อเสียงเรื่องความทรยศเนรคุณ ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในราชสำนัก
มันเป็นหมากตาเดินที่เลวร้าย ทำร้ายผู้อื่นโดยที่ตนเองไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
"มัน... มันก็แค่ไอ้ลูกคุณหนูเสเพล! มันไม่เคยคิดหน้าคิดหลังถึงผลที่จะตามมาหรอก!"
เย่ชิงเทียนยังคงดื้อดึง
"ไม่เจ้าค่ะ"
เย่ชิงหวงส่ายหน้า น้ำเสียงมั่นคง
"เขาไม่ใช่ อย่างน้อยที่สุด เรื่องในวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนเสเพลตื้นเขินจะทำได้"
นางลุกขึ้น เดินไปหาบิดา แล้วพูดเน้นทีละคำ
"ท่านพ่อ ลูกสงสัยว่าการกระทำของกู้ฉางชิงในวันนี้เป็นความจงใจ เขาอาจจะ... กำลังใช้วิธีสุดโต่งนี้เพื่อปกป้องลูก หรือพูดให้ถูกคือ เพื่อปกป้องตระกูลเย่ของเรา"
"อะไรนะ?!"
เย่ชิงเทียนทำหน้าราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก "หวงเอ๋อร์ เจ้าโกรธจนเสียสติไปแล้วรึ? มันชี้หน้าด่าเจ้าว่าคนไร้ค่า ฉีกสัญญาหมั้นทิ้งแล้วเหยียบซ้ำ เจ้าเรียกสิ่งนั้นว่าปกป้องเจ้างั้นรึ?"
"ท่านพ่อ ลองตรองดูสิเจ้าคะ การบำเพ็ญเพียรของลูกหยุดชะงักมาสามปี ลูกไม่ใช่อัจฉริยะคนเดิมอีกแล้ว"
"หากจวนกวนจวินโหวต้องการถอนหมั้นจริงๆ พวกเขาสามารถทำเงียบๆ ได้ เพื่อรักษาหน้าของทั้งสองฝ่าย"
"ทำไมต้องใช้วิธีที่รุนแรงและเอิกเกริกที่สุด เพื่อผลักไสสองตระกูลของเราให้กลายเป็นศัตรูกันอย่างสมบูรณ์?"
การวิเคราะห์ของเย่ชิงหวงชัดเจนและสมเหตุสมผล
"เรื่องนี้..."
เย่ชิงเทียนจนคำพูด
"เว้นแต่ว่าเขาทำแบบนี้เพื่อเล่นละครให้คนบางกลุ่มดู เขาต้องการให้ทุกคนเชื่อว่าจวนกวนจวินโหวและจวนเจิ้นกั๋วกงตัดขาดกันอย่างสิ้นเชิง"
"ด้วยวิธีนี้ ศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ที่จ้องจะเล่นงานตระกูลเย่ หรือแม้แต่จ้องจะกลืนกินราชวงศ์ต้าเสวียน อาจจะลดความระแวงลง หรือไม่ก็... หันคมหอกไปที่... เขาแทน"
ท้ายประโยค น้ำเสียงของเย่ชิงหวงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างยากจะสังเกต
นางนึกย้อนไปถึงชาติก่อน หลังจากที่นางออกจากเมืองหลวง ตระกูลเย่ถูกกองกำลังลึกลับลอบโจมตีหลายครั้ง แม้บิดาจะแก้ไขสถานการณ์ได้ทุกครั้ง แต่ก็สูญเสียกำลังไปมาก
และกู้ฉางชิง... เขามักจะปรากฏตัวหลังจากเหตุการณ์เหล่านั้น ในท่าทีของ "ตาอยู่ผู้คว้าพุงปลา" เข้ายึดครองทรัพย์สินของกองกำลังศัตรูที่พ่ายแพ้
พอลองมาคิดดูตอนนี้ นั่นเป็นการชุบมือเปิบจริงๆ หรือ?
หรือว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เขาใช้วิธีของตัวเองเพื่อกำจัดอุปสรรคให้ตระกูลเย่?
ความคิดนี้ทำให้หัวใจของนางปั่นป่วน
เย่ชิงเทียนมองบุตรสาว สีหน้าเปลี่ยนจากตกใจ เป็นสับสน จนกระทั่งครุ่นคิดอย่างหนัก
เขาใช้ชีวิตในสนามรบมาทั้งชีวิต ย่อมไม่ใช่คนโง่ แม้การวิเคราะห์ของบุตรสาวจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว ดูเหมือนจะเป็นคำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผล
"แต่... แต่ราคาที่ต้องจ่ายมันสูงเกินไป"
เขายังคงไม่อยากจะเชื่อ
"นั่นคือเหตุผลที่ลูกอยากจะเฝ้าสังเกตการณ์อย่างลับๆ เจ้าค่ะ"
ประกายความเด็ดเดี่ยววาบผ่านดวงตาหงส์ของเย่ชิงหวง
"ท่านพ่อ โปรดเชื่อลูก จากวันนี้ไป อย่าได้เพ่งเล็งกู้ฉางชิงและจวนกวนจวินโหวอีก เราแค่ต้องรอดูสถานการณ์"
"หากเขาเป็นอย่างที่ลูกสงสัยจริง เราจะร่วมมือกับเขาอย่างลับๆ"
"แต่ถ้า... ถ้าทุกอย่างเป็นเพียงลูกคิดไปเอง ความอัปยศในวันนี้ ลูกจะไปชำระแค้นด้วยมือของลูกเองในอนาคต!"
เมื่อมองแววตามุ่งมั่นของบุตรสาว เย่ชิงเทียนเงียบไปนาน ก่อนจะถอนหายใจยาว
"ตกลง พ่อจะเชื่อเจ้าสักครั้ง"
เขาไม่รู้เลยว่า บุตรสาวของเขาไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่ต้องการการปกป้องจากเขาอีกต่อไปแล้ว