- หน้าแรก
- ล่าความลับในฝัน พลิกบัลลังก์โลกมืด
- บทที่ 18 มื้อค่ำที่บ้านอาจารย์โจว
บทที่ 18 มื้อค่ำที่บ้านอาจารย์โจว
บทที่ 18 มื้อค่ำที่บ้านอาจารย์โจว
เมื่อออกจากสถานีตำรวจก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว อาจารย์โจวเหวินเม่ยตบไหล่ลู่เฟิงพลางพูดว่า "เธอคงหิวแล้วล่ะ เดี๋ยวอาจารย์เลี้ยงมื้อเย็นเอง"
ลู่เฟิงตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่ท้องเจ้ากรรมกลับส่งเสียงโครกครากออกมาประท้วงอย่างไม่รักดี
อาจารย์โจวหัวเราะ "ไปเถอะ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"
พูดจบเธอก็กึ่งลากกึ่งจูงลู่เฟิงมุ่งหน้าไปยังบ้านของเธอ
ลู่เฟิงเคยมาที่บ้านอาจารย์โจวมาก่อน และเขาคิดว่าถือโอกาสนี้ปรึกษาเรื่องการเลือกคณะในมหาวิทยาลัยด้วยเลยก็น่าจะดี เขาจึงตอบตกลง
ย่านที่อาจารย์โจวพักอยู่ไม่ไกลจากที่นั่นนัก สิบนาทีต่อมาทั้งคู่ก็มายืนอยู่หน้าประตูบ้าน
เมื่อผลักประตูเข้าไป หลินเส้าฮุย สามีของอาจารย์โจวกำลังเดินอุ้มลูกวัยห้าเดือนวนไปวนมาอยู่ในห้องนั่งเล่น เขาเงยหน้าขึ้นเห็นลู่เฟิงเดินตามหลังภรรยามาก็ตาเป็นประกาย "อ้าว เสี่ยวลู่ก็มาด้วยเหรอ?"
ลู่เฟิงทักทายอย่างสุภาพ "สวัสดีครับน้าหลิน"
หลินเส้าฮุยแสร้งดุภรรยา "คุณนี่นะ จะมีแขกมาก็ไม่บอกผมล่วงหน้า เดี๋ยวผมออกไปซื้อกับข้าวสำเร็จรูปมาเพิ่มดีกว่า จะว่าไป วันนี้เสี่ยวลู่ก็สอบเสร็จพอดีใช่ไหม? ต้องฉลองกันหน่อยแล้ว"
อาจารย์โจวทำหน้าเด๋อด๋า "วันนี้เรื่องเยอะจนฉันยุ่งจนลืมไปเลยค่ะ เอาแบบนี้ เดี๋ยวฉันออกไปซื้อเองดีกว่า วันนี้เสี่ยวลู่เป็นวีรบุรุษตัวจริง ต้องจัดเต็มหน่อย!"
ลู่เฟิงเห็นทั้งคู่กำลังจะใส่รองเท้าเตรียมตัวออกไปข้างนอกก็รีบขัดขึ้น "ไม่ต้องหรอกครับอาจารย์โจว เอาแบบนี้ดีกว่า ที่ผ่านมาอาจารย์กับน้าดูแลผมมาตลอด ครั้งนี้ให้ผมเป็นคนทำกับข้าวเองนะครับ"
อาจารย์โจวแปลกใจ "เธอทำอาหารเป็นด้วยเหรอ?"
ลู่เฟิงพยักหน้าพลางปั้นน้ำเป็นตัวเล็กน้อย "พ่อผมเคยเปิดร้านอาหารครับ ผมอยู่ช่วยงานท่านบ่อยๆ เลยพอมีฝีมือติดตัวมาบ้าง"
"แต่วันนี้เธอก็เพิ่งสอบเสร็จ แถมยังบาดเจ็บมาอีก จะให้อาจารย์ปล่อยให้เธอเข้าครัวได้ยังไง เดี๋ยวอาจารย์ทำเองดีกว่า"
"ผมไม่เป็นไรจริงๆ ครับอาจารย์โจว"
สามีภรรยาสบตากันด้วยความสนใจ "ถ้าอย่างนั้น ครั้งนี้พวกเราขอฝากท้องไว้กับฝีมือเธอแล้วกันนะ"
ลู่เฟิงเห็นเด็กน้อยจ้องมองเขาตาแป๋ว ก็อดใจไม่ไหวเอื้อมมือไปจิ้มแก้มยุ้ยๆ อย่างเบามือพลางยิ้ม "เจ้าหนู หนูก็จะได้กินด้วยนะ เดี๋ยวพี่ชายจะทำอาหารเสริมให้หนูเอง"
เด็กน้อยราวกับจะฟังรู้เรื่อง จู่ๆ ก็กวัดแกว่งแขนขาไปมาพร้อมกับน้ำลายใสๆ ที่ไหลยืดออกมาจากมุมปาก
ลู่เฟิงเปิดตู้เย็นดู พบว่ามีวัตถุดิบอยู่พอสมควร ขณะที่เขากำลังหยิบของออกมา อาจารย์โจวก็เดินเข้ามาใกล้ "เสี่ยวลู่ ให้อาจารย์ช่วยอะไรไหม?"
"ไม่ต้องครับอาจารย์โจว อาจารย์กับน้าไปนั่งดูทีวีรอที่ห้องนั่งเล่นเถอะครับ แป๊บเดียวก็เสร็จ"
เขารูดประตูเลื่อนห้องครัวปิดลง ผูกผ้ากันเปื้อน และเริ่มตระเตรียมวัตถุดิบ
อาจารย์โจวกับหลินเส้าฮุยยืนเกาะขอบประตูดูด้วยความอยากรู้ แล้วดวงตาของทั้งคู่ก็ค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น
พวกเขาสองคนถึงกับอึ้ง!
ภาพที่เห็นคือลู่เฟิงเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและพริ้วไหวราวกับสายน้ำ เขาหยิบมันฝรั่งขึ้นมา สับ "ฉับ ฉับ ฉับ" อย่างว่องไว มันฝรั่งถูกซอยเป็นเส้นสม่ำเสมอเท่ากันราวกับใช้ไม้บรรทัดวัด
หมูสามชั้นเนื้อนุ่มถูกนำลงไปผัดจนได้ที่ก่อนจะใส่ลงในหม้ออัดแรงดัน เคี่ยวจนเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลอมส้มซอสเหนียวข้นส่งกลิ่นหอมกรุ่นน่ากิน
ปลาตะเพียนถูกนำลงไปทอดจนเหลืองกรอบก่อนจะเติมน้ำเดือดลงไปจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวขุ่นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใส่เต้าหู้และไข่ดาวตามลงไป ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย
การผัดมันฝรั่งเส้นด้วยไฟแรง ปรุงรสด้วยพริกหยวกซอย แม้ขั้นตอนจะดูธรรมดา แต่ท่วงท่าของลู่เฟิงกลับดูเพลินตาอย่างยิ่ง
สุดท้ายเขาเปิดฝาหม้อนึ่ง โรยต้นหอมลงบนซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่ที่ดูน่ากิน เป็นอันเสร็จสิ้นมื้อค่ำ
ฝีมือระดับปรมาจารย์นั้นดูก็รู้
ปกติทั้งคู่เข้าครัวบ่อย ย่อมเข้าใจดีว่าทักษะของลู่เฟิงนั้นเหนือชั้นเพียงใด
บางคนแค่ทำกับข้าวสองอย่างพร้อมกันยังแทบแย่ แต่ลู่เฟิงคนเดียวกลับคุมเตาทำสี่อย่างพร้อมกันได้อย่างคล่องแคล่วและจัดจ้าน
"นี่มัน... ฝีมือลูกศิษย์คุณเนี่ย ระดับเชฟใหญ่ตามภัตตาคารเลยไม่ใช่เหรอ?" หลินเส้าฮุยอ้าปากค้างด้วยความช็อก
"ฉันก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าเขาเก่งขนาดนี้!" อาจารย์โจวยิ่งมึนงงหนักกว่าเดิม
เพียงยี่สิบนาทีเศษ อาหารสี่อย่างก็ถูกจัดวางลงบนโต๊ะ ทั้งคู่พยายามเรียกสติกลับคืนมาแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะอย่างงงๆ
มองดูอาหารสี่อย่างตรงหน้า หมูสามชั้นน้ำแดงผิวมันวาวน่ากิน มันฝรั่งผัดเส้นที่ดูเป็นเส้นสวยงาม ซี่โครงหมูนึ่งที่เคลือบด้วยซอสเต้าซี่ชุ่มฉ่ำ และซุปปลาที่มีไข่ดาวสีทองลอยอยู่
อาหารทุกจานมีสีสัน กลิ่น และรสชาติที่สมบูรณ์แบบ ดูเหมือนกับอาหารทำเองที่บ้านแต่รสชาตินั้นห่างไกลจากคำว่าธรรมดาไปมาก
"และนี่ครับ มันฝรั่งหวานบดนมสดของเจ้าหนู" ลู่เฟิงวางถ้วยอาหารเสริมใบเล็กไว้หน้าเก้าอี้เด็ก จากนั้นเขาก็ถอดผ้ากันเปื้อน ล้างมือแล้วร่วมนั่งโต๊ะ
"อ้าว อาจารย์โจว ทำไมไม่ทานล่ะครับ?"
เมื่อลู่เฟิงทัก ทั้งคู่จึงได้สติ อาจารย์โจวคีบหมูสามชั้นน้ำแดงขึ้นมาหนึ่งชิ้น
มันเป็นสีน้ำตาลอมแดงวาววับ ดูข้างนอกกรอบเด้ง ปกติเธอจะเลี่ยงของมันๆ แต่ครั้งนี้กลับห้ามใจไม่อยู่ เมื่อส่งเข้าปาก วินาทีถัดมาเธอก็เหมือนขึ้นสวรรค์
รสสัมผัสนั้นเข้มข้นแต่ไม่เลี่ยน รสชาติอร่อยระเบิดในปากจริงๆ
หลินเส้าฮุยเห็นภรรยากินจนเคลิ้มหลับตาพริ้ม ก็กลืนน้ำลายแล้วคีบมันฝรั่งผัดพริกขึ้นมาชิม
พอกินเข้าไป มันทั้งกรอบและเด้ง รสชาติเผ็ดเปรี้ยวลงตัวช่วยเจริญอาหารเป็นอย่างดี
"อร่อย! อร่อยสุดๆ ไปเลย!" ทั้งคู่โพล่งออกมาพร้อมกัน
ลู่เฟิงยิ้มโดยไม่พูดอะไร ด้วยความทรงจำของกล้ามเนื้อและทักษะการทำอาหารจากเชฟระดับโลก อาหารเหล่านี้ย่อมถูกรังสรรค์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เขาคีบซี่โครงหมูขึ้นมาชิ้นหนึ่ง เพียงแค่ดูดเบาๆ เนื้อก็หลุดออกจากกระดูกอย่างง่ายดาย
ท่ามกลางอาหารรสเลิศ ทั้งสามคนทานกันอย่างมีความสุข ลู่เฟิงถือโอกาสนี้ปรึกษาเรื่องการเลือกคณะในมหาวิทยาลัย
"ตอนนี้สังคมเปลี่ยนไปเร็วมาก อาจารย์เองก็ตัดสินใจแทนเธอไม่ได้หรอกนะ แต่ลู่เฟิง บางครั้งการเลือกคณะที่ดีมันสำคัญยิ่งกว่าการเลือกมหาวิทยาลัยเสียอีก เพราะมันจะส่งผลต่อเส้นทางชีวิตในอนาคตของเธอ ครั้งนี้เธอไม่ได้เตรียมตัวสอบมาอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นเธอห้ามเอาคะแนนสอบรอบนี้ไปยื่นเข้าเรียนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเธอจะเสียใจภายหลังนะ" อาจารย์โจวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ลู่เฟิงเข้าใจความหวังดีของเธอ แต่เขาก็แอบเปรยไว้ก่อน "อาจารย์ครับ ผมรู้สึกว่าครั้งนี้ผมทำได้ค่อนข้างดีเลยนะ"
อาจารย์โจวไม่เชื่อ เธอหัวเราะเบาๆ "เจ้าเด็กนี่ ไม่ต้องมาพูดปลอบใจอาจารย์หรอกจ้ะ"
ทั้งสามคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่นานกับข้าวทุกอย่างก็เกลี้ยงจาน
"อึก อึก อึก... อ่า... ฮ่า~~~"
หลินเส้าฮุยดื่มซุปปลาชามใหญ่จนหมด จากนั้นก็พิงพนักเก้าอี้พลางลูบท้องด้วยความอิ่มหนำ
อาจารย์โจวเองก็ไม่ต่างกัน เธอตักซอสหมูสามชั้นราดข้าวคำสุดท้ายจนเกลี้ยง แล้วหันมามองลู่เฟิง "เสี่ยวลู่ ฝีมือเธอเนี่ย อร่อยกว่าร้านหรูๆ ที่อาจารย์เคยไปกินมาอีกนะ! สุดยอดจริงๆ ไปเปิดร้านอาหารได้เลยนะเนี่ย"
"ระดับมิชลินชัดๆ!" หลินเส้าฮุยยกนิ้วโป้งให้
แม้แต่เด็กน้อยวัยห้าเดือนก็ทานอาหารเสริมจนเกลี้ยง แถมยังเลียขอบถ้วยเสียงดังแจะๆ
หลังมื้ออาหาร อาจารย์โจวไปล้างจาน ส่วนหลินเส้าฮุยกับลู่เฟิงนั่งเล่นกับลูกอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ทั้งคู่เริ่มคุยกันเรื่องเหตุการณ์ รปภ. คลั่งเมื่อเช้านี้
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของหลินเส้าฮุยก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมารับแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป "อะไรนะ? คุณบอกว่าลูกค้าอเมริกันต้องการขอแก้ไขสัญญาตอนนี้เลยเหรอ? แต่เวลาป่านนี้ผมจะไปหาล่ามแปลภาษาที่ไหนทันกันล่ะ?!"
หลินเส้าฮุยรีบส่งลูกให้ลู่เฟิงอุ้มอย่างลนลาน จากนั้นเขาก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องทำงาน ขนกองเอกสารสัญญาออกมาตั้งใหญ่ เหงื่อกาฬไหลพราก อาจารย์โจวเองก็รีบเข้ามาช่วยดู
อย่างไรก็ตาม แม้อาจารย์โจวจะเป็นครูมัธยม แต่เธอสอนวิชาคณิตศาสตร์ แม้จะสอบผ่านภาษาอังกฤษระดับ CET-4 มาแล้ว แต่เมื่อต้องมาเจอคำศัพท์เทคนิคเฉพาะทาง เธอก็ถึงกับไปไม่เป็น ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเรื่องการแก้ไขสัญญา ทุกถ้อยคำต้องแม่นยำและถูกต้องที่สุด
ทั้งคู่เดินกระวนกระวายไปมาด้วยความเครียด
"คำนี้... เน้นย้ำ? วิเคราะห์? เดี๋ยวแป๊บนึงนะ ขอฉันเปิดดิกชันนารีหาก่อน"
ขณะที่อาจารย์โจวกำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างๆ "จริงๆ แล้วคำนั้นหมายถึง 'การวิเคราะห์ความเค้น' ครับ เป็นวิธีการวิเคราะห์ทางกลศาสตร์"