- หน้าแรก
- ปฏิวัติพลิกฟ้าต่างโลก ด้วยวัฒนธรรมข้ามมิติ
- บทที่ 82: พิธีกรรม
บทที่ 82: พิธีกรรม
บทที่ 82: พิธีกรรม
บทที่ 82: พิธีกรรม
ผู้ช่วยมิชชันนารีมาถึงโรงละครด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ตั๋วที่เขาได้รับมาเป็นที่นั่งธรรมดา โชคดีที่ตำแหน่งที่นั่งค่อนข้างสูง
เขาหาที่นั่งเจอและนั่งลง เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบว่าที่นั่งรอบตัวเขาเต็มทุกที่นั่ง
คนเยอะขนาดนี้... มาเพื่อดูปีศาจสองตนนั้นงั้นรึ?!
ผู้ช่วยไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็น เขาสังเกตผู้คนรอบตัวอย่างละเอียด
ดูจากสีหน้าและน้ำเสียง พวกเขาอยู่ในอาการตื่นเต้นดีใจ และผู้ช่วยถึงกับได้ยินผู้หญิงหลายคนพร่ำเพ้อถึงความรักและความชื่นชมที่มีต่อเจ้าชายอสูรตนนั้น
เดี๋ยวนะ... แสดงความรักและความชื่นชมต่อปีศาจ?
ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในอาณาจักรแห่งศาสนจักร พวกนางคงถูกจับขังในศาลไต่สวนพวกนอกรีตไปแล้ว!
ผู้ช่วยคิดแวบหนึ่งว่า นี่มันต่างอะไรกับลัทธิบูชาปีศาจในข่าวลือวะเนี่ย!
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้คือพิธีกรรมบูชาปีศาจ หรือพิธีกรรมชั่วร้ายที่ไม่เคยมีมาก่อนซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากถึง 3,000 คน
ต้องรู้ก่อนนะว่าพิธีกรรมบูชายัญของลัทธิมารที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงลัทธิเดียวที่เรียกว่า 'ผู้อัญเชิญ'
นั่นคือลัทธิมารที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว แต่มีสาวกไม่ถึงร้อยคน
แต่นี่มีคนนั่งกันสลอนตั้ง 3,000 คน
แล้วนี่เขาไม่ใช่สมาชิกของลัทธินี้ด้วยหรอกเหรอ?
ลัทธินี้ชื่ออะไรนะ... ลัทธิบูชาเบลล์?
จะหนีดีไหม?
ผู้ช่วยนั่งไม่ติดที่แล้ว
เขาเริ่มจินตนาการว่าถ้าปีศาจบาปปรากฏตัวขึ้นมา มันจะจับทุกคนในโรงละครบูชายัญและกลืนกินวิญญาณทั้งหมดเป็นอาหารหรือไม่
ในบันทึกเกี่ยวกับปีศาจของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ มีปีศาจมากมายที่ชอบกินวิญญาณมนุษย์เป็นอาหาร
ก่อนจะหนี ผู้ช่วยหวังว่าจะเตือนคนอื่นได้บ้าง เขาจึงหันไปมองคนที่นั่งข้างๆ
คนที่นั่งข้างผู้ช่วยคือผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ช่วยสัมผัสได้ถึงพลังเวทแบบเดียวกับเขา พลังเวทจาก โมนิการ์ เทพแห่งแสงสว่างและความยุติธรรม
แต่พลังเวทของนางอ่อนแอมาก จนผู้ช่วยตัดความเป็นไปได้ที่นางจะเป็นนักรบที่ถูกส่งมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อทำลายแผนร้ายของปีศาจทิ้งไป
ถ้าอยากหยุดยั้งแผนการของปีศาจบาป อย่างน้อยต้องระดับอาร์คบิชอปขึ้นไป
"รีบออกไปจากที่นี่เถอะครับ การแสดงนี้อาจเป็นแผนร้ายของปีศาจก็ได้" ผู้ช่วยลองเตือนนางดู
"ปีศาจ?"
ซานซ่าเงยหน้ามองมิชชันนารีหนุ่ม
เมื่อวาน อีนอร์เอาบัตรเชิญมาให้ซานซ่าสองใบ หวังว่าซานซ่ากับไฮร์ลานจะมาร่วมงาน 'แฟนมีตติ้ง' ในวันนี้ได้
ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ของ "โฉมงามกับเจ้าชายอสูร" หลังจากเห็นข้อความแนะนำที่ว่า "เบลล์และเจ้าชายอสูรจะมีตอนจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งที่สมบูรณ์แบบต่อหน้าคุณ"
ซานซ่าแทบจะทิ้งความเชื่อทางศาสนาไว้ข้างหลังเป็นครั้งแรก แล้วตามใจปรารถนาของตัวเองมาที่นี่
แต่ซานซ่าไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคนพวกเดียวกันที่นี่ ไม่สิ... เจอระดับมิชชันนารีผู้เผยแผ่ศาสนาเลยด้วยซ้ำ
ถ้าอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซานซ่าคงโดนลงโทษสถานหนักข้อหาทรยศต่อหน้าธารกำนัลแน่!
"ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอกค่ะ ก็แค่การแสดง"
หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง ซานซ่าก็ตอบกลับมิชชันนารีหนุ่มด้วยคำตอบที่เรียกได้ว่า 'ขบถ'
ยังไงซะ มิชชันนารีคนนี้ก็มาเหมือนกัน ถ้าเขาจะไปฟ้องโบสถ์เรื่องความผิดของซานซ่า เขาก็คงโดนลงโทษแบบเดียวกันนั่นแหละ
"การแสดง..."
ผู้ช่วยไม่เชื่อจริงๆ ว่าปีศาจบาปผู้โหดเหี้ยมจะรวบรวมมนุษย์มากมายขนาดนี้มาเพื่อ... แสดงละครเวทีให้มนุษย์ดู?
สำหรับเขา มันฟังดูไร้สาระพอๆ กับการที่ผู้บัญชาการครูเซเดอร์ว่างงานแล้วไปหยิบดาบศักดิ์สิทธิ์มาผ่าฟืนหน้าเตาหลอมนั่นแหละ
ทว่า ฉากที่ไร้สาระในความคิดเขาก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าจนได้
เวทีสว่างไสวด้วยแสงจากเวทมนตร์ และฉากหลังที่ว่างเปล่าด้านหลังเวทีก็ฉายภาพหิมะตกหนัก
ใครที่เคยดู "โฉมงามกับเจ้าชายอสูร" ย่อมรู้ว่านี่คือภูเขาหิมะที่ตั้งของปราสาทเจ้าชายอสูร
เสียงดนตรีดังขึ้นก้องทั่วโรงละคร และร่างบางระหงก็ค่อยๆ เดินออกมาที่กลางเวที
วินาทีนี้ เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งโรงละคร หากไม่ใช่เพราะบรรยากาศตอนนี้ บางคนอาจจะตื่นเต้นจนตะโกนเชียร์ออกมาแล้ว
แต่เมื่อเสียงร้องเพลงดังขึ้น หลายคนก็ต้องระงับความอยากที่จะส่งเสียงเชียร์
เพราะนั่นคือเสียงของเบลล์ เบลล์ค่อยๆ เดินออกมาพร้อมขับขานบทเพลงที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
ผู้ช่วยจ้องมองเด็กสาวบนเวทีตาค้าง เบลล์ตัวเป็นๆ... ไม่ใช่ภาพในหนัง แต่เป็นเบลล์ตัวจริงเสียงจริง
ยังไงก็หนีไม่ทันแล้ว
เขาถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม นั่งลงกับที่ และร่วมปรบมือไปกับคนอื่นๆ
......
ในที่นั่งผู้ชมทั่วไปอีกด้านหนึ่ง
เมื่อเทียบกับผู้ชมชายคนอื่นๆ รอบตัว ซิริยังพอรักษาอาการสำรวมขั้นพื้นฐานไว้ได้
นางมีส่วนร่วมในการถ่ายทำ "โฉมงามกับเจ้าชายอสูร" ด้วยตัวเอง และเห็นการกำเนิดของบทบาทเบลล์มากับตา แน่นอนว่านางย่อมรักษาความสงบเยือกเย็นได้เมื่อเห็นฉากนี้
แต่ซิริก็ถูกดึงดูดด้วยเพลงที่เบลล์ร้องทันที
"เพลงนี้ชื่ออะไร?"
ซิริเอียงตัวไปทางขวา และกระซิบถามโจชัวที่นั่งอยู่ข้างๆ เสียงเบา
"ปล่อยมันไป (Let It Go) ครับ เดิมทีเพลงนี้อุทิศให้กับราชินีผู้ควบคุมน้ำแข็งและหิมะ แต่ข้าแก้เนื้อร้องนิดหน่อย"
Let It Go คือเพลงจากภาพยนตร์แอนิเมชัน "Frozen" เหตุผลหลักที่โจชัวเลือกเพลงนี้เพราะมันร้องตามง่าย แต่ร้องให้เพราะยาก
ความนิยมของเพลงนี้สูงมาก อย่างน้อยโจชัวฟังแค่รอบสองรอบก็ร้องตามได้แล้ว แน่นอนว่าเป็นเวอร์ชันเพี้ยนๆ นะ
"อืม ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย"
ซิริไม่รู้ว่าโจชัวไปเอาแรงบันดาลใจมากมายมาจากไหน แต่เพลงนี้เพราะกว่าเพลงของพวกกวีพเนจรที่นางเคยได้ยินมาเยอะ
เมื่อความสนใจของซิริกลับไปที่เวที ร่างสูงใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้น ทันทีที่เขาปรากฏตัว เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ก็ดังสนั่นโรงละคร
เจ้าชายอสูร... เจ้าชายอสูรผู้เสียสละเพื่อเบลล์และต้องจบชีวิตลง แค่นี้ก็เพียงพอให้ผู้ชมปรบมือให้แล้ว
ซิริปรบมือตามผู้ชมคนอื่นๆ
"ท่านคิดว่าปีศาจกับมนุษย์จะรักกันได้จริงๆ เหรอ?"
ซิริจ้องมองร่างของเจ้าชายอสูรตัวสูงใหญ่ที่กำลังโอบเอวเบลล์เต้นรำอยู่บนเวที แล้วจู่ๆ ก็ถามคำถามนี้ขึ้นมา
"ซิริ... ข้าจะบอกความลับให้ เจ้ามนุษย์ในสายตาของซีนาธก็แค่ลิงขนน้อยเท่านั้นแหละครับ และปีศาจเผ่าอื่นก็คิดเหมือนกัน"
โจชัวอยากจะตอบซิริว่า 'ได้สิ ไม่มีปัญหา' แต่รสนิยมความงามของแต่ละเผ่าพันธุ์ในแดนปีศาจนั้นแตกต่างกันมาก
รสนิยมต่างกันแล้วจะรักกันได้ยังไง!
"แล้วข้าล่ะ?" จู่ๆ ซิริก็หันมามองหน้าโจชัวอีกครั้ง ดวงตาสีเงินเทาของจอมเวทสาวจ้องมองโจชัวเขม็ง
"ในสายตาท่าน ข้าดูเป็นยังไง?"
(จบตอน)