- หน้าแรก
- ปฏิวัติพลิกฟ้าต่างโลก ด้วยวัฒนธรรมข้ามมิติ
- บทที่ 75: องค์ความรู้ของปีศาจ
บทที่ 75: องค์ความรู้ของปีศาจ
บทที่ 75: องค์ความรู้ของปีศาจ
บทที่ 75: องค์ความรู้ของปีศาจ
มิสไซไม่อยากเชื่อว่าภาพที่เห็นจะเป็นความจริง
ท่านอาร์คบิชอปผู้ไร้ปรารถนา ผู้ที่ได้ชื่อว่าใกล้ชิดกับทวยเทพที่สุดในอาณาจักรแห่งศาสนจักร กำลังนั่งคุยกับปีศาจอย่างมีความสุขเนี่ยนะ...
ไม่สิ มิสไซคิดว่านี่น่าจะเป็นการเจรจาระหว่างท่านอาร์คบิชอปผู้ไร้ปรารถนากับปีศาจมากกว่า
เมื่อคืนท่านผู้ไร้ปรารถนาได้เตือนพวกนางแล้วว่าปีศาจตนนี้แข็งแกร่งมาก เพื่อเห็นแก่ชีวิตของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์รอบข้าง ห้ามให้ใครในกองทัพครูเซเดอร์ไปยั่วยุปีศาจตนนั้นเด็ดขาด
ท่านอาร์คบิชอปผู้ไร้ปรารถนาต้องมาที่นี่เพื่อสืบเรื่องราวของปีศาจตนนี้ หรือไม่ก็เอาชีวิตมาเสี่ยงแน่ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงตัดสินใจมาที่นี่เพื่อสะสางความแค้นระหว่างโรงเตี๊ยมแห่งนี้และปีศาจ
ความคิดนี้สร้างความมั่นใจให้มิสไซอย่างมาก ทันทีที่นางยืนอยู่ที่ประตู ผู้ไร้ปรารถนาก็สังเกตเห็นนางทันที
ผู้ไร้ปรารถนาไม่ได้แปลกใจที่มิสไซปรากฏตัว เขาเพียงแค่โบกมือให้นาง
มิสไซที่ถูกจับได้เดินเข้าไปหาโต๊ะที่ผู้ไร้ปรารถนานั่งอยู่อย่างละอายใจ และถอดหมวกเกราะที่ใช้พรางตัวออก
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน คนแคระส่วนใหญ่ยังคงขุดเหมืองอยู่ใต้ดิน ลูกค้าในโรงเตี๊ยมส่วนใหญ่จึงเป็นมนุษย์
"ท่านบิชอป ข้า..."
มิสไซพยายามหาเหตุผลที่นางมาที่นี่ ปกตินางไม่ค่อยทำเรื่องน่าอายอย่างการแก้ตัวน้ำขุ่นๆ และครั้งนี้เมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา นางจึงตั้งใจจะสารภาพกับอาจารย์
"มิสไซ จงทำตามเสียงหัวใจของเจ้าเถิด"
ผู้ไร้ปรารถนาไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิศิษย์ของตนแต่อย่างใด เขาเพียงแต่เตือนสติมิสไซเท่านั้น
มิสไซเข้าใจความหมายของอาจารย์อย่างรวดเร็ว นางเสียบผลึกดำลงในช่องใส่การ์ด และไม่นานแมตช์ใหม่ระหว่างนางกับผู้ไร้ปรารถนาก็เริ่มขึ้น
แต่เดี๋ยวนะ... นี่นาง... กำลังดวลฮาร์ทสโตนกับอาจารย์ของตัวเอง ท่านอาร์คบิชอปผู้ไร้ปรารถนาเนี่ยนะ?
เมื่อมิสไซได้สติ นางก็พบว่าเรื่องนี้มันเหลือเชื่อแค่ไหน
อาจารย์ของนางดันสนใจในเกมการ์ดซะงั้น...
"บอกข้าซิว่าเจ้าเห็นอะไร"
ผู้ไร้ปรารถนาเงยหน้ามองลูกศิษย์ แม้นางจะเป็นอัศวินที่เที่ยงธรรมและกล้าหาญ แต่ด้วยวัยที่ยังน้อย นางจึงยังดูใจร้อนวู่วามอยู่บ้าง
"ข้า... ท่านบิชอป ท่านเลือกอาชีพพรีสต์ ส่วนข้า... ใช้พาลาดิน และเมื่อกี้ท่านบิชอปเพิ่งขโมย... การ์ดบนมือข้าไปด้วยการ์ด นิมิตแห่งจิต ค่ะ"
มิสไซไม่รู้ว่าควรพูดประโยคหลังดีไหม แต่ในเมื่อท่านผู้ไร้ปรารถนาถาม นางจึงตอบไปตามตรง
"ไม่ ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น"
ผู้ไร้ปรารถนากดปุ่มจบเทิร์น และเตือนสติลูกศิษย์อีกครั้ง
"จงมองดูเครื่องจักรเวทมนตร์นี้ด้วยดวงตาที่เจ้าภูมิใจ อย่าให้รูปลักษณ์ภายนอกหลอกตาเจ้าได้"
เมื่อได้รับคำชี้แนะจากผู้ไร้ปรารถนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นของ 'ตาที่สาม' มิสไซจึงหลับตาลงและพยายามใช้จิตสัมผัสตรวจสอบเครื่องจักรเวทมนตร์เครื่องนี้
มิสไซเคยทำแบบนี้มาก่อน นางสามารถสัมผัสถึงจารึกที่สลักอยู่ในเครื่องจักรเวทมนตร์ใดๆ ก็ตามผ่าน 'ตาที่สาม' ของนาง
นี่ก็เป็นเครื่องจักรเวทมนตร์เช่นกัน การทำงานของมันย่อมต้องอาศัยจารึกและพลังเวทสนับสนุน แต่เมื่อมิสไซสัมผัสได้ถึงจารึกที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องจักรนี้แบบรางๆ และพยายามจะมองลึกลงไป...
กระแสข้อมูลมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่สมองของมิสไซอย่างกะทันหัน องค์ความรู้ที่ไม่ใช่อะไรที่นางคุ้นเคยทำให้ร่างกายของมิสไซเสียสมดุลและล้มลงไปกองกับพื้นทันที
นางกุมหน้าผาก สมองยังคงปวดตุบๆ จารึกจำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวกันเป็นคำศัพท์ที่อธิบายไม่ได้ ซึ่งถูกจัดเรียงในรูปแบบที่แปลกประหลาดและซับซ้อน
แม้มิสไซจะรู้ว่าคำเหล่านี้เขียนด้วยภาษาที่นางรู้จัก คือภาษานอร์แลนด์ แต่หลังจากถูกเรียงลำดับอย่างซับซ้อน มันก็กลายเป็นสิ่งที่เข้าใจยากและแข็งทื่อ
ถ้ามีแค่หนึ่งหรือสองบรรทัดก็พอว่า แต่เมื่อกี้มิสไซเห็นเป็นสิบล้าน...
ไม่สิ... ลำดับที่ซับซ้อนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างหาก
"ท่านบิชอป... นี่มันคือ..."
มิสไซลุกขึ้นยืนพลางกุมหน้าผาก ความเจ็บปวดยังคงค้างอยู่ในสมอง
"ข้าก็ไม่รู้"
ผู้ไร้ปรารถนาส่ายหน้าอย่างจนปัญญา เขาเองก็ไม่เคยเห็นการจัดเรียงจารึกที่ซับซ้อนขนาดนี้มาก่อน
มันซับซ้อนถึงขนาดที่ว่า ถ้าจะบอกว่าคนสร้างสิ่งนี้เป็นคนบ้า ก็คงไม่เกินจริงเลย
ผู้ไร้ปรารถนาพยายามเทียบเคียงกับวิธีการใช้จารึกทั้งหมดที่เขาเคยพบมา แต่ไม่มีอันไหนเหมือนเลย สิ่งเดียวที่เขาพอนึกออกว่าใกล้เคียง อย่างน้อยก็ในแง่ของความซับซ้อน...
เขาเคยเห็นมันแค่ครั้งเดียวที่ใต้เมืองนอร์แลนด์ ในซากปรักหักพังของอารยธรรมโบราณที่ดำรงอยู่มานานไม่รู้กี่ปี แต่ก็แค่ครั้งนั้นครั้งเดียว และอารยธรรมใต้นอร์แลนด์นั้นก็ถูกแมกมากัดกร่อนไปนานแล้ว
"แม้แต่ท่านบิชอปก็ไม่ทราบหรือคะ?"
เมฆหมอกแห่งความกังวลปกคลุมจิตใจของมิสไซ สิ่งที่ไม่รู้มักน่ากลัวที่สุดเสมอ... จารึกที่ซับซ้อนเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าปีศาจตนนี้อาจเชี่ยวชาญเวทมนตร์ชนิดใหม่!
"ข้าไม่รู้... แต่มันเป็นองค์ความรู้ที่น่าหลงใหลเหลือเกิน"
ผู้ไร้ปรารถนาลืมไปแล้วว่านานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้พูดคำว่า 'หลงใหล' ความปรารถนาส่วนใหญ่ของเขาตายไปเมื่อหลายปีก่อน และเขามองหลายสิ่งในโลกนี้ด้วยความปล่อยวาง มีเพียงความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้นที่เป็นสิ่งเดียวที่ค้ำจุนสติสัมปชัญญะของเขา
"แต่นี่เป็นความรู้ของปีศาจนะคะ"
อาการปวดหัวของมิสไซยังไม่ทุเลาลง และการที่มันสร้างภาระให้ร่างกายได้ขนาดนี้ ไม่ว่าจะคิดยังไง มันก็ต้องมาจากพลังชั่วร้ายของปีศาจแน่ๆ
"ไม่สำคัญหรอก..."
คำตอบของผู้ไร้ปรารถนาทำให้มิสไซพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
มิสไซนั่งลงที่เดิม นางไม่กล้าใช้ 'ตาที่สาม' อ่านคำศัพท์ที่อธิบายไม่ได้พวกนั้นอีกแล้ว
จารึกซับซ้อนเหล่านี้สะท้อนกลับมายังจิตสำนึกของมิสไซราวกับความโกลาหล แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเล่นฮาร์ทสโตนตาปัจจุบันของนาง
......
ในฐานะทูตแห่งความโกลาหล โจชัวอาศัยประสาทสัมผัสที่เหนือมนุษย์ของคาออสเดมอน เขาได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ได้อย่างชัดเจนเพียงแค่นั่งอยู่บนชั้นสอง
บางทีโจชัวน่าจะเขียนหนังสืออย่าง 'เขียนโปรแกรมสามปี แก้บั๊กห้าปี' หรือ 'ภาษา C: จากเริ่มต้นสู่การถอดใจ' ดูบ้าง
แต่ตอนนี้โจชัวอยู่คนละฝั่งกับพวกครูเซเดอร์ ไม่มีเหตุผลที่เขาจะสอนความรู้ของเขาให้ศัตรู
ไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะเรียนรู้สิ่งที่ซับซ้อนอย่างภาษาคอมพิวเตอร์ได้ เพียงแค่มองผ่านพื้นผิวของเครื่องจักรเวทมนตร์ ต่อให้ เดนนิส ริตชี (ผู้สร้างภาษา C) ฟื้นคืนชีพมา ก็คงแกะโค้ดไม่ได้จากการดูแค่นั้นหรอก
โจชัวไม่รังเกียจที่พวกครูเซเดอร์จะมาสิงสถิตในโรงเตี๊ยมนี้ ตราบใดที่พวกเขายินดีปฏิบัติตามกฎของโรงเตี๊ยม ยิ่งครูเซเดอร์มากันเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี
ไม่ใช่แค่ครูเซเดอร์ แต่รวมถึงพวกปีศาจด้วย
โจชัวตั้งใจจะทำให้โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ครูเซเดอร์และปีศาจสามารถพูดคุยกันอย่างสันติผ่านฮาร์ทสโตน แทนที่จะเป็นสถานที่ที่ดาบและกรงเล็บเข้าห้ำหั่นกัน
(จบตอน)