- หน้าแรก
- ปฏิวัติพลิกฟ้าต่างโลก ด้วยวัฒนธรรมข้ามมิติ
- บทที่ 53: การประเมิน
บทที่ 53: การประเมิน
บทที่ 53: การประเมิน
บทที่ 53: การประเมิน
นกฮูกตัวหนึ่งจับจดหมายไว้แน่นขณะบินช้าๆ เข้าไปในโรงเตี๊ยมที่ชื่อว่าฮาร์ทสโตน
มันร่อนลงบนบาร์ด้านหลังเคาน์เตอร์ และวางจดหมายไว้บนนั้น
โจชัวหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน
ห้าวันผ่านไปแล้วนับตั้งแต่การเปิดตัว “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” และพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวในการกวาดรายได้ของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น
วันแรก ส่วนแบ่งรายได้จากโรงละครไวเซนอัชเชที่ส่งให้โจชัวยังสามารถบรรจุลงในหีบใหญ่สองใบได้ แต่วันที่สองท่านเซอร์ไวเซนอัชเชต้องหาห้องพิเศษเพื่อเก็บกองเหรียญทองที่สูงเกือบเท่าภูเขา
แค่ภาพนั้นก็ทำเอาโจชัวนึกถึงมังกรบางตัวที่นอนทับกองทองเลยทีเดียว
วันที่สาม นักเขียนบทที่ไม่ค่อยประสาเรื่องธุรกิจคนนี้ในที่สุดก็เริ่มฉลาดขึ้น เขาเปิดบัญชีฝากเงินให้กับโจชัว
คลังรับฝากเงินคือจุดเริ่มต้นของระบบธนาคารในโลกนี้ การปฏิวัติอุตสาหกรรมเวทมนตร์ของนอร์แลนด์กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทันทีที่นายทุนผู้กล้าหาญไม่กี่คนพบว่าตนเองมีเงินมากจนเก็บไว้ที่บ้านไม่ไหว คลังรับฝากเงินจึงถือกำเนิดขึ้นตามความจำเป็น
ส่วนเรื่องที่ว่าโจชัวทำเงินได้เท่าไหร่ในห้าวันมานี้ เขาไม่มีเวลามานั่งนับหรอก เขาเอาเงินทั้งหมดไปลงทุนกับโรงเตี๊ยมฮาร์ทสโตนแห่งนี้ และพัฒนาเกมฮาร์ทสโตนต่อต่างหาก
ด้วยเงินสนับสนุนจากโจชัว ภายในเวลาเพียงห้าวันสั้นๆ เมลิน่าก็ดำเนินการปรับปรุงและตกแต่งโรงเตี๊ยมจนเสร็จสมบูรณ์
ความจริงแล้ว ชั้นล่างของอาคารนี้ได้รับการปรับปรุงมานานแล้ว การตกแต่งให้เป็นโรงเตี๊ยมก็เข้ากันดีอยู่แล้ว เมลิน่าเพียงแค่ต้องจัดการเรื่องการจัดหาเหล้า โต๊ะเก้าอี้ และห้องครัวด้านหลังเท่านั้น
จากบาร์เคาน์เตอร์ที่โจชัวยืนอยู่ ภาพของโรงเตี๊ยมที่รองรับลูกค้าได้ถึงสองร้อยคนปรากฏอยู่เบื้องหน้า
น่าเสียดายที่โรงเตี๊ยมว่างเปล่า ไร้เงาผู้คนมาเยือนแม้แต่คนเดียว และสถานการณ์นี้ดำเนินต่อเนื่องมาสองวันเต็มแล้ว
ปกติแล้ว พวกคนแคระนี่แหละที่มักจะแห่กันไปโรงเตี๊ยมเพื่อดื่มเอลและกินเนื้อย่างในนอร์แลนด์ แต่ชีวิตของพวกเขามีระเบียบแบบแผนมาก จนแทบจะเดินทางผ่านถนนไม่กี่เส้นเดิมๆ ในการไปกลับที่ทำงานทุกวัน
และแทบไม่มีคนแคระคนไหนผ่านถนนเส้นนี้เลย
แต่โจชัวไม่รีบร้อนและยังไม่คิดจะโปรโมตอะไรตอนนี้ เมื่อตู้เกมฮาร์ทสโตนสร้างเสร็จ โจชัวก็ไม่กลัวว่าจะไม่มีลูกค้า
บรรยากาศร้านเกมตู้ยอดฮิตในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ในโลกเดิมยังคงสดใหม่ในความทรงจำของโจชัว
โจชัวเหลือบนมองจดหมายที่นกฮูกนำกลับมาในมือ
'วิธีหาผลึกออริจิเนียมคุณภาพสูงจำนวนมาก รูนที่เหมาะสมที่สุดคือรูนธาตุน้ำและระเบียบ รองลงมาคือธาตุไฟและแสงศักดิ์สิทธิ์... สมาคมนกฮูกเพื่อนทางจดหมาย ฉบับที่ 173'
หัวข้อจดหมายนี้โจชัวเป็นคนเขียนเอง โครงสร้างกฎและตรรกะของเกม ‘ฮาร์ทสโตน’ ในปัจจุบันเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือแค่รอให้ซิริวาดภาพต้นฉบับชุดแรกเสร็จ ก่อนที่โจชัวจะนำมาตัดต่อ
สาเหตุที่การผลิตดำเนินไปอย่างรวดเร็วก็เพราะโจชัวนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังเป็นจอมเวทอยู่ และวิธีการปกติที่จอมเวทใช้เพิ่มพลังเวทคือการทำสมาธิ
ขณะทำสมาธิ สมองของโจชัวจะทำงานเร็วขึ้นกว่าปกติสองถึงสามเท่า และเมื่อเขาเขียนโค้ดเสร็จร้อยบรรทัด เขาก็พบว่าเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ปัจจุบัน อุปสรรคเดียวของการให้กำเนิดตู้เกมฮาร์ทสโตนคือคุณภาพของผลึกออริจิเนียม เพื่อให้อุปกรณ์อาร์คาโนเทครันเกมนี้ได้ โจชัวต้องการผลึกคุณภาพสูงมาสนับสนุน และผลึกต้นแบบที่ไฮร์ลานสร้างขึ้นไม่สามารถตอบสนองความต้องการของโจชัวได้อีกต่อไป
ความจริงเขาสามารถใช้ปริมาณเข้าสู้เพื่อชดเชยคุณภาพที่ขาดไปได้ และข้อมูลส่วนใหญ่อาจเป็นภาพต้นฉบับ ไฮร์ลานใช้รูนกว่าสามสิบตัวของ "เทพแห่งสายน้ำและการรักษา เวนเกิร์ต" เพื่อเก็บภาพไว้ในผลึก ดังนั้นการเก็บภาพต้นฉบับของไฮร์ลานจึงไม่ใช่ข้อมูล แต่เป็น... รูปแบบหนึ่งของเวทมนตร์
สิ่งที่สร้างขึ้นจากรูนคือเวทมนตร์ และโจชัวเพียงแค่ทำให้โครงสร้างรูนเหล่านี้ซับซ้อนขึ้น เหมือนกับการเก็บรูปภาพในฟิล์มสมัยก่อน และตอนนี้ก็กลายเป็นข้อมูลดิจิทัล
"เจ้าลองถามพวกคนแคระดูสิ พวกเขามีผลึกดิบจำนวนมากในมือ"
นี่คือคำตอบที่น่าเชื่อถือเพียงหนึ่งเดียวจากเพื่อนทางจดหมาย นอร์แลนด์มีสายแร่ผลึกออริจิเนียมจำนวนมหาศาลอยู่ใต้ดิน และคนงานเหมืองส่วนใหญ่ก็คือคนแคระ
ดูเหมือนโจชัวต้องหาโอกาสติดต่อกับเผ่าพันธุ์นี้เสียแล้ว
โจชัวเขียนข้อความขอบคุณลงในจดหมายและส่งให้นกฮูก มันคาบจดหมายแล้วบินออกจากโรงเตี๊ยมไป
ทันทีที่นกฮูกบินออกไป โรงเตี๊ยมก็ได้ต้อนรับลูกค้าคนแรกนับตั้งแต่เปิดประตูมา
"ยินดีต้อนรับครับ เชิญนั่งได้ตามสบาย"
เมลิน่าออกไปหาพ่อครัว ส่วนอีนอร์ไปโรงเรียน โจชัวเลยต้องรับบทเจ้าของร้านรับเชิญในวันนี้
โจชัวประหลาดใจกับลูกค้าคนแรกที่มาเยือน เป็นหญิงสาว... หญิงสาวที่มีบุคลิกพิเศษมาก
โจชัวเคยเห็นนางมาก่อน นางยืนอยู่ข้างๆ ผู้ชายที่ทะเลาะกับท่านเซอร์ไวเซนอัชเชในตอนนั้น แม้จะไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่นางมีบรรยากาศที่ดึงดูดใจอย่างประหลาด
"รับอะไรดีครับ?" โจชัวถาม
โลกนี้ไม่มีกฎหมายห้ามผู้เยาว์ดื่มเหล้าเสียด้วยสิ
นางกวาดสายตามองไปรอบๆ โรงเตี๊ยมที่ค่อนข้างเงียบเหงา ก่อนจะมาหยุดที่โจชัวในที่สุด
"ขอโทษนะคะ ท่านคือโจชัวใช่ไหม?"
"ข้าเองครับ"
ชื่อของโจชัวถือว่าโด่งดังในนอร์แลนด์แล้วตอนนี้ แม้จะไม่ดังเท่าอีนอร์ที่รับบทเบลล์ แต่ตามคำบอกเล่าของท่านเซอร์ไวเซนอัชเช ผู้ชมจำนวนมากที่มาเยือนโรงละครไวเซนอัชเชต่างมาตามหาโจชัว
โจชัวบอกปัดท่านเซอร์ไวเซนอัชเชไปว่าไม่อยากเจอใคร ท่านเซอร์เลยปิดบังตัวตนของเขาไว้ พวกเขารู้จักเขาเพียงแค่ชื่อที่ฉายซ้ำไปมากว่าสิบวินาทีในเครดิตตอนจบของ "โฉมงามกับเจ้าชายอสูร" เท่านั้น
แต่การที่มีหญิงสาวมาตามหาโจชัวโดยตรงแบบนี้ นี่เป็นครั้งแรก
ชัดเจนว่านางสืบประวัติโจชัวมาอย่างละเอียด และเขาก็รู้สึกจริงๆ ว่ามีคนจับตาดูเขาอยู่ช่วงนี้ แต่มันเป็นการเฝ้ามองจากระยะไกลจนเขาจับตำแหน่งที่แน่นอนไม่ได้
"ท่านเป็นเพื่อนของท่านเซอร์ไวเซนอัชเชเหรอครับ?" ความทรงจำที่โจชัวมีต่อนางคือตอนที่เห็นนางในโรงละคร
"ท่าน... จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของแกลโลลีแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่ไม่นานนางก็กลับมามีสีหน้าสง่างามและเยือกเย็นดังเดิม
แม้วันนี้นางจะเปลี่ยนมาใส่ชุดเรียบง่ายและทำผมทรงธรรมดา แต่ถึงกระนั้น รูปลักษณ์ของแกลโลลีก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก และมากพอที่คนจำนวนมากในโลกนี้จะจำตัวตนของนางได้... ‘บุปผาแห่งฟารุชชี่’
แกลโลลีภูมิใจในตัวตนนี้เสมอมา ผู้หญิงคนไหนก็ย่อมภูมิใจที่มีคนชื่นชมมากมาย และตัวตนนี้คือเครื่องพิสูจน์เสน่ห์อันเหลือล้นของนาง แต่น่าเสียดาย... ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรกับโจชัวเลย
"ขออนุญาตแนะนำตัวนะคะ ข้าเป็นนักแสดงในคณะละคร ชื่อแกลโลลี วอน โดนัลค่ะ"
ทีนี้ท่านต้องรู้แล้วล่ะ! แกลโลลีทึกทักว่าโจชัวอาจไม่เคยดูการแสดงของนางมาก่อน แต่ใครก็ตามที่อยู่ในวงการละครเวทีต้องเคยได้ยินชื่อบุปผาแห่งฟารุชชี่ แกลโลลี วอน โดนัลแน่นอน
"โจชัว ยินดีรับใช้ครับ ข้ามีหลายบทบาท แต่ตอนนี้ข้าเป็นผู้เผยแพร่วัฒนธรรม มีธุระอะไรหรือครับ คุณแกลโลลี?"
ปฏิกิริยาที่นิ่งเฉยของโจชัวทำเอาแกลโลลีเงียบไปหลายวินาที แต่ไม่นานนางก็ตั้งสติได้
"ข้าอยากร่วมแสดงใน... ภาพยนตร์เรื่องต่อไปของท่านค่ะ"
แกลโลลีบอกจุดประสงค์ที่มาที่นี่ สำหรับนางตอนนี้ ละครเวทีไม่มีอะไรนอกจากความน่าเบื่อหน่าย นางอยากลองวิธีการแสดงแบบใหม่... หรือพูดให้ถูกคือ ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของนางสั่งว่าต้องเอาชนะแม่เบลล์นั่นให้ได้!
"อ๋อ เข้าใจแล้วครับ ได้สิ ได้แน่นอน แต่ก่อนอื่น ท่านต้องผ่านการประเมินของข้าก่อนนะ"
โจชัวตั้งใจจะทำหนังเรื่องต่อไปแน่นอนและตอนนี้เขากำลังขาดคน นักแสดงในสังกัดไวเซนอัชเชแทบไม่มีเลย ถ้ารวมเขาด้วยก็มีแค่สองสามคน
การที่มีนักแสดงอิสระมาประเคนให้ถึงที่ คงโง่มากถ้าโจชัวไม่รับไว้ แถมยังเป็นถึงบุปผาแห่งฟารุชชี่ในตำนาน หาข้อเสนอดีๆ แบบนี้ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว!
แต่ก่อนอื่นโจชัวต้องทดสอบก่อนว่านางมีคุณสมบัติพอจะแสดงในหนังเรื่องต่อไปหรือไม่
"ไม่ว่าการประเมินจะเป็นอะไร ตราบใดที่เกี่ยวกับศิลปะการแสดง ข้าเชื่อว่าข้าผ่านได้แน่นอนค่ะ"
นอกจากรูปร่างหน้าตาแล้ว สิ่งที่แกลโลลีภูมิใจที่สุดคือทักษะการแสดง และในเรื่องนี้ นางมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"อืม... ดีมากครับ งั้นบททดสอบแรกคือ... ท่านด่าคำหยาบเป็นไหมครับ?"
โจชัวมองหญิงสาวผู้สง่างามและสุภาพตรงหน้าแล้วถาม
เมื่อได้ยินคำถาม แกลโลลียังคงรักษารอยยิ้มไว้ แต่เอียงคอเล็กน้อย ราวกับจะถามว่าเขาหมายความว่ายังไงกันแน่
"ข้าถามว่า ท่านด่าคำหยาบเป็นไหมครับ" โจชัวย้ำ
(จบตอน)