เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ลงมือ

บทที่ 14 ลงมือ

บทที่ 14 ลงมือ


บทที่ 14 ลงมือ

โจชัวจัดการคัดแยกข้าวของที่เจ้าชายคนที่สามทิ้งไว้ ก่อนจะออกจากห้องไป ระหว่างรื้อค้น เขาพบว่าเจ้าชายได้ประดิษฐ์อะไรบางอย่างที่คล้ายกับ "กระเป๋ามิติที่สี่ของเจ้าแมวอ้วนสีฟ้าตัวเล็กๆ" เอาไว้ด้วย

ข้างในกระเป๋านั้นเต็มไปด้วยวัตถุโบราณพิสดารสารพัด และโจชัวก็เจอแหวนวงหนึ่งที่น่าจะมีประโยชน์

แหวนวงนี้มีชื่อว่า "แหวนแปลงกาย" หรือจะเรียกให้ดูทันสมัยหน่อยก็ "แหวนของโจชัว แอนเนอร์ลูด" วัตถุชิ้นนี้ลงเวทมนตร์ที่มีผลต่อจิตใจของคนรอบข้าง ตราบใดที่สวมแหวนวงนี้ คนรอบข้างจะมองเห็นเขาเป็นคนอื่น

ตอนที่ซีนาธสังหารหมู่พวกโจร ชาวบ้านและสมาชิกกองคาราวานต่างเห็นซีนาธคุยกับโจชัว นั่นทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่โจชัวจะแปลอมตัวเป็นนายพรานแล้วแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มคนพวกนั้น เขาเลยต้องหาวิธีเปลี่ยนรูปลักษณ์ตัวเอง

"อืม... อืม... หืมมมมม??!"

ขณะที่โจชัวกำลังคิดว่าจะทดสอบแหวนยังไงดี เสียงครางประหลาดๆ ก็ดังขึ้น พอเงยหน้ามอง เขาก็พบว่าต้นตอเสียงคือซิรินั่นเอง

ข้ารับใช้ธาตุน้ำของเขายกอาหารเย็นเข้ามาและจัดโต๊ะเรียบร้อยแล้ว มันเป็นมื้อเย็นสุดหรู สำหรับโปรแกรมเมอร์อย่างโจชัวที่ยังชีพด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เนื้อย่างและอาหารจานอื่นๆ บนโต๊ะถือว่าอลังการงานสร้างมาก

ส่วนสำหรับซิริ อาหารบนโต๊ะคือสิ่งที่นางไม่มีปัญญาหากินได้แม้แต่เดือนละครั้ง

ด้วยความหิวโหย มารยาทบนโต๊ะอาหารของซิริจึงติดลบ ภาพลักษณ์จอมเวทผู้ทรงปัญญามลายหายไปสิ้น เหลือเพียงเด็กสาวแก้มตุ่ยที่เคี้ยวอาหารจนแก้มป่อง

แต่ไม่รู้ทำไม นางกลับดูน่ารักดีแฮะ? ดูเด๋อด๋าน่าเอ็นดูแปลกๆ...

"ข้าแนะนำว่าอย่ากินจนจุกเกินไปนะ ซิริ อีกเดี๋ยวเราต้องใช้แรงงานกันแล้ว" โจชัวเลื่อนแก้วน้ำไปตรงหน้านาง

ดูจากการทุบอกตัวเองรัวๆ ชัดเจนว่านางสำลักอาหาร

"ใช้แรงงานอะไร? แล้วทำไมหน้าเจ้าถึงเปลี่ยนไป?"

ซิริรับแก้วน้ำไปดื่มรวดเดียวหมดแก้ว รอดพ้นจากชะตากรรมการเป็น "จอมเวทคนแรกที่สำลักอาหารตาย" มาได้อย่างหวุดหวิด

"นี่เป็นแค่ลูกเล่นนิดหน่อยน่ะ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ลืมแผนแหกคุกตอนเที่ยงคืนไปแล้วรึไง?"

โจชัวถอดแหวนออก แม้แต่จอมเวทมือใหม่อย่างซิริยังเห็นความแตกต่าง ชัดเจนว่าแหวนแปลงกายหลอกได้แค่คนธรรมดาที่มีความรู้เวทมนตร์เพียงหางอึ่งเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว

"ข้ายังไม่ลืมหรอกน่า แต่เจ้าดูไม่กลัวเรื่องยุ่งยากเลยนะ"

ซิริใช้ผ้าเช็ดปากเช็ดมุมปาก นางได้ยินสิ่งที่โจชัวพูดเมื่อกี้แค่ครึ่งเดียว เพราะสมาธิทั้งหมดไปจดจ่ออยู่กับอาหารรสเลิศตรงหน้า

ถึงจะได้ยินไม่ครบ แต่ซิริก็พอเดาได้ว่าโจชัวกำลังจะทำอะไร

"เพื่อสร้างหนังดีๆ สักเรื่อง งานแค่นี้นับว่าจิ๊บจ๊อย"

เมื่อเทียบสภาพการถ่ายทำที่โจชัวมีตอนนี้กับตอนอยู่โลกเดิม ความเรียบง่ายถือเป็นเรื่องน่ายกย่องแล้ว

หนังดีๆ ในโลกเดิมมักใช้เวลานานตั้งแต่เริ่มถ่ายทำจนถึงขั้นตอนการผลิต ยกตัวอย่างเช่น "คนหลุดโลก" ใช้เวลาเกือบหนึ่งปีครึ่งกว่าจะถ่ายทำเสร็จและออกฉาย ส่วนหนึ่งของเวลาเสียไปกับการรอให้พระเอกไว้หนวดเคราให้ยาวพอ

ข้อได้เปรียบเดียวของโจชัวคือความทรงจำและความสามารถของนักแสดงในโลกนี้

โจชัวจำได้ทุกช็อตของหนัง เขาเลยไม่ต้องกังวลเรื่องเทคนิคอย่างการหามุมกล้องเพื่อสื่ออารมณ์ โจชัวแค่ต้องถ่ายทำหนังทั้งเรื่องเพียงรอบเดียว ความแตกต่างมีเพียงแค่นักแสดงเท่านั้น

"ถึงข้าจะไม่ค่อยเข้าใจไอ้เรื่องหนังอะไรนั่นเท่าไหร่... แต่ข้าอยากรู้ตอนจบของ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร นะ"

ว่าแล้วเชียว ซิริอินกับเนื้อเรื่องเข้าให้แล้ว แถมซิริยังอ่านบทที่โจชัวทิ้งไว้บนโต๊ะจนจบ แล้วพบว่าตอนจบยังไม่ได้เขียน

ถ้าไม่ใช่เพราะซิริหิวจนไส้กิ่ว นางคงจะมัวแต่นั่งกลุ้มเรื่องตอนจบจนไม่ยอมกินข้าวแน่ๆ

"อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะได้รู้ตอนจบแล้ว ตอนนี้ได้เวลาทำงาน"

โจชัวคำนวณเวลา ตอนนี้ใกล้เที่ยงคืนแล้ว ผ่านไปสี่ชั่วโมงนับตั้งแต่ส่งอีนอร์เข้าไปในคุกใต้ดิน

ถ้าทักษะของอีนอร์เจ๋งจริง สี่ชั่วโมงก็น่าจะพอให้ชาวบ้านยอมรับเขาเข้ากลุ่ม

โจชัวสวมแหวนแปลงกายอีกครั้ง เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อคลุมที่ดูภูมิฐาน และหยิบไม้เท้าไร้ประโยชน์ขึ้นมา...

ไม้เท้านี้โจชัวนั่งเหลาจากท่อนไม้เมื่อสี่ชั่วโมงที่แล้ว นอกจากใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบฉากแล้ว มันก็ไม่มีประโยชน์อื่นใดอีก

ตอนนี้โจชัวดูเหมือนจอมเวทผู้เก่งกาจคนหนึ่ง

"บอกตอนจบข้าหน่อยไม่ได้เหรอ? เอ้อ... ก็ได้"

ซิริลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจ ถ้าเมื่อกี้ที่ยอมฟังโจชัวเป็นเพราะกลัวตาย ตอนนี้แรงขับเคลื่อนมาจากมโนธรรมล้วนๆ

นางเคยสัญญากับชาวบ้านว่าจะกลับมาช่วยก่อนที่จะหนีออกมา มันเป็นคำโกหกส่งเดช แต่นางไม่นึกเลยว่าจะได้ทำตามสัญญานั้นจริงๆ ในวันนี้...

แถมบทบาทของนางในปฏิบัติการครั้งนี้คือผู้ช่วยของโจชัว...

เมื่อเป็นเรื่องชีวิตของตัวเอง จอมเวทคนนี้ยังพอไว้ใจได้ แถมโจชัวยังสัญญาว่าจะให้กินเนื้อตลอดชีวิตถ้าติดตามเขา รวมถึงตอนจบของบทละครด้วย

จริงๆ แล้วโจชัวมีประสบการณ์แหกคุกมาก่อน แม้จะเป็นแค่ในเกม แต่อย่างน้อยเขาก็เคยซ้อมมือมาบ้าง ซึ่งช่วยเตรียมใจได้พอสมควร

คุกหลวงอยู่ใกล้กับตัวปราสาทจริงๆ

ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง โจชัวที่มีซิริเดินตามต้อยๆ ก็มองเห็นคุกใต้แสงสีเขียวสลัวท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน

"ซิริ ทำตัวตามสบายหน่อย ประชากรในดินแดนปีศาจก็เป็นแค่พลเมืองธรรมดาที่มีความคิดเป็นของตัวเอง พวกเขาไม่ทำร้ายเจ้าหรอก"

ซิริตัวเกร็งและประหม่ามาตลอดทาง นางเป็นมนุษย์นะ! มนุษย์เดินอาดๆ กลางถนนในดินแดนปีศาจย่อมดึงดูดสายตาทุกคู่ในบริเวณนั้น

นางได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากมุมถนนแทบตลอดเวลา เสียงพึมพำอย่าง "น่ากินจัง" และ "กลิ่นหอมชะมัด" ทำเอานางขนลุกซู่

อย่างไรก็ตาม ซิริไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ คำว่าขี้ขลาดไม่อยู่ในพจนานุกรมของนาง นางจึงถลกแขนเสื้อขึ้น กำไม้เท้าสั้นแน่น และทำหน้าตาพร้อมบวกตลอดเวลา

นั่นคือกฎแห่งป่าที่นางเรียนรู้มาจากการใช้ชีวิตในป่า เรียนรู้มาจากตอนที่เผชิญหน้ากับหมี!

วินาทีที่ถอยหนีเมื่อเผชิญหน้า นั่นหมายความว่าแพ้แล้ว สำหรับแค่พวกปีศาจ ซิริใช้ไม้เท้าสั้นฟาดให้ร่วงได้สบายๆ

ทว่า พอโจชัวเตือนสติและชี้ไปที่คอของนาง ความฮึกเหิมและจิตวิญญาณนักสู้ก็หายวับไปทันที

สัตว์ร้ายผู้ยิ่งใหญ่ไม่มีทางเอาชนะนายพรานเจ้าเล่ห์ได้หรอก ไม่สิ ซิริไม่ใช่สัตว์ร้ายผู้ยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ แรงของนางก็แค่ลูกแมวที่มีกรงเล็บคมกว่าปกตินิดหน่อยเท่านั้นเอง

"ถึงแล้ว"

โจชัวหยุดเดินก่อนถึงหน้าคุกไม่กี่ก้าว ผู้คุมสองสามคนปรากฏตัวออกมาจากเงามืดและพยักหน้าส่งสัญญาณให้เขาผ่านเข้าไป

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 14 ลงมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว