- หน้าแรก
- ปฏิวัติพลิกฟ้าต่างโลก ด้วยวัฒนธรรมข้ามมิติ
- บทที่ 11 นักแสดง
บทที่ 11 นักแสดง
บทที่ 11 นักแสดง
บทที่ 11 นักแสดง
“องค์ชาย ท่านจะบุกเข้าไปในคุกจริงๆ หรือ?”
ซีนาธเพิ่งจะสั่งให้ข้ารับใช้ธาตุน้ำจับอีนอร์ไปอาบน้ำขัดตัวและจับแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดผู้ชายดูดี ก่อนจะเข้ามารายงานตัวกับโจชัว และได้รับรู้คำสั่งล่าสุดของเจ้านาย
ซีนาธไม่ได้รู้สึกตกใจกับความคิดฆ่าตัวตายของโจชัวเลยสักนิด เขาเป็นองครักษ์คู่กายมาตั้งแต่โจชัวเกิด และคุ้นชินกับอารมณ์ติสต์แตกเอาแน่เอานอนไม่ได้ของเจ้าชายมานานแล้ว
ในอดีต เจ้าชายเคยปิ๊งไอเดียสยองขวัญที่อาจถึงตายมาแล้วหลายครั้ง การบุกคุกถือเป็นเรื่องเด็กๆ ไปเลยเมื่อเทียบกับเมื่อสองปีก่อน ที่การทดลองของเจ้าชายเกือบจะระเบิดปราสาททิ้งทั้งหลัง
“ไม่ใช่การบุกจริงๆ หรอก แค่เปรียบเปรยน่ะ”
โจชัวส่งสัญญาณมือให้ซีนาธเก็บอาการกระตือรือร้นนั่นลงหน่อย
การไปท้าทายอำนาจของผู้พิทักษ์ในเวลาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องฉลาดเลย
“ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะสวมบทเป็นนายพรานมนุษย์ และไปช่วยพวกมนุษย์ที่ถูกขังอยู่ในคุกใต้ดิน แน่นอนว่าข้าแจ้งผู้พิทักษ์ล่วงหน้าแล้ว พูดง่ายๆ มันก็แค่การแสดง... ละครฉากใหญ่เพื่อให้พวกมนุษย์คิดว่าตัวเองได้รับความช่วยเหลือแล้วต่างหาก”
“ละคร... องค์ชาย แค่การปล่อยมนุษย์พวกนั้นไปก็นับว่าเป็นความเมตตามากแล้วนะขอรับ”
ตอนที่โจชัวสั่งให้ขังมนุษย์พวกนั้นไว้ ซีนาธเข้าใจว่าเขาจะเก็บไว้ใช้เป็นหนูทดลองในการวิจัยเสียอีก
“เมตตา? ข้าไม่ได้ปล่อยพวกมันเพราะความเมตตาหรอกนะ แต่ข้าหวังว่าพวกมันจะยอมร่วมมือกับข้าในเรื่องบางอย่าง ซีนาธ เจ้าคิดว่าถ้าข้าใช้กำลังบังคับ จะมีสักกี่คนที่ยอมสวามิภักดิ์ด้วยใจจริง?”
โจชัวโยนคำถามใส่ลูกน้องผู้ซื่อสัตย์อีกครั้ง
“มนุษย์ส่วนใหญ่ขี้ขลาดเกินไปขอรับ”
ทันทีที่ซีนาธพูดแบบนั้น โจชัวสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหดหู่บางอย่างในน้ำเสียงของเขา
สำหรับปีศาจบาปอย่างซีนาธ เผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นอ่อนแอเกินไป อ่อนแอขนาดที่แค่เขาพ่นลมหายใจเพลิงใส่ทีเดียว มนุษย์เป็นๆ ก็กลายเป็นตอตะโกได้ทันที
อย่างไรก็ตาม ซีนาธต้องยอมรับว่ามีมนุษย์บางพวกที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าประมาท แม้จะมีอคติกับพวกมันมากก็ตาม
แต่ถึงอย่างนั้น แม้ซีนาธจะพยายามระงับเปลวไฟและพยายามสื่อสารด้วย แต่มนุษย์ก็มักจะวิ่งหนีป่าราบด้วยความหวาดกลัวเสมอ
“ความจริงแล้ว คนส่วนใหญ่ยอมประนีประนอมเมื่อชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่ถ้าเจ้าพยายามบังคับขืนใจด้วยกำลังเพียวๆ อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหันหลังให้? พวกมันจะทำทุกวิถีทางเพื่อหนี และทันทีที่เจ้าอ่อนแอ พวกมันจะหาทางฆ่าเจ้า”
การปกครองด้วยความกลัวเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด แต่มันก็โง่เขลาที่สุดเช่นกัน
ในสงคราม วิธีนี้ถูกใช้ในการรุกรานและปล้นชิง ประเทศที่มีกำลังทหารเข้มแข็งสามารถยึดครองดินแดนของประเทศที่อ่อนแอได้ง่ายๆ แต่พลเมืองของประเทศนั้นจะไม่มีวันยอมจำนน พวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อต่อต้าน
นั่นคือธรรมชาติของมนุษย์ แม้แต่มนุษย์ที่ขี้ขลาดที่สุดก็ยังมีมุมนี้ซ่อนอยู่
“นั่นคือเหตุผลที่ข้าเลือกใช้วิธีอ้อมค้อมแบบนี้ไงล่ะ”
โจชัวมองดูปีศาจบาปที่กำลังครุ่นคิด แต่ดูเหมือนยังไม่เข้าใจเหตุผลในการกระทำของโจชัวอยู่ดี
“ซีนาธ บางทีวันหนึ่งเจ้าอาจจะจินตนาการถึงโลกที่มนุษย์ไม่เป็นศัตรูกับเจ้าอีกต่อไป และพวกเขาก็จะไม่กลัวเจ้าด้วย กลับกัน พวกเขาจะชอบและชื่นชมเจ้า บางคนอาจจะดั้นด้นเดินทางไกลมาเพื่อแค่จะได้เห็นหน้าเจ้า แย่งกันมอบดอกไม้ให้ หรืออาจจะขอลายเซ็นกับถ่ายรูปเซลฟี่คู่กับเจ้าก็ได้นะ?”
ซีนาธไม่เข้าใจว่าลายเซ็นหรือเซลฟี่คืออะไร แต่... เมื่อเขาก้มมองมือตัวเอง กรงเล็บแหลมคมนั่นคมกริบพอที่จะตัดทุกอย่างให้ขาดสะบั้น เปลวไฟสีเขียวจางๆ เต้นระบำอยู่บนฝ่ามือ
มือที่น่าสยดสยองคู่นี้ถูกสาปให้ไม่สามารถหยิบจับสิ่งที่บอบบางอย่างดอกไม้ได้ตลอดกาล
ดังนั้น...
“ขอประทานอภัยองค์ชาย ข้า... ข้าจินตนาการไม่ออกเลยขอรับ”
ซีนาธพยายามมาหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่แค่มนุษย์ แม้แต่ปีศาจด้วยกันในดินแดนปีศาจก็ยังหวาดกลัวปีศาจบาป อย่าว่าแต่จะเข้าใกล้เลย แค่เห็นเขาแต่ไกล วงก็แตกกระเจิงกันหมดแล้ว
“วันนั้นจะมาถึง เชื่อข้าสิ ซีนาธ เจ้าจะได้เป็นซูเปอร์สตาร์ สาวๆ มนุษย์จะกรีดร้องด้วยความดีใจเมื่อได้สัมผัสแผงคอของเจ้า พวกนางจะยืดอกด้วยความภาคภูมิใจเมื่อได้ยืนเคียงข้างเจ้า... และสิ่งที่ข้าทำอยู่ตอนนี้ ก็เพื่อปูทางไปสู่วันนั้น”
จากนั้นโจชัวก็หยิบม้วนกระดาษที่มีแผนที่ภายในคุกออกมา
คุกใต้ดินอยู่ใกล้กับตัวปราสาท และต่างจากโลกเดิม ยิ่งมีสถานะสูงส่งในดินแดนปีศาจ ก็ยิ่งแข็งแกร่ง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กลัวนักโทษกระจอกๆ พวกนั้นหรอก อีกนัยหนึ่ง มันเป็นวิธีข่มขวัญนักโทษด้วย
โจชัววงกลมสีแดงตรงห้องสอบสวน นั่นคือจุดที่โจชัววางแผนจะให้เปิดประตูมิติ เขาได้ส่งรายละเอียดแผนการให้เซซิลีทางจดหมายเรียบร้อยแล้ว
“ซีนาธ สร้างประตูมิติตรงนี้ พอข้าทำสัญญาณมือแบบนี้ ให้เปิดการทำงานทันที”
โจชัวดีดนิ้วเปาะ โดยไม่สนความรู้สึกของผู้คุมคุกเลยสักนิด
ห้องสอบสวนถูกแยกออกมาด้วยผนึกกักขังหลายชั้น โจชัวจึงไม่กังวลว่าจะมีนักโทษคนอื่นฉวยโอกาสหนี
“น้อมรับบัญชา”
แม้ซีนาธจะไม่เข้าใจเจตนาของโจชัว แต่เขากลับรู้สึกคาดหวังแปลกๆ
เพราะนอกจากโจชัวแล้ว ก็มีแต่ปีศาจโกลาหลตนอื่นเท่านั้นที่พูดคุยกับเขาด้วยท่าทีสงบนิ่งมาตั้งแต่เขาเกิด...
ใครบ้างไม่อยากมีเพื่อน? ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในโลกที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวได้อย่างสมบูรณ์ แม้แต่เสือยังต้องหาคู่ในฤดูผสมพันธุ์
ดังนั้น ซีนาธจึงรับแผนที่ไปและจดจำคำสั่งของโจชัวไว้ในใจ
สิ่งต่อไปที่โจชัวต้องจัดการคือหน้าที่ของนางเอกในเรื่อง "โฉมงามกับเจ้าชายอสูร"
สายตาของโจชัวจับจ้องไปที่อีนอร์ซึ่งยืนอยู่ในห้อง
อีนอร์เปลี่ยนมาใส่ชุดผู้ชายเรียบร้อยแล้ว เป็นเสื้อผ้าเรียบง่ายแต่ดูดีกว่าเศษผ้าขี้ริ้วที่ใส่ก่อนหน้านี้แบบเทียบไม่ติด
โจชัวอดทึ่งไม่ได้ที่อีนอร์เป็นซัคคิวบัสจริงๆ ขนาดอยู่ในชุดผู้ชาย ทุกอริยบทของเขายังกระตุ้นสัญชาตญาณการปกป้องในตัวผู้ชายได้ดีชะมัด เขาเหมือนกระต่ายน้อยที่ขดตัวกลมดิ๊กพร้อมเอามือจับหูยาวๆ ของตัวเองไว้ด้วยความกลัว
“องค์ชาย ท่านต้องการให้ข้าทำอะไรหรือขอรับ? จะเป็นงานทำความสะอาด หรืออุ่นเตียง ข้าทำได้หมด”
เสื้อผ้าพวกนี้ทำให้อีนอร์อึดอัด เพราะเขาต้องหดปีกและหางเก็บเข้าไปเพื่อให้ใส่ชุดได้
ซัคคิวบัสมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกบางส่วน การเก็บปีกและหางเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่อีนอร์ไม่ค่อยได้ทำบ่อยนัก
“ข้าบอกแล้วไง ข้าไม่ได้จ้างเจ้ามาเป็นทาส อีนอร์ ข้าต้องการความสามารถในการแสดงของเจ้า หรือพูดง่ายๆ คือทักษะการหลอกลวงคนอื่นของเจ้านั่นแหละ พวกซัคคิวบัสถนัดเรื่องนี้ที่สุดไม่ใช่รึ?”
โจชัวมีเวลาไม่มากที่จะมานั่งตีซี้กับซัคคิวบัส ถ้าจำเป็นเดี๋ยวค่อยไปสร้างความสนิทสนมเอาระหว่างถ่ายทำ
“ข้าจะมอบภารกิจแรกให้เจ้า เจ้าต้องแฝงตัวเข้าไปปะปนกับพวกมนุษย์ในคุก บทบาทของเจ้าคือหญิงสาวผู้กล้าหาญ ร่าเริง และขี้สงสัย นามว่า เบลล์”
(จบตอน)