- หน้าแรก
- ปฏิวัติพลิกฟ้าต่างโลก ด้วยวัฒนธรรมข้ามมิติ
- ตอนที่ 8 ไม่มีระบบโกง ก็สร้างเองซะสิ
ตอนที่ 8 ไม่มีระบบโกง ก็สร้างเองซะสิ
ตอนที่ 8 ไม่มีระบบโกง ก็สร้างเองซะสิ
ตอนที่ 8 ไม่มีระบบโกง ก็สร้างเองซะสิ
“จะ-จะ... เจ้าอยากเรียนเวทมนตร์ของข้าเหรอ?”
ซิริหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย? ปีศาจแห่งความโกลาหลและความมืดมิด อยากเรียนเวทมนตร์ของเทพแห่งระเบียบเนี่ยนะ?
“ข้าว่ามันก็ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกตินี่นา”
โจชัวไม่เข้าใจว่าทำไมซิริถึงตกใจขนาดนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้นางเอาแต่กลัวจนตัวสั่นงันงกมาตลอด
“มันก็... ไม่ผิดหรอก”
นอกจากบางนิกายแล้ว จอมเวทส่วนใหญ่ในโลกนี้ก็นับถือเทพหลายองค์เพื่อให้เวทมนตร์ของตัวเองหลากหลายขึ้น
ความศรัทธาไม่ได้มีผลต่อความแข็งแกร่ง เพราะเทพเจ้าเพียงแค่มอบเมล็ดพันธุ์แห่งเวทมนตร์ให้เท่านั้น จะเติบโตเบ่งบานได้แค่ไหน ล้วนขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ของจอมเวทเองทั้งสิ้น
ดังนั้น คนส่วนใหญ่ในโลกนี้จึงมองเทพเจ้าเป็นเหมือนเครื่องมือในการเรียนรู้เวทมนตร์มากกว่าจะกราบไหว้บูชาด้วยความศรัทธาแรงกล้า และซิริก็เป็นหนึ่งในนั้น
ถ้าจะมีอะไรที่จอมเวทบูชาจริงๆ สิ่งนั้นเรียกว่า "ความรู้"
ซิริหยิบรูปสลักไม้แกะสลักออกมาจากเสื้อคลุมแล้ววางลงบนพื้น แสงสีขาวนวลปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของนาง
เพียงแค่วาดนิ้วไปบนพื้นไม่กี่ครั้ง วงเวทสีขาวนวลก็เปล่งประกายรอบรูปสลักไม้
“แค่เอามือแตะที่รูปสลัก”
ในโลกของซิริ พิธีกรรมนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องผ่านเมื่ออายุครบหกขวบ ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิดหรือไม่ ทุกคนจะได้รับการปลูกฝังเมล็ดพันธุ์เวทมนตร์หลากหลายชนิด
มันเป็นขั้นตอนจำเป็นในการใช้ชีวิตในโลกมนุษย์ เหมือนกับการมีบัตรประชาชนในโลกเดิม ต้องมีถึงจะถือว่าเป็นพลเมือง
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ซิริได้เป็นผู้ทำพิธีกรรมเอง นางเป็นแค่มือใหม่ที่ยังไม่ได้ใบรับรองจอมเวทระดับสองด้วยซ้ำ เรื่องทำพิธีกรรมก็ว่าแย่แล้ว แต่เป้าหมายของพิธีกรรมดันเป็นปีศาจเนี่ยสิ!
ถ้าเทพแห่งระเบียบมีจริง ซิริได้แต่หวังว่าท่านคงไม่พิโรธจนส่งสายฟ้าฟาดลงมากลางกบาลนางหรอกนะ
นั่นเป็นครั้งแรกที่ซิริสวดอ้อนวอนต่อเทพแห่งระเบียบอย่างจริงจัง
“แบบนี้เหรอ?”
โจชัวไม่สัมผัสถึงอันตรายใดๆ จากวงเวทที่ซิริวาดขึ้น พลังเวทในวงเวทนั้นมีน้อยนิดพอๆ กับเวท ทอร์ช ก่อนหน้านี้
ดังนั้น โจชัวจึงเอามือแตะที่รูปสลักไม้
แสงสีขาวนวลเริ่มรวมตัวกันที่ปลายนิ้วของโจชัว และไหลผ่านรูปสลักไม้เข้าสู่ร่างกายเขา
แสงสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนละอองแสงระยิบระยับฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เมื่อทุกอย่างไหลเข้าสู่ร่างกาย โจชัวก็พบว่ามีบางอย่างเพิ่มเข้ามาในการมองเห็นของเขา
ตัวอักษรและสัญลักษณ์ซับซ้อนปรากฏขึ้นทันทีที่โจชัวลืมตา มีอย่างน้อยเป็นร้อยๆ ตัว และสัญลักษณ์พวกนั้นไม่ใช่ภาษาใดๆ ที่โจชัวรู้จัก แต่เขากลับเข้าใจความหมายของมันได้อย่างน่าประหลาด
ตัวอักษรแรกแทนค่า "1" และตัวที่สองคือ "0" เคียงคู่มากับสัญลักษณ์แทน "A" และ "B"
“สัญลักษณ์ในตาข้านี่คือ... รูนงั้นเหรอ?”
เพียงแค่โบกมือ รูนเหล่านั้นก็หายไป แต่เพียงแค่คิด มันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง
โจชัวเคยเห็นรูนพวกนี้มาก่อน สิ่งประดิษฐ์มากมายของเจ้าชายมีสัญลักษณ์พวกนี้อยู่เพียบ รูนพวกนี้ทำหน้าที่แทนฟันเฟืองและกลไกในการขับเคลื่อนเครื่องจักรเวทมนตร์
“ใช่แล้ว มันคือรูนแห่งระเบียบ”
สำเร็จ... ซิริไม่เคยคิดเลยว่าปีศาจจะรับเมล็ดพันธุ์แห่งเวทมนตร์ได้จริงๆ
ซิริถอนหายใจด้วยความโล่งอก พร้อมกับรู้สึกภูมิใจในผลงานเล็กๆ ของตัวเอง
นางเป็นคนแรกในโลกนี้ที่ทำให้ปีศาจได้รับเวทมนตร์แห่งระเบียบ! นี่มัน... เป็นสิ่งที่แม้แต่พี่สาวผู้ร่ำรวยของนางยังทำไม่ได้เลยนะ
“เจ้ามองเห็นรูนกี่ตัว? ถ้าเห็นสองตัวถือว่าผ่านเกณฑ์ สามตัวถือว่ายอดเยี่ยม และสี่ตัวแปลว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะ”
ซิริพูดทวนคำที่อาจารย์สอนเวทมนตร์คนแรกเคยบอกนาง ซึ่งเป็นอาจารย์คนเดียวกับที่ปลุกพลังเวทให้นาง
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่านางเป็นซูเปอร์อัจฉริยะที่มองเห็นรูนได้ถึงห้าตัวตอนที่พลังเพิ่งตื่น
“กี่ตัวงั้นเหรอ?”
โจชัวมองดูแถวอักษรยาวเหยียดตรงหน้าอีกครั้ง แล้วกะคร่าวๆ ว่าอย่างต่ำก็ต้องมีสักสองร้อยตัว
“สองร้อยกว่าตัวมั้ง” โจชัวตอบ
“หา?!”
ความพยายามที่จะสงบสติอารมณ์ด้วยความภาคภูมิใจพังทลายลงทันที ซิริถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำตอบของโจชัว
มาตรฐานในการวัดความแข็งแกร่งของจอมเวทมีสองอย่าง อย่างแรกคือปริมาณพลังเวทในร่างกาย และอย่างที่สองคือจำนวนรูนที่ครอบครอง
รูนเวทมนตร์คือองค์ประกอบพื้นฐานที่สุดในการสร้างเวทมนตร์ การจะใช้เวทมนตร์ระดับสูง นอกจากต้องใช้พลังเวท (มานา) มหาศาลแล้ว ยังต้องสามารถเรียงร้อยและร่ายรูนนับร้อยหรือนับพันตัวได้อีกด้วย
การได้รับรูนขึ้นอยู่กับกระบวนการเรียนรู้ของจอมเวทเอง หรือที่เรียกว่า "ความรู้"
ซิริเพิ่งเชี่ยวชาญรูนแค่ประมาณยี่สิบตัวเท่านั้น และนั่นได้มาจากการเดินทางร่อนเร่ตลอดห้าหกปีที่ผ่านมา แล้วไอ้ปีศาจตรงหน้านี่มันยังไงกัน?
สองร้อยกว่าตัว?!
ถ้าเขาไม่ได้โกหก ความรู้ที่เขามีมันมากกว่าพวกจอมเวทระดับสูงในสภาทั้งเจ็ดแห่งนอร์แลนด์เสียอีก!
“นี่มัน...”
ความตกตะลึงทำให้ซิริลืมไปชั่วขณะว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายจากการถูกปีศาจลักพาตัว นางจ้องมองรูนที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าโจชัวตาไม่กะพริบ
ซิริจำรูนบางตัวได้ หนึ่งในนั้นมีความหมายว่า "อากาศ" นางเพิ่งใช้รูนตัวนั้นสร้างเวทแรงอัดกระแทกไปเมื่อกี้
“ตารางธาตุ” โจชัวเปรยขึ้น
“อะ... อะไรนะ?”
“ไม่มีอะไร”
โจชัวโบกมือวูบ รูนสีขาวจางๆ ตรงหน้าก็เลือนหายไป
มันก็แค่ตารางธาตุที่โจชัวจัดเรียงขึ้นจากรูนบางส่วน รูนพวกนี้ทำงานเหมือนตัวอักษรจีนเปี๊ยบ การจับคู่ที่แตกต่างกันจะสร้างความหมายใหม่ๆ ขึ้นมา
จากการทดสอบเมื่อครู่ โจชัวมั่นใจว่าเขาไม่เพียงกำหนดให้ตัวเองเห็นรูนได้คนเดียว แต่ถ้าต้องการ เขาก็สามารถทำให้คนอื่นเห็นได้ด้วย
นอกเหนือจากการใช้สร้างเวทมนตร์แล้ว โจชัวตระหนักว่าธรรมชาติของรูนพวกนี้คล้ายกับสิ่งที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
มันคือ... ภาษาคอมพิวเตอร์—ประเภทภาษา C++ ขั้นสูงที่มีไลบรารีภาษามาให้พร้อมสรรพ!
พอนึกถึงตรงนี้ โจชัวซึ่งเป็นทั้งเกมดีไซเนอร์และโปรแกรมเมอร์พาร์ตไทม์ก็เกิดไอเดียบรรเจิดขึ้นมา
เขาสามารถสร้างระบบปฏิบัติการด้วยรูนพวกนี้ได้! ไหนๆ ความจำของโจชัวตอนนี้ก็เทพซ่าอยู่แล้ว แถมเขายังเคยทำงานที่ไมโครซอฟท์อยู่ช่วงหนึ่งด้วย
ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องไม่มี "ระบบ" คอยช่วยโกงหลังจากมาต่างโลก! โจชัวก็เขียนมันขึ้นมาเองซะเลยสิ ไม่ว่าจะ WIN98 หรือ WINXP โจชัวก็รู้วิธีสร้างมันจากรูนพวกนี้!
ถึงอาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่การสร้างเวอร์ชันใช้งานง่ายๆ คงไม่ใช่ปัญหาสำหรับโจชัว
ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเวทมนตร์ในโลกนี้มันช่างน่าสนใจจริงๆ
“ซิริ ตอนเรียนเวทมนตร์เจ้ามีความสุขไหม?”
การค้นพบใหม่ทำให้โจชัวถามคำถามนี้ออกไป
มีความสุขไหม? ทำไมจะไม่ล่ะ? นั่นคงเป็นคำตอบของซิริก่อนที่จะมาเจอโจชัว เพราะนางถือเป็นหัวกะทิด้านพรสวรรค์เวทมนตร์ แต่ทว่า...
ตอนนี้พอได้เห็นรูนจำนวนมหาศาลตรงหน้าโจชัว ซึ่งนางไม่เคยเห็นมาก่อน ความอยากจะเลิกเรียนเวทมนตร์ แล้วเก็บข้าวของกลับบ้านไปแต่งงานก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาในใจทันที!
ติดอยู่อย่างเดียวคือ... โจชัวจะยอมปล่อยนางไปรึเปล่านี่สิ
(จบตอน)