- หน้าแรก
- ปฏิวัติพลิกฟ้าต่างโลก ด้วยวัฒนธรรมข้ามมิติ
- ตอนที่ 4 มันไม่ใช่อย่างนี้สิ
ตอนที่ 4 มันไม่ใช่อย่างนี้สิ
ตอนที่ 4 มันไม่ใช่อย่างนี้สิ
ตอนที่ 4 มันไม่ใช่อย่างนี้สิ
ขณะที่ซีนาธออกไปหานักแสดง โจชัวก็เริ่มลงมือเขียนบท
พอกลับมาสู่ยุคกลางที่ต้องใช้ดินสอถ่าน โจชัวก็เริ่มคิดถึงช่วงเวลาที่เขาสามารถพิมพ์บทหรือวางแผนงานด้วยการรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดขึ้นมาตงิดๆ
ใช้ดินสอมันก็ดีอยู่หรอก แต่มันช้ากว่าใช้คีย์บอร์ดแบบคนละเรื่องเลย ให้ตายสิ ประสิทธิภาพห่วยแตกชะมัด
ถึงอย่างนั้น โจชัวก็ยังดีใจที่สมรรถภาพทางร่างกายของปีศาจโกลาหลนั้นเหนือกว่ามนุษย์มาก ความเร็วในการตอบสนองของเขาก็เช่นกัน ทำให้เขาสามารถตวัดเขียนลงบนกระดาษได้อย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก ตัวอักษรโรมันก็ปรากฏขึ้นเป็นพรืดบนหน้ากระดาษ
การเขียนบทละครโทรทัศน์นั้นง่ายกว่านิยายเยอะ แต่ติดตรงที่นักแสดงของเขาเป็นมือใหม่หัดขับชนิดที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ว่าหนังคืออะไร โจชัวเลยต้องเขียนบทภาพยนตร์ในรูปแบบที่ทำให้พวกเขาเข้าใจได้ว่าเขากำลังจะสื่อถึงอะไร
การเขียนบทให้เสร็จไม่ใช่เรื่องยากสำหรับโจชัว เขาแค่ต้องการเวลาเล็กน้อยในการดัดแปลงบทดั้งเดิม
หนังดีๆ ไม่ได้ประกอบด้วยบทที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับฝีมือของนักแสดง มุมกล้อง เอฟเฟกต์ เพลงประกอบ และอื่นๆ อีกมากมาย
โจชัวไม่ต้องกังวลเรื่องสเปเชียลเอฟเฟกต์ โลกนี้มีเวทมนตร์ของจริงอยู่แล้ว "สเปเชียลเอฟเฟกต์" จึงไม่จำเป็น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนหน้าจอจะเป็นของจริง เพราะไม่มีเอฟเฟกต์ไหนที่ทำไม่ได้ เพียงแค่ร่ายเวทมนตร์ใส่เข้าไปนิดหน่อยก็เรียบร้อย
สิ่งเดียวที่โจชัวรู้สึกว่าอาจจะเป็นปัญหาคือการควบคุมมุมกล้อง
เขาวางดินสอลงแล้วหยิบกล้องเวทมนตร์ขึ้นมาจากโต๊ะ
รูปลักษณ์ภายนอกของมันคล้ายกับกล้องกล่องไม้ในศตวรรษที่ 18 แต่พื้นผิวสีดำของมันสลักลวดลายรูนที่ไม่คุ้นตา โจชัวถ่ายเทพลังเวทเข้าไป แล้วรูนเหล่านั้นก็ขับเคลื่อนกลไกของกล้องแทนเฟือง โดยใช้เวทมนตร์เป็นแหล่งพลังงาน
ต่อมาคือวัสดุที่ใช้บันทึกภาพ คนในโลกนี้เรียกมันว่า ออริจิเนียม
มันเป็นวัสดุที่ยืดหยุ่นสูง ไม่ต่างจากวัตถุดิบทางอุตสาหกรรมอย่างซิลิคอน ทองแดง หรือเงินในโลกเดิม
มันเป็นของที่มีประโยชน์มาก แม้จะเอาไปขึ้นรูปเป็นอาวุธหรือชุดเกราะที่แข็งแกร่งไม่ได้ แต่มันเป็นสื่อนำสำหรับธาตุเวทมนตร์ทุกชนิด และเป็นสิ่งที่จอมเวททุกคนต้องพกติดตัว
วิธีการใช้ออริจิเนียมสร้างไอเทมมีตั้งแต่กระบวนการเล่นแร่แปรธาตุ โลหะวิทยา ไปจนถึงช่างสลักรูน... มีวิธีนับล้านแปดที่จะเปลี่ยนโครงสร้างของมัน
ออริจิเนียมในมือของโจชัวผ่านการแปรรูปให้เป็นสื่อบันทึกข้อมูลที่สามารถเก็บภาพได้ และเขาก็เพิ่งทดสอบการใช้งานของมันไปหมาดๆ
ตราบใดที่อัดพลังเวทเข้าไป ภาพที่บันทึกไว้ก็จะถูกฉายออกมาบนพื้นผิวใดก็ได้ผ่านการฉายภาพโฮโลแกรม
ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณภาพของภาพที่ฉายออกมา เพราะความละเอียดขึ้นอยู่กับปริมาณพลังเวทที่ใส่เข้าไปในอุปกรณ์
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของอุปกรณ์นี้คือ...
“ทำไมไอ้ของพรรค์นี้มันใช้ได้แค่ครั้งเดียววะ?”
โจชัวหยิบผลึกออริจิเนียมที่มีภาพบันทึกอยู่แล้วพยายามใส่กลับเข้าไปในกล้องเพื่อบันทึกต่อ แต่กลับพบว่าฟุตเทจใหม่ดันไปทับของเก่าซะงั้น
นี่เขาต้องถ่ายหนังทั้งเรื่องด้วยกล้องตัวเดียวรึไง? ถ้าเป็นหนังสั้นสิบนาที โจชัวอาจจะพอถูไถ แต่แผนของเขาคือหนังยาวร้อยยี่สิบนาทีนะเว้ย!
ใช้กล้องตัวเดียวถ่ายหนังทั้งเรื่อง ต่อให้เป็นสปีลเบิร์ก หนึ่งในผู้กำกับที่เก่งที่สุดในฮอลลีวูดยังทำไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับผู้กำกับมือสมัครเล่นอย่างโจชัว
เขาต้องหาวิธีแก้ปัญหานี้ให้ได้
“ในเมื่อนี่เป็นโลกเวทมนตร์ ก็ใช้เวทมนตร์แก้แม่งเลยละกัน ช่างหัววิทยาศาสตร์มันปะไร...”
โจชัวลองเอาผลึกออริจิเนียมสองอันที่มีข้อมูลบันทึกอยู่มาประกบกัน แล้วอัดกระแสเวทมนตร์สีเทาเข้าไป
ผลึกทั้งสองดูเหมือนจะดูดเข้าหากันและเริ่มหลอมรวม แม้แต่ฟุตเทจข้างในก็รวมเข้าด้วยกัน
ได้ผลเหรอ? โจชัวควบคุมพลังเวทอย่างระมัดระวังเพราะการหลอมรวมยังไม่เสร็จสมบูรณ์ อุณหภูมิของผลึกที่กำลังหลอมรวมพุ่งสูงปรี๊ดก่อนจะลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
วิทยาศาสตร์ตบหน้าเรียกสติโจชัวฉาดใหญ่ เมื่อผลึกทั้งสองหลังจากเจอความผันผวนของอุณหภูมิแบบสุดขั้ว ก็เปราะบางจนแตกละเอียดเป็นผุยผงต่อหน้าต่อตาเขา
“เมื่อกี้ข้าคุมไฟกับน้ำแข็งพร้อมกันเหรอ?”
โจชัวมองดูเวทมนตร์ที่ลอยอยู่หน้ามือ
มันเป็นเวทมนตร์เฉพาะตัวของปีศาจโกลาหล และความพิเศษของมันคือ... ความปั่นป่วนวุ่นวายจนแทบจะทำให้เจ้าชายคลุ้มคลั่ง
เวทมนตร์นี้เหมือนกับสกิล เคออสโบลต์ ของ เคออสไนท์ ในเกมโดต้า ก่อนที่การโจมตีจะโดนเป้าหมายและตัวเลขความเสียหายเด้งขึ้นมา คุณไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเองทำดาเมจไปเท่าไหร่กันแน่
ความโกลาหลคือสิ่งที่นักวิจัยไม่อยากเจอที่สุด และนั่นเป็นเหตุผลที่เจ้าชายคิดจะเรียนรู้วทมนตร์ของมนุษย์
เขาถึงได้ถ่อสังขารไปยังโลกมนุษย์ยังไงล่ะ
โจชัวถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วล้มเลิกความพยายามที่สิ้นเปลืองและโง่เง่านั่นซะ
หลังจากเขียนบทมาทั้งวัน ข้ารับใช้ธาตุน้ำก็โผล่มาที่หน้าประตูห้องของโจชัวอีกครั้งเพื่อทำหน้าที่เป็นนกพิราบสื่อสารผู้ซื่อสัตย์
“องค์ชาย องครักษ์ของท่าน ซีนาธ ขอให้ท่านไปที่ห้องรับรองเพคะ”
พลเรือนที่บังอาจเข้ามาในเขตพระราชวังโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษประหารสถานเดียว สำหรับเชื้อพระวงศ์ที่อนุญาตให้กลุ่มพลเรือนนิรนามเข้ามาในปราสาท ก็ถือเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบและเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของเชื้อพระวงศ์องค์อื่น
โจชัวไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวโดยไม่จำเป็น
หลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อย เขาก็วางบทที่เขียนเสร็จไปครึ่งหนึ่งไว้บนโต๊ะ แล้วเดินตามข้ารับใช้ธาตุไปยังห้องรับรองนอกตัวปราสาท
สิบนาทีต่อมา โจชัวก็มาถึงห้องรับรองนอกเขตพระราชวัง ร่างมหึมาของซีนาธยืนอยู่ใกล้ทางเข้า
“องค์ชาย เนื่องจากลักษณะเฉพาะของเผ่าพันธุ์ข้า ข้าไม่มีความเข้าใจเรื่องความเป็นหญิง ข้าเลยแค่ส่งข่าวไปทั่วเมือง พวกนางมารอกันสักพักแล้วขอรับ”
โจชัวลืมไปเลยว่าปีศาจบาปอย่างซีนาธขยายพันธุ์ด้วยการ "แตกหน่อ" และไม่มีเพศ แน่นอนว่ารสนิยมเรื่องความสวยงามของผู้หญิงของมันก็คงเป็นศูนย์เช่นกัน
ดังนั้น ขณะที่โจชัวพยายามคิดหาข้ออ้างสารพัดเพื่อไล่ มิสอีวิลอาย เลดี้สเกเลเตอร์ หรือ มาดามการ์กอยล์ กลับไป เขาก็พบว่าความกังวลของตัวเองนั้นไร้สาระสิ้นดีทันทีที่ผลักประตูเข้าไป
พวกนางแจ่มไม่ใช่เล่น
นั่นคือความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวทันทีที่โจชัวเห็นกลุ่มปีศาจสาวในห้องโถง
ความคิดที่สองคือ นี่เขาเผลอเดินเข้าซ่องหรือสถานเริงรมย์ของพวกซัคคิวบัสหรือเปล่าวะเนี่ย?
บรรยากาศมันโคตรจะอิโรติกเลยพับผ่าสิ
“พวกนางเป็นซัคคิวบัสหมดเลยเหรอ?” โจชัวกระซิบถามซีนาธที่อยู่ข้างหลัง
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกของปีศาจสาวที่มารวมตัวกันในโถง พวกนางตรงตามสเปกของซัคคิวบัสในความทรงจำของเขาเปี๊ยบ
“ขอรับ องค์ชาย” ซีนาธตอบ
“เออ ก็คงพอถูไถได้แหละมั้ง”
โจชัวหาเก้าอี้ในห้องรับรองแล้วนั่งลง พวกปีศาจที่เข้าเวรอยู่รีบจัดแจงให้พวกซัคคิวบัสเข้าแถวเรียงหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ความทุ่มเท ความรวดเร็วระดับนี้... ถ้าไม่ใช่เพราะแหล่งกำเนิดแสงข้างกายโจชัวเป็นเทียนไข เขาคงไม่เชื่อว่าตัวเองอยู่ในยุคกลาง
ปีศาจเป็นเผ่าพันธุ์ที่เคร่งครัดเรื่องลำดับชั้น และแค่สถานะปีศาจโกลาหลของโจชัวก็เพียงพอที่จะสั่งการทุกคนที่นี่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
เขาหยิบปากกากับกระดาษที่ติดมือมาจากห้องและเริ่มจดบันทึก
อันที่จริง ซัคคิวบัสเหมาะที่จะเป็นนักแสดงมาก เพราะทุกนางล้วนหน้าตาสะสวยและหุ่นโค้งเว้าเย้ายวน พวกนางอาจเป็นเผ่าพันธุ์เดียวในหมู่ปีศาจที่เรียกได้ว่า "สวย"
ยกเว้นเรื่องเดียว คือพวกนางดูจะ... แรดไปหน่อย... ไม่หน่อยล่ะ แรดมากเลยแหละ
“องค์ชาย ไม่ว่าท่านปรารถนาสิ่งใด ข้าและพี่น้องจะปรนนิบัติท่านให้ถึงใจเองเพคะ”
ซัคคิวบัสตนแรกที่เข้ามาสัมภาษณ์เผยอปากอันอวบอิ่มพร้อมแลบลิ้นยาวสลัวออกมา สิ่งที่นางสื่อถึงคืออะไร โจชัวไม่ต้องเดาก็รู้
(จบตอน)