เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 มันไม่ใช่อย่างนี้สิ

ตอนที่ 4 มันไม่ใช่อย่างนี้สิ

ตอนที่ 4 มันไม่ใช่อย่างนี้สิ


ตอนที่ 4 มันไม่ใช่อย่างนี้สิ

ขณะที่ซีนาธออกไปหานักแสดง โจชัวก็เริ่มลงมือเขียนบท

พอกลับมาสู่ยุคกลางที่ต้องใช้ดินสอถ่าน โจชัวก็เริ่มคิดถึงช่วงเวลาที่เขาสามารถพิมพ์บทหรือวางแผนงานด้วยการรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดขึ้นมาตงิดๆ

ใช้ดินสอมันก็ดีอยู่หรอก แต่มันช้ากว่าใช้คีย์บอร์ดแบบคนละเรื่องเลย ให้ตายสิ ประสิทธิภาพห่วยแตกชะมัด

ถึงอย่างนั้น โจชัวก็ยังดีใจที่สมรรถภาพทางร่างกายของปีศาจโกลาหลนั้นเหนือกว่ามนุษย์มาก ความเร็วในการตอบสนองของเขาก็เช่นกัน ทำให้เขาสามารถตวัดเขียนลงบนกระดาษได้อย่างรวดเร็ว

ไม่นานนัก ตัวอักษรโรมันก็ปรากฏขึ้นเป็นพรืดบนหน้ากระดาษ

การเขียนบทละครโทรทัศน์นั้นง่ายกว่านิยายเยอะ แต่ติดตรงที่นักแสดงของเขาเป็นมือใหม่หัดขับชนิดที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ว่าหนังคืออะไร โจชัวเลยต้องเขียนบทภาพยนตร์ในรูปแบบที่ทำให้พวกเขาเข้าใจได้ว่าเขากำลังจะสื่อถึงอะไร

การเขียนบทให้เสร็จไม่ใช่เรื่องยากสำหรับโจชัว เขาแค่ต้องการเวลาเล็กน้อยในการดัดแปลงบทดั้งเดิม

หนังดีๆ ไม่ได้ประกอบด้วยบทที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับฝีมือของนักแสดง มุมกล้อง เอฟเฟกต์ เพลงประกอบ และอื่นๆ อีกมากมาย

โจชัวไม่ต้องกังวลเรื่องสเปเชียลเอฟเฟกต์ โลกนี้มีเวทมนตร์ของจริงอยู่แล้ว "สเปเชียลเอฟเฟกต์" จึงไม่จำเป็น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนหน้าจอจะเป็นของจริง เพราะไม่มีเอฟเฟกต์ไหนที่ทำไม่ได้ เพียงแค่ร่ายเวทมนตร์ใส่เข้าไปนิดหน่อยก็เรียบร้อย

สิ่งเดียวที่โจชัวรู้สึกว่าอาจจะเป็นปัญหาคือการควบคุมมุมกล้อง

เขาวางดินสอลงแล้วหยิบกล้องเวทมนตร์ขึ้นมาจากโต๊ะ

รูปลักษณ์ภายนอกของมันคล้ายกับกล้องกล่องไม้ในศตวรรษที่ 18 แต่พื้นผิวสีดำของมันสลักลวดลายรูนที่ไม่คุ้นตา โจชัวถ่ายเทพลังเวทเข้าไป แล้วรูนเหล่านั้นก็ขับเคลื่อนกลไกของกล้องแทนเฟือง โดยใช้เวทมนตร์เป็นแหล่งพลังงาน

ต่อมาคือวัสดุที่ใช้บันทึกภาพ คนในโลกนี้เรียกมันว่า ออริจิเนียม

มันเป็นวัสดุที่ยืดหยุ่นสูง ไม่ต่างจากวัตถุดิบทางอุตสาหกรรมอย่างซิลิคอน ทองแดง หรือเงินในโลกเดิม

มันเป็นของที่มีประโยชน์มาก แม้จะเอาไปขึ้นรูปเป็นอาวุธหรือชุดเกราะที่แข็งแกร่งไม่ได้ แต่มันเป็นสื่อนำสำหรับธาตุเวทมนตร์ทุกชนิด และเป็นสิ่งที่จอมเวททุกคนต้องพกติดตัว

วิธีการใช้ออริจิเนียมสร้างไอเทมมีตั้งแต่กระบวนการเล่นแร่แปรธาตุ โลหะวิทยา ไปจนถึงช่างสลักรูน... มีวิธีนับล้านแปดที่จะเปลี่ยนโครงสร้างของมัน

ออริจิเนียมในมือของโจชัวผ่านการแปรรูปให้เป็นสื่อบันทึกข้อมูลที่สามารถเก็บภาพได้ และเขาก็เพิ่งทดสอบการใช้งานของมันไปหมาดๆ

ตราบใดที่อัดพลังเวทเข้าไป ภาพที่บันทึกไว้ก็จะถูกฉายออกมาบนพื้นผิวใดก็ได้ผ่านการฉายภาพโฮโลแกรม

ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณภาพของภาพที่ฉายออกมา เพราะความละเอียดขึ้นอยู่กับปริมาณพลังเวทที่ใส่เข้าไปในอุปกรณ์

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของอุปกรณ์นี้คือ...

“ทำไมไอ้ของพรรค์นี้มันใช้ได้แค่ครั้งเดียววะ?”

โจชัวหยิบผลึกออริจิเนียมที่มีภาพบันทึกอยู่แล้วพยายามใส่กลับเข้าไปในกล้องเพื่อบันทึกต่อ แต่กลับพบว่าฟุตเทจใหม่ดันไปทับของเก่าซะงั้น

นี่เขาต้องถ่ายหนังทั้งเรื่องด้วยกล้องตัวเดียวรึไง? ถ้าเป็นหนังสั้นสิบนาที โจชัวอาจจะพอถูไถ แต่แผนของเขาคือหนังยาวร้อยยี่สิบนาทีนะเว้ย!

ใช้กล้องตัวเดียวถ่ายหนังทั้งเรื่อง ต่อให้เป็นสปีลเบิร์ก หนึ่งในผู้กำกับที่เก่งที่สุดในฮอลลีวูดยังทำไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับผู้กำกับมือสมัครเล่นอย่างโจชัว

เขาต้องหาวิธีแก้ปัญหานี้ให้ได้

“ในเมื่อนี่เป็นโลกเวทมนตร์ ก็ใช้เวทมนตร์แก้แม่งเลยละกัน ช่างหัววิทยาศาสตร์มันปะไร...”

โจชัวลองเอาผลึกออริจิเนียมสองอันที่มีข้อมูลบันทึกอยู่มาประกบกัน แล้วอัดกระแสเวทมนตร์สีเทาเข้าไป

ผลึกทั้งสองดูเหมือนจะดูดเข้าหากันและเริ่มหลอมรวม แม้แต่ฟุตเทจข้างในก็รวมเข้าด้วยกัน

ได้ผลเหรอ? โจชัวควบคุมพลังเวทอย่างระมัดระวังเพราะการหลอมรวมยังไม่เสร็จสมบูรณ์ อุณหภูมิของผลึกที่กำลังหลอมรวมพุ่งสูงปรี๊ดก่อนจะลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว

วิทยาศาสตร์ตบหน้าเรียกสติโจชัวฉาดใหญ่ เมื่อผลึกทั้งสองหลังจากเจอความผันผวนของอุณหภูมิแบบสุดขั้ว ก็เปราะบางจนแตกละเอียดเป็นผุยผงต่อหน้าต่อตาเขา

“เมื่อกี้ข้าคุมไฟกับน้ำแข็งพร้อมกันเหรอ?”

โจชัวมองดูเวทมนตร์ที่ลอยอยู่หน้ามือ

มันเป็นเวทมนตร์เฉพาะตัวของปีศาจโกลาหล และความพิเศษของมันคือ... ความปั่นป่วนวุ่นวายจนแทบจะทำให้เจ้าชายคลุ้มคลั่ง

เวทมนตร์นี้เหมือนกับสกิล เคออสโบลต์ ของ เคออสไนท์ ในเกมโดต้า ก่อนที่การโจมตีจะโดนเป้าหมายและตัวเลขความเสียหายเด้งขึ้นมา คุณไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเองทำดาเมจไปเท่าไหร่กันแน่

ความโกลาหลคือสิ่งที่นักวิจัยไม่อยากเจอที่สุด และนั่นเป็นเหตุผลที่เจ้าชายคิดจะเรียนรู้วทมนตร์ของมนุษย์

เขาถึงได้ถ่อสังขารไปยังโลกมนุษย์ยังไงล่ะ

โจชัวถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วล้มเลิกความพยายามที่สิ้นเปลืองและโง่เง่านั่นซะ

หลังจากเขียนบทมาทั้งวัน ข้ารับใช้ธาตุน้ำก็โผล่มาที่หน้าประตูห้องของโจชัวอีกครั้งเพื่อทำหน้าที่เป็นนกพิราบสื่อสารผู้ซื่อสัตย์

“องค์ชาย องครักษ์ของท่าน ซีนาธ ขอให้ท่านไปที่ห้องรับรองเพคะ”

พลเรือนที่บังอาจเข้ามาในเขตพระราชวังโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษประหารสถานเดียว สำหรับเชื้อพระวงศ์ที่อนุญาตให้กลุ่มพลเรือนนิรนามเข้ามาในปราสาท ก็ถือเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบและเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของเชื้อพระวงศ์องค์อื่น

โจชัวไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวโดยไม่จำเป็น

หลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อย เขาก็วางบทที่เขียนเสร็จไปครึ่งหนึ่งไว้บนโต๊ะ แล้วเดินตามข้ารับใช้ธาตุไปยังห้องรับรองนอกตัวปราสาท

สิบนาทีต่อมา โจชัวก็มาถึงห้องรับรองนอกเขตพระราชวัง ร่างมหึมาของซีนาธยืนอยู่ใกล้ทางเข้า

“องค์ชาย เนื่องจากลักษณะเฉพาะของเผ่าพันธุ์ข้า ข้าไม่มีความเข้าใจเรื่องความเป็นหญิง ข้าเลยแค่ส่งข่าวไปทั่วเมือง พวกนางมารอกันสักพักแล้วขอรับ”

โจชัวลืมไปเลยว่าปีศาจบาปอย่างซีนาธขยายพันธุ์ด้วยการ "แตกหน่อ" และไม่มีเพศ แน่นอนว่ารสนิยมเรื่องความสวยงามของผู้หญิงของมันก็คงเป็นศูนย์เช่นกัน

ดังนั้น ขณะที่โจชัวพยายามคิดหาข้ออ้างสารพัดเพื่อไล่ มิสอีวิลอาย เลดี้สเกเลเตอร์ หรือ มาดามการ์กอยล์ กลับไป เขาก็พบว่าความกังวลของตัวเองนั้นไร้สาระสิ้นดีทันทีที่ผลักประตูเข้าไป

พวกนางแจ่มไม่ใช่เล่น

นั่นคือความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวทันทีที่โจชัวเห็นกลุ่มปีศาจสาวในห้องโถง

ความคิดที่สองคือ นี่เขาเผลอเดินเข้าซ่องหรือสถานเริงรมย์ของพวกซัคคิวบัสหรือเปล่าวะเนี่ย?

บรรยากาศมันโคตรจะอิโรติกเลยพับผ่าสิ

“พวกนางเป็นซัคคิวบัสหมดเลยเหรอ?” โจชัวกระซิบถามซีนาธที่อยู่ข้างหลัง

ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกของปีศาจสาวที่มารวมตัวกันในโถง พวกนางตรงตามสเปกของซัคคิวบัสในความทรงจำของเขาเปี๊ยบ

“ขอรับ องค์ชาย” ซีนาธตอบ

“เออ ก็คงพอถูไถได้แหละมั้ง”

โจชัวหาเก้าอี้ในห้องรับรองแล้วนั่งลง พวกปีศาจที่เข้าเวรอยู่รีบจัดแจงให้พวกซัคคิวบัสเข้าแถวเรียงหนึ่งอย่างรวดเร็ว

ความทุ่มเท ความรวดเร็วระดับนี้... ถ้าไม่ใช่เพราะแหล่งกำเนิดแสงข้างกายโจชัวเป็นเทียนไข เขาคงไม่เชื่อว่าตัวเองอยู่ในยุคกลาง

ปีศาจเป็นเผ่าพันธุ์ที่เคร่งครัดเรื่องลำดับชั้น และแค่สถานะปีศาจโกลาหลของโจชัวก็เพียงพอที่จะสั่งการทุกคนที่นี่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

เขาหยิบปากกากับกระดาษที่ติดมือมาจากห้องและเริ่มจดบันทึก

อันที่จริง ซัคคิวบัสเหมาะที่จะเป็นนักแสดงมาก เพราะทุกนางล้วนหน้าตาสะสวยและหุ่นโค้งเว้าเย้ายวน พวกนางอาจเป็นเผ่าพันธุ์เดียวในหมู่ปีศาจที่เรียกได้ว่า "สวย"

ยกเว้นเรื่องเดียว คือพวกนางดูจะ... แรดไปหน่อย... ไม่หน่อยล่ะ แรดมากเลยแหละ

“องค์ชาย ไม่ว่าท่านปรารถนาสิ่งใด ข้าและพี่น้องจะปรนนิบัติท่านให้ถึงใจเองเพคะ”

ซัคคิวบัสตนแรกที่เข้ามาสัมภาษณ์เผยอปากอันอวบอิ่มพร้อมแลบลิ้นยาวสลัวออกมา สิ่งที่นางสื่อถึงคืออะไร โจชัวไม่ต้องเดาก็รู้

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 4 มันไม่ใช่อย่างนี้สิ

คัดลอกลิงก์แล้ว