- หน้าแรก
- ตานเถียนข้ามีสมาร์ตโฟน
- บทที่ 29 สัมผัสพิเศษ
บทที่ 29 สัมผัสพิเศษ
บทที่ 29 สัมผัสพิเศษ
บทที่ 29 สัมผัสพิเศษ
ในงานเลี้ยง สุราอาหารพรั่งพร้อม คุณชายเป่าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ในที่สุดก็ไม่ต้องมุดหัวอยู่ในผ้าห่มอีกต่อไป เขาชนแก้วกับซูต้งไม่หยุด
ทั้งซาบซึ้ง ทั้งเลื่อมใส
"ภูตผีปีศาจตนไหนมาเจอพี่ซูต้งของข้า เป็นต้องกลายเป็นขนมขบเคี้ยวไปเสียทุกราย เพลงดาบนั้น..."
เขานับถือซูต้งอย่างหมดใจ หลีฮูหยินนั่งอยู่ข้างกายเขา
พอกลางคันคุณชายเป่าลุกออกไป หลีฮูหยินก็ตามออกไป
พอถึงระเบียงทางเดิน หลีฮูหยินก็ดึงแขนเขาไว้
"ท่านพี่ พี่ซูช่วยชีวิตครอบครัวเราไว้ครั้งนี้ เราต้องตอบแทนให้ดีนะเจ้าคะ"
"ข้ารู้ ข้าบอกท่านพ่อแล้วว่าจะเสนอชื่อพี่ซูต้งต่อราชสำนัก ฝีมือระดับพี่ซูต้ง ให้อยู่แค่อำเภอผิงอัน เสียดายแย่" คุณชายเป่าพยักหน้า
หลีฮูหยินพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยต่อ
"ท่านพี่ ท่านเคยบอกว่าอยากจะหาคู่ครองดีๆ ให้พี่ซูไม่ใช่หรือเจ้าคะ?" หลีฮูหยินทำตาหวานหยาดเยิ้ม ความอิดโรยก่อนหน้าหายเป็นปลิดทิ้ง
คุณชายเป่าที่กำลังเมาได้ที่ พอได้ยินเรื่องนี้ก็ส่ายหน้าทันที
"ข้าก็อยาก แต่คุณหนูตระกูลดังทั่วทั้งอำเภอ มีใครคู่ควรกับพี่ซูต้งของข้าบ้าง" เขาเบ้ปาก
"คู่ควรหรือไม่ ท่านไม่ได้เป็นคนตัดสิน ต้องดูว่าพี่ซูเขาชอบหรือไม่ ข้าว่า...พี่ซูดูมีใจให้แม่นางเหมิงอยู่นะเจ้าคะ" หลีฮูหยินหัวเราะคิกคัก
"หา!?" คุณชายเป่าได้ยินดังนั้น หายเมาเป็นปลิดทิ้ง
"แต่แม่นางเหมิง...แม่นางเหมิงนาง..." คุณชายเป่าพูดตะกุกตะกัก
หลีฮูหยินค้อนขวับ
"แม่นางเหมิงทำไมเจ้าคะ? ท่านคิดว่าพี่ซูเป็นปุถุชนธรรมดาเหมือนพวกท่านหรือ พี่เขาเป็นยอดคนที่ฆ่าปีศาจปราบมารได้จริง จะมาถือสาเรื่องพรรค์นี้หรือเจ้าคะ?"
"วางใจเถอะ ข้าดูออก พี่ซูของเรามีใจให้แม่นางเหมิงแน่นอน"
คุณชายเป่าเริ่มคิดจริงจัง
"งั้นข้าต้องช่วยพี่ซูต้งหน่อยแล้ว นิสัยอย่างเขา คงเก็บเงียบไว้ในใจตลอดชีวิตแน่"
เขาวางแผนในใจ หลีฮูหยินยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างๆ
บทสนทนาของทั้งคู่ ถูกบุรุษอัปลักษณ์ที่อยู่ไกลออกไปอีกเรือนหนึ่งได้ยินทุกถ้อยคำ
"ไอ้คู่ผัวเมียระยำ คิดว่าพ้นขีดอันตรายแล้วสินะ" เขาฟังแล้วไฟแค้นลุกโชน ยังมีอารมณ์มาจับคู่ให้มือปราบคนนั้นอีก
"รอไปเถอะ รอให้ไอ้มือปราบมัจฉาเหินนั่นไปเมื่อไหร่ ข้าจะทรมานพวกเจ้าให้ตาย" เขากัดฟันกรอด ความแค้นอัดแน่นในอก
"เจ้ามันโง่ ในหัวมีแต่จะเล่นงานคนธรรมดาพวกนั้น ไม่เห็นมือปราบมัจฉาเหินวันนี้รึ? อายุยังน้อยแต่ฝีมือร้ายกาจ ถ้าไม่มีมรดกตกทอดหรือของดี...ใครจะเชื่อ?" เสียงในร่างเขาดุขึ้นมาทันที
"การฝึกยุทธ์แม้จะเป็นวิถีชั้นล่าง แต่เคล็ดวิชาและของตกทอดมากมาย ผู้บำเพ็ญเพียรยังอยากได้ จอมยุทธ์หลายคนตอนตาย ในมือมีทั้งแก่นวิญญาณและผลึกวิญญาณไม่น้อย"
ผู้ฝึกยุทธ์หลอมกาย ไม่เหมือนผู้บำเพ็ญเพียร ผู้บำเพ็ญเพียรอายุยืนยาว ตายยาก แถมการฝึกฝนต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล ทั้งแก่นวิญญาณ ทั้งทรัพย์สิน ทั้งของวิเศษ แต่จอมยุทธ์ต่างออกไป จอมยุทธ์อายุสั้น แต่บางคนก็มีพลังแกร่งกล้า เป็นหนึ่งในยุคสมัย แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปยังต้องหลีกทางให้
จอมยุทธ์เองก็สะสมแก่นวิญญาณและผลึกวิญญาณ เพื่อทิ้งเป็นมรดกให้คนรุ่นหลัง
จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งทุกคนตายไป ล้วนทิ้งมรดกมหาศาลไว้
ได้ยินคำว่าแก่นวิญญาณและผลึกวิญญาณ ดวงตาของบุรุษอัปลักษณ์ก็เป็นประกาย แต่แล้วก็หม่นลง
"ต่อให้เขามีของดี ข้าก็สู้เขาไม่ได้อยู่ดี"
เขาทอดถอนใจ ตัวเขาในตอนนี้ รังแกได้แค่คนธรรมดากับจอมยุทธ์ปลายแถวเท่านั้น
ซูต้งทำให้เขาขวัญฝ่อไปแล้ว
"โง่เง่าเต่าตุ่น บอกว่าโง่ก็โง่จริงๆ เมื่อกี้ไม่ได้ยินที่นังผู้หญิงนั่นพูดรึไง? จัดการมันยาก แต่จัดการคนรักของมันง่ายจะตาย แค่เจ้าจับตัวแม่นางเหมิงคนนั้นไว้ได้ กลัวอะไรว่ามันจะไม่ยอมจำนน?"
เสียงนั้นแค่นหัวเราะ
"ถึงตอนนั้นไม่ต้องพูดถึงสมบัติ แค่บังคับให้มันจากไป ไม่มายุ่งเรื่องที่นี่ก็ยังได้ เจ้าจะมานั่งรอให้โง่ทำไม?"
พอได้ยินคำแนะนำ ใบหน้าของบุรุษอัปลักษณ์ก็ค่อยๆ บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
พอได้ยินว่าจะไล่ซูต้งไปได้ เขาตื่นเต้นจนตัวสั่น
"ข่มขู่มัน?"
"ใช่ นังหนูเหมิงนั่นตาบอดเสียด้วย จัดการคนตาบอด..."
"คนตาบอดนั่นก็สวยหยาดเยิ้ม...เป็นหญิงงาม..."
บุรุษอัปลักษณ์แสยะยิ้ม
เสียงในร่างเขาเงียบลง
"เจ้าโจวเหิงนี่ จิตใจต่ำช้า แถมยังบ้านแตกสาแหรกขาด จิตใจเลยบิดเบี้ยว วิญญาณต้นกำเนิดของข้าถึงได้อาศัยร่างมันได้สะดวก ไม่มีการต่อต้าน แต่...มันโง่บัดซบจริงๆ แถมไม่มีใจใฝ่ทางธรรมแม้แต่น้อย"
ไร้ใจใฝ่ทางธรรม ย่อมไม่มีทางเป็นยอดคน การบำเพ็ญเพียรต้องอาศัยความเพียรพยายาม ไหนจะอุปสรรคขวากหนามสารพัด
เขาจำใจต้องอาศัยร่างบุรุษอัปลักษณ์ผู้นี้ แต่ในสายตาเขา เจ้านี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ
"รอไปก่อน รอจังหวะเหมาะๆ ค่อยทำลายดวงจิตมัน แย่งชิงร่างมัน แล้วค่อยสร้างกายเนื้อใหม่ในวันหน้า"
เขาคิดในใจ
บุรุษอัปลักษณ์ยังคงแสยะยิ้มชั่วร้าย
งานเลี้ยงเลิกรา แขกเหรื่อแยกย้ายกันไปพักผ่อน
ซูต้งกลับไปยังเรือนพักรับรองที่จัดไว้ เรือนนี้อยู่ติดกับเรือนของคุณชายเป่า
เขานั่งอยู่ในห้อง
"จิตสังหารนั่นยังไม่จางหายไป คนผู้นั้นกำลังรอให้ข้าไปจากที่นี่?"
แววตาของซูต้งสงบนิ่ง
"พอกำลังภายในของข้าแก่กล้าขึ้น ประสาทสัมผัสทั้งห้าก็เฉียบคมขึ้นมาก จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างลางๆ"
"แต่ความรู้สึกนี้ยังเลือนราง ข้ายังควบคุมมันไม่ได้"
ซูต้งหลับตาลง ปล่อยจิตให้ว่าง รับรู้ทุกสรรพสิ่งรอบกาย
เสียงลมยามค่ำคืน เสียงจิ้งหรีดเรไรนอกหน้าต่าง เสียงใบไม้ไหว ค่อยๆ ก่อตัวเป็นภาพในหัวสมองเขา
ภาพที่ก่อตัวจากเสียง
ตึก ตึก ตึก
จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าเพิ่มเข้ามา เดินเข้ามาในเรือนพักของเขา
"คุณชายเป่า?"
ทันทีที่เสียงฝีเท้าดังขึ้น ในหัวของซูต้งก็ประมวลผลจากจังหวะและความหนักเบาของฝีเท้า สร้างภาพจำลองของคุณชายเป่าขึ้นมาทันที
ซูต้งลืมตาขึ้น นัยน์ตามีประกายเจิดจ้า
"เล่าลือกันว่าผู้บำเพ็ญเพียรสามารถควบแน่นจิตสัมผัสรับรู้รอบด้าน ข้าแม้ไม่รู้วิธีควบแน่นจิต แต่ข้าเป็นจอมยุทธ์ การยกระดับร่างกาย ผสานการได้ยินกับความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ ทำให้ข้ารับรู้ทุกความเคลื่อนไหวในระยะหลายสิบวาได้"
ซูต้งดีใจจนเนื้อเต้น
เขาเป็นมวยวัด ไม่มีใครสั่งสอน ทุกก้าวย่างล้วนคลำทางเอาเอง
"วิชานี้เทียบไม่ได้กับการแผ่ขยายจิตสัมผัสของผู้บำเพ็ญเพียร แต่ก็เหนือกว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของคนทั่วไป งั้นเรียกมันว่า สัมผัสพิเศษ ก็แล้วกัน"
สัมผัสที่เหนือกว่าสัมผัสทั้งห้า
ครอบคลุมทั่วบริเวณเรือนพักหลังเล็กนี้
"แอ๊ด"
คุณชายเป่าเดินมาถึงหน้าประตู กำลังจะเคาะประตู ประตูก็เปิดออกเสียก่อน ซูต้งยืนยิ้มมองเขาอยู่
"เป่าเหริน มีธุระรึ?"
คุณชายเป่าชะงัก แปลกใจที่พี่ซูรู้ว่าเขามา เขาเดินเสียงดังขนาดนั้นเลยหรือ?
"อะแฮ่ม คือมีเรื่องอยากปรึกษาพี่ซูต้งหน่อย ขอเชิญพี่ไปคุยกันทางนู้นดีกว่า" คุณชายเป่าลากแขนเขาเดินออกไป
ซูต้งพูดไม่ออก
แถวนี้ก็ไม่มีใคร ยังจะไปคุยกันทางนู้นอีก?
แต่เขาก็ยอมตามคุณชายเป่าไป
จวนนายอำเภอกว้างขวางใหญ่โต มีสวนดอกไม้ ภูเขาจำลอง และศาลากลางน้ำ
คุณชายเป่าพาเขามาที่สวน ชี้ไปที่ศาลากลางน้ำเบื้องหน้า
"พี่ซูต้ง น้องช่วยพี่ได้เท่านี้แหละ" คุณชายเป่าตบไหล่ซูต้งด้วยสีหน้ามีเลศนัย แล้วหันหลังเดินหนีไปดื้อๆ
"หือ?" ซูต้งกระพริบตาปริบๆ
หมายความว่าไง? ไหนบอกมีธุระจะคุย?
ซูต้งมองไปที่ศาลากลางน้ำ ใต้แสงจันทร์ ดูเหมือนจะมีเงาร่างคนอยู่ มีคนอยากเจอเขา?
ซูต้งเดินเข้าไป พอถึงครึ่งทางก็ชะงัก
ในศาลา มีร่างระหงนั่งอยู่บนม้านั่งหิน แสงจันทร์นวลใตสาดส่อง ดูราวกับนางฟ้าจำแลง
ทำให้จิตใจสงบ
"น้องหลี เก็บดอกไห่ถังมาแล้วหรือ?" นางฟ้าผู้นั้นเอ่ยถาม
ซูต้งอึ้งไปเล็กน้อย
ได้สติ
เอ่ยปาก
"ข้าเอง"
"เอ๊ะ?" ร่างในศาลาสะดุ้งเฮือก คิ้วเรียวขมวดมุ่น แต่พริบตาก็กลับมาสงบนิ่ง
"มือปราบซู? ท่านมาทำอะไรที่นี่?"
"คุณชายเป่านัดข้ามาคุยธุระที่นี่ ข้ามาแล้ว เขาก็หนีไป แล้วแม่นางเหมิงมาทำอะไรดึกดื่นป่านนี้คือ..." ซูต้งหัวเราะเบาๆ ยืนคุยอยู่ตรงนั้น
"หลีฮูหยินนัดข้ามาคุยประสาผู้หญิง นางบอกว่าดอกไห่ถังกำลังบานสวย เลยอาสาไปเก็บมาให้..."
ทั้งสองเงียบกริบ แล้วต่างฝ่ายต่างก็ยิ้มออกมา
สองสามีภรรยาคู่นั้นวางแผนอะไร พวกเขาเข้าใจแจ่มแจ้งทันที
"เจ้าคุณชายเป่านี่ รบกวนเวลาพักผ่อนของแม่นางเหมิงเสียแล้ว"
(จบตอน)