- หน้าแรก
- ตานเถียนข้ามีสมาร์ตโฟน
- บทที่ 30 สัมผัสดาบ
บทที่ 30 สัมผัสดาบ
บทที่ 30 สัมผัสดาบ
บทที่ 30 สัมผัสดาบ
"ปกติข้าก็นอนดึกอยู่แล้ว วันนี้ลมราตรีเย็นสบาย ออกมานั่งเล่นสักหน่อยก็สบายใจดีเจ้าค่ะ" แม่นางเหมิงยิ้มบาง
บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ
ซูต้งใจเต้นแรง โชคดีที่ราตรีนี้มีลมเย็น ช่วยพัดพาความร้อนผ่าวบนใบหน้าเขาให้จางลงไปบ้าง
ความคิดมากมายแล่นผ่านสมองซูต้ง คำพูดนับร้อยนับพันวนเวียนอยู่ แต่พอมาถึงปาก...
"แม่นางเหมิงรู้จักกับหลีฮูหยินมาก่อนหรือ?" ซูต้งเอ่ยถาม
ถามอะไรออกไปเนี่ย?
เขาก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน
แม่นางเหมิงพยักหน้าเบาๆ
"ก่อนหลีฮูหยินจะแต่งงานกับคุณชายเป่า เคยมาเจียดยาที่ร้านข้าอยู่บ้าง ไปๆ มาๆ ก็เลยรู้จักกัน ครั้งนี้ที่ข้ามาดูอาการ ก็เพราะน้องหลีเชิญมาหลายครั้ง นางรักคุณชายเป่ามากจริงๆ น่าเสียดายที่คุณชายเป่าให้นางได้แค่ตำแหน่งอนุภรรยา" แม่นางเหมิงถอนหายใจเบาๆ ราวกับเห็นใจหลีฮูหยิน
"มิน่าเล่า ตอนข้ามาเห็นแม่นางเหมิงก็รู้สึกแปลกใจ" ซูต้งหัวเราะเบาๆ
"แปลกใจที่ข้าจะมารักษาลูกเศรษฐีหรือ?" แม่นางเหมิงยิ้ม
ซูต้งเป็นลูกค้าประจำที่โรงหมอของนาง ย่อมรู้นิสัยใจคอนางดี ถ้าคุณชายเป่าไปรักษาที่โรงหมอ นางย่อมต้อนรับ แต่ถึงขั้นมาหาที่บ้าน?
ฐานะลูกชายขุนนางแค่นี้ ยังไม่พอให้นางเกรงใจขนาดนั้น
"ที่แท้ก็เห็นแก่หลีฮูหยินนี่เอง หลีฮูหยินผู้นี้ ก็คืออนุภรรยาคนใหม่ของเป่าเหรินสินะ?" ซูต้งร้องอ๋อ วันนั้นเขายังมาร่วมงาน แถมยังเจอเซียนเหาะผ่านอีกต่างหาก
"ใช่เจ้าค่ะ น้องหลีเพิ่งแต่งเข้าจวนนายอำเภอ ก็มาเจอเรื่องปีศาจอาละวาดพอดี ย่อมต้องมีคนนินทาว่าร้าย น่าขันที่ท่านนายอำเภอก็พลอยเชื่อไปกับเขาด้วย" แม่นางเหมิงทำหน้าเย้ยหยัน ดูจะไม่พอใจนายอำเภอเซี่ยอยู่ไม่น้อย
จะโทษนายอำเภอก็ไม่ได้ ต้องโทษพวกบ่าวไพร่กับอนุภรรยาคนอื่นๆ มากกว่า ตอนหลีฮูหยินแต่งเข้ามา มีเซียนเหาะผ่าน ใครๆ ก็ว่าเป็นลางดีมีมงคล แถมคุณชายเป่ายังโปรดปราน หลีฮูหยินย่อมเป็นที่รักใคร่
พอเป็นที่โปรดปราน ก็ย่อมมีคนอิจฉา พอเกิดเรื่องร้าย ก็โยนความผิดให้นาง หาว่าเป็นตัวซวย เป็นกาลกิณี
ซูต้งนึกถึงตอนนายอำเภอเซี่ยดุด่าหลีฮูหยินเมื่อกลางวัน ก็พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง
ฐานะของอนุภรรยานั้นต่ำต้อย เศรษฐีบางบ้านที่สนิทกัน ถึงกับยกอนุภรรยาให้กันได้ง่ายๆ เหมือนสิ่งของ ย่อมไม่มีสถานะอะไร
ยังดีที่คุณชายเป่ารักนาง ไม่อย่างนั้น ป่านนี้นายอำเภอเซี่ยคงไล่นางออกจากบ้านไปแล้ว ชื่อเสียงของหลีฮูหยินคงป่นปี้ ชีวิตนี้คงจบสิ้นกันพอดี
"โชคดีที่มือปราบซูมา ก็ถือว่าได้ช่วยน้องหลีให้พ้นเคราะห์ไปด้วย" แม่นางเหมิงพูดพลางยกถ้วยชาบนโต๊ะหินขึ้น ชูไปทางซูต้ง
"มือปราบซูฆ่าปีศาจปราบมาร ปกป้องความสงบสุข ข้านับถือท่านจริงๆ เจ้าค่ะ" นางกล่าวก่อนจะดื่มชาจนหมดถ้วย
ซูต้งรีบรินชาให้ตัวเองบ้าง
"แม่นางเหมิงรักษาคนไข้ ช่วยชีวิตคนนับไม่ถ้วน นั่นต่างหากที่เป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ว่าไปแล้ว ชีวิตข้าเองก็ได้แม่นางเหมิงช่วยไว้เหมือนกัน" ซูต้งรีบกล่าว
แม่นางเหมิงยิ้ม รอยยิ้มนั้นช่างงดงามจับใจ
ซูต้งมองจนตาค้าง
"เราต่างคนต่างเยินยอกันเองแบบนี้ น่าเสียดายที่ไม่มีใครมาได้ยิน" แม่นางเหมิงไม่เห็นสีหน้าซูต้ง จึงพูดกลั้วหัวเราะ
ซูต้งก็หัวเราะตาม
สายตาเขาเหลือบไปเห็นดอกไม้บานสะพรั่งในสวน
"หลีฮูหยินพูดถูก ดอกไห่ถังบานสวยจริงๆ" ซูต้งยิ้ม
"ข้าจะไปเด็ดมาให้ท่านสักดอก"
เขายิ้มร่า เดินไปที่แปลงดอกไม้ เอื้อมมือไปเด็ดดอกไห่ถังดอกหนึ่ง ฤดูนี้ดอกไห่ถังกำลังบานสะพรั่งงดงาม
ซูต้งถือดอกไม้เดินกลับมา
แม่นางเหมิงยิ้มแก้มปริ ยื่นมือออกไปรับ ซูต้งวางดอกไม้ใส่มือนาง นางยกขึ้นสูดดมความหอมเบาๆ
กลิ่นหอมอบอวล
"หอมจัง จำได้ว่าตอนเด็กๆ ที่บ้านข้าก็ปลูกไห่ถัง พอถึงเวลาดอกบาน มีทั้งสีแดงสีชมพู สวยมากเจ้าค่ะ" แม่นางเหมิงเล่าอย่างมีความสุข
หัวใจซูต้งกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวด
ตอนเด็กๆ ดวงตาของนางเคยมองเห็นสินะ? เขามองดูหญิงสาวที่ถือดอกไม้ด้วยใบหน้าเปี่ยมสุขตรงหน้า ในใจลอบตัดสินใจอย่างแน่วแน่
"เล่าลือกันว่าผู้บำเพ็ญเพียรมียาวิเศษ ในโลกหล้านี้ยังมีแก่นวิญญาณมหัศจรรย์มากมาย ที่สามารถเปลี่ยนเส้นเอ็นเปลี่ยนกระดูก รักษาได้สารพัดโรค"
วิธีการของผู้บำเพ็ญเพียรมีเรื่องมหัศจรรย์มากมาย แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ตำนาน
"ถ้ามีโอกาส ข้าจะต้องหายาวิเศษหรือแก่นวิญญาณที่ทำให้ดวงตาของแม่นางเหมิงกลับมามองเห็นให้ได้" ซูต้งตั้งปณิธาน
ทั้งสองคุยกัน แม่นางเหมิงเล่าเรื่องการรักษาโรค ซูต้งเล่าเรื่องหน้าตาปีศาจที่เคยเจอ
คุยกันอย่างถูกคอ
แต่เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ เผลอแป๊บเดียว ดึกสงัดเสียแล้ว
"ดึกมากแล้ว ข้าคงต้องขอตัวไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยวท่านลุงจะเป็นห่วง" แม่นางเหมิงเท้าโต๊ะหินพยุงตัวลุกขึ้น
"ข้าไปส่ง"
ซูต้งเข้าไปประคอง แต่ด้วยความที่ชายหญิงไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกัน ซูต้งจึงเพียงแค่จับชายเสื้อของแม่นางเหมิงไว้
แม่นางเหมิงยิ้มบาง ยอมให้ซูต้งช่วยพยุง ทั้งสองเดินออกจากสวนไป
พอทั้งสองเดินลับไป อีกระเบียงทางเดินหนึ่งจึงปรากฏร่างของคุณชายเป่าและหลีฮูหยิน
"สำเร็จ" คุณชายเป่ามองแผ่นหลังของทั้งสองคนยิ้มแป้น
"เห็นไหม ข้าพูดไม่ผิด พี่ซูมีใจให้พี่เหมิงจริงๆ สายตานั่น อ่อนโยนเสียไม่มี" หลีฮูหยินพูดอย่างมีจริต
"น่าเสียดาย พี่ซูต้งจะอ่อนโยนแค่ไหน แม่นางเหมิงก็มองไม่เห็น..." คุณชายเป่าถอนหายใจ
หลีฮูหยินพูดไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจตาม
ส่งแม่นางเหมิงถึงหน้าห้อง บอกลากันเรียบร้อย ซูต้งเดินกลับมาพลางปรับอารมณ์
"เฮ้อ"
เขาถอนหายใจยาว มองแสงจันทร์บนท้องฟ้า ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"นี่คืออาการใจเต้นสินะ?"
ไม่รู้ทำไม ตอนนี้ซูต้งอยากฝึกดาบเหลือเกิน มีเพียงการฝึกดาบเท่านั้นที่จะทำให้จิตใจเขาสงบลงได้
คิดแล้วก็ทำทันที พอกลับถึงเรือนพัก เขาชักดาบซุ่ยหยาออกมา ร่ายรำเพลงดาบกลางลานบ้าน
การฝึกดาบครั้งนี้ ไม่ใช้กำลังภายใน ไม่ใช้วิชาเงาโลหิต หรือกระบวนท่าใดๆ เพียงแค่ปล่อยไปตามใจ ดาบไปตามใจ
แต่ใจของเขามันอ่อนยวบยาบ ในหัวมีแต่ภาพแม่นางเหมิง
ดาบจึงพลอยอ่อนยวบยาบไปด้วย
แต่เพลงดาบที่อ่อนช้อยนี้ กลับแฝงไว้ด้วยความงามและเจตจำนงอันแปลกประหลาด
เทียบกับเพลงดาบในอดีตของซูต้ง มันดูร่าเริงกว่า พลิ้วไหวกว่า และเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังและความหวัง
ซูต้งร่ายรำดาบไปเรื่อยๆ จิตใจเริ่มปลดปล่อย สภาวะรวมพลังเป็นหนึ่ง ก่อเกิดประกายแสง หลอมรวมเข้ากับจิตใจโดยธรรมชาติ
สภาวะรวมพลังเป็นหนึ่ง คือการที่ทักษะดาบบรรลุถึงขั้นที่สามารถสอดประสานกับร่างกายได้เอง ตอนนี้ความเข้าใจในสภาวะนี้ถูกนำมาใช้กับการรับรู้
สัมผัสพิเศษที่ซูต้งเพิ่งค้นพบ จึงได้รับอานิสงส์จากสภาวะนี้เพิ่มขึ้นอีกขั้น
รวมพลังเป็นหนึ่ง ผสานเข้ากับ สัมผัสพิเศษ
พลังการรับรู้ของซูต้ง ก่อตัวเป็นโครงร่างขึ้นมาทันที ครอบคลุมรัศมีหลายสิบวา ทุกความเคลื่อนไหวในรัศมีนี้ปรากฏชัดในสมองเขา
พลังการรับรู้ของเขา ราวกับกลายเป็นดาบนับไม่ถ้วน แผ่ซ่านไปรอบทิศ
ซูต้งหยุดชะงัก สัมผัสความรู้สึกนี้
"ความรู้สึกนี้ช่างมหัศจรรย์ นี่คือ...การควบคุมสัมผัสพิเศษ?" ซูต้งซึมซับความรู้สึกอย่างละเอียด นี่ไม่ใช่การเพิ่มพูนพลังฝีมือ แต่มันมหัศจรรย์ยิ่งกว่า
สัมผัสดาบ? สามารถควบคุมการขยายตัวของการรับรู้ได้
เมื่อก่อนเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน...
เขาควบคุมสัมผัสพิเศษ ตรวจสอบไปทีละจุด
"ห้องคุณชายเป่า ห้องนายอำเภอเซี่ย ห้องแม่นางเหมิง..."
การรับรู้ของซูต้งดุจดั่งคมดาบ แผ่ขยายออกไปทีละชั้น
...
กลางดึกสงัด นอกห้องของแม่นางเหมิง เงาร่างหนึ่งแฝงตัวอยู่ในเงามืด เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ร่างนั้นแทรกผ่านกำแพงออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นตัวตน มันคือบ่าวรับใช้หน้าอัปลักษณ์นั่นเอง
"ห้องนี้แหละ นังหนูเหมิงอยู่ที่นี่ จับตัวมันได้เมื่อไหร่ เจ้ามือปราบหน้าโง่นั่นต้องยอมจำนนแน่"
เขาแสยะยิ้ม ก้าวเท้าออกไป
"เจ้าวางใจเถอะ ถ้าต้องลงมือจริงๆ มือปราบคนนั้นก็แค่ปุถุชน ข้าแค่ไม่อยากมีเรื่องกับคนของทางการ...หือ?!" เสียงในร่างเขาปลอบใจ
ปุถุชนคนหนึ่ง? จอมยุทธ์เก่งกล้าแค่ไหนก็เป็นได้แค่ปุถุชน ผู้บำเพ็ญเพียรไม่เคยเห็นจอมยุทธ์อยู่ในสายตา
แต่จู่ๆ เสียงของเขาก็ชะงักกึก
คลื่นพลังการรับรู้ที่คมกริบดุจมีดดาบกวาดผ่านตรงนี้ไป
เจ้าของเสียงในร่างร้อนรนขึ้นมาทันที
"แย่แล้ว มีตาทิพย์สอดส่อง รีบหนี!"
นี่มันวิชาตรวจสอบอะไรกัน? เขาถึงกับรู้สึกเหมือนมีดาบพาดผ่านอากาศ!
ในวินาทีเดียวกัน ที่เรือนข้างๆ ซูต้งก็ลืมตาโพลง!
"บ่าวรับใช้? บ่าวรับใช้คนหนึ่งมาทำลับๆ ล่อๆ หน้าห้องแม่นางเหมิงทำไม? หือ?! ยันต์วิเศษ?"
สีหน้าซูต้งเปลี่ยนไปทันที
(จบตอน)