- หน้าแรก
- ตานเถียนข้ามีสมาร์ตโฟน
- บทที่ 20 เขาภูผาทมิฬ
บทที่ 20 เขาภูผาทมิฬ
บทที่ 20 เขาภูผาทมิฬ
บทที่ 20 เขาภูผาทมิฬ
ถ้าไม่ฆ่าปีศาจหนูตัวนี้ ซูต้งคงยากจะระงับความโกรธในใจได้!
"ไปตายซะ ในโลกนี้อาจมีปีศาจที่ดี บำเพ็ญเพียรเพื่อความเป็นอมตะ แต่เจ้า... ไม่ใช่หนึ่งในนั้น"
ในป่าละเมาะ ซูต้งเก็บแก่นปีศาจจากปีศาจตัวเล็กๆ ที่ตายไป แล้วนำค้อนทองคำของขุนพลปีศาจลิงใส่ลงในถุงวิเศษเก็บของ โชคดีที่พื้นที่ในถุงของขุนพลปีศาจแรดกว้างพอ ค้อนทองคำนี้หนักเป็นพันชั่ง
"ข้าบรรลุวิถีคนดาบรวมศูนย์ ควบคุมพลังภายในร่างกายได้ดั่งใจ พอใช้วิชานี้ ยกของหนักก็เหมือนยกนุ่น"
คนดาบรวมศูนย์ คือก้าวสำคัญของวิชาดาบ แม้จะยังเทียบไม่ได้กับระดับจอมยุทธ์ที่ควบคุมพลังทั่วร่างสมบูรณ์ แต่ก็ใกล้เคียงมากแล้ว
"การจะถึงระดับจอมยุทธ์ ต้องเปลี่ยนกำลังภายในที่เป็นไอหมอกให้กลายเป็นของเหลว รวมตัวกันเป็นดอกไม้สามดอกในตานเถียน ถึงจะบรรลุขั้นนั้นได้"
จอมยุทธ์ควบคุมพลังได้ดั่งใจ เหาะเหินเดินอากาศ ต่อกรกับเซียนได้ แต่ผู้ฝึกยุทธ์อายุขัยสั้นนัก หากไม่มีแก่นวิญญาณคอยหนุน จะฝ่าด่านระดับจอมยุทธ์ได้ในช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรงสมบูรณ์หรือ?
แทบเป็นไปไม่ได้
"คนฝึกยุทธ์โหยหาแก่นวิญญาณมากกว่าใคร และต้องไม่ใช่แก่นวิญญาณธรรมดา แต่ต้องเป็นชนิดที่เพิ่มพูนกำลังภายในได้หลายร้อยปี แต่ผู้ฝึกยุทธ์ฐานะต่ำต้อย แก่นวิญญาณส่วนใหญ่อยู่ในมือราชสำนัก ซึ่งราชสำนักก็เก็บไว้ให้พวกเซียน"
ซูต้งถอนหายใจ ผู้ฝึกยุทธ์จะได้แก่นวิญญาณอย่างถูกต้องก็ต่อเมื่อทำความดีความชอบใหญ่หลวงจนราชสำนักประทานให้ หรือเข้าเป็นศิษย์สำนักเซียนแล้วสำนักมอบให้ หรือไม่ก็โชคดีเจอเองตามธรรมชาติ
และต้องเป็นแก่นวิญญาณชั้นยอดด้วย
"โดยปกติ ราชสำนักและสำนักเซียนจะไม่ทุ่มทรัพยากรให้ผู้ฝึกยุทธ์ เพราะผู้ฝึกยุทธ์เก่งๆ ส่วนใหญ่ร่างกายกรอบหมดแล้ว ลงทุนให้แก่นวิญญาณไปก็อยู่ได้ไม่นาน ให้ไปปุ๊บ บรรลุพลังปั๊บ อีกไม่กี่วันตาย... ขาดทุนย่อยยับ ที่สำคัญที่สุดคือ ในสายตาขุมอำนาจใหญ่ๆ ผู้ฝึกยุทธ์มีสถานะต่ำต้อยเกินไป!"
รากฐานที่แท้จริงของราชสำนักและสำนักต่างๆ คือเซียนผู้วิเศษ เซียนที่ทรงพลังมีอายุยืนยาว อิทธิฤทธิ์เหลือคณา ผู้ฝึกยุทธ์จะเอาอะไรไปเทียบ?
แก่นวิญญาณดีๆ เซียนยังแย่งกัน จะเอาที่ไหนมาแบ่งให้ผู้ฝึกยุทธ์?
"ข้าอายุยี่สิบบรรลุวิถีคนดาบรวมศูนย์ เกรงว่ายังไม่เข้าตาราชสำนักหรอก ราชสำนักสนใจแต่เซียน..." ซูต้งถอนหายใจเบาๆ
"หรือข้าควรลอง... หาวาสนาเป็นเซียนบ้าง? แต่จะเข้าสำนักใหญ่ก็คงยาก แถมวาสนาเซียนใช่ว่าจะหาเจอกันง่ายๆ"
การบำเพ็ญเซียนเน้นพรสวรรค์และการหยั่งรู้ ยิ่งเริ่มฝึกตั้งแต่เด็กยิ่งดี เขาอายุยี่สิบเอ็ดแล้ว เลยวัยที่จะเริ่มฝึกเซียนมานานโข
โอกาสริบหรี่
"ต่อให้ไม่มีวาสนาเซียนหรือแก่นวิญญาณ ด้วยความเร็วในการเพิ่มกำลังภายในของข้าตอนนี้ อีกสักสิบปี ก็น่าจะเปลี่ยนกำลังภายในเป็นของเหลว สร้างดอกไม้สามดอกได้"
ดอกไม้สามดอก คือสัญลักษณ์ของระดับจอมยุทธ์
สิบปี ตอนนั้นเขาก็เพิ่งจะสามสิบกว่า
"รีบร้อนไม่ได้ ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน"
ซูต้งจิตใจสงบ เพราะเขายังหนุ่ม
หนุ่มแน่น เส้นทางการบำเพ็ญเพียรเพิ่งเริ่มต้น อนาคตยังอีกยาวไกล ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เขาไม่รีบ แต่มีคนรีบ
ลึกเข้าไปในเขาภูผาทมิฬ ที่โอบล้อมด้วยแม่น้ำหุน มีถ้ำขนาดมหึมา ภายในถ้ำสร้างเป็นศาลาเก๋งจีนงดงามวิจิตร ภายในมีทั้งคนและปีศาจ คนส่วนใหญ่เป็นสาวงาม ราวกับแดนสวรรค์
ที่นี่คือถ้ำของราชาปีศาจลมดำ หรือ ปีศาจเฒ่าลมดำ ผู้ครอบครองขุนเขานี้มานับพันปี
ปีศาจนับไม่ถ้วนมาสวามิภักดิ์ มนุษย์มากมายถูกจับมาสร้างวิมาน ปรนนิบัติรับใช้ปีศาจ สาวงามบางคนถึงกับต้องมีลูกกับปีศาจ
สำหรับปีศาจ ที่นี่คือสวรรค์ แต่สำหรับมนุษย์ ที่นี่คือนรก ทันทีที่ก้าวเข้ามา ชะตากรรมเดียวที่รออยู่คือการถูกกิน จะช้าหรือเร็วเท่านั้น
ปีศาจเฒ่าลมดำเก็บตัวอยู่ในถ้ำ ภายในถ้ำมีทุกอย่างที่ต้องการ ขาดอะไรก็สั่งสมุนไปหามา มันแทบไม่ออกไปไหน
ร่างของมันถูกห่อหุ้มด้วยหมอกสีดำตลอดเวลา มองดูเหมือนลมดำกลุ่มหนึ่ง
ภายในถ้ำตกแต่งราวกับพระราชวัง มีบัลลังก์ตั้งตระหง่าน ปีศาจเฒ่าลมดำนั่งอยู่บนบัลลังก์ หมอกดำปกคลุมทั่วร่าง แม้ไม่เห็นใบหน้า แต่กลิ่นอายเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจนสาวงามและสมุนรอบข้างตัวสั่นงันงก
พวกมันรู้ดีว่า ราชาปีศาจกำลังอารมณ์บ่อจอยสุดๆ
วูบ
จู่ๆ ปีศาจเฒ่าลมดำก็มองไปข้างหน้า หมอกดำม้วนตัวก่อตัวเป็นกระจกน้ำสีดำ
"พี่เจียว ในที่สุดก็ติดต่อมา เป็นไง โซ่ล็อคเมฆใช้คล่องมือไหม?" เสียงแหบพร่าเย็นชาดังออกมาจากหมอกดำ
ในกระจกน้ำสีดำ ปรากฏภาพมังกรวารีสีดำน่าเกรงขาม ใต้ท้องมีกรงเล็บสองข้าง บนหัวมีเขาเดียว พลังปีศาจมหาศาล ระดับราชาปีศาจเช่นกัน
มังกรวารีได้ยินดังนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันแหลมคม "สมกับเป็นของวิเศษที่เซียนระดับสูงจากสำนักเทียนเซียวสร้างขึ้น ไม่ธรรมดาจริงๆ ข้าพอใจมาก พอใจสุดๆ"
"ฮึ"
ปีศาจเฒ่าลมดำแค่นเสียง
"เจ้าพอใจ แต่ข้าไม่พอใจ สามเซียนเขาเหลืองที่เจ้าให้ส่งตำรามา วันนี้ยังมาไม่ถึง ข้าส่งเจ้าแรดไปตาม มันบอกว่าไอ้สามตัวนั่นแวะเข้าหมู่บ้านมนุษย์ แล้วตอนนี้... หายเงียบไปกันหมด" มันโมโหมาก นั่งรอของอยู่บ้าน แต่ของดันไม่มาส่งสักที
"หือ? มีเรื่องแบบนี้ด้วย?" มังกรวารีไม่เดือดร้อน "ไอ้สามตัวเล็กนั่น บังอาจนัก ช่าง... ช่างน่าตายนัก เอาอย่างนี้ พอมันไปถึงเขาภูผาทมิฬ เจ้าก็จับกินซะเลยสิ"
"ข้ากลัวว่ามันจะมาไม่ถึงน่ะสิ" ปีศาจเฒ่าลมดำอารมณ์ขุ่นมัว
"งั้นก็ช่วยไม่ได้ ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของข้า ข้าจะไปลองวิชาของวิเศษใหม่แล้ว" มังกรวารีหัวเราะ แล้วภาพก็ตัดไป หมอกดำจางหาย
ทางฝั่งมังกรวารี ร่างมหึมาขดตัวอยู่ กรงเล็บข้างหนึ่งถือโซ่ยาวสีเงินที่ส่องประกายวาววับ
"เจ้าเฒ่าลมดำนั่น ใจป้ำจริงๆ ยอมแลกของวิเศษระดับปฐพีกับตำราเล่มเดียว ตำรานั่น... ถึงจะเป็นของสะสมของตระกูลราชา แต่ก็เป็นแค่วิชาบำเพ็ญเพียรของมนุษย์ ไม่ใช่วิชาเซียน แถมยังเป็นแค่ส่วนเดียว... จำได้ว่าตอนแบ่งสมบัติ พี่ชายข้าอีกสามคนก็ได้ไปคนละเล่ม"
ราชาเจียวแห่งบึงเมฆาสงสัยมาตลอด ด้วยความขี้ระแวง มันคิดว่าตำรานั่นต้องมีความลับอะไรแน่ๆ ถึงทำให้ปีศาจเฒ่าลมดำยอมทุ่มทุนสร้างขนาดนี้
"เจ้าลมดำนั่น เพิ่งจะผงาดขึ้นมาเมื่อเจ็ดร้อยปีนี้เอง จำได้ว่าเมื่อพันปีก่อนข้าเคยเห็นร่างจริงของมัน แต่เดี๋ยวนี้เอาแต่หมอกดำคลุมตัว ขนาดคุยกับข้ายังปิดบัง... ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ ตำราหายไปซะได้ก็ดี... หึๆ" หายไปซะ มันยิ่งสะใจ
มันสะใจ แต่ปีศาจเฒ่าลมดำโกรธจัด
"ของวิเศษระดับปฐพีเชียวนะ แลกมาเพื่อตำราเล่มนี้ ถ้าข่าวลือไม่ผิด นั่นคือวาสนาอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ข้าผงาดอย่างแท้จริง... ต้องเอาคืนมา ต้องเอาคืนมาให้ได้..." ปีศาจเฒ่าลมดำรอคอยอย่างร้อนรน
รอไปหนึ่งวันหนึ่งคืน
หนึ่งวันหนึ่งคืนผ่านไป ขุนพลปีศาจลิงและขุนพลปีศาจหมาป่าพาสมุนกลับมา แต่พอกลับมาเห็นสภาพทุลักทุเลของขุนพลปีศาจลิง... แขนขาดไปข้าง ค้อนทองคำของรักของหวงก็หายไป
หัวใจของปีศาจเฒ่าลมดำดิ่งวูบ
และเป็นไปตามคาด ทันทีที่เข้ามา ขุนพลปีศาจลิงก็ร้องโวยวาย "ท่านราชา แย่แล้ว เจ้าวัวตายแล้ว สามเซียนเขาเหลืองก็ตายแล้ว... ของสำคัญของท่าน ไม่ได้คืนมา"
ปีศาจเฒ่าลมดำโกรธจนตัวสั่น
"ตาย? ตายหมดเลย? แล้วแขนเจ้าไปโดนอะไรมา?"
"ไม่รู้มนุษย์หน้าไหนโผล่มา มันเก่งกาจมาก มีของวิเศษร้ายกาจ ข้าสู้มันไม่ได้ โดนมันฟันสวนทีเดียวแขนขาด ของวิเศษก็โดนยึดไป" ขุนพลปีศาจลิงคร่ำครวญ นั่นคือของวิเศษที่เพิ่งได้มาใหม่ ล้ำค่าที่สุดสำหรับมัน
"มนุษย์? เซียนผู้วิเศษ?" ปีศาจเฒ่าลมดำตกใจ มันระวังตัวแจ หรือว่าจะมีคนจ้องเล่นงานมัน?
"ไม่ ไม่ใช่เซียน เป็นแค่ปุถุชน แต่วิชาดาบร้ายกาจนัก" ขุนพลปีศาจลิงรีบบอก
"ปุถุชน?!" ปีศาจเฒ่าลมดำยิ่งตกใจหนัก
มันไม่สนใจเสียงร้องไห้ของขุนพลปีศาจลิง แต่ตกใจที่มนุษย์ธรรมดาทำร้ายขุนพลปีศาจลิงได้... ระดับจอมยุทธ์?
"เห็นหน้ามันไหม?" ปีศาจเฒ่าลมดำถาม
"ไม่เห็น มันปิดหน้าปิดตา"
"ปิดหน้าด้วย... แบบนี้ยิ่งเดายากว่ามาจากไหน ข้าจะลงมือเองดีไหม? ไม่ ไม่ได้... เกิดเป็นกับดักของราชสำนักล่ะ..."
ปีศาจเฒ่าลมดำคิดสารตะ ส่วนขุนพลปีศาจลิงน้อยใจและโกรธแค้น
"แขนข้าขาด กว่าจะงอกใหม่ต้องกินแก่นวิญญาณตั้งเท่าไหร่ ของวิเศษก็หาย... ทั้งหมดก็เพื่อท่านราชา แต่ท่านราชาไม่สนใจข้าสักนิด..."