- หน้าแรก
- ตานเถียนข้ามีสมาร์ตโฟน
- บทที่ 13 ระเบิดพลัง
บทที่ 13 ระเบิดพลัง
บทที่ 13 ระเบิดพลัง
บทที่ 13 ระเบิดพลัง
"ช่วยคน? มนุษย์ช่างโง่เขลา ช่วยพวกอ่อนแอไปก็เท่านั้น ไม่เห็นจะช่วยให้สู้กับข้าได้เลย..." ขุนพลปีศาจแรดนวดฝ่ามือตัวเอง บาดแผลที่ถูกดาบฟันสมานตัวอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่ตามองเห็น
"เดี๋ยวพวกเจ้าทุกคนต้องตาย ข้าอยากรู้นักว่าใครจะมาช่วยเจ้า" ขุนพลปีศาจแรดคำรามต่ำ จ้องมองซูต้งด้วยสายตาเย็นชา นานแล้วที่ไม่มีใครทำมันบาดเจ็บได้ขนาดนี้
ภาพที่เห็นทำเอาลูกน้องของซูต้งหน้าซีดเผือด
ปีศาจก็คือปีศาจ มีพรสวรรค์ที่น่าอิจฉา ต่อให้บาดเจ็บหนักแค่ไหน อาศัยแค่พลังสายเลือดก็สามารถฟื้นตัวได้ แขนขาขาดก็งอกใหม่ได้
"ใต้เท้าฟันมัน มันหายได้ในพริบตา แต่ถ้ามันฟันใต้เท้าแค่ทีเดียว..."
ทั้งสองคนไม่กล้าจินตนาการ
ซูต้งหันกลับมา จ้องมองขุนพลปีศาจแรดตรงหน้า ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาในหัว แววตาของเขาเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
"เมื่อก่อน ในสายตาข้า มันช่างน่ากลัว น่าสยดสยอง แต่ตอนนี้... ก็แค่นั้น"
"ขุนพลปีศาจแรดตัวนี้ ฝึกฝนเน้นกายเนื้อ พลังทั้งหมดอยู่ที่ความแข็งแกร่งของร่างกาย ถ้าวัดพลังกัน ก็คงอยู่ระดับเดียวกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับต้นของมนุษย์"
ผู้บำเพ็ญเพียร แม้จะอ่อนแอที่สุด ก็ยังเทียบเท่าจอมยุทธ์ระดับสุดยอดของฝ่ายมนุษย์ นั่นคือความแตกต่างทางคุณภาพ แต่ผู้บำเพ็ญเพียรมีน้อย ปีศาจกลับมีมากมาย
จอมยุทธ์ทั่วไป จะมีสักกี่คนที่ฆ่าปีศาจได้?
น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของมันคือซูต้ง และซูต้งย่อมไม่ใช่จอมยุทธ์ธรรมดา
ดาบสังหารปีศาจกระชับมั่นในมือ ซูต้งก้าวเดินเข้าหาขุนพลปีศาจแรด
"ใต้เท้า ระวังตัวด้วย"
ลูกน้องสองคนร้องเตือน หญิงสาวที่หลบอยู่ข้างหลังมองดูแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้าหาปีศาจร้าย
เขายังหนุ่มมาก
"เขาสู้ปีศาจไม่ได้หรอก พวกเราต้องตาย... ต้องตายแน่ๆ..." หญิงสาวแววตาเหม่อลอย ไร้สีสัน ไร้ประกาย มีเพียงความว่างเปล่าแห่งความสิ้นหวัง
พ่อแม่ของนาง ต่างก็ตายด้วยน้ำมือของปีศาจตนนี้ นี่คือฝันร้าย และปีศาจตนนี้คือเจ้าแห่งฝันร้ายนั้น
นางเห็นกับตาว่าคนในครอบครัวถูกจับมา ถูกฉีกกินทั้งเป็น ต่อหน้าต่อตา
มันคือความสยดสยองและความสิ้นหวังที่มากมายเพียงใด?
คนอื่นอาจไม่เข้าใจความรู้สึกนั้น แต่ซูต้งเข้าใจดี
"โลกใบนี้มีปีศาจ และปีศาจกินคน"
"รู้ว่ามันกินคน แต่ถ้าไม่เคยเจอกับตัว ไม่มีทางรู้หรอกว่ามันน่ากลัวแค่ไหน"
ซูต้งเดินเข้าไป แววตาคมกริบดุจคมดาบ
"แม่นางคนนั้น โดนขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว จิตใจคงไม่อาจหลุดพ้น เกรงว่าคงต้องจมอยู่กับความหวาดกลัวไปชั่วชีวิต ข้าต้องฆ่าขุนพลปีศาจแรดตัวนี้ ฆ่ามันให้ตายโหงที่สุด!"
มีเพียงการเห็นความตายของขุนพลปีศาจแรดเท่านั้น ที่จะช่วยฉุดนางขึ้นมาจากฝันร้ายขุมนี้ได้
เดินเข้าไปประจันหน้า ซูต้งจ้องเขม็งไปที่ขุนพลปีศาจแรด
ฝ่ายปีศาจเองก็เริ่มระมัดระวังตัว มันสัมผัสได้ว่ามือปราบมัจฉาเหินคนนี้ไม่ธรรมดา แต่... มันไม่กลัว
"ข้าเป็นถึงปีศาจ จะมากลัวมนุษย์ธรรมดาๆ หรือ?"
ต่อให้เป็นมือปราบที่ฆ่าปีศาจมาแล้วก็เถอะ ใช่ว่าไม่เคยมีมือปราบตายด้วยน้ำมือมันเสียเมื่อไหร่
"เจ้ามนุษย์ ดาบของเจ้าก็ร้ายกาจไม่เบา ทำให้ข้าเจ็บได้ แต่แล้วยังไง? เจ้าฟันข้าหนึ่งดาบ ข้ารักษาตัวเองได้สบาย แต่ถ้าข้าตบเจ้าแค่ทีเดียว เจ้าตายแน่" ขุนพลปีศาจแรดขู่เสียงเย็น
"ข้าแค่สงสัย ว่าเจ้ารู้จักข้าได้ยังไง?" มันยังจำได้ว่าเมื่อครู่ซูต้งจำมันได้ทันทีที่เห็นหน้า
ซูต้งคร้านจะเสวนากับมัน
ชักดาบ ถีบเท้าส่งร่างพุ่งทะยานดุจเกาทัณฑ์!
"ดาบแรกนี้ เพื่อวิญญาณผู้คนที่ตกตายในปากเจ้า" เสียงของซูต้งเย็นยะเยือก ก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน
ดาบออก สว่างดุจหิมะ แสงดาบส่องสว่างกลางนภายามวิกาล และส่องสว่างในดวงตาของหญิงสาวที่เฝ้ามองอยู่ไกลๆ
"คิดจะฆ่าข้า?"
ขุนพลปีศาจแรดแค่นเสียง ครั้งนี้มันระวังตัวแล้ว ยกมือขึ้น ดาบยาวปรากฏขึ้นในมือไม่รู้ที่มา มันเองก็ใช้ดาบ ดาบนั้นยาวมาก ยาวกว่าส่วนสูงของซูต้งเสียอีก
มันเหวี่ยงดาบ แต่ทว่า... พอเหวี่ยงออกไป สีหน้ามันก็เปลี่ยน
ดาบของมัน... ช้ากว่าซูต้ง
ฉัวะ
ดาบของซูต้งฟันเข้าที่ไหล่ขวาของขุนพลปีศาจแรดอย่างง่ายดาย มันมั่นใจในความถึกทนของกายปีศาจจึงไม่หลบ หรือจะว่าไป... จะหลบก็ไม่ทันแล้ว
ซูต้งฟันดาบลงไป พร้อมกับระเบิดกำลังภายในทั้งหมดที่มี
ชั่วพริบตานั้น แสงดาบเปล่งประกายเจิดจ้า! ไม่ใช่แค่แสงสะท้อนจากดวงจันทร์ แต่เป็นแสงอานุภาพจากตัวดาบเอง!
รวมพลังเป็นหนึ่ง ก่อเกิดประกายแสง!
"โหมดสมรรถนะสูง!"
เพียงเสี้ยววินาที ซูต้งระเบิดพลังเต็มพิกัด ขุนพลปีศาจแรดตัวนี้แข็งแกร่งกว่าพี่ใหญ่แห่งเขาเหลืองเสียอีก แม้กำลังภายในของเขาจะพัฒนาขึ้นทุกวัน แต่มันยังไม่ถึงขั้นก้าวกระโดด เพลงดาบก็ยังไม่ได้บรรลุขั้นใหม่ จะเอาอะไรไปฆ่าขุนพลปีศาจแรด?
แน่นอนว่าต้องพึ่งโหมดสมรรถนะสูง
"ลงมือปุ๊บ ระเบิดพลังปั๊บ ไม่เปิดโอกาสให้มันได้หายใจ"
ขุนพลปีศาจแรดตัวนี้บำเพ็ญเพียรมาตั้งห้าร้อยปี อายุขัยยาวนาน แถมยังใช้ดาบ เพลงดาบของมันจะอ่อนด้อยเชียวหรือ? ซูต้งไม่มีทางปล่อยให้มันมีโอกาสสวนกลับ
"แสงดาบ? มันเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา? บรรลุขั้นจอมยุทธ์แล้วรึ?" ขุนพลปีศาจแรดตื่นตระหนก
ผู้ฝึกยุทธ์ฝึกกาย เมื่อสั่งสมกำลังภายในจนถึงระดับหนึ่ง บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์ จะสามารถควบคุมพลังทั่วร่าง ปล่อยพลังปราณออกนอกกายควบแน่นเป็นรูปธรรมได้ นี่แหละคือแสงปราณ (ชี่หมาง) เมื่อใช้กับดาบ ก็เรียกว่าแสงดาบ (เตาหมาง)!
แต่ทว่า คนฝึกยุทธ์ที่จะไปถึงขั้นจอมยุทธ์ได้ มีกี่คนกันเชียว? น้อยกว่าผู้บำเพ็ญเพียรเสียอีก
แถมยังหนุ่มขนาดนี้ มันอยู่มาห้าร้อยปีไม่เคยพบเคยเห็น!
ลูกน้องและหญิงสาวที่มองอยู่ไกลๆ ย่อมเห็นแสงสว่างวาบนั้น พวกเขาไม่รู้เรื่องวรยุทธ์ลึกซึ้ง รู้แต่ว่าแสงดาบนั้นช่างงดงามอลังการ ดาบเดียวฟันลงไป แขนข้างมหึมาพร้อมกับดาบยาวเท่าตัวคนก็ปลิวว่อนขึ้นฟ้า
ดาบเดียวเห็นผล!
ขุนพลปีศาจแรดหวาดกลัวสุดขีด
"ระดับจอมยุทธ์ ดาบเดียวตัดแขนข้าขาด ถ้าดาบนี้ฟันเข้าที่คอข้าล่ะ?"
ขุนพลปีศาจแรดใจสั่นขวัญแขวน
"แข็งแกร่งมาก ดาบของข้า แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม เป็นเพราะเปลี่ยนวิชาบำเพ็ญเพียรนั่นแน่ๆ" ซูต้งเองก็ตกใจกับผลงานตัวเอง
เมื่อวันก่อนตอนสู้กับพี่ใหญ่แห่งเขาเหลือง เปิดโหมดสมรรถนะสูงแล้วฟันลงไป ยังตัดร่างไม่ขาดในทีเดียว ทั้งที่กายปีศาจของพี่ใหญ่แห่งเขาเหลืองเทียบกับเจ้าแรดนี่ไม่ได้เลย
ซูต้งกลัวว่าดาบเดียวจะฆ่าไม่ตาย เลยเลือกตัดแขนเพื่อลดทอนกำลังมันก่อนอย่างปลอดภัย
ฝ่ายหนึ่งหวาดกลัว อีกฝ่ายหนึ่งยินดีปรีดา
ระดับจอมยุทธ์?
ซูต้งไม่มีอาจารย์ชี้แนะ เรื่องระดับพลังพวกนี้ก็ได้ยินมาผ่านๆ แต่พลังโจมตีที่ระเบิดออกมาในโหมดสมรรถนะสูง น่าจะเทียบเท่าระดับนั้นได้แล้ว ถ้าสูงกว่านี้คงจะเวอร์เกินไป
ดาบระดับจอมยุทธ์ เพียงดาบเดียวก็ทำลายขวัญกำลังใจในการต่อสู้ของขุนพลปีศาจแรดจนหมดสิ้น
"หนี!"
ขุนพลปีศาจแรดไม่สนใจความเจ็บปวดที่แขนขาด หันหลังวิ่งหนีทั้งที่ยังอยู่ในร่างมนุษย์ ช่วยไม่ได้ ร่างเดิมของมันคือปีศาจแรด แขนที่ขาดไปก็คือขาหน้าข้างหนึ่ง ขาหน้าขาดไปข้างหนึ่ง ขืนคืนร่างเดิมหนี คงวิ่งกระโผลกกระเผลกไม่ทันกิน
"วิชาเมฆทมิฬ!"
มือซ้ายของขุนพลปีศาจแรดปรากฏกระดาษยันต์ขึ้นมา มันขยี้ยันต์ เตรียมใช้วิชาอาคม เป็นถึงปีศาจห้าร้อยปี ย่อมมีไม้ตายก้นหีบเอาไว้หนีตาย
แต่ทว่า แสงดาบพุ่งตามมาจากด้านหลัง แสงดาบสีขาวนวลราวกับจันทร์เสี้ยว ร่อนลงบนแขนซ้ายของมันอย่างแผ่วเบา แขนซ้ายปลิวว่อนออกไป ทั้งที่มือยังกำยันต์ที่กำลังจะใช้วิชาอยู่
"ไม่..." ขุนพลปีศาจแรดหันกลับมามองมนุษย์ถือดาบที่ไล่ตามมาอย่างไม่รีบร้อนด้วยความสิ้นหวัง
เจ้าปีศาจแรดตัวนี้ เดิมทีก็ไม่ถนัดเรื่องความเร็วอยู่แล้ว ปกติซูต้งก็วิ่งทัน ยิ่งตอนนี้เปิดโหมดสมรรถนะสูง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ขุนพลปีศาจแรดไม่หนีแล้ว มันหันกลับมาคุกเข่าลงต่อหน้าซูต้ง น้ำตาคลอเบ้า โขกศีรษะกับพื้นดังปังๆ
"ใต้เท้ามือปราบ ได้โปรดเถอะ ได้โปรด ข้าบำเพ็ญเพียรมาห้าร้อยปีไม่ง่ายเลย ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย"
มันร้องขอชีวิตด้วยความหวาดกลัว
การบำเพ็ญเพียรห้าร้อยปี ต้องมาจบสิ้นในวันนี้ มันไม่ยอมจริงๆ
"ข้ายินดียกสมบัติทั้งหมดในตัวให้ท่าน ยอมเป็นพาหนะให้ท่านขี่!"
ปีศาจห้าร้อยปีเป็นพาหนะ แม้แต่เซียนทั่วไปยังไม่มีวาสนาขนาดนี้
แต่ซูต้งไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของขุนพลปีศาจแรด ดาบสังหารปีศาจที่ห่อหุ้มด้วยแสงดาบสีขาวนวล ตวัดผ่านลำคอของมัน
"ดาบนี้ เพื่อพี่น้องและเพื่อนพ้องที่ตายไปบนเขาภูผาทมิฬ (เฮยเฟิงซาน)"
เสียงของซูต้งเย็นยะเยือกและทุ้มต่ำ
ศีรษะที่กำลังลอยคว้างของขุนพลปีศาจแรดได้ยินประโยคนั้น ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกโพลงแทบถลน!
เขาภูผาทมิฬ? มันเคยขึ้นไปบนนั้น? มนุษย์ที่ขึ้นไปบนเขาภูผาทมิฬแล้วยังมีชีวิตรอดกลับลงมาได้...
มีเพียงคนเดียวเมื่อห้าปีก่อน...
"เจ้าคือคนเมื่อห้าปีก่อน..."
นั่นคือความคิดสุดท้ายของขุนพลปีศาจแรด
ตุ้บ!
ศีรษะขุนพลปีศาจแรดตกลงพื้น สิ้นชีพทันที ปีศาจห้าร้อยปี จบชีวิตลง ณ บัดนี้!